ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อค้นในหน้าค้นหาของราชกิจจานุเบกษาด้วยคำว่า "ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์" จะพบประกาศเรื่องเดียวกันแปดฉบับ
- ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2560 ลงราชกิจจานุเบกษา 17 มีนาคม 2560
- ฉบับที่ 49 พ.ศ. 2561 ลงราชกิจจานุเบกษา 12 มีนาคม 2561
- ฉบับที่ 49 พ.ศ. 2562 ลงราชกิจจานุเบกษา 24 เมษายน 2562
- ฉบับที่ 102 พ.ศ. 2562 ลงราชกิจจานุเบกษา 13 สิงหาคม 2562
- ฉบับที่ 70 พ.ศ. 2563 ลงราชกิจจานุเบกษา 18 กันยายน 2563
- ฉบับที่ 60 พ.ศ. 2564 ลงราชกิจจานุเบกษา 3 ตุลาคม 2564
- ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2565 ลงราชกิจจานุเบกษา 13 กันยายน 2565
- ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ลงราชกิจจานุเบกษา 17 สิงหาคม 2566
ในปีเดียวกันเคยมีประกาศออกสองฉบับ คือฉบับที่ 49 ในเดือนเมษายน และฉบับที่ 102 ในเดือนสิงหาคม ฉบับล่าสุดเขียนเหตุผลไว้ในอารัมภบทว่าคณะกรรมการกลางทบทวนมาตรการแล้ว เห็นควรคงไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาหรือค่าบริการก่อนตัดสินใจซื้อ
ทำไมต้องรู้ว่าฉบับไหนใช้อยู่
เพราะแต่ละฉบับยกเลิกฉบับก่อนหน้า บทความหรือคำแนะนำที่อ้างเลขฉบับเก่าอาจยังถูกในเนื้อหา แต่เลขที่อ้างไม่ใช่ฉบับที่ใช้บังคับแล้ว ณ วันที่ค้น 28 กันยายน 2569 ไม่พบฉบับที่ออกหลังฉบับที่ 64 และข้อ 1 ของฉบับนี้ใช้ถ้อยคำว่าใช้บังคับ "เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่" ร้านที่ต้องการอ้างอิงในนโยบายของร้านเอง ควรค้นเลขฉบับล่าสุดในราชกิจจานุเบกษาอีกครั้งก่อนอ้าง
ร้านบนมาร์เก็ตเพลสต้องแสดงราคาเอง หรือแพลตฟอร์มรับผิดชอบ
ข้อ 3 นิยามผู้ประกอบธุรกิจว่าเป็นผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ และข้อ 4 ให้แสดงราคาในระบบของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ร้านที่ลงสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสคือผู้จำหน่าย จึงต้องกรอกราคา ค่าจัดส่ง และรายละเอียดสินค้าในหน้าร้านของตัวเองให้ครบ แพลตฟอร์มมีช่องให้กรอกข้อมูลเหล่านี้ แต่ความถูกต้องของตัวเลขและคำบรรยายขึ้นกับร้านที่กรอก โดยเฉพาะรายละเอียดภาษาไทยของสินค้านำเข้าที่แพลตฟอร์มไม่ได้เขียนให้