ข้อมูลครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟรายจังหวัด ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีตัวเลขตั้งแต่ปีเพาะปลูก 2545/46 ถึง 2567/68 ตารางนี้เลือกจังหวัดที่มีครัวเรือนผู้ปลูกมากที่สุดในปีล่าสุด
| จังหวัด |
2557/58 |
2562/63 |
2567/68 |
| ชุมพร |
10,769 |
9,361 |
3,942 |
| เชียงราย |
2,598 |
3,147 |
3,921 |
| เชียงใหม่ |
3,314 |
3,502 |
3,820 |
| แม่ฮ่องสอน |
916 |
1,604 |
2,763 |
| น่าน |
876 |
1,558 |
1,630 |
| ระนอง |
4,168 |
3,554 |
1,189 |
| ทั้งประเทศ |
25,829 |
29,761 |
25,028 |
ในปี 2567/68 เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และน่าน มีครัวเรือนผู้ปลูกรวมกัน 12,134 ครัวเรือน หรือ 48.5% ของทั้งประเทศ ขณะที่ชุมพรลดลงจาก 9,361 เหลือ 3,942 ครัวเรือนในห้าปี แม่ฮ่องสอนเพิ่มเร็วที่สุดในกลุ่มนี้ จาก 1,604 เป็น 2,763 ครัวเรือน หรือ 72.3%
ย้อนไปตั้งแต่ต้นไฟล์ เชียงใหม่มีครัวเรือนผู้ปลูกกาแฟ 1,742 ครัวเรือนในปีเพาะปลูก 2545/46 และเพิ่มเป็น 3,820 ครัวเรือนในปี 2567/68 หรือ 2.2 เท่า ตัวเลขลดลงบางปี เช่น ปี 2547/48 ที่ลดจาก 2,330 เหลือ 1,398 ครัวเรือน และไฟล์บันทึกตัวเลขเท่ากันสี่ปีติดกันที่ 3,502 ครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2559/60 ถึง 2562/63 คอลัมน์วันที่ของข้อมูลแต่ละแถวต่างกัน แถวล่าสุดของเชียงใหม่ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
ผลผลิตกาแฟของเชียงใหม่มีเท่าไร
ผลผลิตกาแฟแยกตามจังหวัด ปี 2562 ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเป็นไฟล์ผลผลิตรายจังหวัดที่บทนี้หาได้บน data.go.th ปีนั้นเชียงใหม่มีผลผลิต 2,923 ตัน หรือ 9.97% ของทั้งประเทศ จากเนื้อที่เก็บเกี่ยว 21,028 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ 139.01 กิโลกรัม สูงที่สุดใน 22 จังหวัดของไฟล์ ชุมพรมีผลผลิตมากที่สุด 12,448 ตัน และเชียงรายเป็นอันดับสาม 4,820 ตัน ไฟล์ไม่ได้แยกพันธุ์อาราบิกากับโรบัสตา และไม่ได้บอกว่าผลผลิตนับเป็นเมล็ดชนิดใด