ข้อ 9.1 ให้แต่งตั้งคณะผู้ตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญด้านผ้าจกอย่างน้อย 3 คน แต่ละคนตรวจแยกกันโดยอิสระ และตัดสินได้เพียงว่าผ่านหรือไม่ผ่าน วิธีตรวจคือคลี่ผ้าออกจากพับ ขึงในที่มีแสงสว่างเพียงพอ ให้เส้นด้ายพุ่งอยู่แนวนอนระดับสายตา แล้วตรวจพินิจ
สิ่งที่ผู้ตรวจสอบดูมาจากข้อ 5.1 และ 5.2
- ลักษณะทั่วไป (ข้อ 5.1) ผ้าต้องสะอาด เรียบร้อยตลอดผืน ลวดลายและเนื้อผ้าสม่ำเสมอตามแนวด้ายยืนและด้ายพุ่ง
- ข้อบกพร่องที่ระบุไว้ สีและเนื้อผ้าไม่สม่ำเสมอ ลายผิดหรือลายไม่ต่อเนื่อง ผ้าเป็นร่อง รู แยก เส้นด้ายขาด เส้นด้ายตึงหรือหย่อน รอยเส้นยืนผิด และริมผ้าเสีย เมื่อเห็นได้ชัดและมีผลต่อการใช้งาน
- เอกลักษณ์ (ข้อ 5.2) ต้องเห็นลักษณะของผ้าจกตามแบบที่แจ้ง คือลายเกิดจากด้ายพุ่งพิเศษหลายสีเป็นช่วงบนลายพื้น
เกณฑ์ผ่านเขียนไว้ใต้ข้อ 5.2 ว่าผลตรวจของผู้ตรวจสอบแต่ละคนต้องไม่มีลักษณะใดไม่ผ่าน
ถ้าผู้ตรวจสอบหนึ่งในสามคนให้ไม่ผ่าน ผลเป็นอย่างไร
ถือว่าไม่ผ่าน ถ้อยคำใต้ข้อ 5.2 ของมาตรฐานกำหนดว่าผลการตรวจสอบลักษณะทั่วไปและเอกลักษณ์ของผู้ตรวจสอบแต่ละคนต้องไม่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งไม่ผ่าน เกณฑ์นี้จึงไม่ได้ใช้เสียงข้างมาก ผ้าที่มีริมเสียหนึ่งช่วงซึ่งผู้ตรวจคนเดียวเห็นก็ทำให้ทั้งรุ่นตก กลุ่มทอผ้าจึงควรเลือกผืนที่ตรวจเองแล้วไม่พบข้อบกพร่องตามรายการในข้อ 5.1 ไว้สำหรับรุ่นที่จะยื่น
ตัวอย่างหนึ่งผืนตัดสินทั้งรุ่นได้อย่างไร
ข้อ 8.1 นิยาม "รุ่น" ว่าเป็นผ้าจกแบบเดียวกัน ทำด้วยกรรมวิธีเดียวกัน และทำหรือส่งมอบหรือซื้อขายในระยะเวลาเดียวกัน ข้อ 8.2.1 ให้สุ่มตัวอย่างจากรุ่นเดียวกัน 1 ผืน ใช้ตรวจขนาด ลักษณะทั่วไป เอกลักษณ์ การบรรจุ และฉลาก จากนั้นข้อ 8.2.2 ใช้ตัวอย่างชุดเดียวกันส่งทดสอบค่าทางห้องปฏิบัติการ ข้อ 8.3 กำหนดว่าต้องผ่านทุกข้อ รุ่นนั้นจึงเป็นไปตามมาตรฐาน กลุ่มที่ทอหลายลายหลายเส้นใยจึงต้องแยกรุ่นให้ชัดตั้งแต่ก่อนยื่น