หมวดธุรกิจที่ใช้งบสูงสุดคือกลุ่มที่ลูกค้าซื้อซ้ำถี่และกลุ่มที่มูลค่าต่อการซื้อหนึ่งครั้งสูง ตัวเลขรายหมวดจากรายงานฉบับเดียวกันแสดงทิศทางที่ต่างกันชัดเจนในปีที่ตลาดรวมติดลบ
| หมวดธุรกิจ |
งบปี 2025 (ล้านบาท) |
ทิศทางปี 2026 |
| สกินแคร์ |
5,325 |
คาดโตต่อเป็น 6,185 ล้านบาท (+16%) |
| สื่อสารและโทรคมนาคม |
2,604 |
คาดหดตัวราว 5% |
| ยานยนต์ |
2,568 |
คาดเหลือ 2,316 ล้านบาท (-10%) |
| เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ |
2,261 |
คาดโตเป็น 2,412 ล้านบาท (+7%) |
| ผลิตภัณฑ์นม |
2,131 |
คาดเหลือ 1,859 ล้านบาท (-13%) |
สิ่งที่ตารางนี้บอกคือคำว่า "ตลาดโฆษณาหดตัว" ไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกหมวด สกินแคร์ยังเพิ่มงบสวนทางตลาดรวม เพราะเป็นสินค้าที่ลูกค้าซื้อซ้ำและมีกำไรต่อชิ้นสูงพอจะจ่ายค่าหาลูกค้าใหม่ได้ ขณะที่ยานยนต์กับผลิตภัณฑ์นมลดงบลง ธุรกิจที่อยู่ในหมวดที่งบกำลังโตจึงต้องเตรียมใจว่าค่าโฆษณาจะแพงขึ้น ส่วนธุรกิจในหมวดที่คู่แข่งกำลังถอนงบ อาจเป็นจังหวะที่ซื้อการเข้าถึงได้ถูกลงกว่าปีก่อน
ทำไมสกินแคร์ถึงใช้งบโฆษณาดิจิทัลสูงที่สุด
เพราะเป็นสินค้าที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและมีกำไรต่อชิ้นสูงพอจะรับต้นทุนค่าหาลูกค้าใหม่ได้ แบรนด์จึงยอมจ่ายแพงในครั้งแรกเพื่อแลกกับการซื้อซ้ำในอนาคต ต่างจากสินค้าที่ซื้อครั้งเดียวจบซึ่งต้องคุมต้นทุนต่อการขายให้อยู่ในรอบเดียว
หมวดอันดับ 6 ถึง 10 หมวดไหนเพิ่มงบเร็วที่สุด
รายงานฉบับเดียวกันจัดอันดับไว้สิบหมวด ห้าหมวดท้ายตารางตามที่ Marketing Oops สรุปไว้ ใช้งบน้อยกว่าห้าหมวดแรก แต่มีร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และอาหารเสริม ซึ่งเป็นหมวดที่มีร้านขนาดเล็กปะปนอยู่ด้วย ช่องตัวเลขแรกคืองบที่ใช้จริง ช่องที่สองคือคาดการณ์ของปีถัดไป นับปีเดียวกับตารางห้าหมวดแรก
| อันดับ |
หมวดธุรกิจ |
งบที่ใช้จริง (ล้านบาท) |
งบที่คาดไว้ปีถัดไป (ล้านบาท) |
| 6 |
ร้านค้าปลีก |
1,694 |
1,599 (-6%) |
| 7 |
อสังหาริมทรัพย์ |
1,177 |
1,219 (+4%) |
| 8 |
ร้านอาหาร |
1,114 |
1,123 (+1%) |
| 9 |
วิตามินและอาหารเสริม |
949 |
1,122 (+18%) |
| 10 |
เครื่องสำอาง |
1,295 |
1,088 |
วิตามินและอาหารเสริมเป็นหมวดที่ถูกคาดว่าจะโตเร็วที่สุดในสิบอันดับ ด้วยอัตรา 18% ซึ่งสูงกว่าสกินแคร์ที่ 16% รายงานให้เหตุผลไว้สองฝั่ง คือผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น และมีผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น ร้านขายอาหารเสริมรายเล็กจึงต้องวางงบโดยคาดไว้ก่อนว่าจะมีผู้ลงโฆษณาในหมวดเดียวกันมากขึ้น ส่วนร้านอาหารแทบทรงตัวที่ 1% และร้านค้าปลีกลดลง 6% ร้านค้าปลีกที่จะซื้อโฆษณาปีนี้อาจเจอคู่แข่งในหมวดน้อยลงกว่าปีก่อน
ตัวเลขของ DAAT นับเงินจากใคร
DAAT กับ Kantar รวบรวมตัวเลขจาก 27 เอเจนซี ครอบคลุมกว่า 80 ประเภทอุตสาหกรรมและ 18 ประเภทสื่อดิจิทัล ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้จึงเป็นภาพของแบรนด์ที่ซื้อสื่อผ่านเอเจนซี ร้านค้าที่ยิงโฆษณาเองจากหน้าจัดการโฆษณาของแพลตฟอร์มควรอ่านตัวเลขชุดนี้เป็นทิศทางของคู่แข่งรายใหญ่ในหมวดเดียวกัน ไม่ใช่ยอดรวมของทุกคนที่ซื้อพื้นที่โฆษณาในประเทศ