เกณฑ์ที่นับจำนวนชิ้นต่อเดือนไม่ได้บอกให้ใครรีบ แต่ทีมที่ต้องส่ง 60 ชิ้นต่อเดือนต้องปิดงานราวสามชิ้นต่อวันทำการ วันที่ลูกค้าส่งแก้หรือบรีฟมาช้า งานที่ค้างจะไปกองรวมกับงานของวันถัดไป ทีมจึงอยู่ในวันแบบที่งานวิจัยบันทึกไว้ว่าคะแนนแรงกดดันสูงต่อเนื่องหลายวัน และผลต่อการคิดงานใหม่ค้างไปอีกหนึ่งถึงสองวันหลังจากนั้น
ผลที่เห็นในงานจริงคือ ทีมหยิบแม่แบบเดิมมาใช้ เพราะแม่แบบเดิมปิดงานได้เร็วที่สุด เกณฑ์ผ่าน ตัวเลขครบ แต่ไม่มีงานชิ้นไหนที่ทีมได้ลองวิธีใหม่ ผู้เขียนงานวิจัยสรุปไว้ในส่วนอภิปรายว่า แรงกดดันด้านเวลาเป็นปัจจัยที่ผู้จัดการคุมได้โดยตรงมากกว่าปัจจัยอื่น เช่น บุคลิกของพนักงาน และเสนอให้ผู้จัดการกันเวลาไว้ให้คนที่งานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง
ทีมเล็กยืมวิธีบันทึกรายวันของงานวิจัยมาใช้ได้ไหม
ได้ในรูปที่เบากว่า งานวิจัยใช้คำถามปลายเปิดข้อเดียวให้เล่าหนึ่งเหตุการณ์ของวัน ความยาวเฉลี่ย 55 คำ ทีมในบริษัทยืมหลักเดียวกันได้ด้วยบันทึกหนึ่งบรรทัดท้ายวันในแชตงาน ให้แต่ละคนตอบสองข้อ วันนี้รู้สึกถูกเร่งแค่ไหนจาก 1 ถึง 7 และวันนี้ได้ลองอะไรใหม่ในงานไหม
ทำต่อเนื่องสี่สัปดาห์แล้วดูภาพรวม ไม่ต้องให้คะแนนใคร สิ่งที่หัวหน้าจะเห็นคือช่วงไหนของเดือนที่คะแนนแรงกดดันขึ้นพร้อมกันทั้งทีม และช่วงนั้นมักตรงกับงานของลูกค้ารายไหน ข้อควรระวังคือต้องบอกทีมก่อนเริ่มว่าบันทึกนี้ไม่ได้ใช้ประเมินผลงานรายคน ถ้าคนในทีมคิดว่าคะแนนนี้มีผลต่อการประเมิน คำตอบจะไม่ตรงกับความจริง
งานผลิตซ้ำยังนับจำนวนชิ้นได้ไหม
นับได้ และควรนับ งานที่มีแม่แบบแล้ว เช่น ปรับขนาดภาพลงหลายช่องทาง เปลี่ยนราคาบนภาพโปรโมชัน หรือใส่ซับไตเติลตามรูปแบบเดิม ต้องการความเร็วและความถูกต้อง ปัญหาเกิดเมื่อเกณฑ์เดียวกันไปใช้กับงานที่ต้องคิดใหม่ เช่น แนวคิดแคมเปญ หรือคลิปเปิดตัวสินค้าใหม่ ทางแก้คือแยกงานสองแบบออกจากกันตั้งแต่ในเกณฑ์ประเมิน และให้แต่ละแบบมีตัวชี้วัดของตัวเอง