# รับทำ SEO สายขาว เส้นแบ่งสแปมที่ Google เขียนไว้เอง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/white-hat-seo-agency · เผยแพร่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 · อ่าน 16 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

บริการรับทำ SEO สายขาวของฟิจิทัล พร้อมเส้นแบ่งจากนโยบายสแปมของ Google เองว่าลิงก์แบบไหนต้องกำกับ งานที่ AI ช่วยผลิตเข้าข่ายเมื่อไร และใครรับผลเมื่อเว็บถูกลงโทษ

## Key Takeaways

- **เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่คำโฆษณาของเอเจนซี แต่อยู่ในเอกสารสาธารณะ** — นโยบายสแปมของ Google Search ไล่พฤติกรรมต้องห้ามไว้ 16 หัวข้อโดยระบุชื่อและยกตัวอย่างแต่ละข้อ พร้อมอีก 4 หัวข้อที่นำไปสู่การลดอันดับหรือถอดออกจากผลค้นหา ฉบับอัปเดตล่าสุด 28 สิงหาคม 2569
- **ลิงก์ที่มีการจ่ายเงินไม่ได้ผิดทุกกรณี แต่ต้องกำกับ** — Google ระบุว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อการโฆษณาและสปอนเซอร์เป็นเรื่องปกติของเศรษฐกิจบนเว็บ และไม่ถือว่าผิดนโยบายหากกำกับด้วย rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" สิ่งที่ผิดคือลิงก์ที่ส่งค่าอันดับโดยไม่บอกความสัมพันธ์
- **ผู้ว่าจ้างคือผู้รับผลสุดท้าย** — เอกสารคำแนะนำก่อนจ้าง SEO ฉบับอัปเดต 5 มิถุนายน 2569 เขียนไว้ตรงตัวว่าเจ้าของเว็บเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำของบริษัทที่ตนจ้าง และแนะนำว่าถ้าใครรับประกันอันดับหนึ่งให้หาเจ้าอื่น

คำว่า SEO สายขาวปรากฏในใบเสนอราคาของผู้ให้บริการแทบทุกราย แต่แทบไม่มีใบไหนระบุว่าวัดจากเกณฑ์ของใคร ทั้งที่ Google เผยแพร่รายการพฤติกรรมที่ถือเป็นสแปมไว้เป็นเอกสารสาธารณะ ระบุชื่อแต่ละพฤติกรรม ยกตัวอย่างประกอบ และแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระยะ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) ใช้เอกสารชุดนี้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่างานชิ้นไหนรับทำได้ และชิ้นไหนปฏิเสธตั้งแต่ขั้นเสนอราคา

บทความนี้ไล่ตามเอกสารที่ Google เขียนเอง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมีเกณฑ์กลางไว้ตรวจข้อเสนอที่ได้รับ และรู้ว่าข้อเสนอแบบไหนกำลังพาเว็บไซต์เข้าใกล้บทลงโทษโดยที่ยังไม่มีใครเอ่ยถึงความเสี่ยงนั้นในสัญญา

## เส้นแบ่งของ SEO สายขาวอยู่ในเอกสารชุดไหน

เกณฑ์กลางที่ใช้ตัดสินคือ [Google Search Essentials](https://developers.google.com/search/docs/essentials?hl=th) ซึ่งแบ่งเป็นสามส่วนและมีน้ำหนักต่างกัน ส่วนที่บอกว่าอะไรคือการทำผิดคือส่วนนโยบายสแปม ไม่ใช่ส่วนแนวปฏิบัติ งานที่เรียกว่าสายขาวจึงหมายถึงงานที่ไม่ชนข้อใดในส่วนนโยบายสแปม ไม่ได้หมายถึงงานที่ทำครบทุกเทคนิคในคู่มือ

| ส่วนของ Search Essentials | สิ่งที่กำหนด                                                                | ผลเมื่อไม่ผ่าน                           |
| -------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------- |
| ข้อกำหนดทางเทคนิค       | สิ่งขั้นต่ำที่หน้าเว็บต้องมีเพื่อให้แสดงในผลค้นหาได้            | หน้านั้นไม่ปรากฏในผลค้นหา             |
| นโยบายสแปม                | พฤติกรรมและกลวิธีที่ทำให้อันดับต่ำลงหรือถูกถอดออกทั้งหมด          | อันดับต่ำลง หรือถูกถอดออกจากผลค้นหา |
| แนวปฏิบัติหลัก           | สิ่งที่ช่วยให้เนื้อหาแสดงผลได้ดีขึ้น เช่น การใช้คำที่คนใช้ค้นหา | ไม่ถูกลงโทษ แต่เสียโอกาสถูกพบ         |

เอกสารฉบับเดียวกันเขียนกำกับไว้สองประโยคที่ควรอ่านคู่กับใบเสนอราคาทุกใบ ประโยคแรกคือการปรากฏในผลค้นหาไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าใครจะบอกอย่างไร ประโยคที่สองคือการผ่านครบทั้งสามส่วนไม่ได้แปลว่า Google จะเก็บข้อมูล จัดทำดัชนี หรือแสดงเนื้อหานั้นเสมอไป

### SEO สายขาวกับสายดำต่างกันที่อะไร?

ต่างกันที่เจตนาในการจัดการกับระบบจัดอันดับ งานสายขาวปรับเว็บไซต์ให้ระบบเข้าใจเนื้อหาที่มีอยู่จริงได้ดีขึ้น ส่วนงานสายดำสร้างสัญญาณปลอมให้ระบบเห็นสิ่งที่ผู้อ่านไม่ได้เห็น นิยามสแปมของ Google ใช้คำว่าเทคนิคที่หลอกผู้ใช้หรือบิดเบือนระบบค้นหา เกณฑ์ตัดสินจึงเป็นคำถามว่าสิ่งที่ระบบเห็นตรงกับสิ่งที่ผู้อ่านได้รับหรือไม่

## นโยบายสแปมระบุพฤติกรรมต้องห้ามไว้เป็นข้อ ๆ

เอกสารนโยบายสแปมไล่พฤติกรรมไว้ 16 หัวข้อ ตั้งแต่การพรางหน้าเว็บไปจนถึงการนำเนื้อหาของผู้อื่นมาเผยแพร่ซ้ำ และมีอีก 4 หัวข้อในกลุ่มพฤติกรรมที่นำไปสู่การลดอันดับหรือถอดออก ทั้งหมดเขียนด้วยภาษาที่ผู้ว่าจ้างอ่านเองได้ ไม่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิค

ตารางด้านล่างคัดเฉพาะหัวข้อที่พบได้ในงาน SEO แบบรับจ้าง เพราะเป็นกลุ่มที่ผู้ว่าจ้างมีโอกาสอนุมัติโดยไม่รู้ว่ากำลังอนุมัติอะไร ส่วนหัวข้ออย่างการเจาะระบบหรือมัลแวร์เกิดจากช่องโหว่ความปลอดภัย ไม่ได้เกิดจากข้อตกลงในสัญญา

| หัวข้อในนโยบาย                                | ลักษณะที่พบในงานรับจ้าง                                                                   | เหตุผลที่ถูกจัดเป็นสแปม                                        |
| ----------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------- |
| การยัดคีย์เวิร์ด                              | วางรายชื่อจังหวัดหรือชื่อบริการซ้ำจนอ่านไม่เป็นธรรมชาติท้ายหน้า                  | เป็นการใส่คำเพื่อระบบอ่าน ไม่ได้เพิ่มข้อมูลให้ผู้อ่าน    |
| สแปมลิงก์                                      | ซื้อลิงก์ แลกลิงก์เกินพอดี หรือใช้โปรแกรมสร้างลิงก์อัตโนมัติ                          | สร้างสัญญาณความน่าเชื่อถือที่ไม่ได้มาจากการอ้างอิงจริง |
| การพรางหน้าเว็บ                              | ใส่ข้อความหรือคีย์เวิร์ดเฉพาะตอนที่ผู้เรียกหน้าเป็นบอทค้นหา                        | ระบบเห็นคนละหน้ากับที่ผู้อ่านได้รับ                        |
| หน้าประตูทาง                                  | ทำหน้าเกือบเหมือนกันแยกตามจังหวัดหรือเขต เพื่อกวาดคำค้นแล้วส่งต่อไปหน้าเดียว | ผู้อ่านผ่านหน้ากลางที่ไม่มีประโยชน์เท่าปลายทาง            |
| การผลิตเนื้อหาจำนวนมากโดยไม่เพิ่มคุณค่า | สร้างหน้าจำนวนมากด้วยเครื่องมืออัตโนมัติโดยไม่เพิ่มข้อมูลใหม่                      | ปริมาณหน้าถูกใช้แทนคุณภาพของข้อมูล                           |
| การคัดลอกเนื้อหา                             | นำบทความจากเว็บอื่นมาเผยแพร่ซ้ำหรือสลับคำเล็กน้อยแล้วลงใหม่                    | ไม่มีคุณค่าเพิ่มจากต้นฉบับ และบางครั้งไม่อ้างที่มา         |
| ข้อความและลิงก์ที่ซ่อนไว้                  | ใช้ตัวอักษรสีเดียวกับพื้นหลัง ตั้งขนาดเป็นศูนย์ หรือดันข้อความออกนอกจอ          | วางไว้ให้ระบบเห็นอย่างเดียว ผู้อ่านมองไม่เห็น             |
| การเปลี่ยนเส้นทางแบบลวง                    | ส่งผู้ใช้มือถือไปอีกหน้าหนึ่งขณะที่ระบบค้นหาเห็นหน้าปกติ                        | ปลายทางไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ตั้งใจเปิด                   |

เอกสารเขียนกำกับไว้ด้วยว่านโยบายครอบคลุมพฤติกรรมที่พบบ่อย แต่ Google อาจดำเนินการกับสแปมรูปแบบอื่นที่ตรวจพบได้เช่นกัน รายการนี้จึงเป็นพื้นขั้นต่ำ ไม่ใช่รายการปิดที่อยู่นอกรายการแล้วปลอดภัยเสมอ

### นโยบายข้อไหนที่งาน SEO รับจ้างชนบ่อยที่สุด?

ข้อที่ชนบ่อยที่สุดคือสแปมลิงก์ เพราะเป็นงานที่แสดงความคืบหน้าเป็นตัวเลขได้เร็วที่สุด ผู้ว่าจ้างเห็นจำนวนลิงก์เพิ่มขึ้นทุกเดือนจึงรู้สึกว่างานเดินหน้า ทั้งที่นิยามในนโยบายครอบคลุมถึงการแลกสินค้ากับลิงก์ การใช้โปรแกรมสร้างลิงก์ และลิงก์ในลายเซ็นกระทู้ที่ใส่คำค้นไว้ ทั้งหมดอยู่ในรายการเดียวกันกับการจ่ายเงินซื้อลิงก์

## ลิงก์ที่ได้มาด้วยเงินผิดตรงไหน และกำกับอย่างไร

Google เขียนไว้ในนโยบายสแปมว่าการซื้อและขายลิงก์เป็นส่วนหนึ่งตามปกติของเศรษฐกิจบนเว็บสำหรับการโฆษณาและการสนับสนุน และการมีลิงก์แบบนั้นไม่ถือว่าละเมิดนโยบาย ตราบใดที่กำกับด้วยแอตทริบิวต์ที่บอกความสัมพันธ์ไว้ เส้นแบ่งจึงไม่ได้อยู่ที่มีเงินเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่อยู่ที่ลิงก์นั้นบอกความจริงกับระบบหรือเปล่า

เอกสาร[การกำกับลิงก์ขาออก](https://developers.google.com/search/docs/crawling-indexing/qualify-outbound-links?hl=th) ระบุค่าที่ใช้ได้ไว้สามค่า พร้อมกรณีที่ไม่ต้องใส่ค่าใดเลย ทั้งสามค่าใส่พร้อมกันได้โดยคั่นด้วยช่องว่างหรือจุลภาค

| ค่าที่ใช้     | ใช้กับลิงก์แบบไหน                                                             | สิ่งที่บอกระบบ                                         |
| -------------- | --------------------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------- |
| sponsored      | ลิงก์โฆษณาหรือลิงก์ที่มีการจ่ายค่าตอบแทน                                 | เป็นพื้นที่ที่ซื้อไว้ ไม่ใช่การอ้างอิงตามธรรมชาติ |
| ugc            | ลิงก์ในคอมเมนต์ กระทู้ และเนื้อหาที่ผู้ใช้เขียนเอง                      | มาจากบุคคลที่สาม ไม่ใช่กองบรรณาธิการของเว็บ       |
| nofollow       | กรณีที่ค่าอื่นไม่ตรง และไม่ต้องการให้ระบบโยงเว็บเราเข้ากับปลายทาง | ไม่ต้องการส่งค่าความน่าเชื่อถือไปให้             |
| ไม่ใส่ค่าใด | ลิงก์อ้างอิงปกติที่ตั้งใจให้ระบบตามไปเก็บข้อมูล                         | ไม่มีเงื่อนไขพิเศษ                                      |

เอกสารระบุว่าค่า `nofollow` เคยเป็นคำแนะนำสำหรับลิงก์ที่มีการจ่ายเงินและยังใช้ได้อยู่ แต่ `sponsored` เป็นค่าที่แนะนำมากกว่าในปัจจุบัน ส่วนลิงก์ที่กำกับด้วยค่าเหล่านี้โดยทั่วไประบบจะไม่ตามไป แม้ปลายทางอาจถูกพบผ่านช่องทางอื่นอย่างแผนผังเว็บไซต์ได้อยู่

### ส่งสินค้าให้รีวิวแล้วขอลิงก์กลับ นับเป็นการซื้อลิงก์ไหม?

นับอยู่ในนิยามเดียวกัน เพราะเอกสารยกตัวอย่างสแปมลิงก์ไว้ว่ารวมถึงการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการกับลิงก์ และการส่งสินค้าให้ใครสักคนเพื่อแลกกับการเขียนถึงพร้อมใส่ลิงก์ ข้อนี้ไม่ได้ห้ามส่งสินค้าให้รีวิว แต่กำหนดว่าลิงก์ที่เกิดขึ้นควรกำกับด้วยค่าที่บอกความสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่ตกลงงานกับผู้รีวิว

## งานที่ AI ช่วยผลิตเข้าข่ายสแปมเมื่อไร

จุดยืนที่ Google ประกาศไว้ใน[บทความเรื่องเนื้อหาที่สร้างด้วย AI](https://developers.google.com/search/blog/2023/02/google-search-and-ai-content) เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2566 คือการให้คุณค่ากับงานคุณภาพสูงไม่ว่าผลิตด้วยวิธีใด สิ่งที่ละเมิดนโยบายคือการใช้ระบบอัตโนมัติรวมถึง AI เพื่อผลิตงานโดยมีจุดประสงค์หลักคือการบิดเบือนอันดับในผลค้นหา คำตัดสินจึงอยู่ที่จุดประสงค์ ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ

หัวข้อที่รองรับเรื่องนี้ในนโยบายสแปมคือการผลิตเนื้อหาจำนวนมากโดยไม่เพิ่มคุณค่า ซึ่งเขียนไว้ว่าครอบคลุมการสร้างหน้าจำนวนมากที่ไม่ได้ช่วยผู้อ่าน ไม่ว่าจะสร้างขึ้นด้วยวิธีใดก็ตาม ตัวอย่างในเอกสารรวมถึงการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์สร้างหน้าจำนวนมากโดยไม่เพิ่มคุณค่า การรวมเนื้อหาจากหลายหน้าเข้าด้วยกันโดยไม่เพิ่มอะไร และการสร้างหน้าที่อ่านแล้วไม่ได้ความแต่มีคำค้นอยู่ครบ

ในทางปฏิบัติ ข้อนี้กระทบข้อเสนอที่ขายด้วยจำนวนบทความต่อเดือนโดยตรง เพราะตัวชี้วัดที่เป็นจำนวนหน้าไม่ได้บอกว่าแต่ละหน้าเพิ่มข้อมูลอะไรที่ยังไม่มีในเว็บอื่น ข้อเสนอที่ยึดตามเอกสารชุดนี้จึงควรระบุแหล่งข้อมูล ผู้เขียน และสิ่งที่งานชิ้นนั้นตอบได้ ไว้คู่กับจำนวนชิ้น การเตรียมโครงสร้างให้ระบบ AI หยิบไปตอบเป็นงานอีกชุดหนึ่งที่มีเกณฑ์ของตัวเอง เกณฑ์ชุดนั้นอยู่ใน[รับทำ SEO สำหรับ AI (AEO/GEO) อะไรวัดได้ อะไรยังวัดไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/ai-seo-aeo-geo-agency)

### ใช้ AI ช่วยเขียนบทความลงเว็บแล้วอันดับจะตกไหม?

ไม่ตกเพราะเครื่องมือที่ใช้ แต่ตกเมื่อผลลัพธ์เข้านิยามการผลิตจำนวนมากโดยไม่เพิ่มคุณค่า เอกสารของ Google ระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติผลิตงานโดยมีจุดประสงค์หลักคือการบิดเบือนอันดับเป็นการละเมิดนโยบาย ส่วนการใช้ AI ช่วยผลิตงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่ได้ถูกห้าม เกณฑ์ตรวจตัวเองที่ง่ายที่สุดคือหน้านั้นมีข้อมูลอะไรที่หาจากหน้าอื่นไม่ได้

## บทลงโทษสองชั้นที่แจ้งเตือนไม่เหมือนกัน

ผลจากการละเมิดนโยบายมาได้สองทาง ทางแรกคือระบบอัตโนมัติประเมินแล้วลดอันดับเอง ทางที่สองคือผู้ตรวจที่เป็นมนุษย์ออกคำสั่งที่เรียกว่า manual action ความต่างที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของเว็บคือทางแรกไม่มีการแจ้งเตือน ส่วนทางที่สองมีข้อความแจ้งในเครื่องมือของ Google

| ประเด็น        | การลดอันดับโดยระบบ                     | manual action                                                      |
| -------------- | ------------------------------------------ | ------------------------------------------------------------------ |
| ผู้ตัดสิน     | ระบบจัดอันดับที่ทำงานอัตโนมัติ        | ผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์                                       |
| การแจ้งเตือน | ไม่มี ผู้ดูแลเห็นแค่ตัวเลขที่ลดลง   | แจ้งในรายงาน Manual actions และกล่องข้อความของ Search Console |
| ขอบเขต         | ขึ้นกับสัญญาณของแต่ละหน้า             | ระบุรูปแบบ URL ที่ได้รับผล หรือระบุว่ากระทบทุกหน้า       |
| การกลับคืน   | แก้ต้นเหตุแล้วรอให้ระบบประเมินใหม่ | แก้ให้ครบทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง แล้วยื่นขอพิจารณาใหม่       |

[รายงาน Manual actions](https://support.google.com/webmasters/answer/9044175?hl=th) ระบุรายการคำสั่งที่ Google ออกได้ไว้ครบ ชุดที่เกี่ยวกับงาน SEO รับจ้างโดยตรงคือลิงก์ผิดธรรมชาติที่ชี้มายังเว็บ ลิงก์ผิดธรรมชาติที่ชี้ออกจากเว็บ เนื้อหาบางเบาที่ไม่เพิ่มคุณค่า และการพรางหน้าเว็บหรือการเปลี่ยนเส้นทางแบบลวง ส่วนกลุ่มที่มาจากช่องทางเปิดให้ผู้ใช้เขียน ได้แก่ สแปมจากผู้ใช้และเว็บที่ถูกบุคคลที่สามใช้ปล่อยสแปม

ขั้นตอนขอพิจารณาใหม่มีเงื่อนไขที่พลาดกันบ่อย เอกสารระบุว่าการแก้เพียงบางหน้าไม่ทำให้ได้กลับเข้าผลค้นหาบางส่วน ต้องแก้ให้ครบทุกหน้าที่ได้รับผล และหน้าเหล่านั้นต้องเข้าถึงได้ ไม่ติดหน้าเข้าสู่ระบบ ไม่อยู่หลังกำแพงชำระเงิน และไม่ถูกบล็อกด้วยไฟล์ robots.txt คำขอที่ดีต้องอธิบายปัญหาคุณภาพที่เกิดขึ้น ขั้นตอนที่ลงมือแก้ และผลที่ได้ การพิจารณาใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ และกรณีที่เกี่ยวกับลิงก์อาจนานกว่านั้น

### รู้ได้อย่างไรว่าเว็บถูก manual action อยู่?

เปิดรายงาน Manual actions ใน Search Console แล้วดูจำนวนคำสั่งที่แสดงด้านบน ถ้าไม่มีจะขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียวพร้อมข้อความยืนยัน ถ้ามี ให้กดขยายคำอธิบายเพื่อดูรูปแบบ URL ที่ได้รับผล ข้อควรรู้คือการไม่มีคำสั่งไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญหา เพราะการลดอันดับโดยระบบอัตโนมัติไม่แสดงในรายงานนี้

## คำถามที่ Google แนะนำให้ถามก่อนจ้างเอเจนซี

เอกสารคำแนะนำก่อนจ้าง SEO มีรายการคำถามสำหรับสัมภาษณ์ผู้ให้บริการเขียนไว้ตรง ๆ ผู้ว่าจ้างนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องดัดแปลง และคำตอบที่ได้ใช้เทียบระหว่างผู้เสนอราคาหลายรายได้ในคราวเดียว

1. ขอดูตัวอย่างงานที่เคยทำและกรณีที่ประสบความสำเร็จได้หรือไม่
2. ทำงานตาม Google Search Essentials หรือไม่
3. คาดว่าจะเห็นผลลัพธ์แบบใด ในกรอบเวลาเท่าไร และวัดความสำเร็จอย่างไร
4. มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของเราและในพื้นที่ของเราแค่ไหน
5. เปิดบริษัทมานานเท่าไร และติดต่อกันด้วยช่องทางใด
6. จะแจ้งทุกการเปลี่ยนแปลงที่ทำกับเว็บไซต์ พร้อมเหตุผลเบื้องหลังคำแนะนำหรือไม่

เอกสารยังเขียนสัญญาณเตือนไว้หลายข้อ ข้อที่ชัดที่สุดคือไม่มีใครรับประกันอันดับหนึ่งบน Google ได้ ให้ระวังผู้ที่อ้างว่ารับประกันอันดับ อ้างว่ามีความสัมพันธ์พิเศษกับ Google หรือโฆษณาว่ามีช่องทางส่งเว็บแบบเร่งด่วน อีกข้อคือผู้ว่าจ้างไม่ควรต้องใส่ลิงก์กลับไปยังเว็บของผู้ให้บริการ และควรตั้งข้อสงสัยกับอีเมลเสนอบริการที่ส่งเข้ามาเองโดยไม่ได้ติดต่อไว้ก่อน

เรื่องเครื่องมือก็มีคำแนะนำกำกับไว้ เอกสารระบุว่า Google ไม่ได้ประเมินหรือรับรองเครื่องมือ SEO ของผู้ให้บริการรายอื่น และเครื่องมือเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลการจัดอันดับภายในของ Google จึงควรระวังเครื่องมือที่อ้างว่าได้รับการยอมรับหรือรับรองจาก Google Search ก่อนจะเปลี่ยนเว็บไซต์ตามผลตรวจของเครื่องมือใด ควรเทียบคำแนะนำนั้นกับเอกสารทางการก่อน

### เอเจนซีที่การันตีอันดับ 1 ผิดตรงไหน?

ผิดที่ขายสิ่งที่ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน เอกสารของ Google เขียนว่าการตรวจสอบ SEO ควรให้ประมาณการที่สมจริงและประเมินปริมาณงานที่ต้องทำ และถ้าผู้ให้บริการรับประกันว่าจะทำให้ได้อันดับหนึ่ง ให้หาเจ้าอื่น เพราะการจัดอันดับขึ้นกับระบบที่ประเมินสัญญาณจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

## ข้อตกลงที่ควรเขียนไว้ก่อนเริ่มงานเดือนแรก

ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นแปลงเป็นข้อตกลงที่ตรวจได้จริงห้าข้อ ข้อแรกคือรายงานรายเดือนต้องแยกงานที่ทำเสร็จออกจากอันดับที่ได้ เพราะงานที่ทำเสร็จเป็นสิ่งที่ผู้รับจ้างควบคุมได้ ส่วนอันดับเป็นผลลัพธ์ที่ระบบเป็นผู้ตัดสิน ข้อที่สองคือลิงก์ทุกรายการที่ได้มาต้องระบุว่ามีค่าตอบแทนหรือไม่ และกำกับด้วยค่าใด

ข้อที่สามคือทุกคำแนะนำที่ให้เปลี่ยนเว็บไซต์ต้องอ้างเอกสารทางการได้ ไม่ใช่อ้างผลตรวจของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว ข้อที่สี่คือสิทธิ์เข้าถึงระบบต้องไล่ระดับตามงาน ไม่ให้สิทธิ์แก้ไขตั้งแต่ขั้นตรวจสอบ ข้อที่ห้าคือสัญญาต้องไม่มีข้อความรับประกันอันดับ เพราะข้อความแบบนั้นขัดกับเอกสารของ Google และทำให้ทั้งสองฝ่ายวัดผลกันคนละเกณฑ์ตั้งแต่ต้น

ธุรกิจที่ต้องการลูกค้าระหว่างรอผลงาน SEO มักวางงบโฆษณาควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นคนละกลไกและมีเกณฑ์วัดผลของตัวเอง รายละเอียดอยู่ใน[รับทำโฆษณา Google Ads คีย์เวิร์ดไหนจ่ายแล้วไม่คุ้ม](https://phygital.co.th/insights/google-ads-sem-agency) ส่วนธุรกิจที่มีหน้าร้านมีช่องทางเพิ่มจากการค้นหาในพื้นที่ อ่านได้ใน[ปักหมุด Google Maps และ Local SEO กฎที่ทำให้หมุดถูกระงับ](https://phygital.co.th/insights/google-maps-local-seo-agency) และถ้าต้องการเห็นภาพรวมว่างานแต่ละชิ้นต่อกันอย่างไรก่อนตัดสินใจ อ่านได้ที่[บริการที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัล: จ้างเมื่อไร วัดผลอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-consultant-service) รายละเอียดขอบเขตงานและสิ่งที่ไม่รับทำอยู่ในหน้า[บริการ SEO](https://phygital.co.th/solutions/seo)

### ควรให้เอเจนซีเข้าถึง Search Console ระดับไหน?

เอกสารของ Google แนะนำว่าถ้าผู้ให้บริการเสนอตรวจสอบเว็บไซต์ให้ ควรพิจารณาขอบเขตงานอย่างรอบคอบและให้สิทธิ์อ่านอย่างเดียวในขั้นตอนนั้น ยังไม่ต้องให้สิทธิ์แก้ไข เพราะขั้นตรวจสอบไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนค่าใด เมื่อเข้าสู่ขั้นลงมือแก้จริงค่อยขยายสิทธิ์ตามงานที่ตกลงกันไว้

## สรุป

SEO สายขาวมีเกณฑ์วัดที่เปิดให้อ่านได้ คือนโยบายสแปมของ Google ที่ระบุพฤติกรรมต้องห้ามไว้ 16 หัวข้อ ลิงก์ที่มีค่าตอบแทนไม่ผิดในตัวเองแต่ต้องกำกับให้ตรงความจริง งานที่ AI ช่วยผลิตตัดสินที่จุดประสงค์ไม่ใช่เครื่องมือ บทลงโทษมีทั้งแบบที่แจ้งเตือนและแบบที่เงียบ และเอกสารของ Google ระบุว่าเจ้าของเว็บรับผิดชอบการกระทำของผู้ที่ตนจ้าง ข้อเสนอที่อ้างเอกสารต้นทางได้จึงตรวจสอบง่ายกว่าข้อเสนอที่อ้างประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ธุรกิจเล็กที่มีหน้าร้านเดียว ทำ SEO เองได้หรือไม่?

เอกสารของ Google เขียนว่าถ้าเป็นธุรกิจเล็กในพื้นที่ เจ้าของทำงานส่วนใหญ่เองได้ และแนะนำให้เริ่มจากคู่มือ [SEO เบื้องต้น](https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/seo-starter-guide?hl=th) ก่อน การอ่านคู่มือยังมีประโยชน์แม้ตัดสินใจจ้างในภายหลัง เพราะทำให้รู้ทันเมื่อผู้ให้บริการเสนอวิธีที่เอกสารไม่แนะนำ

### จ่ายเงินให้ Google เพื่อให้เว็บติดอันดับในผลค้นหาธรรมชาติได้หรือไม่?

ไม่ได้ เอกสารระบุว่า Google ไม่เคยรับเงินเพื่อรวมหรือจัดอันดับเว็บในผลค้นหา และการปรากฏในผลค้นหาแบบธรรมชาติไม่มีค่าใช้จ่าย การซื้อโฆษณากับ Google ก็ไม่มีผลต่อการปรากฏในผลค้นหาส่วนนั้นเช่นกัน ค่าบริการที่จ่ายให้เอเจนซีจึงเป็นค่าแรงงานปรับปรุงเว็บไซต์ ไม่ใช่ค่าตำแหน่ง

### เพิ่งซื้อเว็บไซต์ต่อมาแล้วพบว่ามีปัญหาค้างจากเจ้าของเดิม ต้องทำอย่างไร?

แก้ปัญหาตามที่ระบุในรายงานให้ครบก่อน แล้วแจ้งในคำขอพิจารณาใหม่ว่าเพิ่งรับโอนเว็บมาและปัจจุบันไม่ได้ละเมิดนโยบายแล้ว ขั้นตอนนี้เขียนไว้ในเอกสารรายงาน Manual actions โดยตรง ผู้ซื้อกิจการจึงควรตรวจสถานะของเว็บก่อนโอน แทนการตรวจหลังเริ่มลงงบการตลาดไปแล้ว

### ผลของการทำ SEO หายไปทันทีเมื่อหยุดจ้างหรือไม่?

ไม่หายทันทีเหมือนการหยุดยิงโฆษณา เพราะสิ่งที่ทำไว้ยังอยู่บนเว็บไซต์ แต่ก็ไม่คงที่ถาวร เนื่องจากคู่แข่งเพิ่มเนื้อหาต่อเนื่องและระบบจัดอันดับปรับปรุงเป็นระยะ การประเมินงบจึงควรมองเป็นการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการที่จบแล้วจบเลย

### ต้องใช้เว็บไซต์ของตัวเองหรือใช้แพลตฟอร์มสำเร็จรูปก็ได้?

ใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่ระดับการปรับแต่งต่างกัน แพลตฟอร์มสำเร็จรูปบางตัวจำกัดการแก้โครงสร้างหลังบ้าน ทำให้งานด้านเทคนิคทำได้ไม่ครบทุกจุด ก่อนเลือกควรตรวจว่าแพลตฟอร์มนั้นแก้ชื่อหน้า คำอธิบาย โครงสร้างลิงก์ และไฟล์กำกับการเก็บข้อมูลได้หรือไม่

### ธุรกิจนอกเชียงใหม่ใช้บริการได้หรือไม่ ต้องเดินทางมาพบหรือเปล่า?

ใช้บริการได้โดยไม่ต้องเดินทางมา งานตรวจเว็บไซต์ วางแผนคำค้น และรายงานผลรายเดือนทำผ่านระบบออนไลน์ได้ครบทุกขั้นตอน ฐานของทีมอยู่เชียงใหม่ ส่วนลูกค้ากระจายอยู่หลายจังหวัด นัดประชุมออนไลน์ตามรอบที่ระบุไว้ในสัญญา

## ก่อนเซ็นสัญญา SEO ฉบับต่อไป ขอให้ผู้เสนอราคาชี้เอกสารต้นทางของทุกข้อเสนอ

ทีม SEO ของ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด ตรวจเว็บไซต์เทียบกับนโยบายสแปมทีละหัวข้อ ระบุจุดที่เสี่ยงพร้อมที่มาของเกณฑ์ แล้วจัดลำดับงานแก้ตามผลกระทบต่อธุรกิจจริง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
