ธุรกิจที่ขายที่พัก ทัวร์ และกิจกรรมกลางแจ้งในเชียงใหม่ต้องวางแผนรอบฤดูฝุ่นควันทุกปี ส่วนธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการด้านอากาศสะอาดก็ต้องรู้ว่าช่วงไหนลูกค้าต้องการมากที่สุด ไฟล์จุดความร้อนรายจุดของจังหวัดบอกได้ว่าไฟเกิดเดือนไหน อำเภอไหน และบนพื้นที่ประเภทใด ข้อมูลชุดนี้จึงใช้วางปฏิทินงานได้ละเอียดกว่าการจำจากประสบการณ์ของปีที่แล้ว
Clean Air Economy เชียงใหม่ จุดความร้อน 4,709 จุดในปี 2568

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นไฟล์จุดความร้อนของจังหวัดซึ่งใช้ข้อมูลจาก GISTDA นับได้ 4,709 จุดระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม 2568
เดือนมีนาคมเดือนเดียวมี 3,166 จุด หรือ 67.2% ของทั้งช่วง
จุดความร้อน 4,481 จุด (95.2%) อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบประเภทป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ
ส่วนพื้นที่ชุมชนมี 59 จุด และพื้นที่เกษตรมี 20 จุด
อมก๋อย ฮอด ดอยเต่า เชียงดาว และแม่แจ่ม รวมกัน 3,239 จุด (68.8%)
ขณะที่หกอำเภอรอบเมือง คือ สารภี แม่ริม หางดง สันกำแพง สันทราย และอำเภอเมือง มีเพียง 123 จุด
ไฟล์จุดความร้อนของเชียงใหม่ปี 2568 นับได้ 4,709 จุด เกิดในเดือนมีนาคม 3,166 จุด และ 95.2% อยู่ในป่าอนุรักษ์กับป่าสงวน ห้าอำเภอรอบนอกรวมกัน 68.8%
ไฟล์จุดความร้อนของจังหวัดเชียงใหม่
ข้อมูลจุดความร้อนของเชียงใหม่ในระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐมีสองชุด ผู้เผยแพร่คือสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ชุดแรกคือ Hotspot2568 ซึ่งคำอธิบายระบุว่าเป็นจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ช่วง 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 เรียงตามวันที่เกิด และใช้ข้อมูลจาก GISTDA ชุดที่สองคือ Hotspot2569 ครอบคลุม 1 มกราคม ถึง 10 มีนาคม 2569
| รายการ | ไฟล์ปี 2568 | ไฟล์ปี 2569 |
|---|---|---|
| จำนวนแถว (จุดความร้อน) | 4,709 | 727 |
| ช่วงวันที่ตามคำอธิบายชุดข้อมูล | 1 ม.ค. ถึง 31 พ.ค. 2568 | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2569 |
| วันที่ล่าสุดที่พบในไฟล์ | 22 พ.ค. 2568 | 10 มี.ค. 2569 (อ่านจากรหัสจุด) |
| จำนวนอำเภอที่มีจุดความร้อน | 24 จาก 25 อำเภอ | 22 จาก 25 อำเภอ |
แต่ละแถวบอกวันที่ ตำบล อำเภอ ประเภทพื้นที่รับผิดชอบ การใช้ที่ดิน พิกัด และหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดพร้อมระยะห่าง ไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น PM2.5 จึงบอกได้ว่าไฟเกิดที่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าอากาศในแต่ละอำเภอเป็นอย่างไร
ทำไมไฟล์ปี 2568 จบที่ 22 พฤษภาคม ทั้งที่คำอธิบายเขียนถึง 31 พฤษภาคม
วันที่ล่าสุดในไฟล์คือ 22 พฤษภาคม 2568 ไฟล์ไม่ได้บอกเหตุผล อาจเป็นเพราะไม่มีจุดความร้อนหลังวันนั้น หรือเพราะเก็บข้อมูลไม่ครบ บทนี้จึงเรียกช่วงของไฟล์ว่า 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม ตามวันที่ที่มีอยู่จริง และมีหนึ่งแถวที่เขียนวันที่เป็นข้อความ 18 เมษายน 2025 ซึ่งนับรวมไว้ในเดือนเมษายนแล้ว
มีนาคมเป็นเดือนที่มีจุดความร้อนมากที่สุด
เมื่อนับตามคอลัมน์วันที่ของไฟล์ปี 2568 จุดความร้อนเพิ่มจากหลักสิบในเดือนมกราคมเป็นหลักพันในเดือนมีนาคม แล้วลดลงในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
| เดือน (ปี 2568) | จุดความร้อน | สัดส่วน |
|---|---|---|
| มกราคม | 46 | 1.0% |
| กุมภาพันธ์ | 455 | 9.7% |
| มีนาคม | 3,166 | 67.2% |
| เมษายน | 873 | 18.5% |
| พฤษภาคม (ถึงวันที่ 22) | 169 | 3.6% |
| รวม | 4,709 | 100% |
วันที่มีจุดความร้อนมากที่สุดคือ 26 มีนาคม 2568 จำนวน 313 จุด รองลงมาคือ 30 มีนาคม 302 จุด และ 27 มีนาคม 266 จุด ห้าวันที่มีจุดความร้อนมากที่สุดของปีอยู่ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมทั้งหมด
ธุรกิจควรนับเดือนไหนเป็นช่วงเสี่ยง
ในไฟล์ปี 2568 เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนรวมกันมี 4,494 จุด หรือ 95.4% ของทั้งช่วง ธุรกิจที่ต้องวางแผนงานกลางแจ้งจึงควรนับสามเดือนนี้เป็นช่วงเสี่ยง และให้น้ำหนักกับครึ่งหลังของเดือนมีนาคมมากที่สุด ตัวเลขนี้มาจากปีเดียว ปีอื่นอาจเลื่อนไปก่อนหรือหลังได้
จุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ประเภทใด
ไฟล์แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองแบบ แบบแรกคือพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งบอกว่าที่ดินจุดนั้นอยู่ในความดูแลประเภทใด แบบที่สองคือการใช้ที่ดิน ซึ่งบอกว่าบนพื้นที่นั้นเป็นป่า ไร่ หรือนา
| พื้นที่รับผิดชอบ | ปี 2568 | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ป่าอนุรักษ์ | 2,534 | 53.8% |
| ป่าสงวนแห่งชาติ | 1,947 | 41.3% |
| เขต สปก. | 143 | 3.0% |
| ชุมชนและอื่น ๆ | 59 | 1.3% |
| พื้นที่เกษตร | 20 | 0.4% |
| พื้นที่ริมทางหลวง | 6 | 0.1% |
ด้านการใช้ที่ดิน พื้นที่ป่ามี 4,241 จุด (90.1%) ข้าวโพดและไร่หมุนเวียนมี 265 จุด เกษตรอื่น ๆ 110 จุด อื่น ๆ 72 จุด และนาข้าว 21 จุด ตัวเลขสองตารางนี้นับจากคนละคอลัมน์ จึงรวมกันไม่ได้
ไร่ข้าวโพดและนาข้าวมีจุดความร้อนมากแค่ไหน
ในปี 2568 พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียนมี 265 จุด หรือ 5.6% ของทั้งจังหวัด ส่วนนาข้าวมี 21 จุด ไฟล์ปี 2569 ถึงวันที่ 10 มีนาคมให้ภาพใกล้เคียงกัน คือพื้นที่ป่า 658 จุด (90.5%) ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 36 จุด และนาข้าว 5 จุด ทั้งสองปีจุดความร้อนส่วนใหญ่จึงอยู่บนพื้นที่ป่า ไม่ใช่พื้นที่เพาะปลูก
จุดความร้อนอยู่ใกล้หมู่บ้านแค่ไหน
ไฟล์ระบุหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดของทุกจุดพร้อมระยะห่างเป็นกิโลเมตร ในปี 2568 มี 246 จุด (5.2%) ที่อยู่ห่างหมู่บ้านไม่ถึง 1 กิโลเมตร และค่ากลางของระยะห่างทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3.4 กิโลเมตร จุดความร้อนส่วนใหญ่จึงอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปหลายกิโลเมตร
อำเภอที่มีจุดความร้อนมากและน้อย
ในปี 2568 เชียงใหม่มีจุดความร้อน 24 อำเภอ อำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นอำเภอเดียวที่ไม่มีจุดความร้อนในไฟล์ ห้าอำเภอแรกมีจุดความร้อนรวมกันเกินสองในสามของทั้งจังหวัด
| อำเภอ | ปี 2568 | พื้นที่รับผิดชอบที่มีจุดมากที่สุด |
|---|---|---|
| อมก๋อย | 976 | ป่าสงวนแห่งชาติ 572 |
| ฮอด | 786 | ป่าอนุรักษ์ 554 |
| ดอยเต่า | 551 | ป่าอนุรักษ์ 303 |
| เชียงดาว | 526 | ป่าอนุรักษ์ 413 |
| แม่แจ่ม | 400 | ป่าสงวนแห่งชาติ 223 |
| พร้าว | 306 | |
| แม่แตง | 247 | |
| ไชยปราการ | 206 | |
| จอมทอง | 201 |
แม่แจ่มเป็นอำเภอที่มีจุดความร้อนในเขต สปก. มากที่สุด 100 จุด คิดเป็น 69.9% ของจุดในเขต สปก. ทั้งจังหวัด ส่วนอำเภออื่นในห้าอันดับแรกมีจุดความร้อนในเขต สปก. ไม่เกิน 2 จุด
หกอำเภอรอบเมืองมีจุดความร้อนเท่าไร
หกอำเภอที่แผนเมืองอัจฉริยะของจังหวัดใช้เป็นพื้นที่นำร่อง มีจุดความร้อนในปี 2568 รวมกัน 123 จุด หรือ 2.6% ของทั้งจังหวัด แยกเป็นสันทราย 92 สันกำแพง 23 หางดง 6 แม่ริม 1 สารภี 1 และอำเภอเมืองเชียงใหม่ 0 จุด ไฟที่เกิดใกล้ร้านและที่พักในเมืองจึงมีน้อย แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าอากาศในเมืองดีกว่ารอบนอก
ตำบลไหนมีจุดความร้อนมากที่สุด
เมื่อนับจากคอลัมน์ตำบลของไฟล์ปี 2568 จุดความร้อนกระจายอยู่ใน 113 ตำบล สิบตำบลแรกรวมกัน 2,194 จุด หรือ 46.6% ของทั้งจังหวัด ห้าตำบลที่มีมากที่สุดคือ ยางเปียง (อมก๋อย) 349 จุด มืดกา (ดอยเต่า) 274 จุด บ่อหลวง (ฮอด) 267 จุด ปิงโค้ง (เชียงดาว) 254 จุด และบ้านตาล (ฮอด) 215 จุด
ภายในอำเภอเดียวกันตัวเลขต่างกันมาก ตำบลฮอดมีเพียง 1 จุด ขณะที่บ่อหลวงในอำเภอเดียวกันมี 267 จุด ส่วนดอยเต่ามีบ้านแอ่นกับบงตันตำบลละ 1 จุด เทียบกับมืดกา 274 จุด ที่พักที่ตั้งอยู่ในตำบลจุดน้อยจึงอธิบายพื้นที่ของตัวเองด้วยตัวเลขระดับตำบลได้ แทนการถูกเหมารวมกับยอดของทั้งอำเภอ
ไฟล์มีคอลัมน์ตำบลสองชุด ชุดแรกคือตำบลที่จุดความร้อนตั้งอยู่ ชุดที่สองคือตำบลของหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ในปี 2568 มี 1,195 แถวที่สองคอลัมน์นี้เป็นคนละตำบล ตัวเลขข้างต้นนับจากชุดแรก ใครนับจากชุดที่สองจะได้ยอดรายตำบลไม่ตรงกับบทนี้
ปี 2569 ถึงวันที่ 10 มีนาคม เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
ไฟล์ปี 2569 มีข้อมูลเพียง 1 มกราคมถึง 10 มีนาคม จึงเทียบกับปี 2568 ได้เฉพาะช่วงวันเดียวกัน ในช่วงนั้นปี 2568 มี 880 จุด ส่วนปี 2569 มี 727 จุด น้อยกว่า 17.4%
| อำเภอ | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2568 | 1 ม.ค. ถึง 10 มี.ค. 2569 |
|---|---|---|
| ดอยเต่า | 290 | 365 |
| อมก๋อย | 206 | 114 |
| ฮอด | 161 | 55 |
| แม่แจ่ม | 69 | 42 |
| เชียงดาว | 45 | 18 |
| จอมทอง | 36 | 25 |
| แม่ออน | 4 | 35 |
ดอยเต่าและแม่ออนเป็นสองอำเภอในตารางที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ส่วนอำเภออื่นลดลง ช่วงนี้ยังไม่ถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีจุดความร้อนมากที่สุดในปี 2568 ตัวเลขถึงวันที่ 10 มีนาคมจึงยังบอกไม่ได้ว่าทั้งฤดูของปี 2569 จะน้อยกว่าปีก่อนหรือไม่
ไฟล์ปี 2569 มีข้อผิดพลาดอะไรที่ผู้ใช้ต้องรู้
คอลัมน์หมายเหตุระบุว่า 12 แถวเป็น False Alarm หรือจุดที่ตรวจแล้วไม่ใช่ไฟ ตัวเลข 727 จุดในบทนี้ยังนับแถวเหล่านี้รวมไว้ ถ้าตัดออกจะเหลือ 715 จุด และคอลัมน์วันที่มี 94 แถวที่ปีพิมพ์ผิดเป็น 1969 หรือ 2569 บทนี้จึงอ่านวันที่ของแถวเหล่านั้นจากรหัสจุดความร้อนแทน
ฟิจิทัล เอเจนซี ช่วยธุรกิจรอบนอกเมืองวางแผนฤดูฝุ่นอย่างไร
ตารางรายเดือนและรายอำเภอในบทนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทีมของฟิจิทัลใช้กับลูกค้าที่มีที่พักหรือกิจกรรมนอกเมือง ทีมจะดูตำบลของลูกค้าในไฟล์จุดความร้อน เทียบจำนวนจุดรอบที่ตั้งกับทั้งอำเภอ แล้วแบ่งปีออกเป็นช่วงขายเต็มที่ ช่วงลดงบ และช่วงที่ควรสื่อสารกับแขกที่จองไว้แล้ว
งานที่ต้องเตรียมก่อนเดือนกุมภาพันธ์ ได้แก่ เงื่อนไขการเลื่อนวันเข้าพัก ข้อความแจ้งแขกเรื่องสภาพอากาศ และกิจกรรมในร่มที่ขายแทนกิจกรรมกลางแจ้งได้ เมื่อเตรียมไว้ก่อน ธุรกิจจะไม่ต้องคิดข้อความใหม่ในวันที่มีจุดความร้อนหลายร้อยจุด
ที่พักในอำเภอที่มีจุดความร้อนมากควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากดูตำบลของตัวเองในไฟล์ แม้อำเภอจะมีจุดความร้อนหลายร้อยจุด แต่บางตำบลอาจมีน้อยกว่าตำบลอื่นมาก แล้วนำตัวเลขรายเดือนของตำบลไปกำหนดช่วงลดราคาและช่วงขายแพ็กเกจ แทนการใช้ช่วงเดียวกันทั้งจังหวัด
ธุรกิจที่รู้ว่าเดือนไหนเสี่ยงจะวางแผนขายได้ก่อน
ไฟล์ของจังหวัดแสดงว่าจุดความร้อนในปี 2568 กระจุกอยู่ในเดือนมีนาคมและในห้าอำเภอรอบนอก ธุรกิจในอำเภอเหล่านี้รู้ช่วงที่ต้องเตรียมตัวได้ตั้งแต่ต้นปี และมีเวลาปรับราคา ปรับกิจกรรม และแจ้งแขกล่วงหน้า
ธุรกิจที่อยู่ในอำเภอที่มีจุดความร้อนน้อยก็ได้ประโยชน์จากตัวเลขเดียวกัน เพราะใช้แสดงให้ลูกค้าเห็นได้ว่าพื้นที่ของตนต่างจากภาพรวมของจังหวัด โดยไม่ต้องอ้างเรื่องอากาศที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
สรุป
จุดความร้อนในไฟล์ของจังหวัดซึ่งอ้างข้อมูล GISTDA มี 4,709 จุดระหว่าง 1 มกราคมถึง 22 พฤษภาคม 2568 เดือนมีนาคมมี 3,166 จุด และวันที่มีจุดมากที่สุดคือ 26 มีนาคม 313 จุด จุดความร้อน 95.2% อยู่ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ อมก๋อย ฮอด ดอยเต่า เชียงดาว และแม่แจ่ม รวมกัน 3,239 จุด ส่วนหกอำเภอรอบเมืองรวมกัน 123 จุด ช่วง 1 มกราคมถึง 10 มีนาคม 2569 มี 727 จุด น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 880 จุด แต่ดอยเต่าเพิ่มจาก 290 เป็น 365 จุด ไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น จึงต้องอ่านคู่กับค่ามาตรฐาน PM2.5 เมื่อตัดสินใจเรื่องกิจกรรมกลางแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่จำเป็น ไฟล์ไม่ได้ให้นิยามไว้ และไฟล์ปี 2569 มีแถวที่หมายเหตุว่าเป็น False Alarm 12 แถว บางจุดจึงตรวจแล้วไม่ใช่ไฟ จำนวนจุดจึงเหมาะกับการเทียบเดือนหรือเทียบอำเภอมากกว่าการนับจำนวนครั้งที่เกิดไฟ
ไม่ได้ เพราะไฟล์ไม่มีค่าฝุ่น และควันเดินทางข้ามอำเภอได้ ค่าฝุ่นที่ธุรกิจใช้ตัดสินใจเรื่องพนักงานและกิจกรรมกลางแจ้งอยู่ในวิกฤต PM 2.5 เชียงใหม่ กับการปรับตัวธุรกิจตามค่ามาตรฐาน 37.5
บทนี้ไม่ได้ตรวจสถานะของร่างกฎหมายฉบับนี้ในราชกิจจานุเบกษา ผู้ที่ต้องการวางแผนตามกฎหมายควรตรวจจากราชกิจจานุเบกษาโดยตรง เพราะร่างกฎหมายที่ผ่านบางขั้นในรัฐสภาแล้วยังไม่มีผลจนกว่าจะประกาศ
ดอยเต่าเป็นอำเภอเดียวในห้าอันดับแรกที่จุดความร้อนช่วงต้นปี 2569 มากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่พักริมทะเลสาบควรดูปริมาณน้ำในเขื่อนประกอบด้วย ข้อมูลน้ำรายวันอยู่ในทำเลดอยเต่า-ฮอด วางฤดูแพพักจากปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพล
จอมทองมีจุดความร้อน 201 จุดในปี 2568 น้อยกว่าห้าอำเภอแรกหลายเท่า แต่ไฟล์ไม่ได้บอกว่าผู้มาเที่ยวลดลงหรือไม่ จำนวนผู้ขึ้นดอยรายเดือนอยู่ในทำเลจอมทอง-อินทนนท์ ขายตามฤดูที่คนขึ้นดอยต่างกัน 7 เท่า
จุดความร้อน 1,947 จุดในปี 2568 อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ เจ้าของที่พักที่ตั้งใกล้หรืออยู่ในเขตป่าสงวนควรตรวจสิทธิในที่ดินก่อนลงทุนเพิ่ม เงื่อนไขการใช้ที่ดินในป่าสงวนอยู่ในทำเลสะเมิง-กัลยาณิวัฒนา ที่ดินในป่าสงวนทำที่พักได้เมื่อไร
ในไฟล์ปี 2568 เดือนมกราคมมีจุดความร้อนน้อยที่สุด 46 จุด ส่วนเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มเป็น 455 จุด ไฟล์ไม่มีข้อมูลเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม จึงบอกไม่ได้ว่าครึ่งปีหลังเป็นอย่างไร ผู้จัดงานที่ต้องการจัดช่วงต้นปีควรเลือกเดือนมกราคม และดูตัวเลขของอำเภอที่เส้นทางผ่านประกอบด้วย
ใช้กำหนดช่วงเวลาได้ ในปี 2568 จุดความร้อนเริ่มเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์และมากที่สุดปลายเดือนมีนาคม แต่ไฟล์ไม่ได้บอกยอดขายหรือความต้องการของลูกค้า ธุรกิจจึงควรนำตัวเลขนี้ไปเทียบกับยอดขายรายเดือนของตัวเอง
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
ถ้าที่พักหรือทัวร์ของคุณอยู่ในอำเภอที่มีจุดความร้อนหลายร้อยจุด ปฏิทินขายควรเริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันที่ข่าวฝุ่นขึ้น
ให้ PHYGITAL AGENCY อ่านตัวเลขจุดความร้อนในตำบลของคุณ วางงบโฆษณารายเดือน และเตรียมข้อความถึงแขกก่อนฤดูฝุ่น สำหรับที่พัก รีสอร์ต ผู้ประกอบการทัวร์ และผู้จัดงานกลางแจ้งในเชียงใหม่

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


