ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สร้าง Custom Corporate AI และ Agent ใคร​รับ​ผิด​เมื่อ​ตอบ​ผิด

อัปเดตล่าสุด 27 กันยายน 2569
เวลาอ่านประมาณ 14 นาที
สร้าง Custom Corporate AI และ Agent ใคร​รับ​ผิด​เมื่อ​ตอบ​ผิด

KEY TAKEAWAYS

3 ประเด็น

องค์กร​รับ​ผิด​ต่อ​คำ​ตอบ​ของ AI ที่​ติด​ตั้ง​ไว้​เอง

คณะ​ตุลาการ​ระงับ​ข้อ​พิพาท​ทาง​แพ่ง​ของ​บริติช​โคลัมเบีย​ปฏิเสธ​ข้อ​อ้าง​ของ​สาย​การ​บิน​ว่า​แช​ทบ​อท​เป็น​นิติบุคคล​แยก​ต่าง​หาก และ​สั่ง​ให้​ชดใช้​ส่วน​ต่าง​ค่า​ตั๋ว​ใน​คดี​ปี 2567

Agent ที่​ลงมือ​ทำได้​ต้อง​แยก​สิทธิ์​ตาม​ว่าการ​กระทำ​ย้อน​กลับ​ได้​หรือ​ไม่

รายการ​ความ​เสี่ยง​ของ OWASP สำหรับ​แอปพลิเคชัน LLM ฉบับ 2025 ระบุ​ต้น​เหตุ​ไว้​สาม​ข้อ คือ​ฟังก์ชัน สิทธิ์ และ​ความ​เป็น​อิสระ​ที่​มาก​เกิน​จำเป็น

AI ควร​เห็น​เอกสาร​ได้​เท่ากับ​คน​ที่​ถาม ไม่ใช่​เท่ากับ​ทั้ง​องค์กร

ระบบ​ที่​อ่าน​เอกสาร​ทุก​ฉบับ​แล้ว​ตอบ​ทุก​คน​เหมือน​กัน​ทำให้​เอกสาร​ลับ​รั่ว​ผ่าน​คำ​ตอบ​ได้

องค์กร​รับ​ผิด​ต่อ​คำ​ตอบ​ของ AI ที่​ติด​ตั้ง​เอง และ Agent ที่​ลงมือ​ทำได้​ต้อง​แยก​สิทธิ์​ตาม​ว่าการ​กระทำ​ย้อน​กลับ​ได้​หรือ​ไม่ เกณฑ์​ออกแบบ​จาก PHYGITAL AGENCY

ผู้​บริหาร​ที่​กำลัง​จะ​นำ AI มา​ตอบ​คำถาม​หรือ​ทำงาน​แทน​พนักงาน มัก​เริ่ม​จาก​การ​เทียบ​โมเดล​และ​ผู้​ให้​บริการ แต่​คำถาม​ที่​ควร​ถาม​ก่อน​เลือก​คือ​ถ้า​ระบบ​ตอบ​ผิด​หรือ​ทำ​ผิด ใคร​รับ​ผิด​และ​แก้​อย่างไร หัวข้อ​ถัด​ไป​อธิบาย​ความ​รับ​ผิด​ของ​องค์กร​ต่อ​คำ​ตอบ​ของ AI การ​บอก​ที่มา​ของ​คำ​ตอบ การ​แบ่ง​สิทธิ์​ของ Agent ตาม​ว่าการ​กระทำ​ย้อน​กลับ​ได้​หรือ​ไม่ และ​ชุด​คำถาม​ทดสอบ​ก่อน​เปิด​ใช้

Custom Corporate AI คือ​ระบบ AI ที่​ตอบ​คำถาม​จาก​เอกสาร​ของ​องค์กร​เอง เช่น คู่มือ​สินค้า นโยบาย​การ​คืน​เงิน หรือ​ระเบียบ​ภายใน ส่วน Autonomous Agent คือ​ระบบ​ที่​ไป​ไกล​กว่า​การ​ตอบ คือ​ลงมือ​ทำงาน​ต่อ​ได้​เอง เช่น ร่าง​อีเมล เปิด​คำ​สั่ง​ซื้อ หรือ​นัด​หมาย สอง​อย่าง​นี้​ต่าง​กัน​ตรง​จุด​ที่​ความ​ผิด​พลาด​เกิด​ขึ้น ระบบ​แรก​ผิด​ที่​ถ้อยคำ ระบบ​ที่​สอง​ผิด​ที่​การก​ระ​ทำ งาน​ออกแบบ​ระบบ​กลุ่ม​นี้​ที่ บริษัท ฟิจิ⁠ทัล เอ​เจน​ซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับ​จาก​องค์กร​ทั่ว​ประเทศ ทำ​จาก​ทีม​พัฒนา​ใน​เชียงใหม่​ผ่าน​การ​ประชุม​ทาง​ไกล​เป็น​หลัก และ​เริ่ม​จาก​คำถาม​นี้​ก่อน​การ​เขียน​โค้ด​บรรทัด​แรก

องค์กร​รับ​ผิด​ต่อ​คำ​ตอบ​ของ AI ที่​ตัว​เอง​ติด​ตั้ง

ผู้​ใช้​ที่​คุย​กับ​แช​ทบ​อ​ทบ​น​เว็บไซต์​ของ​องค์กร​เข้าใจ​ว่า​กำลัง​ได้​คำ​ตอบ​จาก​องค์กร​นั้น คดี​ที่​มี​คำ​ตัดสิน​แล้ว​ยืนยัน​ว่า​องค์กร​แยก​ตัว​เอง​ออก​จาก​คำ​ตอบ​ของ​แช​ทบ​อท​ไม่​ได้ แม้​คำ​ตอบ​นั้น​จะ​มา​จาก​ระบบ​อัตโนมัติ​ทั้งหมด

บท​วิเคราะห์​ของ Dentons Data ลง​วัน​ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 สรุป​คดี Moffatt v. Air Canada (2024 BCCRT 149) ของ​คณะ​ตุลาการ​ระงับ​ข้อ​พิพาท​ทาง​แพ่ง​แห่ง​บริติช​โคลัมเบีย แช​ทบ​อท​ของ​สาย​การ​บิน​บอก​ผู้​โดยสาร​ว่า​ขอ​ค่า​โดยสาร​อัตรา​พิเศษ​กรณี​ไว้​ทุกข์​ย้อน​หลัง​ได้​ภายใน 90 วัน​นับ​จาก​วัน​ออก​ตั๋ว ซึ่ง​ไม่​ตรง​กับ​นโยบาย​จริง สาย​การ​บิน​โต้​แย้ง​ว่า​แช​ทบ​อท​เป็น​นิติบุคคล​แยก​ต่าง​หาก​ที่​รับ​ผิด​ชอบ​การก​ระ​ทำ​ของ​ตัว​เอง คณะ​ตุลาการ​ปฏิเสธ​ข้อ​อ้าง​นี้ โดย​ระบุ​ว่า​แช​ทบ​อท​ยัง​เป็น​เพียง​ส่วน​หนึ่ง​ของ​เว็บไซต์​ของ​สาย​การ​บิน และ​สาย​การ​บิน​ต้อง​รับ​ผิด​ชอบ​ข้อมูล​ทั้งหมด​บน​เว็บไซต์​ของ​ตัว​เอง ผล​คือ​สาย​การ​บิน​ต้อง​รับ​ผิด​ฐาน​ให้​ข้อมูล​ผิด​โดย​ประมาท​เลินเล่อ และ​ชดใช้ 650.88 ดอลลาร์​แคนาดา พร้อม​ดอกเบี้ย​และ​ค่า​ธรรมเนียม

คดี​นี้​ตัดสิน​ตาม​กฎหมาย​แคนาดา และ​ยัง​ไม่มี​คำ​พิพากษา​ไทย​ใน​ประเด็น​เดียวกัน​ให้​อ้างอิง​ได้ สิ่ง​ที่​ใช้ได้​ทันที​คือ​หลัก​คิด​ใน​การ​ออกแบบ ถ้า​องค์กร​ไม่​พร้อม​รับ​ผิด​ต่อ​คำ​ตอบ​ประเภท​ใด ก็​ไม่​ควร​ให้ AI ตอบ​คำถาม​ประเภท​นั้น​เอง​ตั้งแต่​แรก

ใส่​ข้อความ​ว่า AI อาจ​ตอบ​ผิด​ไว้​ใต้​หน้า​แชท พอ​หรือ​ไม่

ข้อความ​เตือน​ช่วย​ให้​ผู้​ใช้​ระวัง​ขึ้น แต่​ไม่​ได้​ทำให้​คำ​ตอบ​ที่​ผิดก​ลาย​เป็น​ถูก และ​คดี​ข้าง​ต้น​แสดง​ว่า​องค์กร​แยก​ตัว​เอง​ออก​จาก​แช​ทบ​อท​ไม่​ได้ ทาง​ที่​ลด​ความ​เสี่ยง​ได้​จริง​คือ​แยก​คำถาม​ที่​มี​ผล​ต่อ​เงิน​หรือ​สิทธิ์​ของ​ลูกค้า เช่น เงื่อนไข​การ​คืน​เงิน ค่า​ธรรมเนียม หรือ​การ​รับ​ประกัน ให้​ระบบ​ตอบ​ด้วย​ข้อความ​จาก​เอกสาร​นโยบาย​ตรง​ตัว​พร้อม​ลิงก์​ไป​หน้า​นโยบาย แทน​การ​ให้ AI เรียบ​เรียง​คำ​ตอบ​เอง

คำ​ตอบ​จาก​เอกสาร​องค์กร​ต้อง​บอก​ได้​ว่า​มา​จาก​เอกสาร​ฉบับ​ไหน

ระบบ​ที่​ค้น​เอกสาร​ก่อน​แล้ว​จึง​เรียบ​เรียง​คำ​ตอบ หรือ​ที่​เรียก​ว่า RAG ลด​โอกาส​การ​แต่ง​คำ​ตอบ​ขึ้น​เอง​ได้ แต่​ไม่​ได้​ทำให้​หาย​ไป ระบบ​ยัง​อาจ​หยิบ​เอกสาร​ผิด​ฉบับ ผสม​ข้อความ​จาก​สอง​ฉบับ​ที่​ขัด​กัน หรือ​เติม​ราย​ละเอียด​ที่​ไม่มี​ใน​เอกสาร​เลย สิ่ง​ที่​ทำให้​ตรวจ​ได้​คือ​ทุก​คำ​ตอบ​ต้อง​ระบุ​ว่า​อ้าง​จาก​เอกสาร​ฉบับ​ไหน ส่วน​ไหน

เงื่อนไข​ที่​ต้อง​กำหนด​ตั้งแต่​ออกแบบ​มี​สาม​ข้อ ข้อ​แรก​คือ​เมื่อ​ค้น​ไม่​เจอ​เอกสาร​ที่​ตรง ระบบ​ต้อง​ตอบ​ว่า​ไม่​พบ​ข้อมูล​และ​ส่ง​ต่อ​ให้​คน แทน​การ​ตอบ​จาก​ความ​รู้​ทั่วไป​ของ​โมเดล ข้อ​ที่​สอง​คือ​เอกสาร​ทุก​ฉบับ​ต้อง​มี​เจ้าของ​และ​วัน​ที่​แก้ไข​ล่าสุด เพื่อ​ให้​รู้​ว่า​ฉบับ​ไหน​หมด​อายุ ข้อ​ที่​สาม​คือ​เอกสาร​ที่​ขัด​กัน​ต้อง​ถูก​แก้​ที่​ต้นทาง ไม่ใช่​ปล่อย​ให้​ระบบ​เลือก​เอง

สถานการณ์ สิ่ง​ที่​ระบบ​ควร​ทำ
พบ​เอกสาร​ที่​ตรง​คำถาม​ฉบับ​เดียว ตอบ​พร้อม​ระบุ​ชื่อ​เอกสาร​และ​ส่วน​ที่​อ้าง
พบ​เอกสาร​สอง​ฉบับ​ที่​ขัด​กัน ไม่​เลือก​เอง แจ้ง​ว่า​ข้อมูล​ไม่​ตรง​กัน​และ​ส่ง​ต่อ​ให้​เจ้าของ​เอกสาร
ไม่​พบ​เอกสาร​ที่​ตรง ตอบ​ว่า​ไม่​พบ​ข้อมูล และ​เปิด​ช่อง​ทาง​ติดต่อ​เจ้า​หน้าที่
คำถาม​เกี่ยว​กับ​เงิน​หรือ​สิทธิ์​ของ​ลูกค้า ยก​ข้อความ​นโยบาย​ตรง​ตัว​พร้อม​ลิงก์ ไม่​เรียบ​เรียง​ใหม่

ทำไม AI ที่​ค้น​จาก​เอกสาร​แล้ว​ยัง​ตอบ​ผิด​ได้

เพราะ​ขั้น​ค้น​กับ​ขั้น​เรียบ​เรียง​เป็น​คนละ​ขั้น ขั้น​ค้น​อาจ​หยิบ​เอกสาร​ที่​มี​คำ​คล้าย​กัน​แต่​พูด​ถึง​สินค้า​อีก​รุ่น ส่วน​ขั้น​เรียบ​เรียง​อาจ​เติม​คำ​เชื่อม​ที่​ทำให้​ความ​หมาย​เปลี่ยน เช่น เปลี่ยน​คำ​ว่า​อาจ​จะ​เป็น​ได้​แน่นอน การ​ตรวจ​ที่​ได้​ผล​จึง​ต้อง​ดู​ทั้ง​สอง​ขั้น คือ​เอกสาร​ที่​ถูก​หยิบ​มา​ตรง​คำถาม​หรือ​ไม่ และ​คำ​ตอบ​พูด​เกิน​กว่า​ที่​เอกสาร​เขียน​ไว้​หรือ​ไม่

สิทธิ์​ของ Agent แยก​ตาม​ว่าการ​กระทำ​ย้อน​กลับ​ได้​หรือ​ไม่

คำ​ตอบ​ที่​ผิด​ยัง​แก้​ด้วย​ข้อความ​ใหม่​ได้ แต่ Agent ที่​ส่ง​อีเมล​ถึง​ลูกค้า สั่ง​จัด​ส่ง​สินค้า หรือ​คืน​เงิน​ผิด​คน ได้​ทำ​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​แล้ว​ใน​โลก​จริง เกณฑ์​ที่​ใช้​แบ่ง​สิทธิ์​ของ Agent จึง​ไม่ใช่​ความ​ซับ​ซ้อน​ของ​งาน แต่​เป็น​ความ​ยาก​ใน​การ​ย้อน​กลับ​เมื่อ​ผิด

รายการ​ความ​เสี่ยง​อันดับ​ต้น​ของ​แอปพลิเคชัน LLM ฉบับ 2025 ของ OWASP ใน​หัวข้อ Excessive Agency อธิบาย​ว่า​เป็น​ช่อง​โหว่​ที่​ทำให้​ระบบ​กระทำ​การ​ที่​สร้าง​ความ​เสีย​หาย​จาก​ผลลัพธ์​ของ​โมเดล​ที่​ผิด​คาด กำกวม หรือ​ถูก​บิดเบือน ไม่​ว่า​สาเหตุ​จะ​มา​จาก​อะไร และ​ระบุ​ต้น​เหตุ​ไว้​สาม​ข้อ คือ​ฟังก์ชัน​มาก​เกิน​ไป สิทธิ์​มาก​เกิน​ไป และ​ความ​เป็น​อิสระ​มาก​เกิน​ไป แนวทาง​ลด​ความ​เสี่ยง​ข้อ​หนึ่ง​คือ​ให้​มนุษย์​อนุมัติ​การก​ระ​ทำ​ที่​มี​ผลก​ระ​ทบ​สูง​ก่อน​ระบบ​ลงมือ

ระดับ​ของ​การก​ระ​ทำ ตัวอย่าง เงื่อนไข​ที่​ควร​ตั้ง
อ่าน​อย่าง​เดียว ค้น​ประวัติ​คำ​สั่ง​ซื้อ อ่าน​เอกสาร ทำ​เอง​ได้ ภายใน​สิทธิ์​ของ​ผู้​ใช้​ที่​ถาม
ร่าง​แต่​ยัง​ไม่​ส่ง ร่าง​อีเมล​ตอบ​ลูกค้า ร่าง​ใบ​เสนอ​ราคา ทำ​เอง​ได้ คน​ตรวจ​ก่อน​ส่ง
ส่ง​หรือ​บันทึก​ภายใน​องค์กร เปิด​งาน​ใน​ระบบ​ภายใน แจ้ง​ทีม​ที่​เกี่ยวข้อง ทำ​เอง​ได้ พร้อม​บันทึก​ทุก​รายการ
มี​ผล​ต่อ​คนนอก​หรือ​ต่อ​เงิน ส่ง​อีเมล​ถึง​ลูกค้า สั่ง​จัด​ส่ง คืน​เงิน ต้อง​มี​คน​อนุมัติ​ทุก​ครั้ง

Agent ที่​ต้อง​รอ​คน​อนุมัติ​ทุก​ครั้ง ยัง​คุ้ม​ที่​จะ​ทำ​ไหม

คุ้ม​ใน​งาน​ที่​ขั้น​เตรียม​กิน​เวลา​มากกว่า​ขั้น​ตัดสิน​ใจ เช่น การ​รวบรวม​ประวัติ​ลูกค้า ตรวจ​เงื่อนไข และ​ร่าง​คำ​ตอบ ซึ่ง​กิน​เวลา​ของ​คนใน​ทุก​รายการ เมื่อ Agent เตรียม​ทั้งหมด​ไว้​แล้ว คน​เหลือ​เพียง​อ่าน​และ​กด​อนุมัติ งาน​ที่​ไม่​คุ้ม​คือ​งาน​ที่​การ​ตัดสิน​ใจ​เอง​กิน​เวลา​ส่วน​ใหญ่​อยู่​แล้ว เพราะ​การ​อนุมัติ​ไม่​ได้​ช่วย​ลด​เวลา​ตรง​นั้น

AI เห็น​เอกสาร​ได้​เท่ากับ​คน​ที่​ถาม

ระบบ​ที่​นำ​เอกสาร​ทั้ง​องค์กร​ไป​รวม​ใน​ที่​เดียว​แล้ว​ให้​ทุก​คน​ถาม​ได้ มัก​ลืม​ว่า​เอกสาร​เหล่า​นั้น​เดิม​มี​สิทธิ์​เข้า​ถึง​ไม่​เท่า​กัน ตาราง​เงิน​เดือน สัญญา​กับ​คู่​ค้า หรือ​รายงาน​ภายใน​ที่​จำกัด​ผู้​อ่าน อาจ​ถูก​หยิบ​มา​เรียบ​เรียง​เป็น​คำ​ตอบ​ให้​พนักงาน​ที่​ไม่มี​สิทธิ์​เปิด​ไฟล์​นั้น​โดยตรง

หลัก​ที่​ใช้​คือ AI ต้อง​ค้น​ได้​เฉพาะ​เอกสาร​ที่​ผู้​ถาม​คน​นั้น​มี​สิทธิ์​เปิด​อยู่​แล้ว ไม่ใช่​เอกสาร​ทั้งหมด​ที่​ระบบ​เข้า​ถึง​ได้ ข้อ​นี้​ตรง​กับ​ต้น​เหตุ​เรื่อง​สิทธิ์​มาก​เกิน​ไป​ใน​รายการ​ของ OWASP และ​ต้อง​ออกแบบ​ตั้งแต่​ขั้น​นำ​เอกสาร​เข้า​ระบบ เพราะ​การก​รอง​คำ​ตอบ​ทีหลัง​ไม่​ได้​กัน​ข้อมูล​ที่​ถูก​เรียบ​เรียง​ไป​แล้ว

อีก​เรื่อง​ที่​ต้อง​ตัดสิน​คือ​เอกสาร​ที่​มี​ข้อมูล​ส่วน​บุคคล​ของ​ลูกค้า​หรือ​พนักงาน การนำ​เอกสาร​กลุ่ม​นี้​เข้า​ระบบ AI คือ​การ​ใช้​ข้อมูล​เพื่อ​วัตถุประสงค์​ใหม่ ซึ่ง​ต้อง​ตรวจ​กับ​วัตถุประสงค์​ที่​แจ้ง​ไว้​เดิม หลัก​การ​เดียว​กับ​ที่​อธิบาย​ไว้​ในที่​ปรึกษา​วาง​โครงสร้าง MarTech ย้าย​ข้อมูล​ออก​ได้​แค่​ไหน เรื่อง​ลำดับ​ข้อมูล​ก่อน​เครื่อง​มือ

ข้อมูล​ที่​ส่ง​เข้า AI จะ​ถูก​นำ​ไป​ฝึก​โมเดล​สาธารณะ​ไหม

ขึ้น​กับ​เงื่อนไข​ของ​ผู้​ให้​บริการ​โมเดล​แต่ละ​ราย​และ​แพ็ก​เก​จ​ที่​ใช้ ไม่ใช่​ขึ้น​กับ​ว่า​ระบบ​ถูก​เรียก​ว่า​ส่วน​ตัว​หรือ​ไม่ สิ่ง​ที่​ต้อง​ตรวจ​จาก​เอกสาร​ข้อ​ตกลง​จริง​ก่อน​เซ็น​มี​สาม​ข้อ คือ​ข้อมูล​ที่​ส่ง​เข้าไป​ถูก​นำ​ไป​ฝึก​โมเดล​หรือ​ไม่ ถูก​เก็บ​ไว้​นาน​เท่าไร และ​เก็บ​ไว้​ใน​ประเทศ​ใด คำ​ตอบ​ของ​สาม​ข้อ​นี้​ควร​อยู่​ใน​เอกสาร ไม่ใช่​มา​จาก​คำ​ยืนยัน​ของ​ฝ่าย​ขาย

ชุด​คำถาม​ทดสอบ​ก่อน​เปิด​ใช้ และ​ทุก​ครั้ง​ที่​เอกสาร​เปลี่ยน

ระบบ AI ที่​ไม่มี​ชุด​ทดสอบ​ถูก​ตัดสิน​ว่า​ใช้ได้​จาก​การ​ลอง​ถาม​ไม่​กี่​ข้อ​ใน​วัน​สาธิต ซึ่ง​มัก​เป็น​คำถาม​ที่​ตอบ​ง่าย คำถาม​ที่​ทำให้​ระบบ​พลาด​จริง​คือ​คำถาม​กำกวม คำถาม​ที่​คำ​ตอบ​อยู่​ใน​เอกสาร​สอง​ฉบับ และ​คำถาม​ที่​ไม่มี​คำ​ตอบ​ใน​เอกสาร​เลย

ชุด​ทดสอบ​ที่​ใช้ได้​ควร​มี​คำถาม​จริง​จาก​ช่อง​ทาง​บริการ​ลูกค้า​หรือ​จาก​พนักงาน พร้อม​คำ​ตอบ​ที่​เจ้าของ​เอกสาร​ยืนยัน​แล้ว แบ่ง​เป็นก​ลุ่ม​คำถาม​ที่​ต้อง​ตอบ​ได้ กลุ่ม​ที่​ต้อง​ตอบ​ว่า​ไม่​ทราบ และ​กลุ่ม​ที่​ต้อง​ปฏิเสธ เช่น คำขอ​ข้อมูล​ที่​ผู้​ถาม​ไม่มี​สิทธิ์ ชุด​นี้​ต้อง​รัน​ซ้ำ​ทุก​ครั้ง​ที่​เปลี่ยน​เอกสาร เปลี่ยน​โมเดล หรือ​เปลี่ยน​ข้อความ​สั่ง​งาน​ของ​ระบบ เพราะ​การ​เปลี่ยน​เล็ก​น้อย​ทำให้​คำ​ตอบ​ที่​เคย​ถูก​เปลี่ยน​ไป​ได้

ชุด​คำถาม​ทดสอบ​ควร​มี​กี่​ข้อ

ไม่มี​ตัวเลข​เดียว​ที่​ใช้ได้​ทุก​องค์กร เกณฑ์​ที่​ใช้ได้​จริง​คือ​ครอบคลุม​ทุก​หัวข้อ​หลัก​ที่​ระบบ​จะ​ตอบ หัวข้อ​ละ​หลาย​รูป​แบบ​การ​ถาม และ​มี​คำถาม​ที่​ต้อง​ตอบ​ว่า​ไม่​ทราบ​ปน​อยู่​ด้วย​เสมอ ชุด​ที่​ดี​เติบโต​ตาม​การ​ใช้​งาน คำถาม​จริง​ที่​ระบบ​ตอบ​พลาด​หลัง​เปิด​ใช้​ควร​ถูก​เพิ่ม​เข้า​ชุด​ทุก​ครั้ง เพื่อ​ให้​ความ​ผิด​พลาด​แบบ​เดิม​ถูก​จับ​ได้​ใน​รอบ​ทดสอบ​ถัด​ไป

ช่วง​แรก​หลัง​เปิด​ใช้ ฟิจิ⁠ทัล เอ​เจน​ซี เฝ้า​ดู​อะไร​บ้าง

ช่วง​แรก​หลัง​เปิด​ใช้​คือ​ช่วง​ที่​คำถาม​จริง​ต่าง​จาก​คำถาม​ใน​ชุด​ทดสอบ​มาก​ที่สุด สิ่ง​ที่​เฝ้า​ดู​แบ่ง​ได้​เป็น​สาม​กลุ่ม เริ่ม​จาก​คำถาม​ซึ่ง​ระบบ​ตอบ​ว่า​ไม่​พบ​ข้อมูล ซึ่ง​บอก​ว่า​เอกสาร​ชุด​ไหน​ยัง​ขาด กลุ่ม​ที่​สอง​คือ​คำ​ตอบ​ที่​ผู้​ใช้​กด​ว่า​ไม่​ช่วย หรือ​ถาม​ซ้ำ​ด้วย​คำ​อื่น​ทันที กลุ่ม​ที่​สาม​คือ​รายการ​ที่ Agent ส่ง​ขอ​อนุมัติ​แล้ว​ถูก​ปฏิเสธ ซึ่ง​บอก​ว่า​เงื่อนไข​การ​ตัดสิน​ใจ​ของ Agent ยัง​คลาด​จาก​ที่​คน​ทำ

ทั้ง​สาม​กลุ่ม​ถูก​นำ​ไป​แก้​ที่​ต้นทาง คือ​เพิ่ม​หรือ​แก้​เอกสาร ปรับ​เงื่อนไข​ของ Agent และ​เพิ่ม​คำถาม​เข้า​ชุด​ทดสอบ การ​แก้​ที่​ข้อความ​สั่ง​งาน​ของ AI อย่าง​เดียว​โดย​ไม่​แก้​เอกสาร​มัก​ทำให้​ปัญหา​ย้าย​ไป​โผล่​ที่​คำถาม​อื่น งาน​ส่ง​ต่อ​บท​สนทนา​ให้​เจ้า​หน้าที่ ซึ่ง​เป็น​ทางออก​ของ​คำถาม​ที่​ระบบ​ตอบ​ไม่​ได้ อธิบาย​ไว้​ในรับ​เซ็​ตระ​บบ Chatbot AI กับ​หน้าต่าง​เวลา​ที่​แพลตฟอร์ม​กำหนด

ใคร​ใน​องค์กร​ควร​เป็น​เจ้าของ​ระบบ AI หลัง​ส่ง​มอบ

ควร​แยก​เจ้าของ​เป็น​สอง​บทบาท บทบาท​แรก​คือ​เจ้าของ​เนื้อหา ซึ่ง​รับ​ผิด​ชอบ​ให้​เอกสาร​ถูก​ต้อง​และ​ทัน​สมัย มัก​เป็น​ฝ่าย​ที่​ดูแล​นโยบาย​หรือ​สินค้า​นั้น​อยู่​แล้ว บทบาท​ที่​สอง​คือ​เจ้าของ​ระบบ ซึ่ง​ดูแล​สิทธิ์​การ​เข้า​ถึง ชุด​ทดสอบ และ​การ​อนุมัติ​ของ Agent การ​รวม​สอง​บทบาท​ไว้​ที่​ฝ่าย​ไอที​ฝ่าย​เดียว​ทำให้​เอกสาร​ล้า​สมัย​โดย​ไม่มี​ใคร​รู้ เพราะ​ฝ่าย​ไอที​ไม่รู้​ว่าน​โย​บาย​เปลี่ยน​เมื่อไร ระบบ AI ที่​ต้อง​พูด​แทน​แบรนด์​ต่อ​หน้า​ผู้​ชม​จำนวน​มาก​พร้อม​กัน เช่น ผู้นำ​เสนอ​เสมือน​ใน​การ​ขาย​สด มี​เงื่อนไข​เรื่อง​การ​เปิด​เผย​ตัว​ตน​เพิ่ม​อีก​ชั้น อธิบาย​ไว้​ในสร้าง Virtual KOL และ​ไลฟ์​ขาย​ของ​ด้วย AI ต้อง​ติด​ป้าย​เมื่อไร

เขียน​รายการ​สิ่ง​ที่ Agent ห้าม​ทำ ก่อน​รายการ​สิ่ง​ที่​ทำได้

งาน​แรก​คือ​เขียน​รายการ​การก​ระ​ทำ​ที่ Agent ห้าม​ทำ​เอง​โดย​ไม่มี​คน​อนุมัติ เช่น ส่ง​ข้อความ​ถึง​ลูกค้า แก้​ราคา คืน​เงิน หรือ​ลบ​ข้อมูล รายการ​นี้​สั้น​และ​ตัดสิน​ได้​เร็ว​กว่า​รายการ​สิ่ง​ที่​อยาก​ให้​ทำ และ​เป็น​ตัว​กำหนด​ว่า​ระบบ​ต้อง​มี​ขั้น​อนุมัติ​ตรง​ไหน

งาน​ที่​สอง​คือ​เขียน​คำถาม​ที่​องค์กร​ไม่​พร้อม​รับ​ผิด​ถ้า​ตอบ​ผิด แล้ว​กำหนด​ว่า​คำถาม​กลุ่ม​นี้​ตอบ​ด้วย​ข้อความ​นโยบาย​ตรง​ตัว​หรือ​ส่ง​ต่อ​ให้​คน งาน​ที่​สาม​คือ​เลือก​เอกสาร​ชุด​แรก​ที่​มี​เจ้าของ​ชัด แล้ว​เขียน​คำถาม​ทดสอบ​จาก​คำถาม​จริง​ที่​พนักงาน​ได้​รับ สาม​งาน​นี้​ทำได้​ก่อน​เลือก​โมเดล​หรือ​ผู้​ให้​บริการ และ​ทำให้​การ​คุย​เรื่อง​เทคโนโลยี​หลัง​จาก​นั้น​มี​กรอบ​ชัดเจน

สรุป

องค์กร​รับ​ผิด​ต่อ​คำ​ตอบ​ของ AI ที่​ติด​ตั้ง​ไว้​เอง คดี Moffatt v. Air Canada ปี 2567 ปฏิเสธ​ข้อ​อ้าง​ว่า​แช​ทบ​อท​เป็น​นิติบุคคล​แยก​ต่าง​หาก ระบบ​ที่​ตอบ​จาก​เอกสาร​จึง​ต้อง​อ้าง​เอกสาร​ได้​และ​ตอบ​ว่า​ไม่​ทราบ​เมื่อ​ไม่​พบ​ข้อมูล ส่วน Agent ที่​ลงมือ​ทำได้​ต้อง​แยก​สิทธิ์​ตาม​ความ​ยาก​ใน​การ​ย้อน​กลับ ตาม​แนวทาง​เรื่อง Excessive Agency ของ OWASP ฉบับ 2025 และ AI ต้อง​เห็น​เอกสาร​ได้​เท่ากับ​คน​ที่​ถาม​เท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แช​ทบ​อท​แบบ​สคริปต์​ตอบ​ได้​เฉพาะ​คำถาม​ที่​ตั้ง​ไว้​ล่วง​หน้า และ​ตอบ​ด้วย​ข้อความ​เดิม​ทุก​ครั้ง ส่วน​ระบบ AI ที่​อ่าน​เอกสาร​องค์กร​ตอบ​คำถาม​ที่​ไม่​ได้​ตั้ง​ไว้​ได้ โดย​เรียบ​เรียง​คำ​ตอบ​ใหม่​ทุก​ครั้ง ความ​ยืดหยุ่น​นี้​ทำให้​ต้อง​มี​ชุด​ทดสอบ การ​อ้าง​เอกสาร และ​ขอบเขต​คำถาม​ที่​ห้าม​เรียบ​เรียง​เอง ซึ่ง​แช​ทบ​อท​แบบ​สคริปต์​ไม่​ต้อง​มี

เอกสาร​ที่​ใช้ได้​ดี​ที่สุด​คือ​เอกสาร​ที่​มี​เจ้าของ มี​วัน​ที่​แก้ไข​ล่าสุด และ​ไม่​ขัด​กันเอง งาน​แรก​จึง​มัก​เป็นการ​คัด​เอกสาร​ฉบับ​เก่า​หรือ​ฉบับ​ซ้ำ​ออก และ​รวม​คำ​ตอบ​ของ​คำถาม​ที่​พนักงาน​ตอบ​กัน​ด้วย​ปาก​เปล่า​ให้​เป็น​ลาย​ลักษณ์​อักษร ช่วง​นี้​มัก​ใช้​เวลา​มากกว่า​ที่​องค์กร​คาด และ​เป็น​ช่วง​ที่​ทำให้​ระบบ​ตอบ​ถูก​มาก​ที่สุด

การ​เริ่ม​ใช้​ภายใน​ก่อน​ช่วย​ให้​เห็น​คำ​ตอบ​ที่​ผิด​ใน​วง​ที่​ยัง​แก้​ได้ พนักงาน​ที่​รู้​คำ​ตอบ​อยู่​แล้ว​เป็น​ผู้​ทดสอบ​ที่​ดี เพราะ​จับ​คำ​ตอบ​ที่​ผิด​ได้​ทันที เมื่อ​คำ​ตอบ​ใน​หัวข้อ​หลัก​ถูก​ต้อง​สม่ำเสมอ​แล้ว ค่อย​เปิด​ให้​ลูกค้า​ใช้​ที​ละ​หัวข้อ โดย​เริ่ม​จาก​หัวข้อ​ที่​ไม่​เกี่ยว​กับ​เงิน​หรือ​สิทธิ์​ของ​ลูกค้า

ข้อความ​ที่​ผู้​ใช้​พิมพ์​เข้า​มา​อาจ​มี​คำ​สั่ง​แฝง​ที่​ตั้งใจ​ให้​ระบบ​ทำ​นอก​หน้าที่ ทาง​ป้องกัน​หลัก​คือ​การ​จำกัด​สิ่ง​ที่​ระบบ​ทำได้​ตั้งแต่​ต้น การ​เขียน​คำ​สั่ง​ให้ AI ระวัง​อย่าง​เดียว​ไม่​พอ ถ้า Agent ไม่มี​สิทธิ์​คืน​เงิน​หรือ​ส่ง​ข้อมูล​ออก​นอก​องค์กร​โดย​ไม่มี​คน​อนุมัติ การ​หลอก​สำเร็จ​ก็​ไม่​ทำให้​เกิด​ความ​เสีย​หาย​จริง

แยก​ได้​เป็น​ค่า​พัฒนา​ครั้ง​แรก ค่า​ใช้​โมเดล​ตาม​ปริมาณ​การ​ใช้​งาน และ​ค่า​ดูแล​ต่อ​เนื่อง ส่วน​ที่​มัก​ถูก​ประเมิน​ต่ำ​คือ​ค่า​ดูแล ซึ่ง​รวม​การ​แก้​เอกสาร การ​รัน​ชุด​ทดสอบ และ​การ​ตรวจ​รายการ​ที่ Agent ขอ​อนุมัติ องค์กร​ที่​คิด​เฉพาะ​ค่า​พัฒนา​จะ​ได้​ระบบ​ที่​คุณภาพ​ลด​ลง​ตาม​เวลา​เมื่อ​เอกสาร​เปลี่ยน​แต่​ไม่มี​ใคร​ดูแล

ย้าย​ได้​ถ้า​ออกแบบ​ให้​ส่วน​เอกสาร ชุด​ทดสอบ และ​เงื่อนไข​ของ Agent แยก​จาก​ตัว​โมเดล ส่วน​เหล่า​นี้​คือ​ทรัพย์สิน​จริง​ของ​องค์กร ส่วน​ตัว​โมเดล​เปลี่ยน​ได้ ชุด​ทดสอบ​เดิม​ใช้​ตัดสิน​ได้​ทันที​ว่า​โมเดล​ใหม่​ตอบ​ได้​ดี​เท่า​เดิม​หรือ​ไม่ ก่อน​ย้าย​การ​ใช้​งาน​จริง

งาน​เกือบ​ทั้งหมด​ทำ​ผ่าน​การ​ประชุม​ทาง​ไกล ทั้ง​การ​คัด​เอกสาร การ​เขียน​ชุด​ทดสอบ และ​การ​ตรวจ​ผล เพราะ​ระบบ​ทำงาน​บน​คลา​วด์​หรือ​เซิร์ฟเวอร์​ของ​องค์กร​อยู่​แล้ว ทีม​ใน​เชียงใหม่​ลงพื้น​ที่​เมื่อ​ต้อง​สัมภาษณ์​พนักงาน​หน้า​งาน​เพื่อ​เก็บ​คำถาม​จริง หรือ​เมื่อ​ต้อง​อบรม​ผู้​อนุมัติ​รายการ​ของ Agent ใน​วัน​เปิด​ใช้

PHYGITAL INSIGHT

ฟิจิ⁠ทัล​ให้​ผู้​ว่า​จ้าง​เขียน​รายการ​คำถาม​ที่​องค์กร​ไม่​พร้อม​รับ​ผิด​ถ้า​ตอบ​ผิด ก่อน​ออกแบบ​ว่า AI จะ​ตอบ​อะไร​ได้​บ้าง เพราะ​รายการ​นั้น​คือ​ขอบเขต​ที่​ต้อง​ตอบ​ด้วย​ข้อความ​นโยบาย​ตรง​ตัว​หรือ​ส่ง​ต่อ​ให้​คน บริการ​แช​ทบ​อ​ทอัจฉ​ริ​ยะ​ของ​ฟิจิ⁠ทัล ใน​ส่วน​งาน Custom Corporate AI จึง​เปิด​สิทธิ์​ให้ Agent ส่ง​อะไร​ถึง​คนนอก​ได้​ก็​ต่อ​เมื่อ​มี​คน​กด​อนุมัติ

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง

อยาก​ให้ AI ตอบ​คำถาม​และ​ทำงาน​แทน​ทีม แต่​ยัง​ไม่​แน่ใจ​ว่า​ควร​ให้​สิทธิ์​ถึง​ไหน

ให้ PHYGITAL AGENCY ออกแบบ​ระบบ AI ของ​องค์กร​คุณ ตั้งแต่​การ​แยก​คำถาม​ที่​ต้อง​ตอบ​ด้วย​นโยบาย​ตรง​ตัว การ​อ้าง​เอกสาร​ใน​ทุก​คำ​ตอบ การ​จำกัด​สิทธิ์​ตาม​ผู้​ถาม ไป​จนถึง​ขั้น​อนุมัติ​ของ Agent สำหรับ​ทุก​การก​ระ​ทำ​ที่​มี​ผล​ต่อ​คนนอก​หรือ​ต่อ​เงิน

PARANATH PANARATANA

WRITTEN BY

PARANATH PANARATANA

CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY

ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย