ถนนที่รถเพิ่มมากที่สุดในกลุ่มที่เกี่ยวกับแม่สอดคือทางหลวง 1090 ซึ่งออกจากแม่สอดไปทางอำเภออุ้มผาง จุดที่ กม. 17+000 เพิ่มจาก 6,837 คันต่อวันในปี 2561 เป็น 10,130 คันในปี 2568 หรือราว 48% ช่วงปลายทางอุ้มผาง-กะแง่คีที่ กม. 167+799 เพิ่มจาก 904 เป็น 2,110 คัน และมีรถจักรยานยนต์อีก 2,014 คันต่อวัน
ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงวังเจ้า-ตากเพิ่มจาก 16,398 เป็น 18,455 คัน รถบรรทุกสี่ล้อบนช่วงนี้เพิ่มจาก 3,284 เป็น 6,818 คันต่อวัน ส่วนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงตาก-หนองเสือซึ่งออกไปทางตะวันออกลดจาก 6,350 เหลือ 5,082 คัน
ถนนสายรองในอำเภอชายแดนให้ภาพต่างกันไป ทางหลวง 1175 ช่วงแม่ระมาด-ห้วยส้มป่อยเพิ่มจาก 2,028 เป็น 2,385 คันต่อวัน ขณะที่ทางหลวง 1206 ช่วงซอโอ-วะเล่ย์ในอำเภอพบพระลดจาก 6,721 เหลือ 5,587 คัน ทั้งที่ทะเบียนราษฎรของพบพระเพิ่มเร็ว ตัวเลขคนกับตัวเลขรถจึงควรดูคู่กัน ไม่ควรใช้ชุดใดชุดหนึ่งแทนอีกชุด
รถจักรยานยนต์บนถนนสายชายแดนบอกอะไรกับร้านริมทาง
บอกว่ามีคนในพื้นที่ใช้ถนนเส้นนั้นเดินทางระยะสั้นมากขึ้น ยอดรวมของกรมทางหลวงไม่นับรถจักรยานยนต์ แต่ไฟล์แยกไว้อีกคอลัมน์ ช่วงแม่ละเมา-ตากเพิ่มจาก 123 เป็น 556 คันต่อวันระหว่างปี 2561 ถึง 2568 ช่วงใกล้สะพานมิตรภาพเพิ่มจาก 2,236 เป็น 3,110 คัน และช่วงอุ้มผาง-กะแง่คีเพิ่มจาก 605 เป็น 2,014 คัน ร้านค้าริมทางที่ขายของใช้ประจำวันควรนับคอลัมน์นี้ด้วย เพราะลูกค้าที่ขี่รถจักรยานยนต์มักแวะซื้อใกล้บ้านมากกว่าคนขับรถผ่านทาง
ถนนทางเข้าสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 มีรถแบบไหนมากที่สุด
รถบรรทุกตั้งแต่หกล้อขึ้นไปมากที่สุด ในปี 2568 จุดสำรวจบนทางหลวง 130 มีรถเฉลี่ย 2,417 คันต่อวัน เป็นรถบรรทุกหกล้อ สิบล้อ รถพ่วง และรถกึ่งพ่วงรวม 1,405 คัน หรือราว 58% และมีรถกึ่งพ่วงอย่างเดียว 517 คัน ถนนเส้นนี้จึงเป็นถนนของรถขนสินค้าเป็นหลัก ธุรกิจที่เหมาะกับแนวนี้คืองานบริการรถและคนขับ เช่นอู่ ยาง ร้านอาหารสำหรับคนขับ และลานจอด มากกว่าร้านค้าปลีกทั่วไป