ชุดผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดของสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสองไฟล์ ไฟล์หนึ่งเป็นยอดรวม อีกไฟล์เป็นมูลค่าภาคเกษตร ทั้งคู่มีถึงปี 2566 และระบุว่าปี 2564-2565 เป็นค่าปรับปรุงย้อนหลัง ส่วนปี 2566 เป็นค่าเบื้องต้น
| ปี | GPP ราคาประจำปี (ล้านบาท) | ภาคเกษตร (ล้านบาท) | สัดส่วนเกษตร |
|---|---|---|---|
| 2562 | 15,716 | 5,323 | 33.9% |
| 2563 | 15,313 | 4,782 | 31.2% |
| 2564 | 15,779 | 4,999 | 31.7% |
| 2565 | 15,691 | 4,549 | 29.0% |
| 2566 | 17,036 | 5,689 | 33.4% |
เศรษฐกิจทรงตัวอยู่ราว 15,300-15,800 ล้านบาทสี่ปี แล้วขยับขึ้นในปี 2566 ปีเดียวกันนั้นภาคเกษตรเพิ่มราว 1,140 ล้านบาท คิดเป็นราว 85% ของส่วนที่ GPP เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ราคาผลผลิตในปีนั้นจึงกำหนดว่าปีไหนเงินในจังหวัดคล่อง ซึ่งตรงกับราคากาแฟปี 2566 ที่สูงขึ้นมากในหลายอำเภอ
ภาคเกษตรของแม่ฮ่องสอนใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับจังหวัดข้างเคียง
สัดส่วนใกล้กันมาก ปี 2566 ภาคเกษตรของแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ราว 33.4% ของ GPP ขณะที่ไฟล์แยกสาขาของอุตรดิตถ์ปีเดียวกันให้สาขาเกษตรราว 31.8% ต่างกันที่ขนาด อุตรดิตถ์มีมูลค่าเกษตรราว 14,410 ล้านบาท มากกว่าแม่ฮ่องสอนราว 2.5 เท่า ธุรกิจที่ขายปัจจัยการผลิตหรือรับซื้อผลผลิตในสองจังหวัดจึงเจอเศรษฐกิจที่พึ่งเกษตรพอกัน แต่ตลาดในแม่ฮ่องสอนเล็กกว่ามาก การส่งของออกไปขายนอกจังหวัดจึงสำคัญกับผู้ผลิตแม่ฮ่องสอนมากกว่า
ทำไมบทความนี้ไม่บอกอันดับ GPP ของแม่ฮ่องสอน
บทเดิมอ้างตัวเลขปี 2567 และอันดับ 76 ของประเทศ แต่ไฟล์ที่จังหวัดเผยแพร่มีถึงปี 2566 และไม่มีตารางของทุกจังหวัดให้จัดอันดับ บทนี้จึงตัดตัวเลขนั้นออก ถ้าต้องการเทียบ ให้เทียบกับไฟล์ของจังหวัดอื่นปีเดียวกัน เช่น อุตรดิตถ์ปี 2566 อยู่ที่ 46,710 ล้านบาท ตามที่เขียนไว้ในเศรษฐกิจอุตรดิตถ์ เกษตรหนึ่งในสามของ GPP ขณะที่คนลดลงทุกปี




