28.4% ในปี 2566 หลังจากหดตัว 31.6% ในปี 2563 สองตัวเลขนี้อยู่ในข่าวแถลงฉบับเดียวกันของ Global Wellness Institute หรือ GWI องค์กรไม่แสวงกำไรในสหรัฐที่วัดขนาดเศรษฐกิจสุขภาพของแต่ละประเทศ ตัวเลขแรกถูกย่อเป็นประโยคว่าตลาด Wellness ไทยโตอันดับ 1 โลก ส่วนตัวเลขที่สองอธิบายว่าทำไมตัวเลขแรกจึงสูง เจ้าของสปา รีทรีต และโรงแรมเชิงสุขภาพที่จะใส่ประโยคนี้ในเอกสารนำเสนอนักลงทุนหรือเอกสารขอสินเชื่อ จึงควรรู้ว่าอันดับ 1 นี้วัดอะไร เทียบกับใคร และช่วงเวลาไหน หัวข้อถัดไปเปิดรายงานประเทศไทยของ GWI ทีละตาราง
ตลาด Wellness ไทยโตอันดับ 1 โลก ในความหมายของ GWI

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นGlobal Wellness Institute ระบุว่าไทยโตเร็วที่สุดในบรรดาตลาด Wellness 25 อันดับแรกของโลกช่วงปี 2565 ถึง 2566 ที่ร้อยละ 28.4
จาก 31.6 เป็น 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขปี 2566 ยังต่ำกว่าปี 2562 ที่ 42.0 พันล้านดอลลาร์ และอันดับขนาดตลาดโลกของไทยตกจากอันดับ 19 เป็นอันดับ 24
อัตราเติบโตเฉลี่ยห้าปีจึงติดลบร้อยละ 0.9
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นตัวขับหลักของการฟื้นตัว
ผู้มาเยือนจากต่างประเทศใช้จ่ายเฉลี่ย 1,735 ดอลลาร์ต่อทริป เทียบกับคนไทยที่ 367 ดอลลาร์
GWI จัดไทยโตเร็วที่สุดในตลาด Wellness 25 อันดับแรกช่วง 2565-2566 แต่ปี 2566 ตลาดไทย 40.5 พันล้านดอลลาร์ยังต่ำกว่าปี 2562 และอันดับโลกตกจาก 19 เป็น 24
ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังคำว่าโตอันดับ 1
ข่าวแถลงของ GWI เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เขียนว่าในบรรดาตลาด Wellness 25 อันดับแรกของโลก ไทยอยู่อันดับ 1 ด้านการเติบโตช่วงปี 2565 ถึง 2566 ด้วยอัตราร้อยละ 28.4 ตลาดไทยขยายจาก 31.6 เป็น 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ข่าวเดียวกันระบุว่าไทยมีขนาดตลาดเป็นอันดับ 24 ของโลก อันดับ 9 ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 15 ของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอธิบายว่าเศรษฐกิจสุขภาพของไทยหดตัวร้อยละ 31.6 ในปี 2563 จากโรคระบาด ก่อนฟื้นตัวแรงในปี 2566
ประโยคโตอันดับ 1 จึงมีเงื่อนไขครบสามข้อ วัดอัตราการเติบโต ไม่ได้วัดขนาด เทียบเฉพาะ 25 ตลาดที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้เทียบทุกประเทศ และใช้ช่วงเวลาเพียงหนึ่งปีหลังโรคระบาด ข่าวแถลงยังระบุว่ารายงานชุดนี้ทำต่อเนื่องเป็นปีที่สามโดยได้รับการสนับสนุนจาก BDMS Wellness Clinic ผู้อ่านที่นำตัวเลขไปใช้ควรรู้บริบทนี้ด้วย
ปี 2566 ตลาดไทยกลับไปเท่าก่อนโรคระบาดหรือยัง
ยังไม่กลับ รายงาน The Global Wellness Economy: Thailand ฉบับกุมภาพันธ์ 2568 ให้ตัวเลขรายปีไว้ในตารางเดียว ปี 2562 อยู่ที่ 42.0 พันล้านดอลลาร์ ปี 2563 ลดเหลือ 29.1 ปี 2564 เหลือ 27.3 ปี 2565 ขึ้นเป็น 31.6 และปี 2566 อยู่ที่ 40.5 พันล้านดอลลาร์ ยังต่ำกว่าปีก่อนโรคระบาด อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีช่วงปี 2562 ถึง 2566 จึงติดลบร้อยละ 0.9 อันดับขนาดตลาดโลกของไทยในตารางเดียวกันเริ่มที่อันดับ 19 ในปี 2562 ตกไปอยู่อันดับ 25 ในปี 2564 และ 2565 แล้วขยับกลับมาอันดับ 24 ในปี 2566
ตารางเดียวกันแสดงขนาดตลาดต่อหัวของไทยปี 2566 ที่ 565 ดอลลาร์ และสัดส่วนต่อ GDP ร้อยละ 7.87 สูงกว่าปี 2562 ที่ร้อยละ 7.73 เล็กน้อย รายงานยังหมายเหตุว่าตัวเลขปี 2562 ถึง 2565 ถูกปรับแก้จากฉบับก่อน ธุรกิจที่เคยอ้างตัวเลขจากรายงานรุ่นเก่าจึงอาจได้ตัวเลขที่ไม่ตรงกับฉบับนี้
ข้อมูลรุ่นใหม่ปี 2569 บอกอะไรเพิ่ม
หน้าจัดอันดับเศรษฐกิจสุขภาพรายประเทศ ข้อมูลปี 2562 ถึง 2567 ที่ GWI เผยแพร่ในปี 2569 ระบุว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของโลกช่วงห้าปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 6.2 ต่อปี รายชื่อตลาดใหญ่ 25 อันดับแรกที่โตเร็วเป็นพิเศษไม่มีไทย และหน้าเดียวกันระบุว่าค่าเงินอ่อนทำให้ตัวเลขของหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ดูต่ำกว่าเมื่อวัดเป็นสกุลเงินท้องถิ่น ธุรกิจที่อ้างการเติบโตของตลาดไทยในปี 2569 จึงควรใช้ชุดข้อมูลล่าสุดนี้ประกอบ และบอกว่าวัดเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ภาคส่วนไหนพาตลาดไทยฟื้น
GWI แบ่งเศรษฐกิจสุขภาพเป็นสิบเอ็ดภาคส่วน ในปี 2566 ภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดของไทยคือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 12.34 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วยอาหารสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนัก 9.18 พันล้าน การดูแลตัวเองและความงาม 7.19 พันล้าน การแพทย์แผนดั้งเดิมและการแพทย์ทางเลือก 3.51 พันล้าน กิจกรรมทางกาย 3.37 พันล้าน สาธารณสุขและการป้องกันโรค 2.72 พันล้าน และสปา 1.60 พันล้าน รายงานหมายเหตุว่าตัวเลขรายภาคส่วนรวมกันไม่เท่ายอดรวม เพราะบางส่วนซ้อนกัน
ตัวเลขร้อยละ 28.4 มาจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นหลัก ภาคส่วนนี้โตร้อยละ 119.5 จากปี 2565 ถึง 2566 ขณะที่ภาคส่วนอื่นโตเพียงร้อยละ 6.6 ถึง 13.7 และภาคส่วนสุขภาพในที่ทำงานหดตัวร้อยละ 3.3 เมื่อดูห้าปีเต็ม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังติดลบเฉลี่ยร้อยละ 6.1 ต่อปี ภาคส่วนที่โตต่อเนื่องจริงตลอดห้าปีคือสาธารณสุขและการป้องกันโรคเฉลี่ยร้อยละ 11.6 อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพร้อยละ 10.4 และสุขภาพจิตร้อยละ 8.3
อาหารสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทยโตแค่ไหน
สามภาคส่วนนี้เป็นตลาดที่คนไทยใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่านักท่องเที่ยว ภาคอาหารสุขภาพ โภชนาการ และการลดน้ำหนักขยายจาก 8.36 เป็น 9.18 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 โตร้อยละ 9.8 แต่เฉลี่ยห้าปีโตเพียงร้อยละ 1.7 ภาคการดูแลตัวเองและความงามขยายจาก 6.69 เป็น 7.19 พันล้านดอลลาร์ โตร้อยละ 7.4 เฉลี่ยห้าปีร้อยละ 1.4 ส่วนการแพทย์แผนดั้งเดิมและการแพทย์ทางเลือกอยู่ที่ 3.51 พันล้านดอลลาร์ เป็นอันดับ 18 ของโลก สูงกว่าอันดับของตลาดรวมที่อันดับ 24 ธุรกิจสมุนไพรและนวดไทยที่อยากบอกว่าไทยแข่งได้ในระดับโลก จึงมีตัวเลขของภาคส่วนตัวเองให้ใช้โดยไม่ต้องยืมอันดับของตลาดรวม
สุขภาพจิตเป็นภาคส่วนเล็กที่ขยายตัวต่อเนื่อง ปี 2566 อยู่ที่ 0.67 พันล้านดอลลาร์ โตร้อยละ 13.7 จากปีก่อน และเฉลี่ยห้าปีร้อยละ 8.3 แม้ขนาดยังเล็กเมื่อเทียบกับภาคอื่น ธุรกิจที่ให้บริการด้านนี้ใช้อัตราเติบโตระยะยาวเป็นหลักฐานได้ดีกว่าอัตราปีเดียว
นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวไทยกับชาวต่างชาติต่างกันแค่ไหน
รายงานแยกทริปภายในประเทศออกจากทริปขาเข้า ปี 2566 คนไทยเดินทางเชิงสุขภาพ 8.08 ล้านทริป ใช้จ่ายรวม 2.96 พันล้านดอลลาร์ เฉลี่ย 367 ดอลลาร์ต่อทริป ส่วนผู้มาเยือนจากต่างประเทศเดินทาง 5.40 ล้านทริป ใช้จ่าย 9.38 พันล้านดอลลาร์ เฉลี่ย 1,735 ดอลลาร์ต่อทริป เมื่อเทียบกับปี 2562 ทริปขาเข้ายังน้อยกว่าเดิมที่ 7.13 ล้านทริป ขณะที่ทริปของคนไทยเกินระดับก่อนโรคระบาดแล้ว รายงานยังแยกทริปที่มีสุขภาพเป็นจุดประสงค์หลักออกจากทริปทั่วไปที่แวะใช้บริการสุขภาพ กลุ่มแรกมี 0.85 ล้านทริป ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,886 ดอลลาร์ กลุ่มหลังมี 12.63 ล้านทริป เฉลี่ย 850 ดอลลาร์
สองกลุ่มนี้ต้องการการสื่อสารคนละแบบ นักเดินทางที่มีสุขภาพเป็นจุดประสงค์หลักตัดสินใจเลือกรีทรีตก่อนจองตั๋ว จึงต้องเจอโปรแกรมครบวันและข้อมูลผู้ดูแลตั้งแต่ขั้นวางแผน ส่วนนักเดินทางที่แวะใช้บริการระหว่างทริปตัดสินใจหลังถึงที่หมายแล้ว สปาในโรงแรมหรือร้านนวดใกล้แหล่งท่องเที่ยวจึงได้ลูกค้ากลุ่มนี้จากสิ่งที่เห็นในพื้นที่ เช่น เมนูหน้าร้าน ข้อมูลในห้องพัก และแผนที่ ตัวเลขชุดนี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจเลือกได้ว่าจะลงเงินกับกลุ่มไหนก่อน
สปาไทยในรายงานของ GWI
ตารางสปาของรายงานนับสถานประกอบการในไทยปี 2566 ได้ 2,865 แห่ง รายได้รวม 1.60 พันล้านดอลลาร์ สปาในโรงแรมและรีสอร์ตมี 1,635 แห่ง ทำรายได้ 1.117 พันล้าน หรือราวสองในสามของรายได้สปาทั้งหมด สปาแบบเดย์สปาและร้านในย่านชุมชนมี 292 แห่ง รายได้ 0.070 พันล้าน ส่วนเมดิคัลสปามีเพียง 43 แห่ง แต่เป็นประเภทเดียวที่จำนวนและรายได้โตสองหลักทั้งปีล่าสุดและเฉลี่ยห้าปี โดยจำนวนโตเฉลี่ยร้อยละ 16.9 และรายได้ร้อยละ 14.4 ต่อปี
ตัวเลขนี้บอกเจ้าของสปาอิสระว่ารายได้รวมของตลาดกระจุกอยู่กับสปาในโรงแรม และสปาประเภทเดย์สปามีจำนวนลดลงเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปีตลอดห้าปี คำว่าตลาดโตอันดับ 1 ใช้บรรยายสปาเล็กในย่านชุมชนไม่ได้ เจ้าของสปาที่ขอสินเชื่อควรยกตัวเลขของประเภทที่ตรงกับร้านตัวเอง
สปาประเภทไหนเพิ่มขึ้นและประเภทไหนลดลง
ตารางจำนวนสถานประกอบการเทียบห้าปีให้ภาพที่ต่างจากยอดรวม สปาในโรงแรมและรีสอร์ตเพิ่มจาก 1,484 แห่งในปี 2562 เป็น 1,635 แห่งในปี 2566 เฉลี่ยร้อยละ 2.5 ต่อปี เดสติเนชันสปาและรีสอร์ตสุขภาพเพิ่มจาก 49 เป็น 55 แห่ง และทำรายได้ 0.290 พันล้านดอลลาร์ เท่ากับระดับก่อนโรคระบาด ส่วนกลุ่มสปาประเภทอื่นลดจาก 949 เหลือ 809 แห่ง และเดย์สปาลดจาก 352 เหลือ 292 แห่ง รายงานหมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนวนสปาในโรงแรมปี 2563 คงเท่าปี 2562 เพราะไม่มีข้อมูลพอจะบอกว่าแห่งไหนปิดถาวร ผู้ที่ใช้ตัวเลขช่วงโรคระบาดจึงต้องระวังข้อจำกัดนี้
กิจกรรมทางกายและความงามอยู่ในตัวเลขนี้ด้วยหรือไม่
อยู่ แต่เป็นคนละภาคส่วน กิจกรรมทางกายซึ่งรวมฟิตเนส ปี 2566 อยู่ที่ 3.37 พันล้านดอลลาร์ โตร้อยละ 6.6 จากปีก่อน แต่เฉลี่ยห้าปียังติดลบร้อยละ 2.0 เจ้าของฟิตเนสที่สนใจเรื่องสัญญาสมาชิกและเรื่องร้องเรียนอ่านต่อได้ที่การตลาดฟิตเนส สัญญาสมาชิกที่ สคบ. คุมและสิทธิ์เลิกสัญญา ส่วนการดูแลตัวเองและความงามปี 2566 อยู่ที่ 7.19 พันล้านดอลลาร์ ข้อความโฆษณาเครื่องสำอางมีกฎของตัวเอง เป็นเรื่องที่บทการตลาดคนรักสวยรักงาม โฆษณาเครื่องสำอางตามมาตรา 41 ไล่ไว้ทีละข้อ
ตัวเลขของ GWI ที่ใส่ในเอกสารนำเสนอได้
Global Wellness Institute แยกตัวเลขไว้หลายชุดในรายงานเดียว ผู้ที่ทำเอกสารนำเสนอนักลงทุนหรือเอกสารขอสินเชื่อ เลือกใช้ชุดที่ตรงกับคำถามของผู้อ่านได้ โดยกำกับแหล่งและปีไว้ทุกครั้ง
- ขนาดตลาดรวมปี 2566 อยู่ที่ 40.5 พันล้านดอลลาร์ อันดับ 24 ของโลก ใช้ตอบว่าตลาดใหญ่แค่ไหน
- โตร้อยละ 28.4 ช่วงปี 2565 ถึง 2566 สูงสุดใน 25 ตลาดใหญ่ ใช้ได้เมื่อระบุว่าเป็นช่วงฟื้นตัวหลังโรคระบาด
- เฉลี่ยห้าปี 2562 ถึง 2566 ติดลบร้อยละ 0.9 ใช้คู่กับข้อสองเพื่อให้ภาพครบ
- ผู้มาเยือนต่างชาติใช้จ่ายเฉลี่ย 1,735 ดอลลาร์ต่อทริปเชิงสุขภาพ คนไทย 367 ดอลลาร์ ใช้ตอบว่าลูกค้ากลุ่มไหนมีกำลังซื้อสูง
- ตัวเลขของภาคส่วนที่ตรงกับธุรกิจตัวเอง เช่น สปาในโรงแรม เมดิคัลสปา หรือกิจกรรมทางกาย แทนยอดรวมทั้งตลาด
ตัวเลขไหนควรเลี่ยง
เลี่ยงการใช้ประโยคโตอันดับ 1 โลกโดยไม่มีเงื่อนไขกำกับ ผู้อ่านเอกสารที่เป็นนักลงทุนหรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อเปิดรายงานต้นฉบับได้ภายในไม่กี่นาที เมื่อพบว่าตลาดยังเล็กกว่าปี 2562 ความน่าเชื่อถือของตัวเลขอื่นในเอกสารก็ลดลงไปด้วย การเขียนเงื่อนไขครบตั้งแต่ต้นทำให้ตัวเลขเดียวกันยังเป็นจุดแข็งของเอกสารอยู่ เพราะผู้อ่านเห็นว่าผู้เขียนอ่านต้นฉบับมาแล้ว ส่วนตัวเลขการท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในภาพกว้าง อ่านต่อได้ที่การตลาดคนเที่ยวในประเทศ เมืองรอง 41.4% กับใบกำกับภาษี e-Tax
สรุป
ข่าวแถลงของ Global Wellness Institute เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ระบุว่าไทยโตเร็วที่สุดในบรรดาตลาด Wellness 25 อันดับแรกช่วงปี 2565 ถึง 2566 ที่ร้อยละ 28.4 จาก 31.6 เป็น 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้มาจากการฟื้นตัวหลังหดตัวร้อยละ 31.6 ในปี 2563 โดยมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นตัวขับหลัก รายงานประเทศไทยฉบับเต็มแสดงว่าปี 2566 ตลาดยังเล็กกว่าปี 2562 ที่ 42.0 พันล้านดอลลาร์ อันดับโลกตกจากอันดับ 19 เป็นอันดับ 24 และอัตราเติบโตเฉลี่ยห้าปีติดลบร้อยละ 0.9 ส่วนข้อมูลรุ่นปี 2569 ไม่มีไทยในรายชื่อตลาดใหญ่ที่โตเร็วเป็นพิเศษ และระบุว่าค่าเงินอ่อนกดตัวเลขที่วัดเป็นดอลลาร์ ภาคส่วนที่โตต่อเนื่องตลอดห้าปีคือสาธารณสุขและการป้องกันโรค อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ และสุขภาพจิต ส่วนในธุรกิจสปา เมดิคัลสปาเป็นประเภทเดียวที่โตสองหลักทั้งจำนวนและรายได้ ธุรกิจที่อ้างตัวเลขของ GWI ควรเลือกตัวเลขของภาคส่วนที่ตรงกับตัวเอง และเขียนเงื่อนไขของคำว่าอันดับ 1 กำกับไว้ทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จริงในความหมายที่ GWI เขียน คือโตเร็วที่สุดในบรรดา 25 ตลาดใหญ่ที่สุดช่วงปี 2565 ถึง 2566 ไม่ได้หมายความว่าตลาดไทยใหญ่ที่สุดหรือโตเร็วที่สุดตลอดหลายปี
ปี 2566 อยู่ที่ 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 24 จาก 218 ประเทศที่ GWI จัดอันดับ และอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซึ่งเป็นภาคส่วนใหญ่ที่สุดยังไม่กลับไปเท่าเดิม ปี 2566 อยู่ที่ 12.34 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 15.89 พันล้านในปี 2562 เพราะทริปขาเข้ายังน้อยกว่าเดิม
ข่าวแถลงของ GWI เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ระบุว่ารายงานได้รับการสนับสนุนจาก BDMS Wellness Clinic ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม
ไม่ใช่ GWI เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรในสหรัฐ ประมาณขนาดตลาดจากการวิจัยของตัวเองและแหล่งข้อมูลรอง ตัวเลขเหมาะกับการเทียบระหว่างประเทศ ส่วนจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตในไทยต้องดูจากหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
นักลงทุนที่เปิดรายงาน GWI ขึ้นมาเทียบ เจอตัวเลขตรงกับเอกสารนำเสนอของคุณทุกตัว
ทีม PHYGITAL AGENCY ไล่ตัวเลขตลาดในเอกสารนำเสนอกลับไปหารายงานต้นฉบับ เลือกตัวเลขของภาคส่วนที่ตรงกับธุรกิจ และแปลเมนูกับเงื่อนไขการจองของสปาให้ลูกค้าต่างชาติอ่านได้ก่อนจ่ายมัดจำ

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


