13,921 ชิ้นของ NFT ชุด Founder's Keys ขายออกไปในเวลาไม่ถึงสองเดือนของปี 2021 แล้วพา Impact Theory บริษัทผู้ขายเข้าไปเป็นคดี NFT คดีแรกที่ SEC ลงโทษ สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีประโยชน์กับแบรนด์ไทยในปี 2569 ไม่ใช่ตัวเลขเงิน แต่เป็นวิธีที่ คำสั่งฉบับเต็มของ SEC ที่ Release No. 33-11226 ยกคำพูดของบริษัทขึ้นมาทีละประโยค แล้วชี้ว่าคำพูดแบบไหนทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่ากำลังลงทุน ไม่ใช่กำลังซื้อของสะสม ทีมที่เขียนประกาศเปิดขายของสะสมดิจิทัลใช้รายการเดียวกันนี้ตรวจร่างของตัวเองก่อนโพสต์ได้
NFT ปี 2569 คำโปรยที่ทำให้ ก.ล.ต. สหรัฐนับเป็นหลักทรัพย์

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นImpact Theory บริษัทสื่อในลอสแอนเจลิสขาย NFT ชื่อ Founder's Keys ไป 13,921 ชิ้น ได้เงินราว 29.9 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคมถึง 6 ธันวาคม 2021
สิ่งที่ผู้ซื้อได้รับเป็นภาพกราฟิกสัญลักษณ์สี่ตัว ไม่ใช่หุ้นและไม่มีเงินปันผล
Securities and Exchange Commission (SEC) หน่วยงานกำกับตลาดทุนของสหรัฐ วินิจฉัยว่า NFT ชุดนี้ถูกเสนอขายเป็นสัญญาการลงทุน
โดยยกคำพูดของบริษัทตอนโปรโมต เช่น "กำลังสร้าง Disney รายต่อไป" มาเป็นหลักฐานหลัก
กรรมการสองคนเห็นแย้งบางส่วน
ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นแค่คำสัญญากว้าง ๆ แบบเดียวกับคนขายนาฬิกาหรือภาพวาด แต่คำสั่งยังมีผล และบริษัทต้องจ่ายเงินรวมราว 6.1 ล้านดอลลาร์
คำสั่ง ก.ล.ต. สหรัฐต่อ Impact Theory ปี 2566 ยกคำพูดตอนเปิดขาย NFT มาเป็นหลักฐานว่าผู้ซื้อคาดหวังกำไร แบรนด์ที่ทำของสะสมดิจิทัลปี 2569 ใช้ตรวจคำโปรยได้
สิ่งที่ Impact Theory ขาย
คำสั่งบรรยายตัวสินค้าไว้สั้นมาก NFT แต่ละชิ้นเป็นภาพกราฟิกที่รวมสัญลักษณ์สี่ตัว จากสัญลักษณ์ทั้งหมด 50 แบบ ขายเป็นสามระดับด้วยเงินคริปโตสกุล Ether (ETH)
| ระดับ | ราคาต่อชิ้น |
|---|---|
| Legendary | 1.5 ถึง 3 ETH |
| Heroic | 0.75 ถึง 1.5 ETH |
| Relentless | 0.05 ถึง 0.1 ETH |
บริษัทโปรโมตผ่านการพูดสดบน Discord แล้วโพสต์คลิปไว้ให้คนทั่วไปดู และลงข้อมูลบนเว็บไซต์ ช่องทางโซเชียล และ YouTube ผลคือขายได้ 13,921 ชิ้นให้ผู้ซื้ออย่างน้อยหลายร้อยราย คิดเป็นมูลค่า ETH ราว 29,896,237 ดอลลาร์ โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาเปิดและปิดของ ETH ในวันที่ขายแต่ละชิ้น เงินทั้งหมดเข้ากระเป๋าคริปโตใบเดียว และบริษัทใช้บางส่วนจ่ายผู้ให้บริการที่ทำงานให้ธุรกิจของตัวเอง
ผู้ซื้อได้แค่ภาพกราฟิก ทำไม SEC จึงนับเป็นหลักทรัพย์
SEC ไม่ได้ดูว่าผู้ซื้อได้ของอะไร แต่ดูว่าผู้ซื้อถูกชวนให้คาดหวังอะไร คำสั่งอ้างหลักจากคดี SEC v. W.J. Howey Co. ปี 1946 ซึ่งนับการขายใดก็ตามเป็นสัญญาการลงทุนถ้าผู้ซื้อคาดหวังกำไรในอนาคตอย่างมีเหตุผล และกำไรนั้นมาจากความพยายามของผู้ขาย ในคดีนี้ SEC เห็นว่าผู้ซื้อคาดหวังว่าราคา NFT จะขึ้นเพราะบริษัทจะสร้างธุรกิจให้สำเร็จ การขายโดยไม่ได้จดทะเบียนจึงผิดมาตรา 5(a) และ 5(c) ของกฎหมายหลักทรัพย์ปี 1933
คำพูดที่ SEC ยกไว้ในคำสั่ง
ย่อหน้าที่ 6 ถึง 9 ของคำสั่งเป็นหัวใจของคดี SEC แบ่งคำพูดที่ยกมาเป็นสามกลุ่ม คือคำพูดที่บอกว่ามูลค่าจะเพิ่ม คำพูดที่ผูกมูลค่ากับงานของบริษัท และคำพูดที่ผูกโชคของผู้ซื้อไว้กับโชคของบริษัท
| กลุ่ม | ตัวอย่างคำพูดของบริษัทที่ยกในคำสั่ง (แปลความ) |
|---|---|
| มูลค่าจะมากกว่าราคาที่จ่าย | ถ้าจ่าย 1.5 ETH จะได้กลับไปมากกว่านั้นอย่างมหาศาล จะไม่มีใครเดินจากไปแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้ม |
| เปรียบกับบริษัทที่โตแล้ว | กำลังพยายามสร้าง Disney รายต่อไป และให้นึกว่าได้เข้าร่วมกับ Disney ตั้งแต่สมัยการ์ตูน Steamboat Willie |
| มูลค่ามาจากงานของบริษัท | จะนำเงินไปพัฒนา จ้างทีมเพิ่ม และสร้างโปรเจกต์ใหม่ จนผู้ซื้อหัวเราะที่ได้ของคุ้มขนาดนี้ |
| ตั้งราคาเพื่อให้ผู้ซื้อได้ส่วนต่าง | ขายโดยตั้งราคาจากงานระยะ 18-24 เดือนเท่านั้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้มูลค่าทางเศรษฐกิจราว 90% ของสิ่งที่บริษัทจะทำหลังจากนั้น |
| ผู้ซื้อรวยไปพร้อมบริษัท | เป้าหมายคือเมื่อบริษัทและผู้ก่อตั้งร่ำรวยขึ้น ผู้ซื้อก็ร่ำรวยขึ้นด้วย |
ไม่มีประโยคไหนในตารางใช้คำว่าหุ้น ผลตอบแทน หรือเงินปันผลตรง ๆ แต่เมื่ออ่านรวมกัน ทุกประโยคบอกผู้ซื้อเรื่องเดียวกัน คือราคาจะขึ้นเพราะบริษัททำงาน นี่คือส่วนที่ทีมเขียนคำโปรยควรจำไว้ SEC ไม่ได้ตัดสินจากคำศัพท์ทางการเงิน แต่ตัดสินจากความหมายที่ผู้ซื้อได้รับ
คำพูดของผู้ซื้อใน Discord เกี่ยวอะไรกับผู้ขาย
คำสั่งยกข้อความของผู้ซื้อและผู้สนใจซื้อในช่อง Discord ของบริษัทมาเป็นหลักฐานประกอบว่าคำโปรยได้ผลตามนั้น เช่น "เหมือนได้ลงทุนในบริษัทที่กำลังโตตอนระดมทุนรอบ Series A" และ "ซื้อ founders key เหมือนลงทุนใน Disney, Call of Duty และ YouTube พร้อมกัน" ข้อความเหล่านี้อยู่ในช่องที่บริษัทเป็นเจ้าของ แบรนด์ที่เปิดกลุ่มแฟนคลับจึงควรอ่านว่าสมาชิกเข้าใจสินค้าว่าเป็นอะไร เพราะความเข้าใจนั้นอาจถูกยกมาอธิบายคำโปรยของแบรนด์ได้
ค่าธรรมเนียมขายต่อ 10% และเงินที่ต้องคืน
หลังเปิดขาย NFT ชุดนี้ถูกนำไปซื้อขายต่อในตลาดรอง และบริษัทบอกผู้ซื้อเองว่าซื้อขายได้บนตลาดรองสองแห่ง บริษัทเขียนโค้ดสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ให้ตัวเองได้ค่าธรรมเนียม 10% จากการขายต่อทุกครั้ง ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2021 ถึง 20 กรกฎาคม 2023 ค่าธรรมเนียมส่วนนี้รวมได้ราว 978,000 ดอลลาร์
ก่อนคำสั่งออก บริษัทเปิดโครงการซื้อคืนสองรอบในเดือนธันวาคม 2021 และสิงหาคม 2022 ซื้อคืนได้ 2,936 ชิ้น คืนเงินให้ผู้ซื้อเป็น ETH มูลค่าราว 7.7 ล้านดอลลาร์ SEC บันทึกไว้ว่าพิจารณาการซื้อคืนนี้ตอนรับข้อเสนอยอมความ
| สิ่งที่บริษัทต้องทำตามคำสั่ง | รายละเอียด |
|---|---|
| หยุดการกระทำผิด | ห้ามละเมิดมาตรา 5(a) และ 5(c) ต่อไป |
| ทำลาย NFT | ทำลาย Founder's Keys ทุกชิ้นที่บริษัทถือหรือควบคุมภายใน 10 วัน |
| ประกาศคำสั่ง | ลงประกาศบนเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลของบริษัทภายใน 10 วัน |
| ตัดค่าธรรมเนียม | แก้โค้ดสัญญาอัจฉริยะให้บริษัทไม่ได้ค่าธรรมเนียมจากการขายต่อในอนาคต |
| จ่ายเงิน | คืนกำไร 5,120,718.27 ดอลลาร์ ดอกเบี้ย 483,195.90 ดอลลาร์ และค่าปรับทางแพ่ง 500,000 ดอลลาร์ |
หน้าคืนเงินให้ผู้เสียหายของคดีนี้บนเว็บ SEC ระบุว่ากองทุนเพื่อชดใช้ผู้เสียหาย (Fair Fund) มีเงินรวม 6,103,914.17 ดอลลาร์ที่เก็บได้จากบริษัท
ทำไมคำสั่งให้แก้โค้ดตัดค่าธรรมเนียมขายต่อ
คำสั่งไม่ได้อธิบายเหตุผลของข้อนี้แยกไว้ แต่ย่อหน้าที่ 11 บันทึกทั้งการที่บริษัทได้ค่าธรรมเนียมจากทุกการขายต่อ และการที่บริษัทบอกผู้ซื้อว่าขายต่อได้ที่ไหน สองข้อนี้ทำให้บริษัทได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากการซื้อขายของผู้ซื้อ กรรมการสองคนที่เห็นแย้งตั้งคำถามถึงข้อนี้โดยตรง เพราะค่าธรรมเนียมขายต่อเป็นจุดเด่นของ NFT ที่ช่วยให้ศิลปินได้ส่วนแบ่งทุกครั้งที่งานเปลี่ยนมือ
เสียงแย้งของกรรมการสองคน
วันเดียวกับที่คำสั่งออก กรรมการ Hester M. Peirce และ Mark T. Uyeda ออกแถลงการณ์ NFTs & the SEC บอกว่าเห็นแย้งบางส่วนเพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้หลัก Howey ในคดีนี้ ทั้งสองยอมรับว่าเข้าใจความกังวลเรื่องกระแสที่ทำให้คนจ่ายเงินเกือบ 30 ล้านดอลลาร์ซื้อ NFT โดยไม่รู้ชัดว่าจะใช้หรือจะได้กำไรจากมันอย่างไร แต่เห็นว่าความกังวลนั้นไม่พอจะดึงเรื่องมาอยู่ใต้อำนาจของ SEC
ประโยคที่แบรนด์ควรอ่านคือทั้งสองเขียนว่า SEC ไม่ได้ฟ้องคนที่ขายนาฬิกา ภาพวาด หรือของสะสม พร้อมคำสัญญากว้าง ๆ ว่าจะสร้างแบรนด์ให้มูลค่าขายต่อสูงขึ้น เป็นเรื่องปกติ แถลงการณ์ยังตั้งคำถามเก้าข้อ เช่นจะแบ่งประเภท NFT อย่างไร ผู้สร้าง NFT ต้องการคำแนะนำเรื่องอะไร และการสั่งทำลาย NFT กับการตัดค่าธรรมเนียมขายต่อจะเป็นบรรทัดฐานอย่างไรกับงานศิลปะหรือดนตรีที่เป็นชิ้นเดียว
ความเห็นแย้งทำให้คำสั่งนี้ใช้ไม่ได้หรือไม่
ไม่ได้ ความเห็นแย้งบางส่วนไม่เปลี่ยนผลของคำสั่ง เพราะเป็นคำสั่งที่บริษัทยอมรับข้อเสนอยอมความเอง โดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อเท็จจริง และเชิงอรรถที่ 1 ของคำสั่งระบุว่าข้อเท็จจริงที่พบไม่ผูกบุคคลอื่น สิ่งที่แบรนด์นำไปใช้ได้จึงไม่ใช่ตัวคำตัดสิน แต่เป็นรายการคำพูดที่หน่วยงานกำกับยกมาเป็นหลักฐาน ซึ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่อ่านคำโปรยด้วยสายตาแบบไหน
แบรนด์ไทยที่คิดจะออก NFT ในปี 2569
คำสั่งฉบับนี้ใช้บังคับตามกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐเท่านั้น ส่วนฝั่งไทยมีเส้นแบ่งของสำนักงาน ก.ล.ต. เองว่าโทเคนแบบไหนนับเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอธิบายไว้ในบริการ Web3 Loyalty แต้มสะสมดิจิทัลที่ไม่ใช่โทเคนซื้อขาย แต่หลักที่ SEC ใช้ในคำสั่งนี้ตรงกับสามัญสำนึกของคนเขียนคำโปรยทุกประเทศ ถ้าข้อความทั้งชุดบอกผู้ซื้อว่าจะได้เงินเพิ่มเพราะแบรนด์ทำงาน ผู้ซื้อจะซื้อเพื่อเก็งกำไร และเมื่อราคาไม่ขึ้นตามที่เข้าใจ คนที่ถูกถามก่อนคือแบรนด์
บทความนี้ไม่ได้ใส่ตัวเลขมูลค่าตลาด NFT เพราะยังหาแหล่งทางการที่เปิดตรวจได้ไม่เจอ ตัวเลขที่พบส่วนใหญ่มาจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนที่ใช้วิธีนับต่างกัน แบรนด์ที่จะตัดสินใจจากขนาดตลาดควรถามผู้เสนอตัวเลขว่านับจากตลาดไหน และนับการซื้อขายระหว่างกระเป๋าของคนคนเดียวกันออกหรือยัง
ของสะสมดิจิทัลแบบไหนที่แบรนด์ไทยทำได้โดยเสี่ยงน้อยกว่า
แบบที่ขายเพราะผู้ซื้อได้ใช้หรือได้เข้าร่วมทันที เช่นบัตรเข้างาน สิทธิ์เข้ากลุ่มแฟนคลับ หรือของที่ใช้แลกสินค้าจริง และไม่มีคำโปรยเรื่องราคาขายต่อเลย ตามคำสั่ง SEC สิ่งที่ทำให้ของสะสมกลายเป็นสัญญาการลงทุนคือความคาดหวังกำไรจากงานของผู้ขาย ของที่มีประโยชน์ในตัวและขายด้วยข้อความที่พูดถึงประโยชน์นั้นเท่านั้นจึงอยู่ห่างเส้นนี้กว่า
ประโยคในคำโปรยที่ต้องตัดออกก่อนโพสต์
คณะกรรมการ SEC ยกคำพูดของบริษัทไว้เป็นข้อ ๆ ในย่อหน้าที่ 6 ถึง 8 ของคำสั่ง ทีมคอนเทนต์ของแบรนด์แปลงแต่ละข้อเป็นประโยคที่ต้องหาในร่างประกาศของตัวเอง พร้อมแนวเขียนที่เล่าประโยชน์ของสินค้าแทน
| ประโยคแบบที่ต้องตัด | เขียนแทนด้วยสิ่งที่ผู้ซื้อได้จริง |
|---|---|
| ซื้อวันนี้ ราคาจะขึ้นอีกหลายเท่า | ผู้ถือได้สิทธิ์เข้างานแฟนมีตติ้งหนึ่งครั้งต่อปี |
| เหมือนได้หุ้นบริษัทตั้งแต่ยังเล็ก | ผู้ถือได้ของที่ระลึกรุ่นแรก และชื่ออยู่ในรายชื่อผู้สนับสนุน |
| เงินจากการขายจะนำไปสร้างโปรเจกต์ใหม่ที่ทำให้ของชิ้นนี้มีค่ามากขึ้น | เงินจากการขายใช้ผลิตงานชุดนี้ และแบรนด์บอกกำหนดส่งมอบให้ตรวจได้ |
| เมื่อแบรนด์โต ผู้ถือก็โตไปด้วย | ผู้ถือได้ส่วนลดสินค้าในร้านตามเงื่อนไขที่เขียนไว้ |
| ขายต่อได้ในตลาดรองสองแห่งนี้ | ไม่โปรโมตการขายต่อ และไม่เขียนว่าแบรนด์จะได้ส่วนแบ่ง |
แถวสุดท้ายหมายความว่าห้ามให้ขายต่อหรือไม่
ไม่ได้หมายความว่าห้าม ผู้ซื้อขายต่อได้เองตามสิทธิ์ในทรัพย์ของตัวเอง แต่ในคำสั่ง SEC การที่บริษัทบอกผู้ซื้อว่าขายต่อได้ที่ไหน ร่วมกับการได้ค่าธรรมเนียมจากการขายต่อ เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้คู่กัน แบรนด์ที่ไม่ต้องการให้ของสะสมถูกมองเป็นเครื่องมือเก็งกำไรจึงไม่ควรใช้ช่องทางของตัวเองชวนขายต่อ
ขนาดตลาดของลูกค้ารุ่นใหม่ที่แบรนด์อาจอยากขายของสะสมให้ อ่านต่อได้ในGen Beta คือใคร ตัวเลข 16% ของโลกเมื่อเทียบกับไทย และข้อจำกัดเมื่อผู้ซื้อยังไม่บรรลุนิติภาวะ อยู่ในการตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน
สรุป
Impact Theory ขาย NFT ชุด Founder's Keys 13,921 ชิ้นระหว่างวันที่ 13 ตุลาคมถึง 6 ธันวาคม 2021 ได้ ETH มูลค่าราว 29.9 ล้านดอลลาร์ ตัวสินค้าเป็นภาพกราฟิกสัญลักษณ์สี่ตัว แต่บริษัทโปรโมตว่ากำลังสร้าง Disney รายต่อไป ผู้ซื้อจะได้มูลค่ามากกว่าที่จ่าย และเงินจะนำไปพัฒนางาน SEC จึงวินิจฉัยในคำสั่งวันที่ 28 สิงหาคม 2023 ว่าเป็นการเสนอขายสัญญาการลงทุนที่ไม่ได้จดทะเบียน สั่งให้ทำลาย NFT ที่บริษัทถือ ตัดค่าธรรมเนียมขายต่อ 10% และจ่ายเงินรวม 6,103,914.17 ดอลลาร์เข้ากองทุนชดใช้ผู้เสียหาย กรรมการ Peirce และ Uyeda เห็นแย้งบางส่วนว่าคำพูดแบบนี้ไม่ต่างจากคนขายของสะสมทั่วไป แต่คำสั่งยังมีผล แบรนด์ไทยที่คิดจะออก NFT ในปี 2569 ต้องดูกติกาของ ก.ล.ต. ไทย และใช้คำพูดที่ SEC ยกมาเป็นรายการตรวจคำโปรย ตัดทุกประโยคที่บอกว่าราคาจะขึ้นเพราะแบรนด์ทำงาน แล้วเขียนถึงสิ่งที่ผู้ซื้อได้ใช้จริงแทน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ใช่ทุกชิ้น คำสั่งต่อ Impact Theory ตัดสินจากข้อเท็จจริงของการขายชุดนี้ และกรรมการสองคนย้ำว่าการนำคดีนี้ไปเป็นบรรทัดฐานกับ NFT ทุกประเภททำได้ยาก
รวม 6,103,914.17 ดอลลาร์ ก้อนใหญ่ที่สุดคือเงินคืนกำไรราว 5.12 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นดอกเบี้ยกับค่าปรับทางแพ่ง ทั้งหมดเข้ากองทุนชดใช้ผู้เสียหาย
ไม่จำเป็น คำพูดที่ SEC ยกมาไม่ได้ใช้คำว่าหุ้นหรือเงินปันผล แต่บอกผู้ซื้อว่าจะได้มูลค่ามากกว่าที่จ่าย และมูลค่านั้นมาจากงานที่บริษัทจะทำ
คำสั่งของหน่วยงานสหรัฐบังคับได้เฉพาะในเขตอำนาจของสหรัฐ แบรนด์ไทยต้องดูกติกาของสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย แต่ใช้รายการคำพูดในคำสั่งนี้ตรวจคำโปรยของตัวเองได้
กรณี Impact Theory บริษัทเปิดโครงการซื้อคืนก่อนคำสั่งออก และ SEC บันทึกว่าพิจารณาเรื่องนี้ตอนรับข้อเสนอยอมความ แบรนด์ที่อยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงควรปรึกษานักกฎหมายหลักทรัพย์ก่อนโพสต์อะไรเพิ่ม
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
ประโยคไหนในคำโปรยเปิดขายที่สัญญาว่าราคาจะขึ้น
ทีม PHYGITAL AGENCY อ่านร่างประกาศ สคริปต์คลิป และข้อความตอบแฟนคลับของแคมเปญของสะสมทีละประโยค ส่งรายการประโยคที่ต้องตัดพร้อมข้อความทดแทนที่เล่าประโยชน์จริงของสินค้า ก่อนแบรนด์เปิดขายครั้งแรก

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


