โพรแว็งเป็นเมืองเล็กทางตะวันออกของปารีส ทุกวันนี้บ้านเก่าราว 150 หลังในเมืองยังมีห้องใต้ดินโค้งที่สร้างไว้เก็บสินค้า ห้องเหล่านี้สร้างขึ้นเพราะเมื่อราวแปดร้อยปีก่อน เมืองนี้เป็นหนึ่งในสี่เมืองที่ผลัดกันจัดงานแสดงสินค้าใหญ่ที่สุดของยุโรป พ่อค้าผ้าจากแฟลนเดอร์สกับพ่อค้าเครื่องเทศจากอิตาลีเดินทางมาเจอกันที่งานเหล่านี้ บทนี้อ่านเอกสารมรดกโลกของ UNESCO งานวิจัยประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ และข้อความใน Magna Carta เพื่อตอบคำถามเดียว คืองานแสดงสินค้าต้องมีอะไรให้พ่อค้าต่างถิ่นกล้าเดินทางมา และ SME ไทยที่จะไปออกบูธควรถามอะไรก่อนจ่ายเงิน
ประวัติศาสตร์การค้ายุโรปยุคกลาง งานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญ

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นงานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญจัดปีละหกครั้ง หมุนเวียนสี่เมือง คือบาร์-ซูร์-โอบ ลาญี โพรแว็ง และทรัวส์
แต่ละงานยาวราวหกสัปดาห์ จนเกือบเป็นตลาดต่อเนื่องทั้งปี งานเกิดในศตวรรษที่ 12 รุ่งเรืองสุดในศตวรรษที่ 13 และหดเหลือตลาดระดับภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350
งานวิจัยของ Jeremy Edwards และ Sheilagh Ogilvie จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สรุปว่างานนี้รุ่งเพราะผู้ปกครองให้บริการสาธารณะกับพ่อค้าทุกคนเท่ากัน
ทั้งการคุ้มครองการเดินทาง การกำกับมาตราชั่งตวงวัด ศาลที่เปิดตลอดช่วงงาน และการปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น
Magna Carta ปี 1215 ข้อ 41 เขียนหลักเดียวกันไว้ในอังกฤษ
ให้พ่อค้าเข้าออกและเดินทางได้อย่างปลอดภัยโดยจ่ายเพียงภาษีตามจารีตเดิม ส่วน SME ที่จะไปออกบูธวันนี้ควรถามผู้จัดงานให้ได้คำตอบเรื่องเดียวกัน ก่อนจ่ายค่าพื้นที่
งานแสดงสินค้าแชมเปญจัดปีละหกครั้งในสี่เมือง รุ่งเพราะผู้ครองแคว้นคุ้มครองพ่อค้าทุกคนเท่ากัน Magna Carta ข้อ 41 และคำถามที่ SME ควรถามผู้จัดก่อนจ่ายค่าบูธ
งานแสดงสินค้าที่หมุนเวียนสี่เมืองตลอดปี
บทความ What lessons for economic development can we draw from the Champagne fairs? ของ Edwards และ Ogilvie ในวารสาร Explorations in Economic History ปี 2012 (PDF) ให้ภาพรวมของงานไว้ในบทนำ ข้อมูลหลักสรุปได้ตามตารางนี้
| ข้อมูล | รายละเอียดจากงานวิจัย |
|---|---|
| ที่ตั้ง | แคว้นแชมเปญ ปกครองตัวเองเกือบอิสระจนถูกผนวกเข้าราชอาณาจักรฝรั่งเศสในปี 1285 |
| รอบงาน | ปีละหกครั้ง หมุนสี่เมือง บาร์-ซูร์-โอบ ลาญี โพรแว็ง ทรัวส์ ไม่มีเมืองไหนเป็นศูนย์กลางพ่อค้าใหญ่ของตัวเอง |
| ความยาวแต่ละงาน | ราวหกสัปดาห์ แล้วพักให้พ่อค้าย้ายไปงานถัดไป |
| ช่วงเวลา | เกิดศตวรรษที่ 12 รุ่งเรืองสุดศตวรรษที่ 13 เหลือเป็นตลาดภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350 |
| สินค้าหลัก | ผ้าและขนแกะจากพ่อค้าแฟลนเดอร์สและฝรั่งเศส แลกกับเครื่องเทศและสินค้าฟุ่มเฟือยจากพ่อค้าอิตาลีและโพรวองซ์ |
| บริการการเงิน | การมีพ่อค้าอิตาลีทำให้งานดึงบริการชำระเงินและแลกเงินระหว่างประเทศเข้ามามากขึ้น |
หน้ามรดกโลกหมายเลข 873 ของ UNESCO ซึ่งขึ้นทะเบียนโพรแว็งในปี 2001 เสริมว่าการค้าระดับนานาชาติในยุโรปเริ่มขึ้นพร้อมกับงานแสดงสินค้าในศตวรรษที่ 11 งานเหล่านี้ต้องการการคุ้มครองการขนส่งสินค้าระยะไกล และทำให้เกิดกิจกรรมอย่างการธนาคาร การแลกเงิน การฟอกหนัง การย้อม และการค้าผ้า ผังเมืองของโพรแว็งถูกสร้างมาเพื่อรองรับงานเหล่านี้โดยเฉพาะ ทั้งบ้านพ่อค้า ห้องใต้ดินและโกดัง ลานค้าขายกลางแจ้ง และกำแพงเมืองที่สร้างเพื่อคุ้มครองงาน
ทำไมเมืองงานแสดงสินค้าต้องมีห้องใต้ดินมากขนาดนั้น
เพราะพ่อค้าที่เดินทางมาไกลต้องมีที่เก็บของที่ปลอดภัยระหว่างงานยาวหกสัปดาห์ UNESCO ระบุว่าบ้านเก่าราว 150 หลังในโพรแว็งยังรักษาห้องใต้ดินโค้งที่ใช้เก็บสินค้าไว้ได้ เมืองที่อยากให้พ่อค้าต่างถิ่นมา จึงต้องลงทุนกับสิ่งที่พ่อค้าไม่อยากแบกเอง คือที่เก็บของ ความปลอดภัย และลานขาย งานแสดงสินค้ายุคนี้ขายสิ่งเดียวกันในชื่อใหม่ คือพื้นที่บูธ ห้องเก็บของหลังบูธ และระบบรักษาความปลอดภัยของฮอลล์
สิ่งที่ผู้ครองแคว้นให้พ่อค้าทุกคนเท่ากัน
ข้อสรุปหลักของ Edwards และ Ogilvie แย้งกับคำอธิบายที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้กันมานาน คำอธิบายเดิมบอกว่างานแชมเปญอยู่ได้ด้วยศาลเอกชนและชื่อเสียงของพ่อค้าที่เล่าต่อกัน โดยไม่ต้องพึ่งรัฐ งานวิจัยนี้ไล่หลักฐานแล้วพบว่าการบังคับตามสัญญาในงานมาจากสถาบันสาธารณะ และความรุ่งเรืองกับการเสื่อมของงานขึ้นกับนโยบายของผู้ปกครอง
| บริการที่ผู้ครองแคว้นให้ | หลักฐานในงานวิจัย |
|---|---|
| คุ้มครองการเดินทาง | เจรจาสนธิสัญญากับแคว้นข้างเคียงให้คุ้มครองคนที่เดินทางมางาน ปี 1209 กับฝรั่งเศส ปี 1220 กับเบอร์กันดี ปี 1232 กับบูโลญ และก่อนกลางศตวรรษที่ 13 ขยายการคุ้มครองไปถึงอิตาลี |
| มาตราชั่งตวงวัด | ประกาศกฎเรื่องน้ำหนักและมาตรวัดตอนเริ่มงานทุกครั้ง |
| ศาลประจำงาน | อย่างช้าในทศวรรษ 1220 ผู้ดูแลงานเปิดศาลตลอดช่วงงาน ให้พ่อค้าจดทะเบียนสัญญาและเจ้าหนี้ยื่นเรื่องได้ |
| ตราประทับของงาน | กรณีแรกที่บันทึกว่าผู้ดูแลงานเป็นพยานสัญญาคือปี 1225 ซึ่งยังใช้ตราส่วนตัว พอถึงปี 1247 ใช้ตราอย่างเป็นทางการของงาน |
| ความเท่าเทียม | ปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น และหนุนเจ้าหนี้ต่างชาติเมื่อลูกหนี้มีอำนาจทางการเมือง |
งานวิจัยเน้นว่าบริการเหล่านี้ไม่ได้มอบเป็นสิทธิพิเศษให้สมาคมพ่อค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผู้ปกครองให้เป็นหลักประกันทั่วไปแก่พ่อค้า สินค้า และทุกคนที่มางาน
ถ้าพ่อค้าถูกปล้นระหว่างทางไปงาน ผู้ครองแคว้นทำอะไร
งานวิจัยยกเหตุการณ์ปี 1242-3 เมื่อพ่อค้าอิตาลีที่กำลังเดินทางไปงานแชมเปญถูกชาวเมืองปิอาเชนซาลักพาตัวและปล้นในอิตาลี เคานต์แห่งแชมเปญเขียนถึงผู้ปกครองเมืองปิอาเชนซา ขู่ว่าจะห้ามพ่อค้าชาวปิอาเชนซาทุกคนเข้างานของเขา ถ้าผู้เสียหายไม่ได้รับการชดใช้ งานวิจัยยังเล่าว่าตั้งแต่ทศวรรษ 1170 เคานต์แต่งตั้งผู้ดูแลงานที่มีอำนาจรักษาความสงบ กำกับ และตัดสินคดี และพอถึงกลางศตวรรษที่ 13 ผู้ดูแลงานมีอำนาจกดดันผู้ปกครองต่างแดนให้เคารพการคุ้มครองของงาน การคุ้มครองจึงไม่ได้จบที่ประตูเมืองของงาน
Magna Carta ข้อ 41 กับพ่อค้าต่างถิ่น
ในอังกฤษช่วงเดียวกัน กฎบัตร Magna Carta ปี 1215 เขียนหลักเดียวกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ข้อ 41 ตามคำแปลของโครงการ Magna Carta Project ระบุว่าพ่อค้าทุกคนต้องปลอดภัยในการออกจากและเข้ามายังอังกฤษ การพำนักและเดินทางในอังกฤษทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อซื้อขาย โดยไม่ถูกเรียกเก็บอย่างไม่ชอบธรรม นอกจากภาษีตามจารีตเดิมที่ถูกต้อง ยกเว้นยามสงครามและพ่อค้าจากดินแดนที่เป็นศัตรู
| วรรคในข้อ 41 | สิ่งที่คุ้มครอง |
|---|---|
| เข้าออกและเดินทางในอังกฤษ | ความปลอดภัยของตัวพ่อค้าทั้งทางบกและทางน้ำ |
| การเรียกเก็บ | จ่ายเพียงภาษีตามจารีตเดิม ห้ามเรียกเก็บอย่างไม่ชอบธรรม |
| ยามสงคราม | พ่อค้าจากฝ่ายศัตรูที่อยู่ในอังกฤษถูกกักไว้โดยไม่ทำร้ายตัวและทรัพย์ จนกว่าจะรู้ว่าพ่อค้าอังกฤษในดินแดนนั้นได้รับการปฏิบัติอย่างไร ถ้าพ่อค้าอังกฤษปลอดภัย พ่อค้าฝ่ายนั้นก็ปลอดภัย |
Magna Carta ฉบับเดียวกันยังมีข้อ 35 ที่ให้ใช้มาตรวัดไวน์ เบียร์ และธัญพืชแบบเดียวทั่วราชอาณาจักร เรื่องมาตรฐานชั่งตวงวัดนี้เล่าเทียบกับผู้ตรวจตาชั่งของเอเธนส์ไว้แล้วในประวัติศาสตร์การค้ากรีกโบราณ ผู้ตรวจตาชั่งและเหรียญในอาโกร่า
ข้อ 41 คุ้มครองพ่อค้าต่างชาติจริงหรือ
ข้อความคุ้มครอง "พ่อค้าทุกคน" และมีกลไกตอบแทนกันในยามสงคราม คือปฏิบัติต่อพ่อค้าฝ่ายศัตรูตามที่อีกฝ่ายปฏิบัติต่อพ่อค้าอังกฤษ ข้อความนี้บอกว่าผู้ร่างรู้ว่าพ่อค้าของตัวเองก็อยู่ในต่างแดนเหมือนกัน การคุ้มครองพ่อค้าต่างถิ่นจึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ของทั้งสองฝั่ง ส่วนการบังคับใช้จริงในแต่ละช่วงเวลาเป็นคำถามที่ข้อความในกฎบัตรตอบไม่ได้
เมื่องานแสดงสินค้าเริ่มเสื่อม
นักประวัติศาสตร์รุ่นก่อนเชื่อว่างานแชมเปญเริ่มเสื่อมในฐานะตลาดสินค้าตั้งแต่ราวปี 1262 Edwards และ Ogilvie ตรวจหลักฐานชุดนั้นแล้วแย้งว่าเอกสารสองฉบับที่ใช้ตัดสิน คือปี 1262 และปี 1320 บอกได้เพียงว่าการเสื่อมเกิดขึ้นช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างสองปีนั้น งานวิจัยยังชี้ว่าในปี 1262 พ่อค้าแฟลนเดอร์สตัดสินใจไม่มางาน เพราะถูกเจ้าหน้าที่เก็บภาษีที่ด่านบาโปมปฏิบัติไม่ดี ด่านนี้เป็นทางที่พวกเขาต้องผ่านตามกฎหมายเพื่อไปแชมเปญ
ด่านเก็บภาษีด่านเดียวทำให้พ่อค้าทั้งกลุ่มหายไปได้อย่างไร
พ่อค้าตัดสินใจจากประสบการณ์ทั้งเส้นทาง ไม่ได้ตัดสินจากตัวงานอย่างเดียว ถ้าจุดใดจุดหนึ่งระหว่างทางเก็บเงินเกินหรือปฏิบัติไม่ดี งานที่ดีแค่ไหนก็เสียลูกค้ากลุ่มนั้นได้ งานแสดงสินค้ายุคนี้ก็เจอเรื่องเดียวกัน ที่จอดรถ ค่าขนของเข้าฮอลล์ หรือกติกาการขนของออกหลังงาน คือด่านที่ผู้ออกบูธจำได้และใช้ตัดสินว่าปีหน้าจะมาอีกหรือไม่
UNESCO ยังให้ภาพอีกแบบของการค้ายุโรปเหนือในช่วงต่อมา หน้ามรดกโลกหมายเลข 272 บรรยายว่าลือเบคเป็นหนึ่งในเมืองหลักของสันนิบาตฮันเซอระหว่างปี 1230-1535 สันนิบาตนี้เป็นกลุ่มเมืองพ่อค้าที่ครองการค้าในทะเลบอลติกและทะเลเหนือ ฝั่งตะวันตกของเกาะเมืองเก่าเป็นย่านบ้านพ่อค้าร่ำรวย ฝั่งตะวันออกเป็นร้านเล็กและช่างฝีมือ ช่วงรุ่งเรืองราวปี 1250-1400 ลือเบคครองการค้าของยุโรปเหนือ
ก่อนจ่ายค่าบูธ ถามผู้จัดงานอะไรบ้าง
บริการที่ผู้ครองแคว้นแชมเปญให้พ่อค้า แปลงเป็นคำถามที่ SME ถามผู้จัดงานแสดงสินค้าวันนี้ได้ตรง ๆ
| สิ่งที่งานแชมเปญมี | คำถามถึงผู้จัดงานวันนี้ |
|---|---|
| การคุ้มครองการเดินทางและสินค้า | ระหว่างติดตั้งและตลอดงาน ใครรับผิดชอบสินค้าที่วางในบูธ มีประกันหรือไม่ |
| กฎน้ำหนักและมาตรวัดที่ประกาศตอนเริ่มงาน | กติกาเรื่องขนาดบูธ ความสูงป้าย ไฟฟ้า และการขายหน้าบูธ ประกาศเป็นเอกสารให้ทุกบูธเหมือนกันหรือไม่ |
| ศาลประจำงานที่รับเรื่องได้ทันที | ถ้ามีปัญหากับผู้จัดหรือบูธข้างเคียงระหว่างงาน ติดต่อใคร ตัดสินภายในกี่ชั่วโมง |
| ปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างถิ่นเท่ากับคนท้องถิ่น | ราคาและตำแหน่งบูธของผู้ออกบูธรายเล็กกับรายใหญ่ใช้เกณฑ์เดียวกันหรือไม่ |
| ด่านบาโปมที่ทำให้พ่อค้าแฟลนเดอร์สไม่มา | ค่าใช้จ่ายนอกค่าบูธมีอะไรบ้าง เช่นค่าขนของเข้าฮอลล์ ค่าไฟเพิ่ม ค่าที่จอดรถ |
ธุรกิจในเชียงใหม่ที่กำลังเลือกผู้จัดงานหรือทีมทำบูธ อ่านวิธีแยกประเภทผู้จัดได้ในรับจัดอีเวนต์เชียงใหม่ ทีมบิลดิ้ง บูธ เลือกผู้จัดให้ตรงงาน
ออกบูธครั้งแรก ควรวัดผลจากอะไร
วัดจากรายชื่อผู้สนใจที่ทีมขายตามต่อได้จริง ไม่ใช่จากจำนวนคนเดินผ่านบูธ พ่อค้าในแชมเปญไม่ได้กลับบ้านพร้อมจำนวนคนที่เดินผ่าน พวกเขากลับไปพร้อมสัญญาที่จดทะเบียนกับผู้ดูแลงาน ร้านที่ออกบูธควรมีแบบฟอร์มเก็บชื่อ ช่องทางติดต่อ และสินค้าที่สนใจ แล้วนับจำนวนรายที่ปิดการขายได้ภายในสามสิบวันหลังงาน ตัวเลขนี้ใช้เทียบกับค่าบูธรวมค่าใช้จ่ายแฝงได้ตรงกว่ายอดคนเดินผ่าน
สี่คำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
- ใครรับผิดชอบสินค้าในบูธระหว่างติดตั้ง ระหว่างงาน และตอนรื้อ
- กติกาบูธทั้งหมด ทั้งขนาด ป้าย ไฟฟ้า และการขายหน้าบูธ อยู่ในเอกสารฉบับไหน
- ระหว่างงานถ้ามีปัญหา ติดต่อใคร และได้คำตอบภายในกี่ชั่วโมง
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนอกค่าพื้นที่มีกี่รายการ และจ่ายเมื่อไร
ผู้จัดตอบไม่ครบ ควรออกบูธหรือไม่
ถ้าคำถามที่ตอบไม่ได้คือเรื่องความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือค่าใช้จ่ายแฝง ให้ขอคำตอบเป็นเอกสารก่อนจ่ายมัดจำ งานแชมเปญประกาศกฎน้ำหนักและมาตรวัดตอนเริ่มงานทุกครั้ง ผู้จัดงานยุคนี้ที่ส่งกติกาเป็นเอกสารไม่ได้ ก็ควรถูกนับเป็นความเสี่ยงของงานนั้น
งานวิจัยบอกว่าพ่อค้าอิตาลีพาบริการชำระเงินและแลกเงินเข้ามาในงาน ส่วนการธนาคารของอิตาลีในยุคต่อมาเล่าไว้ในบทว่าด้วยธนาคารตระกูลเมดิชิและบัญชีคู่ ส่วนเครื่องมือการเงินของพ่อค้าฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกในช่วงใกล้กัน อยู่ในประวัติศาสตร์การค้าโลกอิสลามยุคทอง ตั๋วเงินและสัญญาแบ่งกำไร ที่เป็นบทก่อนหน้า
สรุป
งานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญจัดปีละหกครั้ง หมุนเวียนสี่เมือง งานละราวหกสัปดาห์ รุ่งเรืองสุดในศตวรรษที่ 13 และเหลือเป็นตลาดภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350 Edwards และ Ogilvie สรุปว่าความสำเร็จมาจากบริการสาธารณะของผู้ครองแคว้นที่ให้ทุกคนเท่ากัน ได้แก่สนธิสัญญาคุ้มครองการเดินทางปี 1209 1220 และ 1232 กฎมาตราชั่งตวงวัดที่ประกาศตอนเริ่มงาน ศาลประจำงานตั้งแต่ทศวรรษ 1220 และการปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น ส่วนปี 1262 พ่อค้าแฟลนเดอร์สไม่มางานเพราะถูกปฏิบัติไม่ดีที่ด่านบาโปม UNESCO บันทึกว่าบ้านเก่าในโพรแว็งราว 150 หลังยังมีห้องใต้ดินเก็บสินค้า และ Magna Carta ข้อ 41 คุ้มครองพ่อค้าที่เข้าออกอังกฤษ SME ที่จะออกบูธวันนี้ควรได้คำตอบเป็นเอกสารจากผู้จัดสี่เรื่อง คือความรับผิดชอบต่อสินค้า กติกาบูธ ช่องทางแก้ปัญหา และค่าใช้จ่ายนอกค่าพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แคว้นแชมเปญอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสปัจจุบัน งานย้ายเมืองไปตามรอบตลอดปี ทำให้พ่อค้าเจอตลาดได้แทบทุกช่วงของปี
ปี 2001 ในชื่อ Provins, Town of Medieval Fairs โดยพื้นที่มรดกโลกมีขนาด 108 เฮกตาร์
มีอย่างน้อยสองข้อที่พูดถึงการค้าตรง ๆ ข้อ 41 รับรองความปลอดภัยของพ่อค้าที่มาซื้อขายในอังกฤษ ส่วนข้อ 35 กำหนดมาตรฐานมาตรวัดกลางของทั้งประเทศ
เป็นเครือข่ายเมืองการค้าของยุโรปเหนือ หน้ามรดกโลกของลือเบคเรียกลือเบคว่าอดีตเมืองหลวงของเครือข่ายนี้ และยังเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลกับประเทศนอร์ดิกจนถึงวันนี้
ดูก่อนว่าคนที่เดินงานเป็นลูกค้าแบบเดียวกับที่ร้านขายอยู่หรือไม่ ถ้าใช่ ค่อยขอเอกสารเงื่อนไขจากผู้จัดมาเทียบกันสองสามงาน
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
ผู้จัดงานที่คุณกำลังจะจ่ายค่าบูธ ตอบสี่คำถามข้างบนเป็นเอกสารครบกี่ข้อ
ทีม PHYGITAL AGENCY อ่านเอกสารเชิญออกบูธเทียบให้หลายงาน แล้ววางผังบูธกับแบบฟอร์มเก็บรายชื่อผู้สนใจให้พร้อมก่อนวันติดตั้ง

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


