โทรทัศน์ พัดลม โทรศัพท์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เลิกใช้แล้วในบ้านคนไทย รวมกันเป็นของเสียอันตรายก้อนใหญ่ที่สุดที่กรมควบคุมมลพิษนับได้จากชุมชน ของพวกนี้มีทางกลับไปใช้ต่ออยู่ทางหนึ่งมาตลอด คือร้านซ่อมที่เปลี่ยนอะไหล่ให้ได้ ส่วนทางที่เหลือจบที่ระบบจัดการของเสีย ซึ่งปี 2567 รับของเสียอันตรายจากชุมชนเข้าระบบที่ถูกต้องได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของที่เกิดขึ้น ร้านที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์อยู่ตรงกลางของเรื่องนี้พอดี ของทุกชิ้นที่ขายออกไปจะกลับมาเป็นซากในวันหนึ่ง ร้านจึงต้องตัดสินใจว่าจะรับซ่อม รับคืน หรือปล่อยให้ลูกค้าจัดการเอง และจะบอกลูกค้าอย่างไร
ช่างซ่อมหายไป ซากเครื่องใช้ไฟฟ้า 445,899 ตัน ในปี 2567

KEY TAKEAWAYS
3 ประเด็นรายงานสถานการณ์มลพิษปี 2567 ของกรมควบคุมมลพิษนับของเสียอันตรายจากชุมชนได้ 685,999 ตัน
เป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 445,899 ตัน หรือร้อยละ 65
ของเสียอันตรายจากชุมชนที่เข้าระบบจัดการอย่างถูกต้องมี 152,017 ตัน
เทียบกับปริมาณที่เกิดทั้งหมดได้เพียงร้อยละ 22.16
กฎหมายเฉพาะเรื่องซากเครื่องใช้ไฟฟ้ายังเป็นร่าง
ส่วนร่างกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับประชาชนที่ยื่นต่อรัฐสภาเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เสนอสิทธิในการซ่อมแซมให้ผู้บริโภค
ปี 2567 ซากเครื่องใช้ไฟฟ้าจากชุมชนมี 445,899 ตัน ของเสียอันตรายชุมชนเข้าระบบถูกต้องราว 22% ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะรับซ่อมหรือรับคืนเครื่องเก่าอย่างไร
ตัวเลขซากเครื่องใช้ไฟฟ้าในรายงานปี 2567
รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2567 ของกรมควบคุมมลพิษระบุว่าปี 2567 ของเสียอันตรายจากชุมชนเกิดขึ้น 685,999 ตัน เพิ่มจาก 680,386 ตันในปี 2566 ราวร้อยละ 0.8 ส่วนใหญ่เป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้า (WEEE) รวม 445,899 ตัน หรือร้อยละ 65 ที่เหลือราว 240,100 ตันเป็นหลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ ภาชนะบรรจุสารเคมี และกระป๋องสเปรย์
ปีเดียวกัน ของเสียอันตรายที่เก็บรวบรวมจากชุมชนได้มี 154,723 ตัน ในจำนวนนี้ 152,017 ตันเข้าสู่ระบบการจัดการอย่างถูกต้อง แบ่งเป็นนำไปใช้ประโยชน์ 104,913 ตัน และกำจัด 47,104 ตัน ตัวเลขนี้ดูดีเมื่อเทียบกับของที่เก็บได้ แต่บทสรุปภาษาอังกฤษของรายงานเดียวกันเขียนไว้ว่า เมื่อเทียบกับปริมาณที่เกิดขึ้นทั้งหมด ของเสียอันตรายจากชุมชนได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียงร้อยละ 22.16 ส่วนที่เหลือไม่ได้เข้าระบบ ตัวเลขชุดนี้นับเฉพาะของจากบ้านเรือนและชุมชน กากอันตรายที่โรงงานก่อขึ้นมีชุดข้อมูลแยกต่างหาก ตัวอย่างการอ่านข้อมูลฝั่งโรงงานรายจังหวัดอยู่ในบทระยอง กากอุตสาหกรรมอันตราย 31.6% ของประเทศช่วงต้นปี 2568
ปริมาณเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการจัดการหรือไม่
รูปที่ 55 ในรายงานเดียวกันเทียบสองเส้นไว้สิบปี ของเสียอันตรายจากชุมชนที่เกิดขึ้นเพิ่มทุกปี จาก 591,127 ตันในปี 2558 เป็น 606,319 ตันในปี 2559 และขึ้นมาถึง 685,999 ตันในปี 2567 ส่วนปริมาณที่จัดการอย่างถูกต้องเริ่มมีตัวเลขในกราฟตั้งแต่ปี 2560 ที่ 61,986 ตัน เพิ่มเป็น 104,527 ตันในปี 2562 และ 147,294 ตันในปี 2564 ก่อนลดลงเหลือ 86,967 ตันในปี 2565 แล้วกลับขึ้นเป็น 143,583 ตันในปี 2566 และ 152,017 ตันในปี 2567
เส้นการจัดการโตเร็วกว่าเส้นการเกิดในช่วงหลายปี แต่ยังห่างกันกว่าห้าแสนตันต่อปี และไม่ได้ขึ้นทุกปี ร้านที่จะเล่าเรื่องการรับคืนเครื่องเก่าจึงใช้ตัวเลขชุดนี้บอกลูกค้าได้ว่าช่องว่างยังกว้างแค่ไหน รายงานไม่ได้อธิบายสาเหตุที่ปริมาณการจัดการปี 2565 ลดลงไว้ในหน้าเดียวกัน บทความนี้จึงไม่เดาเหตุผลแทน
ซากที่ไม่เข้าระบบไปอยู่ที่ไหน
รายงานอธิบายว่าระบบเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากต้นทางยังไม่เพียงพอ ซากเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากถูกทิ้งปนกับขยะทั่วไป ทำให้เก็บไปบำบัดหรือกำจัดตามหลักวิชาการได้ยาก และการถอดแยกชิ้นส่วนอย่างไม่ถูกวิธีในชุมชนทำให้โลหะหนักปนเปื้อนดิน น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน ซึ่งอาจกระทบสุขภาพของประชาชน รายงานยังระบุว่าสถานที่บำบัดหรือกำจัดของเสียอันตรายยังมีไม่ครบทุกภูมิภาค และความร่วมมือของภาคเอกชนในการรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ของตัวเองยังไม่แพร่หลายและไม่ต่อเนื่อง
ทำไมปริมาณซากเพิ่มขึ้นทุกปี
รายงานให้เหตุผลไว้หลายข้อ การพัฒนาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกทำให้คนมีอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อบ้านมากขึ้น และมีข้อหนึ่งที่เกี่ยวกับร้านขายโดยตรง รายงานเขียนว่าผลิตภัณฑ์บางชนิดมีคุณภาพต่ำ ทำให้อายุการใช้งานสั้น ของที่พังเร็วกลายเป็นซากเร็ว ร้านที่เลือกสินค้าเข้าร้านจึงมีส่วนกำหนดว่าของที่ขายออกไปจะกลับมาเป็นซากเร็วแค่ไหน การเลือกสินค้าที่มีอะไหล่ขายต่อหลายปี มีศูนย์บริการในประเทศ และมีระยะรับประกันชัดเจน ช่วยลดจำนวนเครื่องที่ต้องกลับมาเป็นซากก่อนเวลา และทำให้ร้านตอบคำถามเรื่องซ่อมได้ตั้งแต่ตอนขาย
ท้องถิ่นช่วยเก็บซากจากบ้านได้แค่ไหน
รายงานอ้างกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ปี 2563 ซึ่งให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเก็บรวบรวมของเสียประเภทนี้ และเสนอให้ผลักดันศูนย์รวบรวมระดับจังหวัดให้ครบทั่วประเทศ รายงานยังยกโครงการคนไทยไร้ E-waste เป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนที่ควรขยายต่อ ร้านค้าที่อยากเป็นจุดรับคืนจึงเริ่มจากถามเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ว่ามีรอบเก็บหรือจุดรวบรวมอยู่แล้วหรือไม่ ก่อนจะหาปลายทางเอกชน
กฎหมายที่จะเปลี่ยนภาระของผู้ขาย
รายงานฉบับเดียวกันบอกว่ากรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างจัดทำพระราชบัญญัติจัดการซาก WEEE ตามหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต หรือ EPR ร่างนี้ให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ารับผิดชอบรวบรวมซากเข้าระบบ โดยร่วมกันตั้งองค์กรกลางที่เรียกว่า PRO และจ่ายค่าบำบัดและรีไซเคิลให้องค์กรกลาง ร่างยังเผื่อไว้สำหรับซากประเภทใหม่ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแผงโซลาร์เซลล์ ข้อเสนอเชิงนโยบายระยะยาวในรายงานขอให้เร่งออกกฎหมายฉบับนี้ หน้าร่างกฎหมายบนเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ ยังใช้ชื่อว่า (ร่าง) และเว้นปี พ.ศ. ไว้ ณ วันที่เขียนบทความนี้
แนวคิดเดียวกันถูกใช้กับบรรจุภัณฑ์มาก่อนแล้ว คนละมุมกับซากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บทEPR บรรจุภัณฑ์ ร่างกฎหมายไทยนับใครเป็นผู้ต้องรับผิดชอบ อธิบายว่าร่างกฎหมายนับใครเป็นผู้ผลิต ร้านค้าปลีกที่นำเข้าสินค้าเองหรือขายสินค้าตราของร้านควรอ่านคู่กัน เพราะร่างกฎหมายซากเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ให้ผู้นำเข้ารับผิดชอบคู่กับผู้ผลิต
ร่างกฎหมายนับร้านค้าปลีกเป็นผู้รับผิดชอบหรือไม่
รายงานของกรมควบคุมมลพิษเขียนภาระไว้ที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ไม่ได้กำหนดหน้าที่ของร้านค้าปลีกที่ซื้อสินค้ามาขายต่อไว้ในส่วนที่สรุปร่างกฎหมาย ร้านที่นำเข้าสินค้าเองจากต่างประเทศจึงควรติดตามร่างนี้ใกล้กว่าร้านที่รับสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ส่วนร้านทุกแบบได้บทบาทหนึ่งเหมือนกันถ้าระบบองค์กรกลางเกิดขึ้นจริง คือเป็นจุดที่ลูกค้าเอาเครื่องเก่ามาคืนได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นที่เดียวกับที่ซื้อเครื่องใหม่
สิทธิในการซ่อมแซมเข้ามาเกี่ยวอย่างไร
SDG Move รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เครือข่าย Thailand Circular Economy ร่วมกับองค์กรภาคี 28 องค์กร ยื่นร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับประชาชนต่อที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ร่างนี้ใช้หลัก EPR กับบรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และเสนอสิทธิใหม่ของผู้บริโภคสามข้อ ได้แก่ สิทธิในการซ่อมแซม สิทธิในการปฏิเสธบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น และสิทธิในการรู้ข้อมูลวัสดุหรือสารเคมีในสินค้า รายงานเดียวกันระบุว่าเครือข่ายต้องรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบ 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติภายในสิ้นปี 2569 ร่างนี้จึงยังอยู่ขั้นเริ่มต้น แต่บอกทิศทางว่าการซ่อมอาจกลายเป็นสิทธิที่ลูกค้าเรียกร้องได้ในอนาคต
งานซ่อมในวันที่ของพังเร็วขึ้น
จำนวนร้านซ่อมนาฬิกาและร้านซ่อมวิทยุในไทยไม่มีหน่วยงานไหนนับไว้เป็นอนุกรมทางการ ตัวเลขที่มีคือปลายทางของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังเลิกใช้ในรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ส่วนน้อยเข้าระบบจัดการ ส่วนใหญ่ปนไปกับขยะทั่วไปหรือถูกถอดแยกอย่างไม่ถูกวิธี การซ่อมยืดเวลาก่อนที่ของชิ้นหนึ่งจะเข้าเส้นทางนั้น เครื่องที่ซ่อมแล้วใช้ต่อได้อีกสองปีช่วยเลื่อนการเกิดซากออกไปสองปี
ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามีทางเลือกเรื่องซ่อมอยู่สามระดับ ระดับแรกคือรับเครื่องเสียแล้วส่งต่อศูนย์บริการของผู้ผลิต ร้านไม่ต้องมีช่างเอง แต่ลูกค้าได้จุดรับเครื่องที่ใกล้บ้าน ระดับที่สองคือมีช่างในร้านสำหรับงานเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ทำบ่อย เช่น แบตเตอรี่ สายชาร์จ หรือหน้าจอ ระดับที่สามคือขายอะไหล่และคู่มือให้ลูกค้าซ่อมเองได้ ทั้งสามระดับทำให้ลูกค้ากลับมาที่ร้านอีกครั้งหลังการขาย ซึ่งร้านที่ขายแล้วจบไม่มีโอกาสนี้
ใบเสนอราคาซ่อมควรบอกอะไรลูกค้า
ลูกค้าตัดสินใจซ่อมหรือซื้อใหม่จากตัวเลขไม่กี่ตัว ใบเสนอราคาที่ดีจึงบอกค่าอะไหล่แยกจากค่าแรง บอกเวลาที่ต้องรออะไหล่ บอกระยะรับประกันหลังซ่อม และบอกราคาเครื่องใหม่รุ่นใกล้เคียงไว้ให้เทียบในบรรทัดเดียวกัน ร้านที่เขียนตัวเลขครบในที่เดียวให้ลูกค้าเลือกเองได้โดยไม่ต้องถามซ้ำ และถ้าลูกค้าเลือกซื้อใหม่ ร้านเสนอรับเครื่องเก่าไว้ส่งต่อได้ทันทีในการคุยครั้งเดียวกัน
ร้านที่ซ่อมเป็นจุดขายเล่าเรื่องแบบไหน
ร้านเล่าเรื่องงานซ่อมจากตัวของที่ซ่อมได้โดยตรง ภาพก่อนและหลังซ่อม อายุของเครื่องที่ยังใช้ได้ และราคาซ่อมเทียบกับราคาซื้อใหม่ เป็นข้อมูลที่ลูกค้าตัดสินใจได้เอง ร้านเครื่องปั้นที่ทำให้รอยซ่อมเป็นจุดขายเป็นตัวอย่างในWabi-sabi คืออะไร Kintsugi ซ่อมถ้วยแตกให้รอยต่อเป็นจุดขาย ซึ่งเป็นเรื่องของเครื่องปั้น แต่หลักการเล่าเรื่องใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เช่นกัน
ขั้นก่อนประกาศบริการรับคืนเครื่องเก่า
กรมควบคุมมลพิษนับซากที่ไม่เข้าระบบว่าเป็นปัญหาหลักของปี 2567 ร้านที่อยากเป็นจุดรับคืนจึงต้องวางปลายทางให้ครบก่อนประกาศ ไม่อย่างนั้นร้านจะกลายเป็นที่กองซากอีกแห่งหนึ่ง
- หาปลายทางที่รับซากต่อได้จริง เช่น ศูนย์รวบรวมของท้องถิ่น โครงการร่วมของภาครัฐกับเอกชน หรือโรงงานที่ได้รับอนุญาตคัดแยกและรีไซเคิล แล้วขอหลักฐานการรับไว้
- แยกประเภทที่รับ แบตเตอรี่และหลอดไฟต้องแยกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ เพราะรายงานนับเป็นของเสียอันตรายคนละกลุ่ม
- กำหนดจุดวางที่ปลอดภัย ห่างจากความร้อนและน้ำ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่บวมหรือเสียหาย
- ลบข้อมูลในเครื่องหรือบอกลูกค้าให้ลบเอง โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์มีข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของเดิม
- จดจำนวนที่รับและส่งต่อทุกเดือน ตัวเลขนี้ใช้รายงานผลต่อลูกค้าและใช้ในรายงานความยั่งยืนของร้านได้
เครื่องที่รับคืนมาแล้วไปจบที่ไหน
ควรไปจบที่ระบบที่รายงานนับว่าจัดการอย่างถูกต้อง คือนำไปใช้ประโยชน์หรือกำจัดตามหลักวิชาการ ปี 2567 ของที่เข้าระบบแบบนี้แบ่งเป็นนำไปใช้ประโยชน์ 104,913 ตัน และกำจัด 47,104 ตัน ร้านที่ส่งซากให้ผู้รับซื้อที่ถอดแยกเอาแต่ชิ้นส่วนมีค่าแล้วทิ้งส่วนที่เหลือ อาจทำให้ซากกลับไปอยู่ในกลุ่มที่รายงานบอกว่าปนเปื้อนดินและน้ำ ร้านจึงควรถามปลายทางว่าชิ้นส่วนที่ไม่มีราคาไปอยู่ที่ไหน และเก็บคำตอบไว้ ถ้าปลายทางตอบไม่ได้หรือไม่ยอมออกหลักฐานการรับ ร้านควรเปลี่ยนปลายทางก่อนรับเครื่องจากลูกค้าเพิ่ม
สรุป
กรมควบคุมมลพิษรายงานว่าปี 2567 ของเสียอันตรายจากชุมชนเกิดขึ้น 685,999 ตัน สองในสามเป็นซากเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 445,899 ตัน เมื่อเทียบกับปริมาณที่เกิดทั้งหมด มีเพียงร้อยละ 22.16 ที่เข้าระบบจัดการอย่างถูกต้อง ส่วนที่เหลือปนไปกับขยะทั่วไปหรือถูกถอดแยกอย่างไม่ถูกวิธีจนโลหะหนักปนเปื้อนดินและน้ำ รายงานระบุว่าผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำที่อายุการใช้งานสั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ซากเพิ่มขึ้น กฎหมายเฉพาะที่ให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ารับซากคืนยังเป็นร่าง และร่างกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับประชาชนที่เสนอสิทธิในการซ่อมแซมเพิ่งยื่นต่อรัฐสภาในเดือนพฤษภาคม 2569 ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงยังเลือกได้เองว่าจะรับซ่อม รับคืน หรือไม่ทำอะไร ร้านที่เลือกรับคืนต้องหาปลายทางที่ถูกต้องให้ได้ก่อนประกาศ และเก็บตัวเลขจำนวนที่รับและส่งต่อไว้บอกลูกค้า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปี 2567 กรมควบคุมมลพิษประเมินซาก WEEEจากชุมชนไว้ 445,899 ตัน คิดเป็นสองในสามของของเสียอันตรายจากชุมชนทั้งปี
ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ใช้บังคับ ร่างกฎหมายจัดการซากเครื่องใช้ไฟฟ้าตามหลัก EPR ยังอยู่ระหว่างการจัดทำตามรายงานของกรมควบคุมมลพิษ
ไม่ควร รายงานของกรมควบคุมมลพิษจัดแบตเตอรี่และถ่านไฟฉายอยู่ในของเสียอันตรายจากชุมชน ควรแยกใส่ภาชนะของเสียอันตรายหรือส่งจุดรับคืน และเก็บให้ห่างจากความร้อนระหว่างรอส่ง
การรับซื้อของใช้แล้วมาขายต่ออาจเข้าข่ายการค้าของเก่า ซึ่งมีใบอนุญาตของตัวเอง ต่อยอดได้จากบทใบอนุญาตค้าของเก่า ขายของมือสองออนไลน์ต้องขอเมื่อไร
ยังไม่มี สิทธินี้อยู่ในร่างกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนฉบับประชาชนที่ยื่นเมื่อพฤษภาคม 2569 และยังต้องรวบรวมรายชื่อก่อนเข้าสภา
PHYGITAL INSIGHT
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยต่อยอดเรื่องนี้สู่ผลลัพธ์จริง
ถ้าลูกค้าถามว่าเครื่องเก่าที่ฝากร้านไว้ไปจบที่ไหน ร้านของคุณตอบได้พร้อมชื่อปลายทางหรือยัง?
ทีม PHYGITAL AGENCY วางขั้นตอนรับคืนเครื่องเก่าให้ร้าน เก็บตัวเลขจำนวนที่รับและส่งต่อ แล้วเล่าผลให้ชุมชนรอบร้านรู้ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์

WRITTEN BY
PARANATH PANARATANA
CHAIRMAN OF PHYGITAL AGENCY
ประธานกรรมการบริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด มีประสบการณ์ดูแลการตลาดที่ผสานโลกจริงและโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยธุรกิจ อีกทั้งยังเคยทำงานในสายวิดีโอโปรดักชั่นและภาพยนตร์ไทยอีกด้วย


