ตัวอย่างต่อไปนี้มาจากแบรนด์ระดับโลกสามรายที่เลิกแบ่งแยกโลกสองใบไปแล้ว แต่ละรายเลือกจุดเชื่อมต่างกันตามลักษณะธุรกิจของตัวเอง
1. เครือโรงแรม Marriott International
อุตสาหกรรมโรงแรมคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการทำธุรกิจแบบ Phygital แม้สินค้าหลักคือ "ห้องพัก" ที่จับต้องได้ในโลกออฟไลน์ แต่ Marriott ลงทุนมหาศาลกับการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การจองห้องพัก การเช็กอินผ่านแอปพลิเคชัน (Mobile Check-in) ไปจนถึงการใช้มือถือเป็นกุญแจห้อง (Digital Key) แขกที่เข้าพักสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอนที่น่าเบื่อ (Friction) และใช้เวลาดื่มด่ำกับสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมได้อย่างเต็มที่
2. Nike และร้านค้าแบบ Localized
Nike ไม่ได้เปิดร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาเปิดร้านค้ารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Nike Live" ซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) จากแอปพลิเคชันของสมาชิกในละแวกนั้น สินค้าในร้านจะถูกปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความชื่นชอบของคนในพื้นที่ ทำให้หน้าร้านกลายเป็นส่วนต่อขยายของประสบการณ์ดิจิทัลอย่างแท้จริง
3. IKEA และการใช้เทคโนโลยี AR
IKEA แก้ปัญหาคลาสสิกที่ว่า "เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้จะเข้ากับบ้านฉันไหม?" ด้วยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม (Augmented Reality – AR) ผ่านแอปพลิเคชัน IKEA Place ลูกค้าสามารถจำลองวางโซฟาหรือตู้หนังสือลงในพื้นที่จริงของบ้านตัวเองผ่านหน้าจอมือถือ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางไปซื้อที่หน้าร้าน (หรือกดสั่งออนไลน์) นี่คือการใช้ดิจิทัลมาสนับสนุนการตัดสินใจซื้อสินค้าออฟไลน์ได้อย่างชาญฉลาด
ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละรายเลือกเชื่อมที่จุดใด ลูกค้าได้อะไร และหลักการเดียวกันนำไปใช้กับธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างไร
| แบรนด์ |
จุดที่เลือกเชื่อม |
สิ่งที่ลูกค้าได้รับ |
หลักการที่ธุรกิจขนาดเล็กใช้ต่อได้ |
| Marriott International |
ขั้นตอนจองและเช็กอินก่อนถึงที่พัก |
ลดขั้นตอนหน้าเคาน์เตอร์ ใช้มือถือแทนกุญแจห้อง |
ย้ายขั้นตอนที่ลูกค้าต้องรอ ไปทำให้เสร็จก่อนมาถึงหน้าร้าน |
| Nike |
ข้อมูลสมาชิกจากแอปกับการเลือกสินค้าเข้าร้านสาขา |
ร้านในละแวกมีสินค้าตรงกับความต้องการของคนพื้นที่ |
ใช้ข้อมูลการสั่งซื้อออนไลน์ในพื้นที่มากำหนดของที่สต๊อกไว้หน้าร้าน |
| IKEA |
ขั้นตอนตัดสินใจก่อนซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ |
จำลองสินค้าในพื้นที่จริงก่อนเดินทางมาที่ร้าน |
ใช้ภาพหรือวิดีโอสินค้าในบริบทการใช้งานจริง ลดความลังเลก่อนเดินทาง |
แบรนด์ระดับโลกใช้ข้อมูล Phygital สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไร?
แบรนด์ระดับโลกใช้ข้อมูลที่เชื่อมสองช่องทางผ่าน 3 วิธีหลัก ประการแรกคือรวมพฤติกรรมออนไลน์และออฟไลน์ไว้ในโปรไฟล์ลูกค้าเดียว ทำให้แนะนำสินค้าได้ตรงไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ช่องทางใด ประการที่สองคือใช้ความต้องการที่เห็นจากออนไลน์ในแต่ละพื้นที่มาวางแผนสต๊อกหน้าร้านล่วงหน้า ลดปัญหาของขาดและต้นทุนจม ประการที่สามคือปรับข้อเสนอให้สอดคล้องกันทั้งสองช่องทางในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้ลูกค้าเจอราคาหรือโปรโมชันที่ขัดกันเอง
ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนของPhygital Marketing คืออะไร กลยุทธ์เชื่อมออฟไลน์กับออนไลน์ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป อ่านเพิ่มเติมที่Zero-Click Discovery คืออะไร เมื่อ AI ตอบแทนการคลิกเข้าเว็บ ในทางปฏิบัติ แบรนด์เหล่านี้เริ่มต้นจากการเชื่อมข้อมูลหน้าร้านกับออนไลน์ ทำ Phygital ให้เพิ่มกำไรจริง แล้วขยายไปสู่การสร้าง Phygital Store อย่างไร ให้หน้าร้านเก็บ Data ได้ด้วย พร้อมออกแบบPhygital Customer Journey วางเส้นทางลูกค้าให้ปิดการขาย และสำหรับธุรกิจที่ขายให้องค์กรด้วยกันเอง กลยุทธ์ยังต้องปรับต่างออกไป อ่านเพิ่มเติมได้ในกลยุทธ์ Phygital Marketing B2B กับ B2C ต่างกันตรงไหน