ฟาร์มกุ้งทะเลของกรุงเทพฯ ทรงตัวที่ราว 960-1,000 แห่งระหว่างปี 2559 ถึง 2565 แล้วลดลงเหลือ 551 แห่งในปี 2566 ผลผลิตและมูลค่าลดลงก่อนหน้านั้นแล้ว คือลดตั้งแต่ปี 2563
| ปี |
ฟาร์ม (แห่ง) |
เนื้อที่ (ไร่) |
ผลผลิต (ตัน) |
มูลค่า (พันบาท) |
| 2559 |
971 |
16,496 |
558 |
129,368 |
| 2561 |
963 |
16,489 |
670 |
173,547 |
| 2563 |
1,006 |
16,874 |
595 |
150,950 |
| 2565 |
977 |
16,629 |
336 |
82,718 |
| 2566 |
551 |
10,667 |
293 |
76,918 |
| 2567 |
568 |
11,102 |
320 |
74,164 |
ตัวเลขปี 2563 เป็นต้นไปรวมฟาร์มแบบกึ่งพัฒนากับแบบพัฒนา ส่วนปี 2559-2562 มีเฉพาะแถวแบบกึ่งพัฒนา มูลค่าปี 2567 ต่ำกว่าปี 2561 ร้อยละ 57.3
ฟาร์มกุ้งทะเลในกรุงเทพฯ ลดลงเท่าไร
ลดลง 409 แห่งระหว่างปี 2565 ถึง 2567 จาก 977 แห่งเหลือ 568 แห่ง ช่วงที่ลดมากที่สุดคือปี 2565 ไป 2566 ซึ่งหายไป 426 แห่งหรือร้อยละ 43.6 ในปีเดียว เนื้อที่เลี้ยงลดจาก 16,629 ไร่เหลือ 10,667 ไร่ ปี 2567 ฟาร์มเพิ่มกลับมา 17 แห่ง กรมประมงไม่ได้ระบุสาเหตุไว้ในชุดข้อมูล ฟิจิทัลจึงไม่สรุปว่าฟาร์มปิดตัวเพราะอะไร ผู้ที่ต้องการคำอธิบายควรตรวจรายงานสถิติประจำปีของกรมประมง
กุ้งแบบกึ่งพัฒนากับแบบพัฒนาให้ผลผลิตต่อไร่ต่างกันแค่ไหน
ต่างกันมาก ปี 2567 ฟาร์มแบบกึ่งพัฒนา 566 แห่งใช้เนื้อที่ 11,094 ไร่ ได้กุ้ง 283 ตัน หรือราว 25.5 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ฟาร์มแบบพัฒนา 2 แห่งใช้เนื้อที่ 8 ไร่ ได้กุ้ง 37 ตัน หรือราว 4,625 กิโลกรัมต่อไร่ ตัวเลขต่อไร่เป็นการคำนวณของฟิจิทัล ฟาร์มแบบพัฒนามีเพียงสองแห่ง ตัวเลขนี้จึงใช้เห็นความต่างของวิธีเลี้ยง ไม่ได้บอกผลผลิตเฉลี่ยของฟาร์มแบบพัฒนาทั่วไป