ภาคอุตสาหกรรมครองครึ่งหนึ่งของ GPP ลำพูนมาตลอดช่วงหลังปี 2562 และในภาคนี้เกือบทั้งหมดคือการผลิต ตารางนี้ใช้ไฟล์รายสาขาย่อยของปี 2566 ซึ่งเป็นตัวเลขเบื้องต้น
| สาขา |
มูลค่าปี 2566 (ล้านบาท) |
สัดส่วน |
| การผลิต |
45,052 |
49.2% |
| เกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง |
15,212 |
16.6% |
| ค้าส่งค้าปลีกและซ่อมยานยนต์ |
11,295 |
12.3% |
| การเงินและการประกันภัย |
3,571 |
3.9% |
| การศึกษา |
2,711 |
3.0% |
| สุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ |
2,384 |
2.6% |
| ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร |
497 |
0.54% |
| ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร |
268 |
0.29% |
| วิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค |
55 |
0.06% |
| รวม 19 สาขา |
91,541 |
100% |
ไฟล์นี้ออกคนละรุ่นกับไฟล์ปี 2559-2567 ตัวเลขปี 2566 ในสองไฟล์จึงไม่เท่ากัน ไฟล์รายสาขาย่อยเป็นตัวเลขเบื้องต้น ส่วนไฟล์ภาพรวมปรับปรุงปี 2566 แล้ว บทความนี้ระบุรุ่นกำกับทุกครั้งที่ใช้
ค้าส่งค้าปลีก 11,295 ล้านบาทบอกอะไรกับร้านค้าในลำพูน
สาขาค้าส่งค้าปลีกและซ่อมยานยนต์ใหญ่เป็นอันดับสามของจังหวัด และใหญ่ที่สุดในภาคบริการ ไฟล์รายสาขาย่อยให้ตัวเลข 9,894 ล้านบาทในปี 2565 และ 11,295 ล้านบาทในปี 2566 หรือเพิ่มราว 14% ในปีเดียวกับที่การผลิตลดลง สาขานี้รวมร้านค้าทุกขนาดตั้งแต่ร้านโชห่วยถึงศูนย์ซ่อมรถ ร้านค้าในลำพูนจึงไม่ได้พึ่งผู้มาเยือนเป็นหลัก แต่ขายให้คนที่ทำงานและอาศัยในจังหวัด ตัวเลขสองปีบอกได้แค่ทิศทางขาขึ้น ยังไม่พอบอกว่ากำลังซื้อจะโตต่อ ร้านที่วางแผนขยายควรใช้ยอดขายของตัวเองย้อนหลังประกอบ
GPP ลำพูนกับรายได้ของคนลำพูนต่างกันอย่างไร
GPP คือมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการที่ผลิตในเขตจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นค่าจ้างที่จ่ายให้คนทำงานในพื้นที่ อีกส่วนเป็นกำไรที่กลับไปหาเจ้าของกิจการ ซึ่งอาจอยู่นอกจังหวัดหรือนอกประเทศ จังหวัดที่มีโรงงานของบริษัทข้ามชาติมากจึงมี GPP สูงกว่าเงินที่หมุนในครัวเรือนของจังหวัด ธุรกิจที่ใช้ GPP ตั้งราคาสินค้าสำหรับคนในพื้นที่ควรหาข้อมูลรายได้ครัวเรือนประกอบ ส่วน GPP เหมาะกับการดูว่ามีฐานการผลิตให้ขายเข้าไปมากแค่ไหน