กลไกการประมูลไม่ได้บอกว่าควรแบ่งงบกี่เปอร์เซ็นต์ แต่บอกว่าแต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับคำถามแบบไหน Google เริ่มจากคำค้น จึงตอบความต้องการที่คนแสดงออกมาแล้ว ส่วน Meta เริ่มจากโอกาสแสดงโฆษณาให้คนในกลุ่มเป้าหมาย จึงเหมาะกับการทำให้คนที่ยังไม่ได้ค้นหาเห็นสินค้า
เจ้าของธุรกิจที่จะแบ่งงบควรตอบคำถามสามข้อก่อน
- มีคนค้นหาสิ่งที่ร้านขายด้วยคำที่ชัดเจนหรือไม่ ถ้ามี Google มีคำค้นให้ประมูล ถ้าไม่มี ร้านต้องสร้างความต้องการก่อน
- ร้านรู้หรือไม่ว่าลูกค้าเป็นใคร ถ้ารู้ Meta ใช้กลุ่มเป้าหมายนั้นเป็นจุดตั้งต้นได้
- ร้านวัดผลลัพธ์ปลายทางได้หรือไม่ ทั้งสองระบบใช้ผลลัพธ์ที่ผู้ลงโฆษณาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสิน การวัดผลที่ไม่ครบทำให้ระบบเรียนรู้ผิดทาง
ทดลองแบ่งงบแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนดีกว่า
การเทียบผลของสองแพลตฟอร์มต้องใช้ตัวชี้วัดเดียวกันและช่วงเวลาเดียวกัน และไม่ควรตัดสินจากไม่กี่วันแรก เพราะทั้งสองระบบใช้การประมาณผลลัพธ์ที่ปรับตามข้อมูลที่ได้รับ งานวิจัยที่อธิบายว่าทำไมผลช่วงแรกของการทดสอบแกว่ง อยู่ในA/B Testing ผลวันแรกเชื่อได้แค่ไหน บทเรียนจาก Microsoft ส่วนในการเทียบสองแพลตฟอร์ม ควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะเทียบกันที่ต้นทุนต่อผลลัพธ์ปลายทางตัวเดียวกัน เช่นต้นทุนต่อคำสั่งซื้อ ไม่ใช่เทียบคลิกของฝั่งหนึ่งกับยอดเข้าถึงของอีกฝั่ง
ทำไมยอดผลลัพธ์จากสองรายงานรวมกันอาจมากกว่ายอดขายจริง
แต่ละแพลตฟอร์มนับผลลัพธ์ที่เกิดจากโฆษณาของตัวเองตามวิธีของตัวเอง ลูกค้าคนเดียวที่เห็นโฆษณาทั้งสองแห่งก่อนซื้อ จึงอาจถูกนับในทั้งสองรายงาน ร้านควรนับยอดขายจากระบบหลังร้านของตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วใช้ตัวเลขของแพลตฟอร์มเพื่อเทียบแนวโน้มภายในแพลตฟอร์มเดียวกัน ไม่ใช่รวมสองรายงานเป็นยอดขายจากโฆษณา เจ้าของธุรกิจที่ได้รายงานสองชุดจากผู้ดูแลคนละคน ควรขอตัวเลขยอดขายจากระบบหลังร้านแนบมาด้วยทุกเดือน เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันทั้งบริษัท และตัดสินงบรอบถัดไปจากยอดขายที่เกิดขึ้นจริง