อาชีพในทีมครีเอทีฟได้คะแนนต่างกันมาก นักโฆษณาและการตลาดได้สูงสุดในกลุ่มนี้ที่ Gradient 3 ศิลปินทัศนศิลป์ได้ต่ำสุดจนอยู่นอกกลุ่มที่เปิดรับ ความต่างมาจากสัดส่วนงานที่ทำบนเอกสารและข้อมูลกับงานที่ต้องลงมือกับคนหรือวัตถุจริง
| รหัส ISCO |
อาชีพ |
ค่าเฉลี่ย |
σ |
ระดับ |
| 2431 |
นักโฆษณาและการตลาด |
0.55 |
0.09 |
Gradient 3 |
| 2166 |
นักออกแบบกราฟิกและมัลติมีเดีย |
0.49 |
0.09 |
Gradient 2 |
| 3431 |
ช่างภาพ |
0.39 |
0.12 |
Gradient 1 |
| 1222 |
ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ |
0.39 |
0.05 |
Minimal Exposure |
| 2651 |
ศิลปินทัศนศิลป์ |
0.21 |
0.04 |
Not Exposed |
ที่มา: ILO Working Paper 140 ภาคผนวก ตาราง A1
ในอาชีพนักโฆษณาและการตลาด งานย่อยที่ได้สูงสุดคือเขียนคำโฆษณาและสคริปต์สื่อ (0.665) กับเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค (0.65) ส่วนงานให้คำปรึกษาผู้บริหารและลูกค้าเรื่องกลยุทธ์ได้ 0.465 และงานให้คำแนะนำเรื่องส่วนประสมการตลาดได้ 0.4375
งานเขียนคำโฆษณาได้ 0.665 แปลว่าไม่ต้องมีนักเขียนแล้วหรือ
คะแนน 0.665 เป็นคะแนนสูงสุดของอาชีพนักโฆษณาและการตลาด หมายความว่าเครื่องมือ AI ร่างคำโฆษณาและสคริปต์ได้มากขึ้น แต่งานย่อยที่อยู่รอบงานเขียนยังได้คะแนนต่ำกว่า ทั้งงานวางแผนแคมเปญ (0.51) งานให้คำปรึกษาเรื่องกลยุทธ์ (0.465) และงานสนับสนุนเป้าหมายการตลาดของธุรกิจ (0.465) คนในทีมจึงย้ายเวลาจากการพิมพ์ร่างแรก ไปที่การกำหนดว่าคำโฆษณาต้องพูดอะไร ตรวจข้อเท็จจริงที่อ้าง และตัดสินว่าฉบับไหนใช้ได้ แบรนด์ยังรับผิดชอบคำกล่าวอ้างในโฆษณาเต็มที่ แม้ร่างแรกจะมาจากเครื่องมือ
ทำไมช่างภาพได้คะแนนต่ำกว่านักออกแบบ
งานย่อยส่วนใหญ่ของช่างภาพเกิดหน้ากล้องกับคนและสถานที่จริง ถ่ายภาพบุคคลได้ 0.25 ศึกษาโจทย์แล้วเลือกกล้อง แสง และฉาก 0.33 ถ่ายภาพโฆษณาหรือภาพเชิงพาณิชย์ 0.3325 จัดองค์ประกอบและปรับอุปกรณ์ 0.35 งานที่ได้สูงกว่าคืองานหลังถ่าย เช่น ปรับภาพเดิมเป็นภาพดิจิทัลใหม่สำหรับสื่อมัลติมีเดีย (0.56) และสแกนภาพเข้าคอมพิวเตอร์ (0.565) ช่างภาพจึงอยู่ Gradient 1 คือภาพรวมต่ำแต่มีบางงานที่เปิดรับสูง