ช่องว่างระหว่างจำนวนคนกับมูลค่าผลผลิตเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจพะเยา การสำรวจภาวะการทำงานของประชากรจังหวัดพะเยา ของสำนักงานสถิติจังหวัดแยกผู้มีงานทำตามอุตสาหกรรมเป็นรายไตรมาส เมื่อเฉลี่ยสี่ไตรมาสของปี 2565 จะได้ดังนี้
| อุตสาหกรรม (ปี 2565) |
ผู้มีงานทำเฉลี่ย (คน) |
สัดส่วน |
| เกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง |
82,701 |
46.7% |
| การขายส่ง ขายปลีก และซ่อมยานยนต์ |
27,792 |
15.7% |
| การก่อสร้าง |
13,820 |
7.8% |
| ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร |
11,780 |
6.6% |
| การผลิต |
9,659 |
5.5% |
| การบริหารราชการและการประกันสังคมภาคบังคับ |
8,655 |
4.9% |
| ผู้มีงานทำทั้งหมด |
177,158 |
100% |
ผลสำรวจรายไตรมาสขึ้นลงได้มากเพราะเป็นการสำรวจตัวอย่าง ปี 2564 สัดส่วนเกษตรอยู่ที่ราว 54.5% และปี 2566 อยู่ที่ราว 45.5% ภาพที่คงเดิมทุกปีคือเกษตรจ้างคนมากที่สุดเกือบครึ่งหนึ่งของจังหวัด
งานในที่พักและร้านอาหารมีคนทำราว 11,780 คน ใกล้กับการก่อสร้างและมากกว่าการผลิตทั้งสาขา ร้านอาหาร ที่พัก และธุรกิจบริการรายเล็กจึงเป็นนายจ้างกลุ่มสำคัญของจังหวัด แม้แต่ละรายจะจ้างคนไม่กี่คน
คนพะเยาทำงานเป็นลูกจ้างหรือทำงานส่วนตัวมากกว่า
ทำงานส่วนตัวมากกว่า ไฟล์สถานภาพการทำงานของการสำรวจชุดเดียวกันเฉลี่ยปี 2565 ได้ผู้ทำงานส่วนตัวราว 71,551 คน หรือราว 40% และผู้ช่วยธุรกิจในครัวเรือนอีกราว 24% ลูกจ้างเอกชนมีราว 22% ลูกจ้างรัฐบาลราว 12% ส่วนนายจ้างมีไม่ถึง 1% เทียบกับปี 2563 ลูกจ้างเอกชนเพิ่มจากราว 19% ขณะที่ทำงานส่วนตัวลดจากราว 43% ธุรกิจที่ขายให้คนมีรายได้ประจำจึงยังมีฐานลูกค้าเล็กกว่าจังหวัดที่มีโรงงานหรือสำนักงานขนาดใหญ่
ร้านค้าในพะเยาควรวางแผนขายให้ครัวเรือนเกษตรอย่างไร
ควรวางตามรอบรายได้ของพืชหลักในพื้นที่ ไม่ใช่ตามเดือนเงินเดือนออก ครัวเรือนเกษตรมีเงินก้อนหลังขายผลผลิตแล้วใช้จ่ายน้อยลงช่วงรอเก็บเกี่ยว ร้านขายวัสดุ เครื่องใช้ไฟฟ้า และตัวแทนจำหน่ายรถควรจดยอดขายรายเดือนย้อนหลังสองปีเพื่อดูว่าเดือนไหนขายดีตามรอบเกษตรของอำเภอตัวเอง แล้วเตรียมสต๊อกและโปรโมชันให้ตรงช่วงนั้น