หน้าเปลี่ยนการตั้งค่าข้อความและการแสดงผลของ Android แยกการตั้งค่าไว้สองค่า และหน้าเปลี่ยนขนาดตัวอักษรของ Apple แยกไว้สองระดับ
| ระบบ |
เมนู |
ผล |
| Android |
Settings แล้วค้นหา Font size |
ปรับขนาดตัวอักษรด้วยแถบเลื่อน ได้ถึง 200% |
| Android |
Settings แล้วค้นหา Display size |
ปรับขนาดของทุกอย่างบนจอ รวมไอคอนและปุ่ม |
| iPhone |
Settings > Display & Brightness > Text Size |
ปรับขนาดตัวอักษรในแอปที่รองรับ Dynamic Type |
| iPhone |
Settings > Accessibility > Display & Text Size > Larger Text |
เปิดตัวเลือกตัวอักษรที่ใหญ่กว่าระดับปกติ |
Google เตือนว่าการตั้งขนาดตัวอักษรใช้กับบางแอปไม่ได้ ส่วน Apple เตือนว่าตัวอักษรที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้กดปุ่มหรือฟังก์ชันในแอปยาก ถ้าเจอปัญหานี้ให้กลับไปลดขนาดลง หน้าของ Android ยังมีปุ่ม Reset settings ให้กลับไปค่าเดิมของเครื่องได้ทันที
ควรปรับตัวอักษรใหญ่แค่ไหน
ปรับทีละขั้นแล้วให้เจ้าของเครื่องลองอ่านข้อความจริง เช่น ข้อความในแอปแชตหรือรายชื่อผู้ติดต่อ ในระยะที่ถือมือถือตามปกติ หยุดที่ขั้นที่อ่านได้โดยไม่ต้องหรี่ตาหรือยกมือถือเข้าใกล้หน้า แล้วเปิดแอปที่ใช้บ่อยสองสามแอปดูว่าปุ่มยังอยู่ครบและกดได้ ถ้าตัวอักษรใหญ่พอแต่ไอคอนยังเล็ก ให้ปรับ Display size บน Android แทนการเพิ่มตัวอักษรต่อ
นอกจากขนาดตัวอักษร มีการตั้งค่าไหนช่วยให้อ่านง่ายขึ้นอีก
หน้าเดียวกันของ Google มีอีกสามตัวเลือกในเมนู Accessibility > Display size and text ตัวแรกคือ Bold text ที่ทำให้ตัวอักษรหนาขึ้น ตัวที่สองคือ Outline text ซึ่งใช้ได้กับ Android 16 ขึ้นไป ส่วนเครื่องที่เป็น Android 15 ลงมา Google ให้ใช้ high-contrast text แทน ตัวที่สามอยู่ในหน้าเดียวกัน คือการปิดภาพเคลื่อนไหว (Remove animations) ซึ่งลดการเคลื่อนไหวบนจอระหว่างเปลี่ยนหน้า ควรเปิดทีละตัวแล้วให้เจ้าของเครื่องบอกว่าตัวไหนช่วยจริง เพราะแต่ละคนอ่านจอได้ดีด้วยการตั้งค่าคนละแบบ