ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก ระหว่างวันที่ 24 ถึง 30 เมษายน 2551 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จัดสัปดาห์อำลาโทรเลขไทย เปิดให้คนส่งโทรเลขตั้งแต่ 08.30 ถึง 20.00 น. และสาธิตการเคาะรหัสมอร์สวันละสองรอบ หลังจากนั้นบริการที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2418 ก็ปิดลง สิ่งที่คนจำนวนมากทำในวันสุดท้ายคือส่งข้อความสั้น ๆ ถึงตัวเองหรือคนใกล้ตัว เพื่อเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้ สิบเจ็ดปีต่อมา ข้อความทั้งหมดเดินทางผ่านโทรศัพท์ แต่ผู้ผลิตฟิล์มรายใหญ่ของโลกยังรายงานว่าธุรกิจภาพที่พิมพ์ออกมาจับได้โตเร็วกว่าบริษัทโดยรวม ผู้จัดงานและเจ้าของร้านที่ต้องเลือกว่าจะให้ลูกค้าได้ภาพพิมพ์กลับบ้าน หรือให้แค่ไฟล์ในโทรศัพท์ มีตัวเลขจากสองช่วงเวลานี้ช่วยตัดสินใจ
โทรเลขยุติปี 2551 ภาพที่พิมพ์ออกมาได้ยังขายดีในงบ Fujifilm

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นบริษัท กสท โทรคมนาคม ยุติบริการโทรเลขวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 หลังให้บริการ 133 ปี
วันสุดท้ายมีคนไปส่งโทรเลขเพื่อเก็บฉบับสุดท้ายไว้เป็นที่ระลึก
งบการเงินปีงบประมาณสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 ของ Fujifilm รายงานรายได้กลุ่ม Imaging 542.0 พันล้านเยน โตร้อยละ 15.4
บริษัทระบุว่าธุรกิจภาพสำหรับผู้บริโภคโตเพราะยอดขาย instax
Fujifilm ขายแอป instax Biz ให้ผู้จัดงานพิมพ์ QR code ลงบนภาพ
แขกสแกนเพื่อตอบแบบสอบถาม รับคูปอง หรือเปิดสื่อของผู้จัดได้ ผู้จัดจึงนับผลของจุดพิมพ์ภาพได้
โทรเลขไทยยุติ 1 พฤษภาคม 2551 หลังให้บริการ 133 ปี ขณะที่งบปีล่าสุดของ Fujifilm รายงานกลุ่มธุรกิจภาพโต 15.4% จาก instax ผู้จัดงานจะเลือกให้แขกได้ภาพพิมพ์หรือแค่ไฟล์
โทรเลขฉบับสุดท้ายที่คนไทยเก็บไว้
ผู้จัดการออนไลน์รายงานเมื่อ 28 เมษายน 2551 ว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงให้สร้างระบบโทรเลขขึ้นในปี 2418 ในความดูแลของกระทรวงกลาโหม เริ่มจากเครื่องรับส่งรหัสมอร์สที่ใช้สายลวดสังกะสี รายงานเดียวกันระบุว่าบริษัท กสท โทรคมนาคม ประกาศยุติบริการเมื่อ 1 มีนาคม 2551 และบริการจะเป็นประวัติศาสตร์ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 โดยมีแนวคิดนำเครื่องโทรเลขที่ยังใช้การได้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ข่าวอีกชิ้นของผู้จัดการออนไลน์ในวันเดียวกัน เก็บความเห็นของพนักงานไปรษณีย์ที่ไปรษณีย์กลางซึ่งทำงานกับโทรเลขมานาน และยอมรับว่าการยุติเป็นไปตามยุคสมัย
คมชัดลึก บันทึกภาพของวันสุดท้ายไว้ว่ามีผู้ใช้บริการจำนวนมาก คนเหล่านั้นไม่ได้ต้องการส่งข่าวด่วน ข้อความทางโทรศัพท์ทำหน้าที่นั้นได้เร็วกว่ามานานแล้ว สิ่งที่พวกเขาจ่ายเงินซื้อในวันนั้นคือกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีวันที่ และบอกได้ว่าเจ้าของอยู่ที่นั่นในวันที่บริการปิด
ทำไมคนจ่ายเงินส่งโทรเลขในวันที่ไม่มีใครต้องใช้แล้ว
ข่าวในวันนั้นไม่ได้สำรวจเหตุผลของผู้ใช้บริการทีละคน จึงบอกได้เพียงว่าคนมาเพื่อเก็บโทรเลขเป็นที่ระลึก ข้อเท็จจริงที่ใช้ต่อได้มีข้อเดียว เมื่อหน้าที่ส่งข่าวหมดไป กระดาษแผ่นเดิมยังมีค่าในฐานะของที่ระลึกของเหตุการณ์ บริการที่ขายของที่ระลึกของเหตุการณ์ไม่ต้องแข่งเรื่องความเร็วกับโทรศัพท์ เพราะคนละหน้าที่กัน หลักข้อนี้ใช้กับภาพถ่ายได้โดยตรง ภาพในโทรศัพท์ทำหน้าที่บันทึก ภาพที่พิมพ์ออกมาทำหน้าที่เป็นของที่ระลึกที่ถือกลับบ้านได้ ภาพรวมของอาชีพที่หายไปเพราะเทคโนโลยีใหม่ ย้อนอ่านได้จากอาชีพที่หายไปตามยุค งานราว 60% ในปี 2018 ไม่มีชื่อในปี 1940
งบของ Fujifilm บอกอะไรเรื่องภาพที่จับต้องได้
งบการเงินรวมของ FUJIFILM Holdings สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 แบ่งธุรกิจเป็นสี่กลุ่ม กลุ่ม Imaging มีรายได้ 542.0 พันล้านเยน เพิ่มจาก 469.7 พันล้านเยนในปีก่อน หรือร้อยละ 15.4 ขณะที่รายได้รวมทั้งบริษัท 3,195.8 พันล้านเยน โตร้อยละ 7.9 กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม Imaging อยู่ที่ 139.2 พันล้านเยน โตร้อยละ 36.4 เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานรวม 330.2 พันล้านเยน กลุ่มนี้ทำกำไรราวร้อยละ 42 ของทั้งบริษัท ทั้งที่มีรายได้ราวร้อยละ 17 (สัดส่วนสองตัวคำนวณจากตารางในงบ)
งบฉบับเดียวกันอธิบายว่ารายได้ของธุรกิจภาพสำหรับผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพราะยอดขาย instax ระบบกล้องและเครื่องพิมพ์ภาพทันทียังแข็งแรง ปีนั้นบริษัทออกกล้องฟิล์มขนาดกว้าง instax WIDE 400 เครื่องพิมพ์ภาพจากสมาร์ทโฟน instax Link 3 และกล้อง instax WIDE Evo ส่วนแผนปีถัดไป บริษัทออก instax mini 41 ในเดือนเมษายน 2568 และเขียนว่าจะหาความต้องการพิมพ์ภาพแบบใหม่ด้วยเครื่องพิมพ์ภาพระบบโทนเนอร์
รายงานประจำปีบอกโอกาสและความเสี่ยงไว้อย่างไร
Integrated Report 2024 ของ Fujifilm หน้ากลุ่ม Imaging ระบุว่ายอดขาย instax สะสมทั่วโลกเกิน 80 ล้านเครื่อง และเขียนโอกาสของธุรกิจไว้ว่าความต้องการด้านอีเวนต์และการท่องเที่ยวฟื้นตัว ทำให้ความต้องการธุรกิจงานพิมพ์ภาพ เช่น ระบบภาพทันทีและกล้องดิจิทัล โตต่อเนื่อง ในหน้าเดียวกัน บริษัทเขียนความเสี่ยงว่าความต้องการกล้องดิจิทัลลดลงเพราะกล้องสมาร์ทโฟนทำได้ดีขึ้น ตลาดกล้องระดับสูงแข่งขันกันหนักขึ้น และกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น
สองประโยคนี้วางคู่กันแล้วเห็นภาพเดียวกับวันสุดท้ายของโทรเลข สมาร์ทโฟนแย่งหน้าที่บันทึกภาพไปจากกล้องได้จริง แต่ภาพที่พิมพ์ออกมาเป็นแผ่นยังมีคนซื้อ และบริษัทผูกโอกาสนี้ไว้กับอีเวนต์และการเดินทาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนอยากได้ของที่ระลึก
instax Biz ทำอะไรให้ผู้จัดงาน
รายงานฉบับเดียวกันมีกรอบเรื่อง instax Biz แอปถ่ายภาพที่ Fujifilm ทำให้ธุรกิจอย่างผู้จัดอีเวนต์ใช้ในงานการตลาด ภาพที่ถ่ายในงานวางลงบนกรอบที่ออกแบบเฉพาะ ใส่ชื่อบริษัทผู้จัด และพิมพ์ QR code ลงบนแผ่นฟิล์มได้ เมื่อแขกสแกน QR code จะเข้าถึงแบบสอบถาม คูปอง หรือสื่อส่งเสริมการขายของผู้จัด รายงานเขียนว่าผู้จัดใช้สิ่งนี้วัดผลของงาน และเก็บข้อมูลการตลาดเพื่อดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า
ข้อนี้แก้ปัญหาเดิมของจุดพิมพ์ภาพในงาน ผู้จัดเคยรู้แค่จำนวนแผ่นที่พิมพ์ออกไป แต่ไม่รู้ว่าแขกกลับไปทำอะไรกับภาพต่อ เมื่อแผ่นภาพมีทางกลับมาหาผู้จัด ภาพพิมพ์แผ่นเดียวจึงทำงานสองอย่าง เป็นของที่ระลึกในมือแขก และเป็นช่องทางที่ผู้จัดนับได้ว่ามีคนกลับมาหากี่คน แบบสอบถามที่แขกกรอกหลังสแกนมีชื่อหรือเบอร์โทรปนอยู่ หน้าแรกที่แขกเห็นจึงต้องบอกไว้ว่าผู้จัดจะนำไปใช้ทำอะไร
งานแบบไหนไม่ต้องมีจุดพิมพ์ภาพ
งานที่แขกมาเพื่อรับข้อมูลเป็นหลัก เช่น การประชุมวิชาการ การอบรมพนักงาน หรือการแถลงข่าว ได้ประโยชน์จากจุดพิมพ์ภาพน้อย เพราะแขกไม่ได้มองหาของที่ระลึก ภาพที่ช่างภาพของงานส่งให้ทางอีเมลหลังงานก็พอ งานที่แขกต่อคิวยาวในพื้นที่แคบก็เช่นกัน จุดพิมพ์ภาพจะเพิ่มคิวที่สองโดยไม่จำเป็น ส่วนงานที่ได้ผลคืองานที่แขกมาเพราะอยากอยู่ในเหตุการณ์ เช่น งานเปิดตัว คอนเสิร์ต งานแต่งงาน หรือเทศกาลประจำปี ซึ่งตรงกับที่ Fujifilm ระบุว่าโอกาสของงานพิมพ์ภาพมาพร้อมอีเวนต์และการเดินทาง ผู้จัดใช้คำถามเดียวกับวันสุดท้ายของโทรเลขได้ แขกจะอยากเก็บกระดาษแผ่นนี้ไว้หรือไม่ ถ้าคำตอบไม่ชัด งบส่วนนั้นย้ายไปทำอย่างอื่นในงานได้
ร้านถ่ายรูปฟิล์มขายอะไรให้ลูกค้าจริง ๆ
ยังไม่มีสถิติทางการที่นับว่าร้านถ่ายรูปและล้างอัดฟิล์มในไทยปิดตัวไปกี่แห่งหลังกล้องดิจิทัลและสมาร์ทโฟนเข้ามา บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขนั้น สิ่งที่งบของ Fujifilm บอกได้คือโครงสร้างธุรกิจเดิมยังอยู่ บริษัทนิยามธุรกิจภาพสำหรับผู้บริโภคว่าครอบคลุมตั้งแต่ฟิล์มสี ระบบภาพทันที อุปกรณ์พิมพ์ภาพ กระดาษอัดภาพสี ไปจนถึงบริการพิมพ์ภาพ ห่วงโซ่เดียวกับที่ร้านถ่ายรูปฟิล์มเคยใช้ส่งภาพถึงมือลูกค้า
ร้านถ่ายรูปยุคฟิล์มจึงขายสองอย่างรวมกัน อย่างแรกคือการบันทึกภาพ ซึ่งลูกค้าทำเองได้ด้วยโทรศัพท์แล้ว อย่างที่สองคือแผ่นภาพที่ถือได้ ใส่กรอบได้ และให้คนอื่นได้ อย่างที่สองนี้ไม่มีโทรศัพท์เครื่องไหนทำแทนได้ในตัวเอง ต้องมีเครื่องพิมพ์ กระดาษ และคนหรือจุดบริการที่พิมพ์ให้ ธุรกิจที่ยังขายภาพถ่ายในปี 2569 ได้ประโยชน์จากการแยกสองอย่างนี้ให้ชัด แล้วถามว่าลูกค้าจ่ายเงินให้อย่างไหน
ร้านภาพเดิมปรับตัวไปทางไหนได้บ้าง
เอกสารของ Fujifilm ให้ทิศทางไว้สามทาง ทางแรกคือเครื่องพิมพ์ภาพจากสมาร์ทโฟนอย่าง instax Link ซึ่งรับภาพที่ลูกค้าถ่ายเองมาพิมพ์ ร้านไม่ต้องแข่งถ่ายภาพกับโทรศัพท์ของลูกค้า ทางที่สองคือเครื่องพิมพ์ภาพระบบโทนเนอร์ที่บริษัทวางไว้สำหรับความต้องการพิมพ์ภาพแบบใหม่ ทางที่สามคืองานอีเวนต์ที่บริษัทระบุเองว่าเป็นโอกาส ทั้งสามทางมีจุดร่วมเดียวกัน ร้านขายแผ่นภาพและประสบการณ์ในการได้รับ ส่วนการบันทึกภาพปล่อยให้โทรศัพท์ของลูกค้าทำ ร้านที่ตั้งราคาตามจำนวนแผ่นที่พิมพ์และตามช่วงเวลาของงาน จะเทียบต้นทุนกับรายได้ต่อแผ่นได้ชัดกว่าการขายแพ็กเกจถ่ายภาพแบบเดิม
เรื่องของอาชีพอื่นในยุคเดียวกันอ่านต่อที่ไหน
อาชีพที่หายไปเพราะงานเดิมถูกเครื่องทำแทนมีหลายยุค เรื่องนี้เล่าต่อจากบทพนักงานลิฟต์ อาชีพเดียวใน 271 ที่ระบบอัตโนมัติแทนทั้งหมด ซึ่งเป็นงานบริการที่อาศัยคนอยู่หน้างานทุกวัน ส่วนผู้ที่สนใจร้านเช่าวิดีโอและกฎของการฉายหนังให้คนดูในร้าน อ่านประกอบได้ในร้านเช่าวิดีโอหายไป คาเฟ่ฉายหนังให้ลูกค้าดูต้องขอใบอนุญาตไหม
จุดในงานที่แขกได้ภาพพิมพ์กลับบ้าน
ผู้จัดงานที่วางจุดพิมพ์ภาพไว้ถูกตำแหน่งได้ของที่ระลึกให้แขกและได้ตัวเลขกลับมานับ ห้าจุดด้านล่างเรียงตามลำดับที่แขกเดินผ่านในงานทั่วไป
- ทางเข้างาน แขกได้ภาพแรกพร้อมชื่องานและวันที่ เหมือนโทรเลขฉบับสุดท้ายที่มีวันที่กำกับ
- จุดเปิดตัวสินค้าหรือจุดสาธิต ภาพคู่กับสินค้าจริงทำให้แขกจำสินค้าได้หลังงานจบ
- จุดที่แขกต้องรอ เช่น คิวลงทะเบียนหรือคิวรับของ เวลารอกลายเป็นเวลาที่แขกได้ของกลับไป
- จุดกิจกรรมร่วมกับพาร์ตเนอร์ กรอบภาพใส่ชื่อผู้ร่วมจัดได้โดยไม่ต้องพิมพ์สื่อแยก
- ทางออกงาน ภาพสุดท้ายพร้อม QR code พาไปยังคูปองที่ใช้ได้หลังงาน
ภาพพิมพ์หนึ่งใบคุ้มต้นทุนเมื่อไร
คุ้มเมื่อแผ่นภาพพาแขกกลับมาหาธุรกิจได้ ต้นทุนต่อแผ่นประกอบด้วยฟิล์มหรือกระดาษ เครื่องพิมพ์ คนดูแลจุด และค่าออกแบบกรอบ ผู้จัดรู้ต้นทุนนี้ก่อนงานเริ่ม ส่วนผลลัพธ์นับได้หลังงานจากจำนวนคนที่สแกน QR code และจำนวนคูปองที่ถูกใช้ เมื่อหารต้นทุนรวมด้วยจำนวนคนที่กลับมา ผู้จัดจะได้ต้นทุนต่อคนที่เทียบกับช่องทางอื่นได้ งานที่ไม่ใส่ QR code บนภาพยังได้ของที่ระลึกให้แขก แต่ผู้จัดจะนับได้แค่จำนวนแผ่นที่พิมพ์ ไม่รู้ว่ามีใครกลับมาหรือไม่
สรุป
บริการโทรเลขของไทยเริ่มในปี 2418 และยุติวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 หลังให้บริการราว 133 ปี วันสุดท้ายมีคนไปส่งโทรเลขเพื่อเก็บกระดาษแผ่นสุดท้ายไว้เป็นที่ระลึก หน้าที่ส่งข่าวหมดไปแล้ว แต่ของที่ถือได้ยังมีคนจ่ายเงินซื้อ ภาพถ่ายเดินทางเดียวกัน งบการเงินปีงบประมาณสิ้นสุด 31 มีนาคม 2568 ของ Fujifilm รายงานกลุ่ม Imaging มีรายได้ 542.0 พันล้านเยน โตร้อยละ 15.4 เร็วกว่าบริษัทโดยรวมที่ร้อยละ 7.9 และทำกำไรราวร้อยละ 42 ของกำไรจากการดำเนินงานทั้งบริษัท บริษัทระบุว่าธุรกิจภาพสำหรับผู้บริโภคโตจากยอดขาย instax ขณะที่ความต้องการกล้องดิจิทัลลดลงเพราะกล้องสมาร์ทโฟน รายงานประจำปีผูกโอกาสของงานพิมพ์ภาพไว้กับอีเวนต์และการเดินทาง และมีแอป instax Biz ที่พิมพ์ QR code ลงบนภาพให้ผู้จัดวัดผลได้ ผู้จัดงานและเจ้าของร้านที่ต้องเลือกระหว่างภาพพิมพ์กับไฟล์ ตัดสินได้จากคำถามเดียว ลูกค้าจ่ายเงินเพื่อบันทึกภาพ หรือเพื่อได้ของที่ระลึกกลับบ้าน ถ้าคำตอบเป็นอย่างหลัง จุดพิมพ์ภาพที่มีทางให้แขกกลับมาหาธุรกิจจะนับต้นทุนต่อคนได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 บริษัท กสท โทรคมนาคม ประกาศยุติตั้งแต่ 1 มีนาคม 2551 และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จัดสัปดาห์อำลาโทรเลขไทยที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก ระหว่าง 24 ถึง 30 เมษายน 2551
ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่ารัชกาลที่ 5 ทรงให้สร้างระบบโทรเลขในปี 2418 ในความดูแลของกระทรวงกลาโหม รวมเวลาให้บริการราว 133 ปี
ไม่ใช่อย่างเดียว งบระบุว่าธุรกิจภาพสำหรับผู้บริโภคโตเพราะ instax ส่วนธุรกิจภาพระดับมืออาชีพโตจากยอดขายกล้องดิจิทัล ตัวเลข 542.0 พันล้านเยนจึงเป็นยอดรวมของทั้งสองธุรกิจ
ไม่แยก ตัวเลขในงบเป็นยอดรวมทั่วโลกของกลุ่ม Imaging ผู้ที่ต้องการตัวเลขตลาดในไทยต้องหาแหล่งอื่นที่วัดเฉพาะประเทศ และระบุปีกำกับ
ขึ้นกับหน้าที่ผู้จัดพาไป เช่น แบบสอบถามหรือคูปอง ชื่อ เบอร์โทร และอีเมลที่แขกกรอกนับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA ปี 2562 หน้าที่รับข้อมูลจึงต้องบอกแขกก่อนกดส่งว่าเก็บไปเพื่ออะไร
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
งานครั้งหน้าของคุณ แขกจะมีอะไรติดมือกลับบ้าน และคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขากลับมา?
ทีม PHYGITAL AGENCY วางจุดพิมพ์ภาพตามเส้นทางที่แขกเดินในงาน ออกแบบกรอบภาพให้ตรงธีม และตั้งตัวนับจำนวนคนที่สแกนกลับมาหลังงานจบ

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


