กฎหมายควบคุมอาคารไม่ได้วางความรับผิดไว้ที่เจ้าของป้ายคนเดียว มาตรา 4 นิยามผู้ดำเนินการว่าหมายถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารซึ่งก่อสร้างด้วยตนเอง และรวมถึงผู้ซึ่งตกลงรับกระทำการดังกล่าวไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ กับผู้รับจ้างช่วง นิยามนี้ดึงทั้งเอเจนซี โรงพิมพ์ และช่างติดตั้งเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้ต้องรับผิด
มาตรา 69 กำหนดโทษของผู้ดำเนินการไว้เป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น และมาตรา 70 เพิ่มโทษเป็นสองเท่าอีกกรณี คือเมื่อการกระทำเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรมหรือเป็นการกระทำในทางการค้า ซึ่งป้ายโฆษณาของธุรกิจเข้าเงื่อนไขกลุ่มหลังโดยสภาพ
มาตรา 71 เขียนต่อว่าเมื่อมีการฝ่าฝืนมาตรา 21 มาตรา 42 หรือมาตราอื่นที่ระบุไว้ ให้ถือว่าเป็นการกระทำของเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดำเนินการ ผู้ควบคุมงาน หรือผู้อุทธรณ์ แล้วแต่กรณี เว้นแต่บุคคลนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้อื่น ข้อความท้ายมาตรานี้คือเหตุผลที่สัญญาจ้างผลิตป้ายควรระบุหน้าที่ยื่นเอกสารไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเอกสารคือสิ่งที่ใช้พิสูจน์ในภายหลัง
คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเดินตามมาตรา 40 ถึงมาตรา 42 เริ่มจากสั่งระงับการกระทำและห้ามใช้พื้นที่ แล้วพิจารณาภายในสามสิบวันว่ากรณีนั้นแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าแก้ไขได้ มาตรา 41 ให้สั่งยื่นคำขออนุญาตหรือแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้าแก้ไขไม่ได้ มาตรา 42 ให้สั่งรื้อถอน และผู้ที่ไม่รื้อถอนตามคำสั่งมีโทษตามมาตรา 66 ทวิ คือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท พร้อมปรับอีกวันละไม่เกินสามหมื่นบาท
สัญญาจ้างผลิตป้ายควรเขียนเรื่องใบอนุญาตไว้อย่างไร?
เขียนแยกเป็นสามบรรทัด บรรทัดแรกระบุว่าใครยื่นขออนุญาตแต่ละฉบับและยื่นกับหน่วยงานใด บรรทัดที่สองกำหนดให้ผู้รับจ้างส่งสำเนาใบอนุญาตก่อนเริ่มติดตั้ง บรรทัดที่สามระบุว่าถ้าป้ายถูกสั่งรื้อเพราะเอกสารไม่ครบ ฝ่ายใดรับผิดชอบค่ารื้อถอนและค่าผลิตใหม่