พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 59 ก วันที่ 21 ธันวาคม 2537 ตัวบทผูกลิขสิทธิ์ไว้กับ "ผู้สร้างสรรค์" ตลอดทั้งฉบับ และไม่ได้เขียนถึงระบบ AI ผู้ใช้ภาพจาก AI ในไทยจึงต้องอ่านจากนิยามเดิม ห้ามาตราที่เกี่ยวข้องกับงานของแบรนด์มากที่สุดมีดังนี้
| มาตรา |
ตัวบทโดยย่อ |
เกี่ยวกับงานจาก AI อย่างไร |
| 4 |
"ผู้สร้างสรรค์" หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์ |
คำถามคือระบบ AI หรือผู้พิมพ์คำสั่งเป็น "ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิด" ตัวบทไม่ได้ตอบตรง ๆ |
| 6 |
งานอันมีลิขสิทธิ์ได้แก่วรรณกรรม ศิลปกรรม และงานประเภทอื่นที่ระบุ ไม่ว่าแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบใด |
ภาพและภาพเคลื่อนไหวเข้าประเภทงานที่คุ้มครองได้ |
| 9 |
งานที่สร้างในฐานะลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้าง ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือตกลงไว้อย่างอื่น นายจ้างนำออกเผยแพร่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง |
พนักงานที่ใช้ AI ทำงานให้บริษัท ต้องดูสัญญาจ้างงาน |
| 10 |
งานที่สร้างโดยรับจ้างบุคคลอื่น ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ ถ้าผู้สร้างสรรค์กับผู้ว่าจ้างไม่ได้ตกลงให้ต่างจากนี้ |
จ้างนักออกแบบหรือเอเจนซี ลิขสิทธิ์ตกเป็นของผู้ว่าจ้างโดยหลัก แต่โอนได้เฉพาะส่วนที่มีลิขสิทธิ์อยู่จริง |
| 19 |
ลิขสิทธิ์มีอยู่ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และอีก 50 ปีหลังถึงแก่ความตาย |
อายุคุ้มครองผูกกับบุคคล ซึ่งระบบ AI ไม่มี |
ที่มา: ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คอลัมน์ขวาเป็นการตีความของฟิจิทัล ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย
จ้างเอเจนซีทำภาพด้วย AI ลิขสิทธิ์เป็นของใคร
มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานรับจ้าง หากคู่สัญญาไม่ได้กำหนดไว้ต่างออกไป แต่มาตรานี้ใช้กับงานที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าภาพบางส่วนสร้างด้วย AI ล้วน ส่วนนั้นอาจไม่มีลิขสิทธิ์ให้โอนเลยตามหลักที่สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐฯ ใช้ ผู้ว่าจ้างจึงควรขอให้ผู้รับจ้างระบุในใบส่งงานว่าส่วนใดสร้างด้วย AI ส่วนใดวาด ถ่าย หรือแก้ด้วยมือ ข้อมูลนี้บอกได้ว่าแบรนด์ถือสิทธิ์ในส่วนไหนจริง
ศาลไทยตัดสินเรื่องภาพจาก AI แล้วหรือยัง
บทนี้ไม่ได้อ้างคำพิพากษาของศาลไทยเรื่องลิขสิทธิ์ในภาพจาก AI และไม่ได้อ้างแนวปฏิบัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องนี้ ผู้อ่านจึงไม่ควรถือว่าหลักของสหรัฐฯ ใช้กับไทยโดยตรง หลักของสหรัฐฯ มีประโยชน์ตรงที่ชี้ว่าคำถามใดจะถูกถามเมื่อเกิดข้อพิพาท คือใครควบคุมองค์ประกอบใดของภาพ ซึ่งเจ้าของธุรกิจเตรียมหลักฐานไว้ได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าศาลไทยจะวางหลักไว้ทางใดในอนาคต