หน้าอธิบายแนวคิดของ ACE เปิดด้วยข้อสรุปว่าการศึกษาวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะภาษาและดนตรี แสดงให้เห็นว่าทุกวัฒนธรรมสื่อความได้เท่ากันและมีค่าเท่ากัน ACE ให้เหตุผลสามข้อ ข้อแรกคือวัฒนธรรมทำให้ชีวิตของคนที่ใช้มันมีความหมาย ข้อที่สองคือระบบการสื่อสารแต่ละแบบเก็บความรู้เรื่องธรรมชาติและมนุษย์ไว้ ข้อที่สามคือแต่ละวัฒนธรรมเป็นสมบัติที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งสร้างสมมาหลายศตวรรษ
Lomax กังวลว่าสื่อมวลชนและระบบการศึกษาแบบรวมศูนย์กำลังกลบภาษาและประเพณีท้องถิ่น ปี 1972 UNESCO ตีพิมพ์บทความ "Appeal for Cultural Equity" ของเขา ซึ่งเสนอว่าทุกวัฒนธรรมมีสิทธิ์ปกป้อง แสดงออก และพัฒนามรดกทางศิลปะของตัวเอง ACE ระบุว่าหลักการนี้ได้รับการยืนยันในปฏิญญาสากลว่าด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ UNESCO เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2001
ACE ยังเล่าที่มาที่เก่ากว่านั้น นักคติชนวิทยาอเมริกันในทศวรรษ 1930-1940 เชื่อว่าสิ่งที่นักวิชาการเก็บจากชุมชนควรถูกส่งกลับไปให้ชุมชน เพื่อให้ประเพณีนั้นมีชีวิตต่อได้ ความคิดนี้ออกผลเป็นเทศกาล Smithsonian Folklife Festival และรางวัล National Heritage Awards ที่ยกย่องศิลปินพื้นบ้านอเมริกัน
Cultural equity คืออะไร
Cultural equity คือหลักที่ว่าทุกวัฒนธรรมควรมีพื้นที่ในสื่อและในหลักสูตรการศึกษาเพื่อแสดงศิลปะและคุณค่าของตัวเองอย่างเท่าเทียม ตามคำอธิบายของ Association for Cultural Equity แนวคิดนี้มาจาก Alan Lomax ซึ่งเห็นว่านักคติชนวิทยาต้องช่วยชุมชนที่ตัวเองศึกษาให้รักษาประเพณีและเล่าเรื่องตัวเองได้ในแบบของชุมชน