ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แนว​เพลง Electronic EDM คือ​อะไร ช่วง​รอ​ก่อน​เบส​กลับ​มา

อัปเดตล่าสุด 28 กันยายน 2569
เวลาอ่านประมาณ 13 นาที
แนว​เพลง Electronic EDM คือ​อะไร ช่วง​รอ​ก่อน​เบส​กลับ​มา

KEY TAKEAWAYS

3 ประเด็น

แนว​เพลง Electronic EDM คือ​ดนตรี​อิเล็กทรอนิกส์​ที่​ผลิต​มา​ให้​คน​เต้น

เพลง​สร้าง​จาก​ท่อน​สั้น​สอง​ถึง​สี่​ห้อง​ที่​เล่น​ซ้ำ แล้ว​เพิ่ม​หรือ​ถอด​เครื่อง​ดนตรี​ที​ละ​ชั้น​ทุก 2 4 8 16 หรือ 32 ห้อง จังหวะ​เฉลี่ย​อยู่​ที่ 120-130 BPM

ช่วง build-up กับ drop ถูก​ออกแบบ​ให้​คน​ฟัง​รอ

บทความ​วิจัย​ของ Ragnhild Torvanger Solberg ใน​วารสาร Dancecult ปี 2014 แยก​เทคนิค​จาก​สอง​เพลง​ได้​ห้า​อย่าง ตั้งแต่​เสียง​ที่​ไต่​ระดับ​ขึ้น ไป​จนถึง​การ​ถอด​เบส​กับ​กระเดื่อง​ออก​แล้ว​คืน​กลับ​ใน​จังหวะ​เดียว

คนใน​คลับ​รู้​ล่วง​หน้า​ว่า drop จะมา ส่วน​ที่​ยัง​ลุ้น​คือ​เมื่อไร​และ​มา​แบบ​ไหน

ผู้​เขียน​ระบุ​เอง​ว่า​งาน​นี้​เป็นการ​วิเคราะห์​เชิง​ตีความ ยัง​ไม่​ได้​วัด​ร่างกาย​ของ​ผู้​ฟัง​จริง ผู้​จัด​งาน​จึง​ใช้​เป็นก​รอบ​คิด​เรื่อง​จังหวะ ไม่ใช่​ตัวเลข​รับ​ประกัน​ผล

แนว​เพลง EDM สร้าง​ความ​รอ​ด้วย​ช่วง build-up ก่อน​ปล่อย drop งาน​วิจัย​ของ Solberg ใน Dancecult แยก​ห้า​เทคนิค​จาก​สอง​เพลง และ​บอก​ไว้​เอง​ว่า​ยัง​เป็น​สมมติฐาน

ผู้​จัด​งาน​เปิด​ตัว​สินค้า​ที่​อยาก​ให้​ช่วง​ไฮไลต์​บน​เวที​มี​แรง​แบบ​ช่วง​ที่​เบส​กลับ​มา​ใน​เพลง EDM มัก​บรีฟ​แค่​ว่า​ขอ​ให้​มันส์ โดย​ยัง​ไม่​ได้​วาง​จังหวะ​ของ​ช่วง​ก่อน​ถึง​ไฮไลต์ บท​นี้​อ่าน​งาน​วิจัย​ที่​แยก​ช่วง​ก่อน​เบส​กลับ​มา​ออก​เป็น​เทคนิค​ที​ละ​ข้อ แล้ว​แปลง​เป็น​โครง​สำหรับ​วาง​ช่วง​ไฮไลต์​ของ​งาน

เพลง​แนว EDM ใน​คลับ​มัก​มี​ช่วง​หนึ่ง​ที่​เบส​กับ​เสียง​กระเดื่อง​หาย​ไป เสียง​สูง​ไต่​ขึ้น​เรื่อย ๆ กลอง​รัว​ถี่​ขึ้น แล้ว​ทุก​อย่าง​กลับ​มา​พร้อม​กัน​ใน​จังหวะ​เดียว ผู้​ฟัง​เรียก​จุด​ที่​เบส​กลับ​มา​ว่า drop และ​เรียก​ช่วง​ก่อน​หน้า​นั้น​ว่า build-up

บท​นี้​ใช้บทความ "Waiting for the Bass to Drop" ของ Ragnhild Torvanger Solberg เป็น​แหล่ง​หลัก บทความ​นี้​ตี​พิมพ์​ใน​วารสาร Dancecult: Journal of Electronic Dance Music Culture เล่ม 6 ฉบับ​ที่ 1 ปี 2014 หน้า 61-82 ผู้​เขียน​เป็น​นัก​วิจัย​ปริญญา​เอก​ด้าน​ดนตรี​ที่ University of Agder ใน​นอร์เวย์ และ​วิเคราะห์​เพลง​สอง​เพลง​ด้วย​สเปก​โตร​แก​รม​กับ​กราฟ​ความ​ดัง​ของ​เสียง คำ​อธิบาย​เทคนิค​ทุก​ข้อ​ใน​บท​นี้​มา​จาก​บทความ​นั้น

แนว​เพลง Electronic EDM คือ​อะไร

EDM ย่อ​มา​จาก electronic dance music คือ​ดนตรี​อิเล็กทรอนิกส์​ที่​ผลิต​มา​ให้​คน​เต้น​เป็น​หน้าที่​หลัก Solberg เขียน​ว่า​ชื่อ​ของ​แนว​เพลง​บอก​เป้า​หมาย​ไว้​แล้ว คือ​ทำให้​คน​อยาก​ขยับ​ร่างกาย​ตาม​เพลง และ​เพลง​เป็น​หนึ่ง​ใน​เหตุผล​หลัก​ที่​คน​ส่วน​ใหญ่​ไป​คลับ

โครง​เพลง​แนว​นี้​ต่าง​จาก​เพลง​ที่​เล่า​เรื่อง​จาก​ต้น​จน​จบ ผู้​เขียน​อธิบาย​ว่า​เพลง EDM ใช้​ท่อน​พื้น​ฐาน​ยาว​สอง​หรือ​สี่​ห้อง​ที่​เล่น​ซ้ำ แล้ว​พัฒนา​ต่อ​ด้วย​การ​ซ้อน​เครื่อง​ดนตรี​เป็น​ชั้น ๆ การ​เพิ่ม เปลี่ยน หรือ​ถอด​แต่ละ​ชั้น​มัก​เกิด​หลัง​ผ่าน​ไป 2 4 8 16 หรือ 32 ห้อง เพลง​จึง​หนา​ขึ้น​แทนที่​จะ​ยาว​ขึ้น คน​ที่​ไป​คลับ​บ่อย​จะ​คุ้น​กับ​รูป​แบบ​นี้​จน​คาด​ได้​ว่า​อะไร​จะ​เปลี่ยน​เมื่อไร

เพลง​ที่​ผู้​เขียน​เลือก​มา​วิเคราะห์​มี​ลักษณะ​ร่วม​ของ​แนว​นี้ ได้แก่ การ​ซ้อน​ท่อน​จังหวะ​ด้วย​เครื่อง​เรียง​ลำดับ​เสียง ไม่มี​เสียง​ร้อง​เต็ม​เพลง เปลี่ยน​คอร์ด​น้อย จังหวะ​คงที่​และ​ตรง​เป๊ะ และ​ความเร็ว​เฉลี่ย​อยู่​ที่ 120-130 จังหวะ​ต่อ​นาที (BPM)

ดี​เจ​กับ​โปรดิวเซอร์ EDM ทำงาน​ต่าง​กัน​อย่างไร

Solberg แยก​สอง​บทบาท​ไว้​ใน​เชิงอรรถ​ของ​บทความ ดี​เจ​คือ​คน​ที่​มิกซ์​เพลง​สด​ใน​คลับ โดย​มัก​เล่น​จาก​ชุด​เพลง​ที่​ผลิต​เสร็จ​แล้ว ส่วน​โปรดิวเซอร์​คือ​คน​ที่​ผลิต​เพลง​ให้​ดี​เจ​นำ​ไป​ใช้​ใน​คลับ ทั้ง​สอง​บทบาท​มี​เป้า​หมาย​ร่วม​กัน​คือ​ทำให้​คืน​นั้น​มี​จังหวะ​ขึ้น​ลง​สำหรับ​คน​เต้น โปรดิวเซอร์​ฝัง​ความ​ตึง​ไว้​ใน​โครง​เพลง​ตั้งแต่​ใน​สตู​ดิ​โอ ส่วน​ดี​เจ​เลือก​ว่า​จะ​ปล่อย​ช่วง​นั้น​เมื่อไร​โดย​ดู​ปฏิกิริยา​ของ​คน​บน​ฟลอร์

ช่วง breakdown build-up และ drop

สาม​ช่วง​นี้​ตั้ง​ชื่อ​ตาม​หน้าที่ breakdown ลด​ความ​หนา​ของ​เพลง​ลง build-up สร้าง​ความ​ตึง​กลับ​ขึ้น​ไป​จนถึง​จุด​สูงสุด และ drop คือ​จังหวะ​ที่​เบส​กับ​กระเดื่อง​กลับ​เข้า​มา​พร้อม​ท่อน​หลัก​ของ​เพลง ผู้​เขียน​เลือก​เรียก​ช่วง​สุดท้าย​ว่า drop ตาม​ลักษณะ​ที่​ได้ยิน​ชัด​ที่สุด คือ​การ​คืน​เบส​และ​กระเดื่อง

ช่วง สิ่ง​ที่​เกิด​กับ​เสียง​ตาม​บทความ
breakdown เครื่อง​ดนตรี​หลาย​ชั้น​ถูก​ถอด​ออก ที่​สำคัญ​คือ​เบส​กับ​กระเดื่อง ซึ่ง​คน​เต้น​ใช้​เป็น​ฐาน​ของ​จังหวะ
build-up ชั้น​เสียง​กลับ​เข้า​มา​ที​ละ​ชั้น จังหวะ​ถูก​บีบ​ให้​ถี่​ขึ้น และ​มี​เสียง​ที่​ไต่​ขึ้น​หลาย​เสียง
drop เบส​กับ​กระเดื่อง​กลับ​มา ท่อน​หลัก​ของ​เพลง​เล่น​ต่อตาม​จังหวะ​ปกติ

ผู้​เขียน​อ้าง​งาน​ของ Mark J. Butler กับ Rick Snoman ที่​วิเคราะห์​โครง​เพลง​แนว​นี้​ว่า​เพลง​หนึ่ง​เพลง​มัก​มี build-up และ drop สอง​คู่ และ​คู่​ที่​สอง​เข้ม​ข้น​กว่า​คู่​แรก เมื่อ​คนใน​คลับ​ฟัง​เพลง​แบบ​นี้​ซ้ำ​หลาย​ครั้ง พวก​เขา​จึง​คาด​ได้​ว่า​หลัง​ผ่าน​ไป​ระยะ​หนึ่ง​จะ​มี​การ​สร้าง​ความ​ตึง​เกิด​ขึ้น

คนใน​คลับ​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า drop จะมา ทำไม​ยัง​ตื่น​เต้น

ความ​ตื่น​เต้น​มา​จาก​ส่วน​ที่​ยัง​ไม่รู้ Solberg เขียน​ว่า​คนใน​คลับ​รู้​ว่า​จะ​ได้ build-up และ drop แต่​ความ​ไม่​แน่นอน​อยู่​ที่​ว่า​จะ​มา​เมื่อไร​และ​มา​แบบ​ไหน ดี​เจ​จึง​เล่น​กับ​ความ​คาด​หวัง​ได้​ด้วย​การ​ยืด​ช่วง​รอ​ออก​ไป​อีก​นิด ผู้​เขียน​ยัง​อ้าง Ed Montano ว่าการ​เล่น​ตาม​ลำดับ​เพลง​ที่​เตรียม​ไว้​ล่วง​หน้า​ทั้ง​คืน​เป็น​สิ่ง​ที่​วัฒนธรรม​ดี​เจม​อง​ใน​แง่​ลบ เพราะ​ขัด​กับ​การ​เล่น​สด และ​ดี​เจ​ที่​ไม่​ดู​คน​บน​ฟลอร์​เสี่ยง​ทำให้​คน​ผิด​หวัง​หรือ​หมด​ความ​สนใจ

ห้า​เทคนิค​ก่อน​เบส​กลับ​มา

Solberg สรุป​จาก​การ​วิเคราะห์​สอง​เพลง​ว่า​โปรดิวเซอร์​และ​ดี​เจ​ใช้​ห้า​เทคนิค​หลัก​สร้าง​ความ​ตึง​ก่อน​ปล่อย drop ทุก​เทคนิค​เป็น​เรื่อง​ของ​การ​จัด​เสียง​ใน​เพลง ไม่​ต้อง​เปลี่ยน​ความเร็ว​ของ​เพลง​เลย

เทคนิค สิ่ง​ที่​ทำ​ตาม​บทความ
uplifter เสียง​ที่​ถูก​ปรับ​ระดับ​เสียง​ให้​สูง​ขึ้น​เรื่อย ๆ บอก​ผู้​ฟัง​ว่า​เพลง​กำลัง​มุ่ง​ไป​หา​อะไร​บาง​อย่าง มัก​ใช้​เสียง​ซ่า (white noise) ร่วม​ด้วย
drum roll effect แบ่ง​ค่า​โน้ต​ของ​กลอง มัก​เป็น​สแนร์ ให้​ถี่​ขึ้น​จาก​โน้ต​ตัว​ดำ​ไป​จน​เป็นก​ลอง​รัว​ก่อน drop และ​เร่ง​ความ​ดัง​ของ​กลอง​ขึ้น
เปลี่ยน​ย่าน​ความถี่​ครั้ง​ใหญ่ ช่วง​ท้าย​ของ build-up เสียง​เกือบ​ทั้งหมด​อยู่​ใน​ย่าน​สูง แล้ว​ถูก​แทน​ด้วย​เบส​ย่าน​ต่ำ​ทันที​ที่ drop มา
ถอด​แล้ว​คืน​เบส​กับ​กระเดื่อง เอา​ฐาน​จังหวะ​ที่​คน​เต้น​พึ่งพา​ออก​ไป​ก่อน แล้ว​คืน​กลับ​เป็น​สัญญาณ​ของ drop
breakdown ที่​ต่าง​จาก​ส่วน​หลัก ช่วง​ลด​ความ​หนา​ที่​มี​อารมณ์​คนละ​แบบ​กับ​ท่อน​หลัก ทำให้​ระยะ​ที่​ต้อง​สร้าง​ความ​ตึง​กลับ​ขึ้น​ไป​ยาว​ขึ้น

ผู้​เขียน​ใช้​สอง​กรอบ​คิด​อธิบาย​ว่า​ทำไม​เทคนิค​เหล่า​นี้​ได้​ผล กรอบ​แรก​คือ​ความ​คาด​หวัง​ใน​ดนตรี ตาม​ทฤษฎี ITPRA ของ David Huron ที่​แบ่ง​การ​ตอบ​สนอง​ต่อ​ความ​คาด​หวัง​เป็น​ห้า​ขั้น กรอบ​ที่​สอง​คือ​อุปมา​เรื่อง​แรง​โน้ม​ถ่วง ของ​ที่​ถูก​ยก​ขึ้น​ต้อง​ตกลง​มา​เสมอ ผู้​ฟัง​จึง​รู้สึก​เหมือน​ถูก​ยก​ขึ้น ถูก​ค้าง​ไว้ แล้ว​ถูก​วาง​ลง​บน​พื้น​จังหวะ​ที่​คุ้น​เคย

drum roll effect ทำให้​เพลง​ฟัง​เร็ว​ขึ้น​ได้​อย่างไร​ทั้ง​ที่​ความเร็ว​ไม่​เปลี่ยน

เทคนิค​นี้​แบ่ง​โน้ต​ของ​กลอง​ให้​ถี่​ขึ้น​เรื่อย ๆ โดย​ความเร็ว​ของ​เพลง​ยัง​เท่า​เดิม Solberg อธิบาย​ว่า​เพลง EDM แทบ​ไม่​เปลี่ยน​ความเร็ว เพราะ​คน​เต้น​ต้องการ​กรอบ​จังหวะ​ที่​คงที่​และ​คาด​เดา​ได้ การ​แบ่ง​โน้ต​ที่​เริ่ม​จาก​ตัว​ดำ​ให้​ถี่​ขึ้น​จน​กลาย​เป็นก​ลอง​รัว​จึง​สร้าง​ความ​รู้สึก​ว่า​เพลง​เร่ง​ขึ้น และ​เพิ่ม​ความ​เข้ม​ข้น​ได้​โดย​คน​เต้น​ไม่​หลง​จังหวะ ใน​เพลง Body เทคนิค​นี้​ชัด​ที่สุด​ใน​สี่​ห้อง​สุดท้าย​ของ build-up และ​กลอง​ชุด​นั้น​ยัง​ถูก​เร่ง​ความ​ดัง​ขึ้น​ด้วย

สอง​เพลง สอง​วิธี​ปล่อย drop

สอง​เพลง​ที่​ผู้​เขียน​เลือก​ใช้​เทคนิค​ชุด​เดียวกัน แต่​จัด​ช่วง​ก่อน drop ต่าง​กัน เพลง​แรก​คือ Body ของ​โปรดิวเซอร์​ชาว​อังกฤษ Cinnamon Chasers ที่​ออก​ปี 2013 เพลง​ที่​สอง​คือ Icarus (Extended Version) ของ Madeon ดี​เจ​และ​โปรดิวเซอร์​ชาว​ฝรั่งเศส ที่​ออก​ปี 2012 ผู้​เขียน​เลือก​ฉบับ​ที่​วาง​จำหน่าย​ตายตัว แทน​ฉบับ​รี​มิกซ์​ที่​ดี​เจ​เล่น​ใน​คลับ

ประเด็น Body Icarus (Extended Version)
ช่วง​ก่อน build-up Breakdown 2 นาที​ที่ 2:56-3:12 เหลือ​แค่​โครง​จังหวะ​หลัก อารมณ์​คล้าย​ท่อน​หลัก Breakdown นาที​ที่ 2:06-2:21 เปลี่ยน​เป็น​บรรยากาศ​ลอย ไม่มี​กลอง มี​เสียง​เครื่อง​สาย​ค้าง​กับ​เบส​โน้ต​ยาว
build-up สอง​ช่วง​ต่อ​กัน นาที​ที่ 3:12-3:44 และ 3:44-4:00 ใช้ uplifter หลาย​เสียง Build-up 2 นาที​ที่ 2:21-2:36 ตบมือ​จังหวะ​สอง​และ​สี่ พร้อม​ซินธ์​ที่​ไต่​ระดับ​เสียง​ขึ้น
สัญญาณ​สุดท้าย​ก่อน drop กลอง​รัว​ใน​สี่​ห้อง​สุดท้าย และ​ถอด​เบส​กับ​กระเดื่อง​ออก​ทั้งหมด​ใน​ช่วง​ท้าย สแนร์​ห้า​ครั้ง​เน้น​จังหวะ​ขัด ทำให้​จังหวะ​กำกวม​ชั่ว​ขณะ
ตอน drop ย่าน​เสียง​ต่ำ​เกือบ​ว่าง​ก่อน แล้ว​เบส​กับ​กระเดื่อง​กลับ​มา​เป็น​ฐาน เบส​ไถล​ลง​ใน​จังหวะ​แรก เหลือ​แค่​เบส​กับ​กระเดื่อง​ชั่ว​ขณะ แล้ว​ท่อน​หลัก​กลับ​มา​ครบ​ใน​จังหวะ​ที่​สอง

Solberg เรียก​ช่วง​สั้น​มาก​ใน Icarus ที่​เหลือ​แค่​เบส​กับ​กระเดื่อง​ว่า micro vacuum และ​ตีความ​ว่า Madeon ค้าง​ผู้​ฟัง​ไว้​นาน​กว่า Body ด้วย​ความ​กำกวม​ของ​จังหวะ​และ​การ​เลื่อน​การก​ลับ​มา​ของ​ท่อน​หลัก​ไป​หนึ่ง​จังหวะ ผู้​เขียน​เสนอ​ว่า breakdown ที่​ต่าง​จาก​ท่อน​หลัก​มาก​ทำให้​ระยะ​ทาง​กลับ​ไป​ถึง drop ยาว​ขึ้น และ​ความ​รู้สึก​ตอน​ท่อน​หลัก​กลับ​มา​จึง​เข้ม​ข้น​ขึ้น

ผู้​ฟัง​พูด​ถึง​ช่วง​ก่อน drop อย่างไร

ผู้​เขียน​ยก​ความ​เห็น​บน​แพลตฟอร์ม SoundCloud หก​ความ​เห็น​ใต้​เพลง Icarus ที่​พูด​ถึง​ความ​รู้สึก​ถูก​ยก​ขึ้น​หรือ​บิน เช่น "I feel like im flying" และ "totally awesome and uplifting beats!" ชื่อ​เพลง​เอง​ก็​อ้าง​ถึง​อิ​คา​รัส​ใน​ตำนาน​กรีก​ที่​บิน​ด้วย​ปีก​ขี้​ผึ้ง​แล้ว​ตกลง​ทะเล ผู้​เขียน​อ่าน​ชื่อ​นี้​เป็น​อุปมา​ของ​โครง​เพลง​ที่​ยก​ผู้​ฟัง​ขึ้น​แล้ว​วาง​ลง ความ​เห็น​หก​ข้อ​นี้​เป็น​ตัวอย่าง​ประกอบ​คำ​อธิบาย ไม่​ได้​มา​จาก​การ​สุ่ม​หรือ​สำรวจ​ผู้​ฟัง

งาน​นี้​ยัง​พิสูจน์​อะไร​ไม่​ได้

บทความ​ของ Solberg อธิบาย​เทคนิค​ได้​ละเอียด แต่​ยัง​ไม่​ได้​วัด​ว่า​ผู้​ฟัง​จริง​ตอบ​สนอง​อย่างไร ผู้​อ่าน​ที่​นำ​ไป​ใช้​ควร​รู้​ขอบเขต​สี่​ข้อ​ที่​ผู้​เขียน​ระบุ​ไว้​เอง​หรือ​ที่​เห็น​ได้​จาก​วิธี​การ

  1. วิเคราะห์​เพลง​สอง​เพลง ผู้​เขียน​บอก​ว่า​เทคนิค​ใน​สอง​เพลง​นี้​เป็น​ตัวแทน​ของ​วิธี​ที่​ดี​เจ​และ​โปรดิวเซอร์​จำนวน​มาก​ใช้ โดย​อิง​จาก​ความ​รู้​ของ​ผู้​เขียน​เอง​เกี่ยว​กับ​เพลง​แนว​นี้
  2. เส้น​ความ​เข้ม​ข้น​ใน​แผนภาพ​เป็นการ​ตีความ ผู้​เขียน​วาด​เส้น​นี้​จาก​โครง​เพลง​ต้นแบบ​ของ Butler กับ Snoman การ​อ่าน​เพลง​ของ​ตัว​เอง และ​กราฟ​ความ​ดัง แล้ว​เรียก​เอง​ว่า​เป็น​สมมติฐาน
  3. ยัง​ไม่มี​การ​วัด​ร่างกาย บทความ​นี้​เป็น​ขั้น​ต้น​ของ​โครงการ​ปริญญา​เอก การ​ทดลอง​วัด​การ​ตอบ​สนอง​ทาง​ร่างกาย​และ​การ​เคลื่อนไหว​ของ​คนใน​คลับ​ยัง​เป็น​แผน​ใน​ตอน​ตี​พิมพ์
  4. ประสบการณ์​ใน​คลับ​มี​หลาย​ปัจจัย ผู้​เขียน​ย้ำ​ว่า​อารมณ์​ที่​เกิด​จาก​ดนตรี​มา​จาก​ปัจจัย​ทาง​ดนตรี อารมณ์​ส่วน​ตัว และ​สถานการณ์​รวม​กัน แยก​เทคนิค​ใด​เทคนิค​หนึ่ง​ออก​มา​วัดผล​เดี่ยว ๆ ไม่​ได้

ทฤษฎี​ความ​คาด​หวัง​ที่​ผู้​เขียน​ใช้​มี​ข้อ​โต้​แย้ง​อะไร​บ้าง

มี​ข้อ​โต้​แย้ง​ที่​ผู้​เขียน​เขียน​ไว้​เอง Solberg ใช้​ทฤษฎี ITPRA ของ Huron อธิบาย​ช่วง build-up และ drop แต่​ติง​ว่า​ทฤษฎี​นี้​พึ่ง​กระบวนการ​ทาง​ชีววิทยา​มาก​เกิน​ไป และ​เสี่ยง​ลด​อารมณ์​ที่​ซับ​ซ้อน​ให้​เหลือ​แค่​สูตร​เหตุ​และ​ผล​ที่​นัก​ดนตรี​หยิบ​ไป​ใช้ได้​ทันที ผู้​เขียน​ยัง​ใช้​ทฤษฎี​นี้​ต่อ​เพราะ​เห็น​ว่า​อธิบาย​เทคนิค​ใน​เพลง​แนว​นี้​ได้​ดี แต่​มอง​ประสบการณ์​ใน​คลับ​ว่า​ขึ้น​กับ​วัฒนธรรม​ด้วย การ​อ้าง​งาน​นี้​จึง​ควร​ระบุ​ว่า​เป็น​คำ​อธิบาย​เชิง​ทฤษฎี

วาง​ช่วง​ไฮไลต์​ของ​งาน​เปิด​ตัว​ด้วย​โครง build-up และ drop

เจ้าของ​ธุรกิจ​ที่​จัด​งาน​เปิด​ตัว​สินค้า​หรือ​กิจกรรม​หน้า​ร้าน​นำ​โครง​ของ​เพลง​แนว​นี้​มา​ใช้ได้ เพราะ​งาน​ก็​มี​ช่วง​ที่​ต้องการ​ให้​ผู้​ชม​ตื่น​เต้น​ที่สุด​เหมือน​กัน ขั้น​แรก​คือ​วินิจฉัย​ว่า​ช่วง​นั้น​คือ​อะไร​และ​ผู้​ชม​รู้​อยู่​แล้ว​หรือ​ไม่​ว่า​จะ​เกิด​ขึ้น

  1. กำหนด​ช่วง drop ของ​งาน​ให้​ชัด ช่วง​เปิด​ผ้า​คลุม​สินค้า ช่วง​ประกาศ​ราคา หรือ​ช่วง​ที่​ผู้​ชม​ได้​ลอง​สินค้า​ครั้ง​แรก ต้อง​มี​จุด​เดียว
  2. ถอด​ฐาน​ออก​ก่อน​เฉลย เพลง​ถอด​เบส​กับ​กระเดื่อง​ก่อน​คืน งาน​ถอด​ได้​ด้วย​การ​ลด​แสง ลด​เสียง​พูด หรือ​ให้​พิธีกร​เงียบ ผู้​ชม​จะ​รับ​รู้​การก​ลับ​มา​ได้​ชัด​กว่า
  3. เพิ่ม​สัญญาณ​ที​ละ​ชั้น ใช้​ภาพ เสียง และ​คำ​พูด​ที่​เข้ม​ขึ้น​ที​ละ​ขั้น แบบ​เดียว​กับ​ที่​ชั้น​เสียง​กลับ​เข้า​มา​ที​ละ​ชั้น​ใน build-up
  4. ให้​คน​คุม​จังหวะ​ตัดสิน​เวลา​จริง ดี​เจ​ดู​คน​บน​ฟลอร์​ก่อน​ปล่อย drop ผู้​จัด​งาน​ควร​มี​คน​หนึ่ง​คน​ที่​มี​อำนาจ​เลื่อน​หรือ​เร่ง​ช่วง​เฉลย​ตาม​ปฏิกิริยา​ผู้​ชม
  5. อย่า​ค้าง​นาน​จน​ผู้​ชม​หมด​ความ​สนใจ บทความ​เตือน​ว่า​ดี​เจ​ที่​ไม่​อ่าน​คน​บน​ฟลอร์​ทำให้​คน​ผิด​หวัง​ได้ ช่วง​รอ​จึง​มี​เพดาน​ที่​ต้อง​ทดสอบ​ก่อน​วัน​งาน

ผล​ที่​ได้​จาก​การ​ทำ​ตาม​ห้า​ข้อ​นี้​ยัง​ต้อง​วัด​ใน​งาน​จริง เหมือน​ที่​ผู้​เขียน​เอง​ยัง​รอ​ผล​การ​วัด​ของ​ตัว​เอง แนว​เพลง​ที่​ปาร์ตี้​ยุค​แรก​โปรโมต​ด้วย​ใบปลิว​วาด​มือ​อยู่​ในแนว​เพลง Hip-Hop/Rap งาน​วิจัย​เรื่อง​ความ​ลุ้น​ที่​ดู​ซ้ำ​แล้ว​ยัง​ได้​ผลอ​ยู่​ในแนว Thriller ส่วน​แนว​เพลง​ที่​นัก​ดนตรี​ด้น​สด​บน​โครง​คอร์ด​อยู่​ในแนว​เพลง Jazz

สรุป

แนว​เพลง Electronic EDM คือ​ดนตรี​อิเล็กทรอนิกส์​ที่​ผลิต​มา​ให้​คน​เต้น สร้าง​จาก​ท่อน​สั้น​ที่​เล่น​ซ้ำ​แล้ว​เพิ่ม​หรือ​ถอด​ชั้น​เสียง​เป็น​ช่วง ๆ ที่​ความเร็ว​ราว 120-130 BPM บทความ​ของ Solberg ใน​วารสาร Dancecult วิเคราะห์​เพลง Body กับ Icarus แล้ว​แยก​เทคนิค​สร้าง​ความ​ตึง​ก่อน drop ได้​ห้า​อย่าง ได้แก่ uplifter กลอง​รัว การ​เปลี่ยน​ย่าน​ความถี่ การ​ถอด​แล้ว​คืน​เบส​กับ​กระเดื่อง และ breakdown ที่​ต่าง​จาก​ท่อน​หลัก คนใน​คลับ​รู้​ว่า drop จะ​มา​แต่​ยัง​ลุ้น​เรื่อง​เวลา​และ​วิธี งาน​นี้​ยัง​เป็นการ​ตีความ​ที่​รอ​การ​วัด​จริง ผู้​จัด​งาน​จึง​ใช้​เป็นก​รอบ​วาง​จัง​หวะ​ช่วง​ไฮไลต์​ได้ พร้อม​วัดผล​ของ​งาน​ตัว​เอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Solberg ระบุ​ว่า​วิธี​สร้าง build-up และ drop แบบ​ใน​บทความ​ขยาย​ตัว​มาก​หลัง​ปี 2010 ใน​แนว​ย่อย​อย่าง dubstep, trap และ electro-house และ​พบ​ใน​เพ​ลง​ป๊อป​ที่​ได้​อิทธิพล​จาก EDM ด้วย ขณะ​เดียวกัน​งาน​รุ่น​ก่อน​หน้า​ก็​พูด​ถึง​การ​สร้าง​ความ​ตึง​แบบ​นี้​มา​นาน​แล้ว​ภาย​ใต้​ชื่อ​เรียก​อื่น

บทความ​รวบรวม​คำ​ที่​งาน​ก่อน​หน้า​ใช้​ไว้​หลาย​คำ ส่วน​ใหญ่​บรรยาย​สิ่ง​ที่​ดี​เจ​ทำ เช่น peaking the floor, peaking the crowd, dropping the bass และ dropping the beat แต่​ไม่มี​คำ​เดียว​ที่​เรียก​ทั้ง​ช่วง ผู้​เขียน​จึง​เลือก​ใช้​คำ​ว่า drop ตาม​เสียง​ที่​ได้ยิน​ชัด​ที่สุด​ของ​ช่วง​นั้น

เชิงอรรถ​ของ​บทความ​อธิบาย​ว่า sidechain คือ​เทคนิค​บีบ​อัด​เสียง​ที่​ให้​เสียง​หนึ่ง​เป็น​ตัว​กำหนดการ​บีบ​อัด​ของ​อีก​เสียง มัก​ใช้​สร้าง​เสียง​ที่​ยุบ​และ​พอง​เป็น​จังหวะ หรือ​ทำให้​เบส​กับ​กระเดื่อง​เล่น​รับ​กัน​แน่น​ขึ้น ใน​เพลง Icarus เบส​ที่​ไถล​ลง​ตอน drop ถูก​ผูก​กับ​กระเดื่อง​ด้วย​วิธี​นี้

ผู้​เขียน​ใช้​โปรแกรม Amadeus Pro ทำ​ทั้ง​สเปก​โตร​แก​รม​และ​กราฟ​ความ​ดัง สเปก​โตร​แก​รม​แสดง​ความถี่​ของ​เสียง​ตาม​เวลา แกน​ตั้ง​เป็น​ความถี่ ส่วน​ที่​เข้ม​แปล​ว่า​มี​เสียง​ใน​ย่าน​นั้น​มาก ย่าน​ล่าง​คือ​เบส​กับ​กระเดื่อง ภาพ​นี้​ทำให้​เห็น​ช่วง​ที่​ย่าน​ต่ำ​ว่าง​ก่อน drop ได้​ด้วย​ตา

Dancecult เป็น​วารสาร​วิชาการ​ด้าน​ดนตรี​เต้นรำ​อิเล็กทรอนิกส์​และ​วัฒนธรรม​รอบ​ดนตรี​นี้ หน้า​บทความ​ระบุ​ว่า​ผู้​เขียน​ยัง​ถือ​ลิขสิทธิ์ และ​ให้​ผู้​อื่น​นำ​ไป​ใช้​ต่อ​ได้​ตาม​เงื่อนไข​แสดง​ที่มา ไม่​ใช้​เพื่อ​การ​ค้า และ​อนุญาต​แบบ​เดียวกัน​ของ Creative Commons ผู้​อ่าน​ดาวน์โหลด​ไฟล์ PDF ได้​จาก​หน้า​บทความ​โดย​ไม่​ต้อง​สมัคร​สมาชิก

PHYGITAL INSIGHT

ฟิจิ⁠ทัล​วินิจฉัย​งาน​เปิด​ตัว​สินค้า​ด้วย​คำถาม​เดียว​กับ​ที่​โปรดิวเซอร์ EDM ถาม​ตัว​เอง คือ​ผู้​ชม​ควร​รู้​ว่า​ช่วง​เฉลย​จะ​มา​ถึง และ​สิ่ง​ที่​ยัง​ให้​ลุ้น​คือ​เวลา​กับ​วิธี ทีม​จึง​วาง​ลำดับ​ว่า​ช่วง​ไหน​ต้อง​ลด​แสง​หรือ​ลด​คน​บน​เวที ช่วง​ไหน​ต้อง​เพิ่ม​สัญญาณ​ที​ละ​ชั้น และ​ใคร​เป็น​คน​ตัดสิน​จังหวะ​ปล่อย​ช่วง​ไฮไลต์ บริการ​จัด​งาน​เปิด​ตัว​สินค้า​ของ​ฟิจิ⁠ทัล​ออกแบบ​คิว​งาน​ตาม​ลำดับ​นี้ พร้อม​กำหนด​คน​คุม​จังหวะ​สด​ที่​มอง​เห็น​ปฏิกิริยา​ผู้​ชม​ได้​ตลอด​งาน

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง

เมื่อ​ช่วง​เฉลย​ของ​งาน​เปิด​ตัว​มา​เร็ว​หรือ​ช้า​กว่า​จังหวะ​ของ​ผู้​ชม สินค้า​จะ​ขึ้น​เวที​ตอน​ที่​คน​เริ่ม​ก้ม​ดู​โทรศัพท์​แล้ว

ให้ PHYGITAL AGENCY วาง​ลำดับ​ช่วง​ลด ช่วง​สร้าง และ​ช่วง​เฉลย​ของ​งาน​คุณ พร้อม​กำหนด​คน​คุม​จังหวะ​ที่​ปรับ​ตาม​ผู้​ชม​ได้​ใน​วัน​จริง

PARANATH PANARATANA

WRITTEN BY

PARANATH PANARATANA

CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY

ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย