หลังดูจบ ผู้ร่วมทดลองทำแบบวัดชุดเดิมซ้ำ ผลของสองกลุ่มต่างกันชัดเจน
| ผลที่วัด |
กลุ่มที่ดู Stuart |
กลุ่มที่ดูสารคดี |
| ความทนเจ็บเทียบกับก่อนดู |
เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13.1% |
ลดลงเฉลี่ย 4.6% |
| ความรู้สึกผูกพันกับกลุ่ม (IOS) |
เพิ่มขึ้น |
ไม่เปลี่ยน |
| ผลของขนาดกลุ่ม |
ไม่มีผล |
ไม่มีผล |
ที่มา: Dunbar และคณะ, Royal Society Open Science
ผู้วิจัยนับผลสุทธิของหนังต่อความทนเจ็บได้ราว 17.7% โดยรวมทั้งส่วนที่เพิ่มในกลุ่มดราม่าและส่วนที่ลดลงในกลุ่มควบคุม ขนาดของกลุ่มและเพศของผู้ร่วมทดลองไม่มีผลต่อความทนเจ็บหรือความผูกพัน ทีมตัดค่าของผู้ร่วมทดลองที่ห่างจากค่าเฉลี่ยเกินสามเท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานออกจากการวิเคราะห์ ห้าคนในกลุ่มดราม่าและสองคนในกลุ่มควบคุม
รูปร่างของความสัมพันธ์ก็บอกอะไรบางอย่าง ในกลุ่มดราม่า คนที่ความทนเจ็บไม่เพิ่มแทบไม่มีความผูกพันเปลี่ยน ส่วนคนที่ความทนเจ็บเพิ่มขึ้นมีความผูกพันเพิ่มตามสัดส่วนเป็นเส้นตรง ผู้วิจัยสรุปว่าเมื่อระบบเอ็นดอร์ฟินถูกกระตุ้น ความรู้สึกผูกพันจะได้แรงเสริมที่แยกจากอารมณ์ดีตามปกติ
ผู้วิจัยยังเสนอคำอธิบายเชิงวิวัฒนาการ การเล่าเรื่องรอบกองไฟเป็นส่วนสำคัญของบทสนทนายามค่ำในสังคมล่าสัตว์และเก็บของป่า และความรู้ที่มีร่วมกันช่วยผูกเพื่อนกับชุมชนไว้ด้วยกัน การดูหรือฟังเรื่องที่กระตุ้นอารมณ์ด้วยกันจึงอาจทำงานคล้ายการหัวเราะ การร้องเพลง และการเต้นรำ คือช่วยให้คนผูกพันกันได้ทีละหลายคน ผู้วิจัยเรียกกลไกกลุ่มนี้ว่าการไซ้ขนจากระยะไกล (grooming-at-a-distance)
ความผูกพันแบบนี้ขยายไปถึงคนนอกห้องไหม
ไม่ได้ขยายไป ผู้วิจัยอ้างงานก่อนหน้าว่าผลด้านความผูกพันแบบนี้เจาะจงกับกลุ่มที่ทำกิจกรรมร่วมกัน และไม่ได้เพิ่มความรู้สึกผูกพันกับชุมชนที่กว้างกว่า แม้เป็นชุมชนที่คนคุ้นเคยก็ตาม ถ้าธุรกิจต้องการให้คนกลุ่มหนึ่งรู้สึกใกล้กันขึ้น คนกลุ่มนั้นต้องอยู่ในห้องเดียวกันตอนดู