# สีเหลืองในการสร้างแบรนด์อาหาร ฉลากเขียนสีแบบใหม่ตั้งแต่ 2567

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/yellow-color-brand-identity-meaning-guide · เผยแพร่ 29 มิถุนายน 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ประกาศสาธารณสุขฉบับที่ 450 มีผล 19 กรกฎาคม 2567 ให้ฉลากอาหารเขียนคำว่าสีตามด้วยชื่อหรือเลข INS โดยไม่ต้องระบุว่าสีธรรมชาติหรือสังเคราะห์ สินค้าสีเหลืองต้องรู้

## Key Takeaways

- **ประกาศฉบับที่ 450 ของกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ มีผลตั้งแต่ 19 กรกฎาคม 2567** — ข้อ 5 (7.1) ให้ฉลากแสดงคำว่า "สี" ตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS โดยจะระบุว่าเป็นสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ด้วยก็ได้ ต่างจากฉบับที่ 367 ที่บังคับให้เลือกเขียนคำใดคำหนึ่ง
- **กองอาหารยกตัวอย่างรูปแบบที่ถูกต้องไว้สองแบบ คือ สี (INS 160 a (ii)) และ สี (ตาร์ตราซีน)** — ส่วนสีเหลืองที่กองอาหารจัดเป็นสีธรรมชาติมีทั้งเคอร์คูมินจากขมิ้น (INS 100 (i)) ไรโบฟลาวิน (INS 101) เบตาแคโรทีน (INS 160a) และลูทีน (INS 161b)
- **ตารางเปรียบเทียบของกองอาหารให้เหตุผลการยกเลิกไว้สี่ข้อ** — หนึ่งในนั้นคือสีบางชนิดไม่เข้านิยามสีธรรมชาติแต่ก็ไม่ใช่สีสังเคราะห์ เช่น ไอรอนออกไซด์สีเหลือง และไททาเนียมไดออกไซด์ SME ที่ออกแบบฉลากใหม่จึงควรเขียนชื่อสีตามสูตรจริงก่อนเรื่องอื่น

เจ้าของ SME ที่ขายขนมหรือเครื่องดื่มสีเหลืองและใช้ฉลากชุดเดิมมาหลายปี อาจยังใช้ถ้อยคำแบบเดิมอยู่ ทั้งที่กติกาการเขียนเรื่องสีบนฉลากเปลี่ยนไปเมื่อ[ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567](https://food.fda.moph.go.th/press-release/newslaw450-detail) มีผลแทนฉบับที่ 367 บทนี้อ่านเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับสี เทียบถ้อยคำเก่ากับใหม่ แล้วแปลงเป็นขั้นตอนตรวจฉลากสินค้าสีเหลืองก่อนสั่งพิมพ์ล็อตถัดไป

สินค้าอาหารหลายชนิดใช้สีเหลืองของตัวสินค้าเป็นสิ่งที่ลูกค้าจำได้ก่อนโลโก้ เช่น ขนมไข่ เส้นบะหมี่ หรือเครื่องดื่มขมิ้น สีที่เห็นบนตัวสินค้าจึงเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และถ้าสีนั้นมาจากวัตถุเจือปนอาหาร ฉลากต้องบอกผู้บริโภคว่าใช้สีอะไร

## ข้อความเรื่องสีบนฉลากตามประกาศฉบับที่ 450

วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศฉบับที่ 450 ในเล่ม 141 ตอนพิเศษ 195 ง และกองอาหารแจ้งว่าเริ่มบังคับใช้วันถัดมา ข้อ 2 เพิ่มนิยามว่า "สี" หมายถึงสีตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร ส่วนข้อ 5 (7.1) กำหนดวิธีเขียน

| หัวข้อ                 | ฉบับที่ 367 พ.ศ. 2557                        | ฉบับที่ 450 พ.ศ. 2567                  |
| ---------------------- | --------------------------------------------- | --------------------------------------- |
| คำนำหน้าชื่อสี      | ต้องเขียน "สีธรรมชาติ" หรือ "สีสังเคราะห์" | เขียนชื่อกลุ่มหน้าที่ว่า "สี"       |
| สิ่งที่ตามหลัง      | ชื่อเฉพาะ หรือเลข INS                       | ชื่อเฉพาะ หรือเลข INS                 |
| การบอกชนิดของสี    | บังคับ                                        | ระบุด้วยก็ได้ แล้วแต่กรณี           |
| ตัวอย่างจากกองอาหาร | ไม่ได้ใช้ในบทนี้                         | สี (INS 160 a (ii)) · สี (ตาร์ตราซีน) |

### ฉลากเก่าที่เขียนว่าสีสังเคราะห์ยังใช้ได้ไหม

คำถามที่พบบ่อยของกองอาหารลงวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ตอบว่าประกาศฉบับที่ 450 ยกเลิกข้อกำหนดการแสดงคำว่าสีธรรมชาติและสีสังเคราะห์แล้ว และผู้ประกอบการที่ประสงค์จะแสดงสองคำนี้ด้วยก็ทำได้ ข้อความสีที่มีคำว่าสีสังเคราะห์นำหน้าจึงยังอยู่ในรูปแบบที่ประกาศใหม่ยอมรับ แต่ฉลากล็อตเก่ายังต้องตรวจข้ออื่นที่ประกาศฉบับเดียวกันแก้ไว้ด้วย เช่น การแสดงสารก่อภูมิแพ้ ก่อนพิมพ์ซ้ำ

### ใช้สีธรรมชาติกับสีสังเคราะห์ในสินค้าเดียวกันต้องเขียนอย่างไร

คำตอบของกองอาหารในคำถามข้อเดียวกันระบุว่า ถ้าอาหารชนิดเดียวใช้ทั้งสีสังเคราะห์และสีธรรมชาติ ก็ต้องระบุทั้งสีสังเคราะห์ตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS และสีธรรมชาติตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS เหตุผลที่กองอาหารให้ไว้คือเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้าสีเหลืองที่ผสมขมิ้นกับสีสังเคราะห์เพื่อคุมเฉดจึงควรเขียนชื่อสีครบทั้งสองตัว

### เขียนว่าวัตถุเจือปนอาหารแทนคำว่าสีได้ไหม

ไม่ได้ ย่อหน้าท้ายของข้อ 5 (7) ในหน้า 17 ของราชกิจจานุเบกษาอนุญาตให้ใช้คำว่า "วัตถุเจือปนอาหาร" แทนชื่อกลุ่มหน้าที่ได้ เฉพาะวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่ใช่วัตถุกันเสีย วัตถุปรุงแต่งรสอาหาร วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาล และสี สีจึงอยู่ในกลุ่มที่ต้องเขียนชื่อกลุ่มหน้าที่ว่า "สี" เสมอ ฉลากขนาดเล็กที่อยากประหยัดพื้นที่ยังเลือกเขียนเลข INS แทนชื่อเฉพาะได้ แต่ตัดคำว่าสีออกไม่ได้

## เหตุผลที่ประกาศใหม่เลิกบังคับคำว่าสีธรรมชาติ

กองอาหารเผยแพร่ตารางเปรียบเทียบประกาศฉบับที่ 367 กับฉบับที่ 450 พร้อมช่องเหตุผลของการแก้ไขแต่ละข้อ ในแถวของข้อ 5 (7.1) ระบุเหตุผลที่ยกเลิกการบังคับเขียนชนิดของสีไว้สี่ข้อ

1. สีที่อนุญาตให้ใช้ในอาหารผ่านการประเมินความปลอดภัยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์
2. ประกาศว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารไม่ได้กำหนดให้ต้องระบุสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ในการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร
3. สอดคล้องกับแนวทางของ Codex
4. สีบางชนิดไม่เข้านิยามสีธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้เป็นสีสังเคราะห์

### สีที่ไม่ใช่ทั้งสีธรรมชาติและสีสังเคราะห์มีอะไรบ้าง

ตารางเปรียบเทียบยกตัวอย่างไว้ ได้แก่ แคนทาแซนทิน ไอรอนออกไซด์สีดำ สีแดง และสีเหลือง ไลโคปีนแบบสังเคราะห์ สารสกัดปาปริกา ไททาเนียมไดออกไซด์ และแคลเซียมคาร์บอเนต สินค้าสีเหลืองที่ใช้ไอรอนออกไซด์สีเหลืองจึงเคยต้องเลือกคำนำหน้าที่ไม่ตรงกับความจริงทั้งสองคำ ประกาศใหม่แก้ปัญหานี้ด้วยการให้เขียนคำว่าสีแล้วตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS

## สีเหลืองที่กองอาหารยกเป็นตัวอย่าง

หน้าคำถามที่พบบ่อยเรื่องสีสังเคราะห์กับสีธรรมชาติของกองอาหาร ให้นิยามสีธรรมชาติว่าเป็นสีจากพืช สัตว์ แร่ธาตุ หรือจุลินทรีย์ ที่ผ่านกระบวนการซึ่งไม่เปลี่ยนคุณสมบัติทางเคมีของสีที่มีตามธรรมชาติ และยกรายการตัวอย่างตามหมวด N1 และ N2 ของสมาคมสีอาหารธรรมชาติ (NATCOL) รายการที่ให้สีโทนเหลืองถึงส้มมีดังนี้

| เลข INS               | ชื่อในรายการของกองอาหาร | ที่มาตามชื่อ                                 |
| --------------------- | --------------------------- | ---------------------------------------------- |
| INS 100 (i)           | Curcumin                    | ขมิ้น                                          |
| INS 101 (iii) · (iv)  | Riboflavin                  | จุลินทรีย์ Bacillus subtilis · Ashbya gossypii |
| INS 160a (ii)         | beta-Carotenes, vegetable   | พืช                                            |
| INS 160a (iii) · (iv) | beta-Carotene               | Blakeslea trispora · สาหร่าย Dunaliella salina |
| INS 160b (i) · (ii)   | Annatto extracts            | เมล็ดคำแสด                                    |
| INS 161b (i) · (iii)  | Lutein, Lutein esters       | Tagetes erecta                                 |

### เคอร์คูมินกับสารสกัดขมิ้นเขียนบนฉลากต่างกันไหม

กองอาหารแยกสองแบบออกจากกัน สีธรรมชาติอย่างเคอร์คูมินเป็นสีที่ผ่านกระบวนการแยกเอาสารให้สีออกมา ส่วนสารสกัดให้สีจากส่วนของพืชหรือสัตว์คือสารที่ได้จากวิธีทางกายภาพหรือสกัดด้วยน้ำเท่านั้น และต้องไม่มีขั้นตอนที่ทำให้สารให้สีบริสุทธิ์ขึ้นกว่าที่มีในธรรมชาติ ผู้ผลิตที่ใช้ขมิ้นผงหรือน้ำขมิ้นจึงควรถามผู้ขายวัตถุดิบว่าวัตถุดิบนั้นจัดอยู่กลุ่มไหน ก่อนเลือกข้อความบนฉลาก

### คำแสดในตารางเกี่ยวกับสีแสดอย่างไร

Annatto ในรายการของกองอาหารคือสารสกัดจากเมล็ดของไม้พุ่ม Bixa orellana ซึ่งพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เรียกว่าคำแสด และระบุว่าเมล็ดใช้ย้อมผ้า สารให้สีตัวนี้จึงอยู่ในตระกูลส้มแดงมากกว่าเหลือง รายละเอียดเรื่องคำเรียกสีตระกูลนี้อยู่ในบท[สีส้มในการสร้างแบรนด์ ส้มกับแสดต่างกันแค่คำเดียวในพจนานุกรม](https://phygital.co.th/insights/orange-color-brand-identity-meaning-guide)

## วางสีเหลืองของสินค้าให้ตรงกับฉลาก

สีเหลืองของตัวสินค้ากับสีเหลืองบนบรรจุภัณฑ์เป็นคนละเรื่องในทางกฎหมาย สีของหมึกบนกล่องไม่ต้องแจ้งในส่วนประกอบ ส่วนสีที่ผสมในอาหารต้องแจ้งตามข้อ 5 (7) ถ้าใช้ในปริมาณที่เกิดผลตามวัตถุประสงค์ของการใช้ งานออกแบบฉลากจึงควรเริ่มจากสูตรการผลิตฉบับล่าสุด

1. ขอรายการวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตหรือฝ่ายสูตร พร้อมชื่อเฉพาะและเลข INS ของสีทุกตัว
2. ตัดสินใจว่าจะแสดงชนิดของสีด้วยหรือไม่ ถ้าแสดง ต้องตรงกับข้อเท็จจริงของวัตถุดิบ
3. เขียนข้อความตามรูปแบบ "สี (ชื่อเฉพาะ)" หรือ "สี (เลข INS)" ให้ครบทุกตัว
4. เทียบข้อความบนแบบฉลากกับรายการจากข้อ 1 อีกครั้งก่อนส่งโรงพิมพ์

### เปลี่ยนสูตรสีแล้วต้องแก้ฉลากทันทีไหม

ต้องแก้ข้อความสีให้ตรงกับสิ่งที่ใช้จริง เพราะข้อ 5 (7) ให้แสดงข้อมูลวัตถุเจือปนอาหารเมื่อมีการใช้ ถ้าเปลี่ยนจากตาร์ตราซีนเป็นเคอร์คูมิน ชื่อบนฉลากต้องเปลี่ยนตาม ส่วนการเปลี่ยนสูตรจะกระทบเลขสารบบอาหารหรือต้องยื่นเอกสารเพิ่มหรือไม่ ขึ้นกับประเภทอาหารนั้น ควรถามกองอาหารหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ออกเลขสารบบก่อนผลิตล็อตใหม่

### ขายผ่านช่องทางออนไลน์เองต้องมีฉลากไหม

ข้อ 3 (1) ยกเว้นการแสดงฉลากให้อาหารที่ผู้ผลิตจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารแก่ผู้บริโภคได้ ประกาศยกตัวอย่างหาบเร่ แผงลอย และการขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อยกเว้นนี้ใช้กับกรณีที่ผู้ผลิตขายเองโดยตรง สินค้าที่ฝากร้านอื่นขายหรือส่งเข้าร้านค้าปลีกจึงควรมีฉลากครบ

## ข้อจำกัดของบทนี้

บทนี้อ่านเฉพาะข้อ 2 ข้อ 3 (1) และข้อ 5 (7.1) ของประกาศฉบับที่ 450 กับคำอธิบายของกองอาหารที่เกี่ยวกับสี ไม่ได้ครอบคลุมรายชื่อสีที่อนุญาตและปริมาณสูงสุดที่ใช้ได้ ซึ่งอยู่ในประกาศว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารอีกฉบับ ข้อความบังคับอื่นบนฉลากอ่านต่อได้ในบท[ออกแบบโลโก้และสติกเกอร์ ข้อความบังคับบนฉลากที่ต้องรู้](https://phygital.co.th/insights/logo-sticker-design-sme)

### ตารางเปรียบเทียบของกองอาหารเป็นฉบับทางการไหม

ไฟล์ตารางเปรียบเทียบที่กองอาหารลิงก์ไว้ในหน้าประชาสัมพันธ์มีคำว่า Draft อยู่ในชื่อไฟล์ บทนี้จึงใช้ตารางนั้นเฉพาะช่องเหตุผลของการแก้ไข ส่วนถ้อยคำของข้อ 5 (7.1) ตรวจกับหน้า 17 ของราชกิจจานุเบกษาฉบับที่ลงประกาศจริง ซึ่งตรงกับถ้อยคำในตาราง ผู้ที่ต้องอ้างอิงในเอกสารทางการควรอ้างจากราชกิจจานุเบกษาเป็นหลัก

### ถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ไหน

หน้าประชาสัมพันธ์ของกองอาหารให้ติดต่อกลุ่มกำหนดมาตรฐาน กองอาหาร หมายเลข 02 590 7179 ในวันและเวลาราชการ กรณีที่คำตอบขึ้นกับประเภทอาหารหรือเลขสารบบของสินค้า เช่น ต้องยื่นเอกสารเพิ่มหรือไม่เมื่อเปลี่ยนสี ควรถามหน่วยงานที่ออกเลขสารบบของสินค้านั้นโดยตรง เพราะรายละเอียดของแต่ละเลขสารบบต่างกัน

## ตรวจฉลากสินค้าสีเหลืองก่อนสั่งพิมพ์

ขั้นตอนที่ SME ทำได้ทันทีมีสามขั้น เปิดแบบฉลากปัจจุบันแล้ววงทุกบรรทัดที่มีคำว่าสี เทียบชื่อเฉพาะหรือเลข INS กับรายการวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตล่าสุด แล้วตัดสินใจว่าจะคงคำว่าสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ไว้หรือไม่ ถ้าคงไว้ต้องตรงกับข้อเท็จจริง ถ้าฉลากออกแบบมาก่อน 19 กรกฎาคม 2567 ให้ตรวจข้ออื่นที่ประกาศฉบับเดียวกันแก้ไว้ไปพร้อมกัน

งานออกแบบกล่องที่ต้องเผื่อพื้นที่ให้ข้อความเหล่านี้ อ่านได้ใน[ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง โครงสร้างกล่องต้องมาก่อนกราฟิก](https://phygital.co.th/insights/packaging-design-agency) สินค้าอาหารที่จะทำวิดีโอโฆษณาต่อ มีขั้นตอนของ อย. อีกชุดใน[สตอรี่บอร์ดโฆษณาอาหาร อย. ตรวจอะไรก่อนออกเลขอนุญาต](https://phygital.co.th/insights/how-to-read-storyboard-before-approving-video) และสีเขียวในซีรีส์เดียวกันมีกติกาป้ายชื่อของกระทรวงสาธารณสุขใน[สีเขียวในการสร้างแบรนด์คลินิก สีป้ายชื่อที่กฎกระทรวงกำหนด](https://phygital.co.th/insights/green-color-brand-identity-meaning-guide)

## สรุป

ประกาศฉบับที่ 450 ของกระทรวงสาธารณสุขมีผลตั้งแต่ 19 กรกฎาคม 2567 โดยข้อ 5 (7.1) ให้ฉลากเขียนคำว่าสีตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS และให้ระบุชนิดของสีด้วยก็ได้ ต่างจากฉบับที่ 367 ที่บังคับให้เลือกคำว่าสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ กองอาหารให้เหตุผลว่าสีที่อนุญาตผ่านการประเมินความปลอดภัยแล้ว และสีบางชนิดไม่เข้ากลุ่มใดเลย สินค้าสีเหลืองอย่างขมิ้นหรือตาร์ตราซีนจึงควรเขียนชื่อสีตามสูตรจริงทุกตัว แล้วตรวจกับรายการของผู้ผลิตก่อนสั่งพิมพ์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### สีจากขมิ้นต้องเขียนบนฉลากว่าอะไร

ถ้าใช้เคอร์คูมินเป็นวัตถุเจือปนอาหาร เขียนได้ทั้ง สี (เคอร์คูมิน) หรือ สี (INS 100 (i)) และจะเติมคำว่าสีธรรมชาติด้วยก็ได้ ถ้าใช้ขมิ้นเป็นส่วนผสมตามปกติของอาหาร เช่น ในเครื่องแกง ให้ถามกองอาหารว่าต้องแสดงแบบวัตถุเจือปนอาหารหรือแสดงเป็นส่วนประกอบ

### ประกาศฉบับที่ 450 แทนประกาศฉบับไหน

ข้อ 1 ของประกาศให้ยกเลิกประกาศเดิม 4 ฉบับ คือฉบับที่ 367 พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นฉบับหลักที่เคยบังคับให้เขียนคำว่าสีธรรมชาติหรือสีสังเคราะห์ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีกสามฉบับ คือฉบับที่ 383 พ.ศ. 2560 ฉบับที่ 401 พ.ศ. 2562 และฉบับที่ 410 พ.ศ. 2562

### เขียนคำว่าไม่ใส่สีสังเคราะห์บนฉลากได้ไหม

สรุปสาระสำคัญของกองอาหารระบุว่าประกาศฉบับที่ 450 เพิ่มข้อยกเว้นให้แสดงข้อความกล่าวอ้างส่วนประกอบได้ เมื่อเป็นข้อเท็จจริง ไม่หลอกลวงผู้บริโภค และพิสูจน์ได้ว่าไม่เป็นเท็จ ผู้ผลิตที่จะใช้ข้อความนี้จึงควรมีเอกสารจากผู้ขายวัตถุดิบยืนยันไว้ และตรวจกับกองอาหารก่อนพิมพ์จำนวนมาก

### สีเหลืองบนกล่องขนมต้องตรงกับสีขนมไหม

ประกาศฉบับที่ 450 ไม่ได้กำหนดสีของบรรจุภัณฑ์ เรื่องที่กำกับคือข้อความบนฉลาก สีของกล่องจึงเป็นการตัดสินใจด้านแบรนด์ ถ้าภาพบนกล่องแสดงสีของสินค้า ควรใช้ภาพที่ตรงกับสินค้าจริง เพราะลูกค้าเทียบกับของที่ได้รับ

### เลข INS คืออะไร

INS ย่อมาจาก International Numbering System for Food Additives เป็นระบบเลขกำกับวัตถุเจือปนอาหารที่ประกาศฉบับที่ 450 อ้างถึงโดยตรง การเขียนเลข INS แทนชื่อเฉพาะช่วยให้ข้อความสั้นลงบนฉลากขนาดเล็ก แต่ผู้บริโภคทั่วไปอ่านชื่อเฉพาะเข้าใจง่ายกว่า

## ฉลากที่ออกแบบก่อนสูตรเปลี่ยน มักพิมพ์ชื่อสีที่ไม่ได้ใช้แล้วออกไปทั้งล็อต แล้วค่อยถูกพบตอนสินค้าวางขายแล้ว

PHYGITAL AGENCY ตรวจข้อความบนฉลากเทียบกับสูตรการผลิตล่าสุด และออกแบบฉลากให้มีพื้นที่พอสำหรับข้อความบังคับ ก่อนธุรกิจของคุณสั่งพิมพ์ล็อตใหม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
