ก่อนที่ผู้ใช้จะเริ่มกวาดสายตาแบบใดก็ตาม ผู้ใช้ตัดสินความสวยของหน้าเว็บไปแล้ว งานวิจัยสองชุดวัดช่วงเวลานี้เป็นมิลลิวินาที
ผู้ใช้ตัดสินหน้าเว็บได้เร็วแค่ไหน
ภายใน 50 มิลลิวินาที บทความของ Tuch และคณะ (2012) ในวารสาร International Journal of Human-Computer Studies สรุปงานของ Lindgaard และคณะ (2006) ว่าคะแนนความน่าดึงดูดของหน้าเว็บที่ผู้ร่วมทดลองให้หลังเห็น 50 มิลลิวินาที สัมพันธ์กับคะแนนหลังเห็น 500 มิลลิวินาทีสูงมาก (r = .97) งานของ Tuch เองทดลองสองชุด ชุดแรกใช้ภาพหน้าจอเว็บไซต์จริง 119 ภาพกับผู้ร่วมทดลอง 59 คน ที่เวลา 50, 500 และ 1,000 มิลลิวินาที ชุดที่สองมีผู้ร่วมทดลอง 82 คน ลดเวลาเหลือ 17, 33 และ 50 มิลลิวินาที
| ตัวแปรในงานของ Tuch และคณะ |
ผลต่อคะแนนความสวย |
| ความรกทางสายตา (Visual Complexity) |
มีผลตั้งแต่ 17 มิลลิวินาที หน้าที่รกน้อยได้คะแนนสูงกว่า |
| ความคุ้นตาของโครงหน้า (Prototypicality) |
มีผลน้อยกว่าในช่วงแรก และมีผลเท่าความรกเมื่อเวลานานขึ้น |
| สองตัวแปรร่วมกัน |
หน้าที่รกน้อยและมีโครงคุ้นตาได้คะแนนสูงสุด |
ผู้วิจัยนิยามความคุ้นตา (Prototypicality) ตาม Leder และคณะ (2004) ว่าเป็นระดับที่สิ่งหนึ่งเป็นตัวแทนของสิ่งประเภทเดียวกัน สำหรับหน้าเว็บ ผู้ใช้สะสมภาพจำว่าเว็บร้านค้าหรือเว็บบริษัทควรหน้าตาเป็นอย่างไร หน้าที่วางเมนู ช่องค้นหา และตะกร้าสินค้าไว้ตำแหน่งที่ผู้ใช้คาดไว้จึงได้เปรียบตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรก
หน้าเว็บที่ดูเรียบกับหน้าเว็บที่ดูคุ้นตา อย่างไหนสำคัญกว่า
ความเรียบมีผลก่อน ในการทดลองชุดที่สองของ Tuch และคณะ ความรกทางสายตามีผลต่อคะแนนความสวยตั้งแต่ 17 มิลลิวินาที ขณะที่ผลของความคุ้นตาชัดน้อยกว่าในช่วงเวลาสั้นที่สุด แล้วค่อยมีน้ำหนักเท่ากันเมื่อผู้ใช้เห็นหน้านานขึ้น สำหรับการอนุมัติหน้าแรกของเว็บไซต์หรือแบนเนอร์บนสุด ข้อนี้แปลว่าควรตัดองค์ประกอบที่แข่งกันออกก่อน แล้วจึงดูว่าโครงหน้าตรงกับที่ผู้ใช้คุ้นเคยหรือไม่ ส่วนการออกแบบให้แปลกเพื่อให้โดดเด่นต้องแลกกับคะแนนความคุ้นตาที่ลดลง