# การตลาด SHEconomy และ Pink Tax สินค้าผู้หญิงแพงกว่าเฉลี่ย 7%

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/women-marketing-sheconomy-female-purchasing-power · เผยแพร่ 3 พฤศจิกายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

นิวยอร์กเทียบสินค้า 794 ชิ้นปี 2015 พบของที่ทำตลาดกับผู้หญิงแพงกว่าเฉลี่ย 7% ของใช้ส่วนตัวแพงกว่า 13% ร้านไทยตรวจราคาของตัวเองได้ด้วยตารางคู่สินค้า

## Key Takeaways

- **ตัวเลขกำลังซื้อของผู้หญิงโตปีละ 6% ที่เคยอยู่ในชื่อบทนี้หาต้นทางไม่เจอ จึงตัดออก** — ข้อมูลที่ตรวจได้และใช้ได้กับการตั้งราคาคือการศึกษาของกรมกิจการผู้บริโภคนครนิวยอร์ก ปี 2015
- **การศึกษานั้นเทียบสินค้า 794 ชิ้นที่มีรุ่นผู้หญิงกับรุ่นผู้ชายชัดเจน** — พบว่ารุ่นที่ทำตลาดกับผู้หญิงแพงกว่าเฉลี่ย 7% ของใช้ส่วนตัวแพงกว่า 13% และแชมพูกับครีมนวดแพงกว่าถึง 48%
- **แคลิฟอร์เนียออกกฎหมายห้ามตั้งราคาสินค้าที่คล้ายกันต่างกันเพราะเพศของกลุ่มเป้าหมายในปี 2022** — สีที่ต่างกันไม่นับเป็นเหตุผล แต่ต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าแรงที่ต่างจริงยังเป็นเหตุผลที่ใช้ได้

SHEconomy เป็นคำที่นักการตลาดใช้เรียกกำลังซื้อของผู้หญิง คำนี้ถูกใช้คู่กับตัวเลขการเติบโตหลายชุดที่หาที่มาได้ยาก ขณะที่อีกด้านของเรื่องเดียวกันมีข้อมูลตรวจได้ละเอียดกว่ามาก คือราคาที่ผู้หญิงจ่ายสำหรับสินค้าที่แทบไม่ต่างจากรุ่นผู้ชาย ฝั่งนี้มีชื่อเรียกว่า Pink Tax

บทนี้อ่านจาก[รายงาน From Cradle to Cane ของกรมกิจการผู้บริโภคนครนิวยอร์ก](https://www.nyc.gov/assets/dca/downloads/pdf/partners/Study-of-Gender-Pricing-in-NYC.pdf) และ[ร่างกฎหมาย AB 1287 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย](https://leginfo.legislature.ca.gov/faces/billTextClient.xhtml?bill%5Fid=202120220AB1287) แล้วแปลงเป็นวิธีที่ร้านในไทยใช้ตรวจราคาสินค้าของตัวเองได้

## SHEconomy กับตัวเลขที่ตรวจได้

ตัวเลขทางการที่บอกกำลังซื้อของผู้หญิงไทยทั้งประเทศแยกตามหมวดสินค้ายังไม่มี การสำรวจรายจ่ายครัวเรือนนับเงินเป็นรายครัวเรือน ไม่ได้แยกว่าใครในบ้านเป็นคนจ่าย ตัวเลขที่ร้านเชื่อได้มากที่สุดจึงเป็นข้อมูลลูกค้าของร้านเอง

### **ตัวเลขกำลังซื้อโตปีละ 6% มาจากไหน**

ชื่อเดิมของบทนี้มีตัวเลขนี้อยู่ และเนื้อหาเดิมยังบอกว่าผู้หญิงไทยจ่ายค่าผลิตภัณฑ์สุขภาพมากกว่าผู้ชาย 20% ทั้งสองตัวเลขไม่มีชื่อผู้สำรวจหรือปีข้อมูลกำกับ ค้นรายงานต้นฉบับแล้วไม่พบ จึงตัดออกทั้งคู่ ทีมการตลาดที่อยากรู้ว่าผู้หญิงเป็นลูกค้ากี่ส่วนของร้าน ควรดูจากข้อมูลสมาชิกหรือการสำรวจลูกค้าที่ถามเพศแบบให้เลือกไม่ตอบได้ แล้วแยกดูตามหมวดสินค้า ตัวเลขแบบนี้บอกได้ตรงกว่าตัวเลขระดับโลกที่ไม่มีคนรู้ที่มา ร้านที่ถามข้อมูลนี้ควรแจ้งลูกค้าด้วยว่าจะใช้คำตอบทำอะไร ตามหลักการแจ้งวัตถุประสงค์ของ PDPA ก่อนเก็บข้อมูลทุกครั้ง และไม่ควรบังคับตอบ เพราะลูกค้าบางคนไม่อยากระบุเพศ ซึ่งร้านไม่จำเป็นต้องรู้เพื่อขายของอยู่แล้ว

## Pink Tax จากการเทียบสินค้า 794 ชิ้น

Pink Tax คือส่วนต่างราคาที่เกิดเมื่อสินค้ารุ่นที่ทำตลาดกับผู้หญิงแพงกว่ารุ่นผู้ชายที่ใกล้เคียงกัน คำนี้ไม่ได้หมายถึงภาษีที่รัฐเก็บ กรมกิจการผู้บริโภคนครนิวยอร์กวัดเรื่องนี้ระหว่างกรกฎาคมถึงตุลาคม 2015 จากร้าน 24 แห่งทั้งหน้าร้านและออนไลน์ 91 แบรนด์ 35 ประเภทสินค้า รวม 794 ชิ้น โดยเลือกคู่สินค้าที่ใกล้กันที่สุดทั้งแบรนด์ ส่วนผสม หน้าตา เนื้อผ้า และการทำตลาด

| กลุ่มสินค้า                              | รุ่นผู้หญิงแพงกว่าโดยเฉลี่ย |
| ----------------------------------------- | --------------------------------- |
| ของเล่นและอุปกรณ์เสริม                | 7%                                |
| เสื้อผ้าเด็ก                             | 4%                                |
| เสื้อผ้าผู้ใหญ่                          | 8%                                |
| ของใช้ส่วนตัว                           | 13%                               |
| อุปกรณ์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่บ้าน | 8%                                |
| **เฉลี่ยทั้งห้ากลุ่ม**                 | **7%**                            |

### **รุ่นผู้ชายแพงกว่าบ้างไหม**

แพงกว่าบ้าง แต่น้อยกว่า ในการเทียบรายคู่ทั้งหมด รุ่นผู้หญิงแพงกว่า 42% ของกรณี รุ่นผู้ชายแพงกว่า 18% ที่เหลือราคาเท่ากัน และมีเพียง 5 จาก 35 ประเภทสินค้าที่รุ่นผู้หญิงไม่ได้แพงกว่า ตัวเลขนี้จึงบอกว่าส่วนต่างเกิดทั้งสองทิศ ร้านที่ตรวจราคาของตัวเองควรมองหาคู่ที่รุ่นผู้ชายแพงกว่าด้วย เพราะเป็นส่วนต่างที่ต้องมีเหตุผลรองรับเหมือนกัน

## ของใช้ส่วนตัวมีส่วนต่างสูงสุด

ในห้ากลุ่มที่วัด ของใช้ส่วนตัวมีส่วนต่างเฉลี่ยสูงสุด 13% และเป็นของที่ซื้อบ่อยกว่ากลุ่มอื่น รายงานจึงชี้ว่าส่วนต่างหมวดนี้สะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ตลอดชีวิต ตารางด้านล่างเป็นราคาเฉลี่ยในร้านนิวยอร์กปี 2015 หน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐ

| สินค้า                    | จำนวนชิ้นที่เทียบ | รุ่นผู้หญิง | รุ่นผู้ชาย | ต่างกัน |
| ------------------------- | -------------------- | ------------- | ----------- | -------- |
| แชมพูและครีมนวด        | 16                   | 8.39          | 5.68        | 48%      |
| ใบมีดโกนแบบเปลี่ยนหัว | 18                   | 17.30         | 15.61       | 11%      |
| ที่โกนหนวด              | 20                   | 8.90          | 7.99        | 11%      |
| โลชั่น                    | 10                   | 8.25          | 7.43        | 11%      |
| สบู่เหลวอาบน้ำ         | 18                   | 5.70          | 5.40        | 6%       |
| ยาระงับกลิ่นกาย        | 20                   | 4.91          | 4.75        | 3%       |

### **ส่วนต่างราคาแบบนี้มีเหตุผลได้ไหม**

มีได้ รายงานของนิวยอร์กยอมรับว่าส่วนต่างบางส่วนอาจมาจากเหตุผลที่ชอบธรรม เช่นส่วนผสมหรือวิธีผลิตที่ต่างกัน และกฎหมายของแคลิฟอร์เนียก็ยอมให้ราคาต่างกันได้ถ้ามาจากเวลาผลิต ความยาก ต้นทุน ค่าแรง วัตถุดิบ หรือเหตุผลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเพศ ปัญหาเกิดเมื่อสองรุ่นใช้วัตถุดิบเดียวกันและต่างกันแค่สีกับคำบนฉลาก ลูกค้าเลือกส่วนผสมของสินค้าเองไม่ได้ จึงจ่ายตามรุ่นที่ร้านวางไว้ให้

### **แบรนด์เครื่องสำอางที่ทำรุ่นสำหรับผู้หญิงควรระวังอะไร**

มีสองจุดที่ต้องดูคู่กัน จุดแรกคือราคา ถ้ารุ่นสำหรับผู้หญิงใช้สูตรเดียวกับรุ่นทั่วไปแต่แพงกว่า แบรนด์ควรมีเหตุผลเรื่องต้นทุนที่อธิบายได้ จุดที่สองคือคำโฆษณา ถ้าแบรนด์อธิบายส่วนต่างราคาด้วยสรรพคุณพิเศษของรุ่นผู้หญิง สรรพคุณนั้นต้องจริงและอยู่ในขอบเขตที่เครื่องสำอางอ้างได้ ข้อความที่ห้ามใช้ในโฆษณาเครื่องสำอางสรุปไว้ใน[การตลาดคนรักสวยรักงาม โฆษณาเครื่องสำอางตามมาตรา 41](https://phygital.co.th/insights/beauty-marketing-thailand-cosmetics-market) การขึ้นราคาด้วยคำอ้างที่เกินจริงจึงเสี่ยงทั้งเรื่องความเชื่อใจของลูกค้าและเรื่องกฎหมาย ส่วนแบรนด์ที่ทำรุ่นสำหรับผู้ชาย มีเกณฑ์ตรวจภาพและมุกในโฆษณาแยกไว้ใน[การตลาด Men's Grooming โฆษณาสินค้าผู้ชายตามแนวทาง ASA 2019](https://phygital.co.th/insights/mens-grooming-marketing-thailand-market)

### **ของเล่นและเสื้อผ้าเด็กมีส่วนต่างด้วยหรือเปล่า**

มี ในการศึกษาเดียวกัน ของเล่นและอุปกรณ์เสริมรุ่นเด็กผู้หญิงแพงกว่าเฉลี่ย 7% และเสื้อผ้าเด็กแพงกว่า 4% คนจ่ายเงินในหมวดนี้คือพ่อแม่หรือญาติ ส่วนต่างจึงตกกับครอบครัวตั้งแต่ลูกยังเล็ก ร้านของเล่นและร้านเสื้อผ้าเด็กตรวจได้ง่ายกว่าหมวดอื่น เพราะสินค้าหลายชิ้นใช้แม่พิมพ์และผ้าชนิดเดียวกัน ต่างกันแค่สีหรือลายพิมพ์ ถ้าสองรุ่นใช้แม่พิมพ์เดียวกัน ราคาก็ควรเท่ากัน

## กฎหมายต่างประเทศขีดเส้นไว้ตรงไหน

เส้นที่ชัดที่สุดอยู่ในสหรัฐฯ และแยกเป็นสองชั้น คือราคาค่าบริการกับราคาสินค้า ตามรายงานของนิวยอร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่ห้ามคิดค่าบริการต่างกันตามเพศในปี 1995 และสภานครนิวยอร์กออกกฎทำนองเดียวกันในปี 1998

| พื้นที่                     | ขอบเขต     | สาระสำคัญ                                                                                                                                                                                                                          |
| --------------------------- | ---------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| นครนิวยอร์ก (1998)         | ค่าบริการ | ร้านซักแห้ง ร้านทำผม และร้านบริการอื่นต้องตั้งราคาตามงานที่ต่างกันจริง เช่นเขียนว่าเสื้อมีระบาย แทนการแยกเป็นเสื้อผู้ชายกับเสื้อผู้หญิง กรมฯ ออกใบสั่งปรับ 118 รายในปี 2014 และ 129 รายในปี 2015 |
| แคลิฟอร์เนีย (1995)         | ค่าบริการ | ห้ามสถานประกอบการคิดราคาค่าบริการต่างกันเพราะเพศของลูกค้า                                                                                                                                                              |
| แคลิฟอร์เนีย AB 1287 (2022) | สินค้า     | ห้ามตั้งราคาต่างกันสำหรับสินค้าที่คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าต่างกันเพราะเพศของกลุ่มเป้าหมาย ความผิดครั้งแรกปรับไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์                                                                   |

AB 1287 ลงนามเมื่อ 27 กันยายน และนิยามสินค้าที่คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญไว้สี่ข้อ คือวัตถุดิบไม่ต่างกันมาก การใช้งานคล้ายกัน การออกแบบและฟังก์ชันคล้ายกัน และเป็นแบรนด์เดียวกันหรือเจ้าของเดียวกัน โดยระบุว่าสีที่ต่างกันไม่นับเป็นความต่างที่มีนัยสำคัญ

### **ไทยมีกฎหมายเรื่องราคาตามเพศหรือเปล่า**

บทนี้ไม่พบกฎหมายไทยที่เขียนเรื่องราคาสินค้าตามเพศไว้โดยตรงแบบ AB 1287 กฎหมายไทยที่ใกล้เคียงที่สุดเป็นกฎหมายห้ามการเลือกปฏิบัติทั่วไปปี 2558 ซึ่งเขียนกว้างกว่าเรื่องราคามาก ยังไม่มีคำวินิจฉัยที่บทนี้ตรวจพบว่าใช้กับการตั้งราคาสินค้า ร้านที่อยากรู้ว่ากฎหมายฉบับนั้นครอบคลุมอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่[การตลาด Pink Economy กับ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ 2558](https://phygital.co.th/insights/lgbtq-marketing-thailand-pink-economy)

## ตรวจราคาของร้านด้วยตารางคู่สินค้า

ร้านทำการตรวจแบบเดียวกับนิวยอร์กในขนาดเล็กได้ภายในบ่ายเดียว ขั้นตอนคือจับคู่ คำนวณ แล้วเขียนเหตุผลของทุกคู่ที่ต่างกัน

1. **ลิสต์สินค้าที่มีรุ่นแยกตามเพศ** ทั้งที่แยกด้วยชื่อ สี ภาพบนแพ็กเกจ หรือหมวดในหน้าร้านออนไลน์
2. **จับคู่รุ่นที่ใกล้กันที่สุด** ใช้เกณฑ์สี่ข้อของ AB 1287 คือวัตถุดิบ การใช้งาน ฟังก์ชัน และแบรนด์
3. **คำนวณราคาต่อหน่วย** เช่นบาทต่อมิลลิลิตรหรือบาทต่อชิ้น เพราะขนาดบรรจุที่ต่างกันซ่อนส่วนต่างได้
4. **เขียนเหตุผลของทุกคู่ที่ต่างเกิน 5%** ถ้าเหตุผลคือต้นทุนจริง ให้เก็บเอกสารต้นทุนไว้ ถ้าตอบได้แค่ว่าตลาดรับได้ ให้พิจารณาปรับราคา

ตัวเลขในตารางนี้สมมติขึ้นเพื่อสาธิตการคำนวณ ไม่ได้มาจากแบรนด์จริง

| คู่สินค้า (สมมติ)      | รุ่นสีชมพู       | รุ่นสีน้ำเงิน    | ราคาต่อหน่วย               | ผลตรวจ                 |
| ----------------------- | ----------------- | ----------------- | ---------------------------- | ----------------------- |
| ที่โกนหนวดสามใบมีด | 129 บาท / 4 ชิ้น  | 119 บาท / 4 ชิ้น  | 32.25 กับ 29.75 บาทต่อชิ้น | ต่าง 8% ต้องหาเหตุผล   |
| โลชั่นสูตรเดียวกัน    | 159 บาท / 200 มล. | 159 บาท / 250 มล. | 0.80 กับ 0.64 บาทต่อ มล.    | ต่าง 25% จากขนาดบรรจุ |

### **ถ้าตั้งราคาเท่ากันแล้วกำไรลด ควรทำอย่างไร**

ดูก่อนว่าคู่ไหนมีต้นทุนต่างจริง คู่ที่ต้นทุนเท่ากันมีทางเลือกสามทาง คือรวมเป็นรุ่นเดียวที่ขายทุกคน ตั้งราคากลางระหว่างสองรุ่น หรือแยกรุ่นด้วยสิ่งที่ลูกค้าเลือกได้จริง เช่นกลิ่นหรือขนาด ร้านที่ลงราคารุ่นแพงควรเก็บยอดขายก่อนและหลังอย่างน้อยหนึ่งรอบบิล เพื่อดูว่ากำไรรวมลดจริงหรือยอดขายเพิ่มมาชดเชย ร้านที่ขายให้ครัวเรือนรายได้ปานกลางดูสัดส่วนรายจ่ายของกลุ่มนั้นได้จาก[ชนชั้นกลางไทย ครัวเรือนรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือน](https://phygital.co.th/insights/marketing-middle-class-thailand) ก่อนตัดสินใจว่าจะลดราคารุ่นไหน

## ขอบเขตของข้อมูลในบทนี้

อ่านตัวเลขในบทนี้พร้อมข้อจำกัดห้าข้อ

1. **ตัวเลขส่วนต่างราคามาจากร้านในนครนิวยอร์กช่วงกรกฎาคมถึงตุลาคมของปีที่วัด** เป็นราคาดอลลาร์ในร้านสหรัฐฯ ไม่ได้บอกราคาในไทย
2. **กลุ่มตัวอย่างคือสินค้าที่มีรุ่นชายหญิงชัดเจน 794 ชิ้น** สินค้าที่ขายรุ่นเดียวให้ทุกคนไม่ได้อยู่ในการเทียบ รายงานจึงไม่ได้บอกว่าสินค้าแบบรุ่นเดียวถูกหรือแพงกว่าแบบแยกรุ่น
3. **กฎหมายสหรัฐฯ ในตารางไม่มีผลบังคับในไทย** ใช้เป็นเกณฑ์ตรวจราคาของร้านเองเท่านั้น
4. **บทนี้ไม่พบกฎหมายไทยที่ห้ามตั้งราคาสินค้าตามเพศโดยตรง** การตีความ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศกับเรื่องราคาควรถามนักกฎหมาย
5. **ตารางตัวอย่างการตรวจราคาเป็นตัวเลขสมมติ**

## สรุป

ตัวเลข SHEconomy โตปีละ 6% หาต้นทางไม่เจอ ข้อมูลที่ตรวจได้จริงเกี่ยวกับผู้หญิงในฐานะผู้ซื้อคือเรื่องราคา การศึกษาของนครนิวยอร์กปี 2015 เทียบสินค้า 794 ชิ้นแล้วพบว่ารุ่นที่ทำตลาดกับผู้หญิงแพงกว่าเฉลี่ย 7% ของใช้ส่วนตัวแพงกว่า 13% และแคลิฟอร์เนียออกกฎหมายห้ามส่วนต่างที่มาจากเพศในปี 2022 ร้านในไทยนำเกณฑ์สี่ข้อของกฎหมายนั้นมาตรวจราคาของตัวเองได้ คู่ที่ต่างกันแค่สีควรปรับราคา ส่วนคู่ที่ต้นทุนต่างจริงควรเขียนเหตุผลให้ลูกค้าเห็น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Pink Tax เป็นภาษีที่รัฐเก็บหรือเปล่า

ไม่ใช่ คำนี้หมายถึงส่วนต่างราคาที่ผู้ซื้อจ่ายเพิ่มเมื่อซื้อสินค้ารุ่นที่ทำตลาดกับผู้หญิง เงินส่วนนี้ไปอยู่กับผู้ผลิตและร้านค้า ไม่ได้เข้ารัฐ

### ร้านทำผมคิดค่าตัดผมผู้หญิงแพงกว่าผู้ชายได้ไหม

กฎของนครนิวยอร์กให้ตั้งราคาตามงานที่ทำจริง เช่นความยาวผมหรือเวลาที่ใช้ แทนการแยกตามเพศ ร้านในไทยปรับป้ายราคาตามแนวนี้ได้ เช่นแยกเป็นผมสั้นกับผมยาว ซึ่งอธิบายลูกค้าได้ทุกคนและใช้ได้กับลูกค้าที่ไม่ได้ระบุเพศ

### ถ้าแบรนด์ผลิตสองรุ่นด้วยวัตถุดิบต่างกันจริง ต้องตั้งราคาเท่ากันไหม

ไม่ต้อง แม้แต่กฎหมายของแคลิฟอร์เนียก็ยอมรับต้นทุน วัตถุดิบ และค่าแรงที่ต่างกันเป็นเหตุผล สิ่งที่แบรนด์ควรทำคือเขียนความต่างนั้นบนฉลากหรือหน้าสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าจ่ายเพิ่มเพื่ออะไร

### ร้านเล็กที่ขายของไม่กี่สิบรายการต้องตรวจเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า

ควรตรวจ ร้านที่ตั้งราคาตามราคาแนะนำของซัปพลายเออร์จะรับส่วนต่างจากต้นทางมาด้วยโดยไม่รู้ตัว การตรวจสินค้าไม่กี่สิบรายการใช้เวลาไม่มาก และได้เหตุผลเตรียมตอบลูกค้าที่ถามเรื่องราคา

### ควรเขียนบอกลูกค้าไหมว่าร้านตรวจราคาตามเพศแล้ว

เขียนได้ถ้าร้านตรวจครบทุกคู่และมีเอกสารรองรับ ข้อความที่ตรวจสอบได้ เช่นระบุว่าสินค้ารุ่นไหนปรับราคาให้เท่ากันเมื่อเดือนใด ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมากกว่าคำกว้าง ๆ ว่าราคายุติธรรม และถ้ายังตรวจไม่ครบ ควรรอให้ครบก่อนประกาศ

### เลิกแยกสินค้าตามเพศไปเลยดีกว่าไหม

ขึ้นกับสินค้า บางอย่างต่างกันจริงตามสรีระ เช่นขนาดเสื้อผ้าบางแบบ การแยกรุ่นจึงมีประโยชน์ แต่สินค้าที่สูตรเหมือนกันและต่างกันแค่สี รวมเป็นรุ่นเดียวแล้วให้ลูกค้าเลือกกลิ่นหรือสีเองก็ได้ ซึ่งลดจำนวนรุ่นที่ต้องสต็อกด้วย

### ข้อมูลราคาในรายงานนิวยอร์กยังใช้ได้อยู่ไหม

ใช้ได้ในฐานะวิธีวัดที่ทำซ้ำได้ และเป็นภาพของตลาดช่วงที่เก็บข้อมูล ราคาจริงของแต่ละสินค้าเปลี่ยนไปแล้ว ร้านที่อยากรู้สถานการณ์ปัจจุบันควรทำตารางคู่สินค้าของตัวเองตามขั้นตอนในบทนี้

## ราคาสินค้ารุ่นชมพูกับรุ่นน้ำเงินของร้านคุณต่างกันเท่าไร

คุยกับ PHYGITAL AGENCY เรื่องใช้ข้อมูลการซื้อจริงแบ่งกลุ่มลูกค้าและตั้งราคาที่อธิบายได้ทุกรุ่น

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
