กฎหมายที่ใช้กับร้านเสริมสวยและร้านแต่งผมคือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข ฉบับปี 2535 มาตรา 31 ให้รัฐมนตรีประกาศรายชื่อกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาตรา 32 ให้ท้องถิ่นออกข้อบัญญัติควบคุมกิจการในรายชื่อนั้น และมาตรา 33 ให้เจ้าของร้านยื่นขอใบอนุญาตที่ท้องถิ่นซึ่งร้านตั้งอยู่
ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ใช้อยู่คือเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 17 กรกฎาคม 2558 และมีฉบับแก้ไขตามมา ท้องถิ่นแต่ละแห่งนำรายชื่อจากประกาศไปเขียนเป็นข้อบัญญัติของตัวเอง ร้านในแต่ละตำบลจึงอยู่ใต้ข้อบัญญัติคนละฉบับ
ข้อบัญญัติท้องถิ่นเขียนถึงร้านเสริมสวยว่าอย่างไร
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางิ้ว เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น จัดร้านเสริมสวยไว้ในกลุ่มกิจการเกี่ยวกับการบริการ ข้อ (9.11) เขียนว่า "การประกอบกิจการเสริมสวย หรือแต่งผม เว้นแต่กิจการที่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม" บัญชีค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมร้านเสริมสวย แต่งผม หรือแต่งหน้าไว้ 300 บาท ตัวเลขนี้ใช้ได้เฉพาะในตำบลนั้น ร้านในพื้นที่อื่นต้องเปิดข้อบัญญัติของท้องถิ่นตัวเอง
ต้องต่อใบอนุญาตเมื่อไรและถ้าไม่จ่ายค่าธรรมเนียมจะเป็นอย่างไร
ข้อบัญญัติของ อบต.นางิ้วให้ผู้ที่จะทำกิจการต่อยื่นคำขอต่ออายุภายในสามสิบวันก่อนใบอนุญาตหมดอายุ และถ้าไม่ชำระค่าธรรมเนียมตามกำหนด ต้องชำระค่าปรับเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมที่ค้าง เว้นแต่แจ้งเลิกกิจการก่อนถึงกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ไม่เกิน 15 วันเมื่อผู้ได้รับอนุญาตไม่ทำตามข้อบัญญัติ ส่วนการเปิดร้านก่อนได้ใบอนุญาตมีบทลงโทษอยู่ในมาตรา 71 ของ พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน
ร้านทำเล็บหรือร้านที่มีบริการนวดหน้าใช้ใบอนุญาตเดียวกันหรือไม่
ขึ้นกับบริการที่ขายจริง ข้อ (9.11) ยกเว้นกิจการที่อยู่ใต้กฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ร้านที่ทำหัตถการที่ต้องมีแพทย์จึงต้องขออนุญาตเป็นสถานพยาบาล ส่วนร้านที่มีบริการนวดต้องดูกฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นอีกฉบับ ร้านที่ทำผมอย่างเดียวหรือทำผมกับแต่งหน้าอยู่ในข้อบัญญัติของท้องถิ่น ผู้ที่จะเพิ่มบริการใหม่ควรถามเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นก่อนติดป้าย เพราะชื่อบริการบนป้ายเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ใช้ดูประเภทกิจการ