การแบ่ง Gen Z เป็นสองกลุ่มมีประโยชน์เมื่อข้อมูลลูกค้าแยกตามเส้นนี้ได้ชัดกว่าการแยกแบบอื่น ขั้นตอนด้านล่างใช้ข้อมูลที่ระบบหลังบ้านของร้านค้าส่วนใหญ่เก็บอยู่แล้วหรือเพิ่มได้ไม่ยาก
1. เก็บปีเกิด แทนช่วงอายุสำเร็จรูป
ปีเกิดคำนวณย้อนกลับไปหาอายุในเดือนมีนาคม 2563 ได้ทุกเมื่อ ช่องอายุ 18-24 หรือ 25-34 ในรายงานโฆษณาทำแบบนั้นไม่ได้ เรื่องช่องอายุตายตัวนี้อธิบายไว้ในZillennial ไทย 5.67 ล้านคนในช่องอายุ 25-34 ของรายงานโฆษณา
2. แบ่งลูกค้าเป็นสามกลุ่ม ไม่ใช่สอง
กลุ่มเกิด 2540-2544 กลุ่มรอยต่อ 2545-2547 และกลุ่มเกิด 2548-2555 ลูกค้าที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีมีเงื่อนไขความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องดูก่อนเก็บข้อมูล ซึ่งอยู่ในการตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน
3. เทียบตัวชี้วัดสามตัว
ยอดต่อคำสั่งซื้อ ช่องทางที่ใช้ซื้อ และอัตราการซื้อซ้ำในรอบ 90 วัน ถ้าสามตัวไปทางเดียวกันทุกกลุ่ม การรวมเป็นกลุ่มเดียวยังคุ้มกว่า
4. ทำซ้ำโดยแบ่งตามภาคหรือจังหวัด
ถ้าความต่างระหว่างภาคกว้างกว่าความต่างระหว่างปีเกิด ข้อความและงบควรปรับตามพื้นที่ก่อนปรับตามรุ่น
ข้อมูลพฤติกรรมของ Gen Z ไทยทั้งรุ่นจากรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ในGen Z ไทย ค้นของในวิดีโอรีวิว และให้ AI เป็นแค่ผู้ช่วย ส่วนเด็กรุ่นถัดไปที่เกิดคร่อมรอยต่อกับ Gen Alpha อยู่ในZalpha ไทย 4.51 ล้านคน ทยอยถึงอายุจ้างงานได้ปี 2568-2573
ร้านที่มีลูกค้าไม่กี่ร้อยคนควรแยก Gen Z สองกลุ่มไหม
ส่วนใหญ่ยังไม่ควร เมื่อแบ่งลูกค้าไม่กี่ร้อยคนออกเป็นสามกลุ่มตามปีเกิด แต่ละกลุ่มจะเหลือคนน้อยจนความต่างของยอดต่อคำสั่งซื้อหรืออัตราซื้อซ้ำเกิดจากลูกค้าไม่กี่รายได้ สิ่งที่ร้านขนาดนี้ทำได้ทันทีคือเพิ่มช่องปีเกิดในแบบฟอร์มสมาชิกหรือแบบสอบถามหลังซื้อ แล้วเก็บต่อเนื่องจนแต่ละกลุ่มมีคนมากพอ เมื่อถึงตอนนั้นจึงเทียบตัวเลข ระหว่างนี้ใช้ข้อความชุดเดียวกับทุกช่วงอายุไปก่อน