งบประจำปีเดียวกันเล่าว่า VK ให้น้ำหนักกับเครื่องมือโฆษณาและการขายสินค้าบนโซเชียล ตัวเลขที่เกี่ยวกับผู้ลงโฆษณาและผู้ขายมีดังนี้
- จำนวนแคมเปญใน VK Ads เพิ่ม 41% และผลลัพธ์ที่ส่งให้ลูกค้า เช่นยอดขาย ใบสมัคร การติดตั้ง และผู้ติดตาม เพิ่ม 21% จากปี 2024
- จำนวนแคตตาล็อกสินค้าที่ลงโฆษณาเพิ่มสี่เท่า
- รายได้โฆษณาออนไลน์จากธุรกิจขนาดเล็กและกลางเพิ่ม 12% เป็น 37.7 พันล้านรูเบิล
- ผู้ลงโฆษณาต่างชาติลงทุนใน VK Ads มากขึ้น งบระบุตัวอย่างว่าบริษัทจากจีนลงทุนเกิน 2.6 พันล้านรูเบิล เพิ่ม 18%
- VK เปิดระบบ Shops ให้โพสต์มีการ์ดสินค้าที่กดซื้อได้ ยอดชมเนื้อหาสินค้าทั้งปีเกิน 30 พันล้านครั้ง ผู้ขายบน Ozon กว่า 37,000 รายเชื่อมกับ VKontakte และรายได้จากการขายสินค้าบนโซเชียลของ VK อยู่ที่ 1.3 พันล้านรูเบิล
โฆษณาวิดีโอบน VK เหมาะกับธุรกิจไทยไหม
งบประจำปีรายงานว่ารายได้โฆษณาวิดีโอบนบริการของ VK เพิ่ม 68% เป็น 6.5 พันล้านรูเบิล แอป VK Video มียอดติดตั้งเกิน 100 ล้านครั้ง และจำนวนผู้สร้างเนื้อหาเพิ่มเป็นสองเท่า ตัวเลขนี้บอกว่าผู้ลงโฆษณาย้ายงบมาที่วิดีโอมากขึ้น ธุรกิจไทยที่มีคลิปห้องพัก ทะเล หรือบรรยากาศร้านพร้อมคำบรรยายภาษารัสเซียอยู่แล้ว ทดลองวิดีโอได้โดยไม่ต้องถ่ายใหม่ แต่ถ้ายังไม่มีคลิป ควรเริ่มจากโพสต์ภาพกับข้อความก่อน เพราะต้นทุนผลิตวิดีโอพร้อมเสียงภาษารัสเซียสูงกว่ามาก
ข้อ 4 เป็นข้อที่เกี่ยวกับธุรกิจไทยโดยตรง เพราะยืนยันว่า VK Ads รับผู้ลงโฆษณาจากนอกรัสเซียในทางปฏิบัติ และบริษัทต่างชาติเพิ่มงบในช่องทางนี้ต่อเนื่อง
ร้านไทยขายสินค้าผ่าน Shops ของ VK ได้ไหม
งบประจำปีไม่ได้ระบุเงื่อนไขของผู้ขายต่างชาติ ตัวเลขที่เปิดเผยคือผู้ขายบน Ozon ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ในรัสเซียกว่า 37,000 รายเชื่อมร้านเข้ากับ VKontakte แปลว่าช่องทางหลักของ Shops ผูกกับการขายและจัดส่งภายในรัสเซีย ร้านไทยที่อยากขายสินค้าให้คนในรัสเซียต้องแก้เรื่องการรับเงินและการส่งของข้ามประเทศก่อน ส่วนธุรกิจบริการที่ลูกค้าต้องเดินทางมาใช้ที่ไทย ใช้ VK เพื่อสื่อสารและโฆษณาได้ตรงกว่า