# SEO สำหรับธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น ทำอะไรก่อนตามคู่มือของ Google

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/what-is-seo-beginner-guide · เผยแพร่ 21 ตุลาคม 2567 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ขั้นตอนการทำ SEO สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเปิดเว็บ ไล่ตามคู่มือเริ่มต้นของ Google ว่าต้องเช็กอะไรก่อน อะไรทำเองได้ อะไรไม่ต้องเสียเวลา และรอผลนานแค่ไหน

## Key Takeaways

- **Google เขียนไว้ในหน้าคำแนะนำก่อนจ้าง SEO ว่าธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็กน่าจะทำงานส่วนใหญ่ได้เอง** — และแนะนำให้เริ่มจากคู่มือ SEO เบื้องต้น ซึ่งอัปเดตล่าสุดเมื่อ 10 ธันวาคม 2568 เจ้าของเว็บใหม่จึงควรอ่านคู่มือนี้ก่อนตัดสินใจเรื่องงบ
- **งานแรกของเว็บใหม่คือเช็กว่า Google เจอเว็บแล้วหรือยัง** — ด้วยการค้นแบบ site: และดูหน้าผ่านเครื่องมือตรวจสอบ URL ใน Search Console คู่มือบอกว่าเว็บส่วนใหญ่ถูกค้นพบเองจากลิงก์ และการส่ง sitemap ไม่ใช่ข้อบังคับ
- **คู่มือระบุเรื่องที่ไม่ต้องเสียเวลาไว้ชัด** — เช่น Google ไม่ใช้ meta keywords ความยาวเนื้อหาไม่มีผลต่ออันดับ และคำในชื่อโดเมนแทบไม่มีผล ส่วนผลของการแก้เว็บอาจเห็นในไม่กี่ชั่วโมงหรือใช้เวลาหลายเดือน

เปิดเว็บไซต์มาได้หลายสัปดาห์แต่ค้นชื่อร้านใน Google แล้วยังไม่เจอ ขณะเดียวกันกล่องข้อความก็มีข้อเสนอแพ็กเกจ SEO เข้ามาไม่เว้นวัน เจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มจึงไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน อะไรทำเองได้ และข้อเสนอไหนเกินจริง หน้านี้ไล่ตามคู่มือ SEO เบื้องต้นที่ Google เขียนให้เจ้าของเว็บเอง ตั้งแต่งานเช็กแรกของเว็บใหม่ งานที่ลงมือได้ภายในสัปดาห์เดียว เรื่องที่ไม่ต้องเสียเวลา จนถึงเกณฑ์ตัดสินว่าเมื่อไรควรจ้าง

SEO หรือ Search Engine Optimization คือการปรับเว็บไซต์ให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจเนื้อหา และให้คนที่ค้นหาตัดสินใจได้ว่าจะกดเข้าเว็บหรือไม่ [คู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google Search Central](https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/seo-starter-guide?hl=th) ออกตัวไว้ตั้งแต่ต้นว่าไม่มีเคล็ดลับที่ทำให้เว็บขึ้นอันดับหนึ่งอัตโนมัติ และคำแนะนำบางข้ออาจไม่เข้ากับธุรกิจของผู้อ่าน สิ่งที่คู่มือให้คือแนวทางที่ช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้ามาอ่าน เก็บ และเข้าใจเว็บได้ง่ายขึ้น

## เช็กก่อนว่า Google เจอเว็บของคุณแล้วหรือยัง

งานแรกไม่ใช่การแก้เว็บ แต่เป็นการดูว่า Google เก็บหน้าเว็บของคุณไว้แล้วหรือยัง เพราะคู่มือบอกว่าเว็บส่วนใหญ่ถูกพบเองโดยไม่ต้องทำอะไร

Google ใช้โปรแกรมที่เรียกว่าโปรแกรมรวบรวมข้อมูล (crawler) ไล่อ่านเว็บตลอดเวลา และพบหน้าใหม่ส่วนใหญ่ผ่านลิงก์จากหน้าที่เคยอ่านแล้ว วิธีเช็กที่คู่มือแนะนำคือพิมพ์ `site:` ตามด้วยโดเมนของคุณในช่องค้นหา ถ้ามีผลขึ้นมา แปลว่าหน้าเหล่านั้นอยู่ในดัชนีแล้ว ถ้าไม่มีเลย ให้ไปดูข้อกำหนดทางเทคนิคก่อนว่ามีอะไรกันไม่ให้ Google เข้าถึงหรือไม่

### เว็บใหม่ต้องส่ง sitemap ก่อนไหม

ไม่จำเป็น คู่มือเรียก sitemap ว่าเป็นไฟล์รวม URL ที่เจ้าของเว็บอยากให้ Google รู้จัก และบอกว่าระบบจัดการเว็บหลายตัวสร้างให้อัตโนมัติ แต่การส่งไฟล์นี้ไม่ใช่ข้อบังคับ สิ่งที่คู่มือให้ทำก่อนคือทำให้คนรู้ว่ามีเว็บนี้อยู่ เช่น ใส่ลิงก์เว็บในเพจของร้านหรือในนามบัตร เพราะลิงก์จากที่อื่นคือทางหลักที่ Google ใช้ค้นพบหน้าใหม่

## ดูหน้าเว็บแบบที่ Google เห็นผ่าน Search Console

หลังรู้ว่า Google เจอเว็บแล้ว งานถัดไปคือเช็กว่า Google เห็นหน้าเว็บครบเหมือนที่ลูกค้าเห็นหรือไม่ เครื่องมือที่ใช้คือ Google Search Console ซึ่งเปิดใช้ได้ฟรี

คู่มือระบุว่าถ้าเว็บซ่อนไฟล์ที่ใช้ประกอบหน้า เช่น CSS และ JavaScript จาก Google ระบบอาจเข้าใจหน้าไม่ครบ และหน้าอาจไม่ขึ้นในผลค้นหา วิธีตรวจคือใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL ใน Search Console ดูว่าหน้าที่ Google อ่านได้ตรงกับหน้าที่ลูกค้าเปิดหรือไม่ การตั้งบัญชี Search Console ยังเป็นงานถัดไปที่คู่มือแนะนำในส่วนสุดท้าย เพราะใช้ติดตามว่าเว็บทำงานบน Google Search อย่างไร ส่วนการดูว่าคนที่เข้าเว็บแล้วทำอะไรต่อ เป็นงานของเครื่องมืออีกตัวที่อธิบายไว้ใน [GA4 เริ่มต้นใช้งาน ติดดาวเหตุการณ์สำคัญก่อนเปิดรายงาน](https://phygital.co.th/insights/google-analytics-4-ga4-setup-guide-sme)

### ร้านที่แสดงข้อมูลต่างกันตามพื้นที่ต้องระวังอะไร

ต้องดูว่า Google เห็นข้อมูลชุดไหน คู่มือเตือนว่าถ้าหน้าเว็บแสดงข้อมูลต่างกันตามตำแหน่งของผู้ใช้ เจ้าของเว็บควรพอใจกับข้อมูลที่ Google เห็นจากตำแหน่งของโปรแกรมรวบรวมข้อมูล ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา ร้านที่ตั้งเว็บให้แสดงราคาหรือสาขาตามจังหวัดของผู้ชม จึงควรเปิดเครื่องมือตรวจสอบ URL ดูว่าหน้าที่ Google เก็บไว้มีข้อมูลร้านในไทยครบหรือไม่

## ชื่อหน้าและคำอธิบายที่ขึ้นในผลค้นหา

คนค้นหาตัดสินใจกดเข้าเว็บจากสองบรรทัด คือชื่อหน้าที่เป็นลิงก์สีฟ้า และข้อความสั้นใต้ลิงก์ เจ้าของเว็บเขียนทั้งสองส่วนได้เองโดยไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิค

คู่มือเรียกบรรทัดแรกว่า title link และบอกว่า Google สร้างจากหลายแหล่ง รวมถึงข้อความในแท็ก `<title>` และหัวข้ออื่นในหน้า ชื่อที่ดีต้องไม่ซ้ำกับหน้าอื่น ชัด กระชับ และบอกเนื้อหาของหน้าได้ตรง ระบบจัดการเว็บส่วนใหญ่แปลงชื่อที่เจ้าของเว็บพิมพ์เป็นแท็กนี้ให้อัตโนมัติ

บรรทัดที่สองเรียกว่า snippet คู่มือบอกว่าส่วนใหญ่ดึงมาจากเนื้อหาจริงของหน้า บางครั้งดึงจากแท็กคำอธิบาย (meta description) ซึ่งควรสั้น ไม่ซ้ำกับหน้าอื่น และสรุปประเด็นสำคัญของหน้านั้น

### ชื่อหน้าควรใส่ชื่อร้านและจังหวัดไหม

ใส่ได้ถ้าช่วยให้คนค้นหาตัดสินใจ คู่มือยกตัวอย่างว่าชื่อหน้าอาจมีชื่อเว็บหรือชื่อธุรกิจ ข้อมูลสำคัญอย่างที่ตั้งของธุรกิจ และสิ่งที่หน้านั้นมีให้ผู้อ่าน ร้านที่ขายเฉพาะในพื้นที่จึงได้ประโยชน์จากชื่อจังหวัดหรือย่านในชื่อหน้า แต่ชื่อของแต่ละหน้ายังต้องต่างกัน เช่นหน้าเมนูกับหน้าติดต่อไม่ควรใช้ชื่อเดียวกัน ธุรกิจหน้าร้านที่อยากขึ้นบนแผนที่ด้วย อ่านต่อได้ที่ [ปักหมุด Google Maps และ Local SEO กฎที่ทำให้หมุดถูกระงับ](https://phygital.co.th/insights/google-maps-local-seo-agency)

## เนื้อหาที่เขียนด้วยคำของลูกค้า

คู่มือให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากที่สุด โดยระบุว่าเนื้อหาที่คนอ่านแล้วเห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์น่าจะมีผลต่อการแสดงในผลค้นหามากกว่าคำแนะนำข้ออื่นทั้งหมดในคู่มือ

| ลักษณะที่คู่มือระบุ       | ความหมายสำหรับเว็บธุรกิจใหม่                                                  |
| ---------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------- |
| อ่านง่ายและจัดระเบียบดี | แบ่งย่อหน้า ใส่หัวข้อ ตรวจคำผิดก่อนเผยแพร่                                  |
| ไม่ซ้ำกับคนอื่น          | เขียนจากสิ่งที่ร้านรู้และทำจริง ห้ามคัดลอกเนื้อหาของเว็บอื่น         |
| ข้อมูลเป็นปัจจุบัน         | กลับไปแก้หน้าเก่าเมื่อราคาหรือเวลาเปิดเปลี่ยน ลบหน้าที่ไม่เกี่ยวแล้ว |
| คนอ่านเชื่อถือได้        | บอกว่าใครเป็นผู้ให้ข้อมูล มีประสบการณ์ตรงในเรื่องนั้นอย่างไร           |

อีกเรื่องที่คู่มือยกขึ้นมาคือคำที่คนใช้ค้นหา คนที่รู้เรื่องมากกับคนที่เพิ่งเริ่มมักพิมพ์ต่างกัน ตัวอย่างในคู่มือคือบางคนค้นว่า "charcuterie" บางคนค้นว่า "cheese board" สำหรับร้านไทย คนที่เคยใช้บริการอาจพิมพ์ชื่อเฉพาะของบริการ ส่วนคนที่ยังไม่รู้จักอาจพิมพ์ปัญหาที่กำลังเจอ เนื้อหาที่เขียนถึงทั้งสองแบบจึงมีโอกาสเจอคนค้นหามากกว่า

### ต้องใส่คีย์เวิร์ดทุกแบบที่ลูกค้าอาจพิมพ์ไหม

ไม่ต้อง คู่มือบอกว่าไม่ต้องกังวลถ้าคาดไม่ครบทุกคำ เพราะระบบจับคู่ภาษาของ Google เข้าใจได้ว่าหน้าเกี่ยวกับคำค้นหลายแบบ แม้หน้านั้นไม่ได้ใช้คำนั้นตรงตัว การพิมพ์คำเดิมซ้ำหลายรอบกลับเข้าข่ายการยัดคีย์เวิร์ด ซึ่งคู่มือระบุว่าขัดกับนโยบายสแปมของ Google เขียนให้เป็นธรรมชาติ แล้วใช้คำที่ลูกค้าใช้จริงในหัวข้อและคำอธิบายสินค้าพอ

## รูปภาพ URL และหน้าที่ซ้ำกัน

สามเรื่องนี้เป็นงานเก็บรายละเอียดที่ทำได้ระหว่างเพิ่มหน้าใหม่ ไม่ต้องรื้อเว็บทั้งหมดในวันเดียว คู่มือเองเตือนว่าไม่ต้องหยุดทุกอย่างมาจัดโครงสร้างเว็บใหม่ทันที

**รูปภาพ** คู่มือแนะนำให้ใช้รูปที่คมชัด วางใกล้ข้อความที่เกี่ยวข้อง และเขียนข้อความแทนภาพ (alt text) ที่อธิบายว่ารูปเกี่ยวกับเนื้อหาอย่างไร ระบบจัดการเว็บส่วนใหญ่มีช่องให้กรอกตอนอัปโหลดรูป

**URL** คู่มือแนะนำให้ใช้คำที่มีความหมายใน URL เพราะบางส่วนของ URL แสดงในผลค้นหาเป็นเส้นทางของหน้า URL ที่มีแต่ตัวอักษรสุ่มช่วยผู้ใช้ได้น้อยกว่า

**หน้าที่ซ้ำกัน** เนื้อหาเดียวกันที่เปิดได้จากหลาย URL ไม่ผิดนโยบายสแปม แต่ทำให้ผู้ใช้สับสน คู่มือแนะนำให้เปลี่ยนเส้นทาง (redirect) หน้าที่ไม่ต้องการไปยังหน้าหลัก ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้แท็ก `rel="canonical"` และบอกว่าส่วนใหญ่ Google จัดการเองได้

### เว็บเล็กต้องจัดโฟลเดอร์ URL ตามหมวดไหม

ยังไม่จำเป็น คู่มือบอกว่าการจัดหน้าที่เรื่องใกล้กันไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันมีผลต่อการเก็บข้อมูลของ Google เมื่อเว็บมีมากกว่าไม่กี่พัน URL เช่นแยกโฟลเดอร์นโยบายที่แทบไม่เปลี่ยนออกจากโฟลเดอร์โปรโมชันที่เปลี่ยนบ่อย เว็บร้านที่มีไม่กี่สิบหน้าจึงควรใช้เวลากับชื่อหน้าและเนื้อหาก่อน ค่อยคิดเรื่องโครงสร้างตอนเว็บโตขึ้น

## เรื่องที่ Google บอกว่าไม่ต้องเสียเวลา

ส่วนท้ายของคู่มือรวบรวมความเชื่อเรื่อง SEO ที่แพร่หลาย แล้วบอกว่าเรื่องไหนไม่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนนี้มีประโยชน์ที่สุดตอนอ่านข้อเสนอจากผู้ขายบริการ

| ความเชื่อที่พบบ่อย                 | สิ่งที่คู่มือของ Google เขียนไว้                                                                                 |
| -------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ต้องใส่ meta keywords                 | Google Search ไม่ใช้แท็ก keywords                                                                                  |
| ต้องมีคีย์เวิร์ดในชื่อโดเมน       | คำในชื่อโดเมนหรือ URL แทบไม่มีผลต่ออันดับนอกจากแสดงในเส้นทางของหน้า ให้ตั้งชื่อตามหลักการตลาด   |
| ต้องใช้โดเมนลงท้ายแบบใดแบบหนึ่ง | นามสกุลโดเมนมีผลเฉพาะตอนเจาะผู้ใช้ประเทศใดประเทศหนึ่ง และมักเป็นสัญญาณที่มีผลน้อย                 |
| บทความต้องยาวถึงจำนวนคำที่กำหนด | ความยาวอย่างเดียวไม่มีผลต่ออันดับ ไม่มีจำนวนคำขั้นต่ำหรือสูงสุด                                         |
| จำนวนและลำดับหัวข้อต้องเป๊ะ      | ลำดับหัวข้อช่วยโปรแกรมอ่านหน้าจอ แต่ในมุมของ Google Search ไม่มีผล และไม่มีจำนวนหัวข้อที่เหมาะที่สุด |
| เนื้อหาซ้ำในเว็บตัวเองโดนลงโทษ  | ไม่ทำให้โดนบทลงโทษจากเจ้าหน้าที่ แต่การคัดลอกเนื้อหาของคนอื่นเป็นอีกเรื่อง                          |
| E-E-A-T เป็นปัจจัยจัดอันดับ         | คู่มือตอบว่าไม่ใช่                                                                                                |

### ข้อเสนอแบบไหนที่ขัดกับคู่มือโดยตรง

ข้อเสนอที่ขายสิ่งในตารางข้างบนเป็นงานหลัก เช่น คิดค่าบริการตามจำนวนคำของบทความ หรือสัญญาว่าจะใส่คีย์เวิร์ดให้ครบทุกหน้า คือสัญญาณว่าผู้เสนอยังใช้ความเชื่อเก่า ส่วนข้อเสนอที่รับประกันอันดับหนึ่ง Google เขียนไว้ในหน้าคำแนะนำก่อนจ้าง SEO ว่าไม่มีใครรับประกันได้ เส้นแบ่งระหว่างวิธีที่ใช้ได้กับวิธีที่ผิดนโยบายอธิบายไว้ใน [รับทำ SEO สายขาว เส้นแบ่งสแปมที่ Google เขียนไว้เอง](https://phygital.co.th/insights/white-hat-seo-agency)

## บอกคนอื่นว่ามีเว็บ แล้วรอผลอย่างมีกำหนด

เว็บใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักจะถูกค้นพบช้า คู่มือจึงให้โปรโมตเว็บควบคู่ไปกับงานบนหน้าเว็บ และบอกตรง ๆ ว่าผลต้องใช้เวลา

ช่องทางโปรโมตที่คู่มือระบุคือโซเชียลมีเดีย การมีส่วนร่วมในชุมชน โฆษณาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และการบอกต่อ ซึ่งคู่มือเรียกว่าเป็นวิธีที่ได้ผลนานที่สุด งานออฟไลน์ก็นับด้วย เช่น ใส่ URL บนนามบัตร หัวจดหมาย และโปสเตอร์ คู่มือเตือนไว้ด้วยว่าโปรโมตมากเกินไปทำให้คนเบื่อ และเครื่องมือค้นหาอาจมองบางวิธีว่าเป็นการปั่นผลค้นหา

### ทำ SEO แล้วต้องรอนานแค่ไหนถึงเห็นผล

คู่มือบอกว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีผลในไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างใช้เวลาหลายเดือน และแนะนำให้รอสักสองสามสัปดาห์ก่อนประเมินว่างานที่ทำช่วยได้หรือไม่ ไม่ใช่ทุกการแก้ไขที่ทำให้ผลค้นหาเปลี่ยนจนเห็นได้ เจ้าของเว็บจึงควรจดวันที่แก้แต่ละหน้าไว้ แล้วกลับมาดูรายงานใน Search Console ตามรอบที่กำหนด แทนการเปิดดูอันดับทุกวัน

## ทำเองหรือจ้าง ใช้เกณฑ์ของ Google ตัดสิน

Google มีหน้าคำแนะนำแยกสำหรับคนที่กำลังคิดจะจ้าง SEO และให้คำตอบกับธุรกิจขนาดเล็กไว้ค่อนข้างชัด

[หน้าคำแนะนำก่อนจ้าง SEO ของ Google](https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/do-i-need-seo?hl=th) ฉบับอัปเดต 5 มิถุนายน 2569 เขียนว่าถ้าคุณทำธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก น่าจะทำงานส่วนใหญ่ได้เอง และให้เริ่มจากคู่มือ SEO เบื้องต้น เพราะคู่มืออธิบายงานส่วนใหญ่ที่ผู้รับจ้างจะทำให้ ถ้าตัดสินใจจ้างภายหลัง ความรู้ชุดนี้ยังช่วยให้รู้ทันเมื่อผู้รับจ้างเสนอวิธีที่ไม่แนะนำ หน้าเดียวกันระบุว่าการลงโฆษณากับ Google ไม่มีผลต่อการแสดงในผลค้นหาแบบไม่เสียเงิน ส่วนช่วงเวลาที่ Google มองว่าเหมาะกับการจ้างคือตอนวางแผนออกแบบเว็บใหม่หรือเปิดเว็บใหม่ เพราะวางโครงให้เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหาได้ตั้งแต่ต้น

### ธุรกิจเพิ่งเริ่มควรเริ่ม SEO สำหรับ AI เลยไหม

ควรเริ่มจากพื้นฐานในคู่มือก่อน หน้าคำแนะนำก่อนจ้างของ Google ให้ถามผู้รับจ้างที่เสนองาน AEO หรือ GEO ว่าคำแนะนำสอดคล้องกับเอกสารทางการเรื่องการปรับเว็บสำหรับฟีเจอร์ AI ของ Google Search หรือไม่ เว็บที่ Google ยังเก็บหน้าไม่ครบหรือชื่อหน้ายังซ้ำกัน ควรแก้เรื่องพื้นฐานให้เสร็จก่อน สิ่งที่วัดได้และยังวัดไม่ได้ของงานฝั่ง AI อยู่ใน [รับทำ SEO สำหรับ AI (AEO/GEO) อะไรวัดได้ อะไรยังวัดไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/ai-seo-aeo-geo-agency)

## ขั้นตอนการทำ SEO เจ็ดข้อในสัปดาห์แรกของเว็บใหม่

ขั้นตอนการทำ SEO สำหรับมือใหม่ทั้งเจ็ดข้อนี้เรียงตามลำดับในคู่มือ และทำได้โดยไม่ต้องจ้างใคร

1. ค้นแบบ `site:` ตามด้วยโดเมน เพื่อดูว่า Google เก็บหน้าไว้แล้วกี่หน้า
2. เปิดบัญชี Search Console แล้วใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL กับหน้าแรกและหน้าสินค้าหลัก
3. เขียนชื่อหน้าใหม่ให้ทุกหน้าไม่ซ้ำกัน และบอกว่าหน้านั้นมีอะไร
4. เขียนคำอธิบายสั้นของหน้าหลักด้วยคำที่ลูกค้าใช้จริง
5. ใส่ข้อความแทนภาพให้รูปสินค้าและรูปหน้าร้าน
6. ใส่ลิงก์เว็บในเพจโซเชียล นามบัตร และป้ายหน้าร้าน
7. จดวันที่แก้แต่ละหน้า แล้วนัดตัวเองกลับมาดูผลในอีกสองสามสัปดาห์

ถ้าทำครบเจ็ดข้อแล้วยังไม่มีเวลาเขียนเนื้อหาต่อเนื่อง หรือเว็บมีปัญหาทางเทคนิคที่แก้เองไม่ได้ ค่อยพิจารณาจ้าง โดยใช้คำถามในหน้าคำแนะนำของ Google เป็นแบบสัมภาษณ์ผู้รับจ้าง

## สรุป

SEO สำหรับธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นเริ่มจากคู่มือ SEO เบื้องต้นของ Google ซึ่ง Google เองแนะนำให้ธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็กใช้ทำงานส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง งานแรกคือเช็กด้วย site: และ Search Console ว่า Google เจอเว็บและอ่านหน้าได้ครบ จากนั้นเขียนชื่อหน้าและคำอธิบายให้ไม่ซ้ำกัน เขียนเนื้อหาด้วยคำของลูกค้า ใส่ข้อความแทนภาพ แล้วโปรโมตเว็บ ไม่ต้องเสียเวลากับ meta keywords หรือความยาวบทความ และควรรอสองสามสัปดาห์ก่อนประเมินผล

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เว็บที่สร้างด้วยเครื่องมือสำเร็จรูปทำ SEO ได้เท่าเว็บที่เขียนโค้ดเองไหม

ทำงานพื้นฐานในคู่มือได้เกือบครบ เพราะเครื่องมือส่วนใหญ่มีช่องให้แก้ชื่อหน้า คำอธิบาย URL และข้อความแทนภาพ สิ่งที่ควรเช็กคือเครื่องมือนั้นเปิดให้ Google อ่านไฟล์ประกอบหน้าได้ครบ ซึ่งดูได้จากเครื่องมือตรวจสอบ URL ใน Search Console

### ยิงโฆษณา Google Ads แล้วเว็บจะขึ้นอันดับในผลค้นหาปกติดีขึ้นไหม

ไม่ขึ้น หน้าคำแนะนำของ Google ระบุว่าการลงโฆษณาไม่มีผลต่อการแสดงในผลค้นหาแบบไม่เสียเงิน และ Google ไม่รับเงินเพื่อจัดอันดับ โฆษณากับ SEO จึงเป็นงบสองก้อนที่ต้องวางแผนแยกกัน

### ควรเปิดสิทธิ์ Search Console ให้ผู้รับจ้างระดับไหน

ช่วงที่ผู้รับจ้างขอตรวจเว็บก่อนเสนองาน Google แนะนำให้เปิดสิทธิ์อ่านอย่างเดียว ยังไม่ให้สิทธิ์แก้ไข เมื่อเริ่มงานจริงแล้วค่อยพิจารณาเพิ่มสิทธิ์ตามขอบเขตในสัญญา และขอให้ผู้รับจ้างอธิบายทุกการเปลี่ยนแปลงที่ทำกับเว็บ

### มีอีเมลแจ้งว่าเว็บเราไม่อยู่ในเครื่องมือค้นหา ควรเชื่อไหม

ไม่ควรเชื่อทันที Google ยกตัวอย่างอีเมลลักษณะนี้ในหน้าคำแนะนำก่อนจ้าง SEO และให้ระวังผู้เสนอบริการที่ส่งอีเมลมาโดยไม่มีใครติดต่อไป เช็กเองได้ด้วยการค้นแบบ site: ตามด้วยโดเมนของคุณ

### เนื้อหาควรเขียนภาษาไทยหรืออังกฤษ

เขียนตามภาษาที่ลูกค้าใช้ค้นหา ถ้าลูกค้าเป็นคนไทยก็เขียนไทย ถ้ามีลูกค้าต่างชาติด้วย ควรทำหน้าแยกภาษาแทนการผสมสองภาษาในหน้าเดียว คู่มือของ Google มีเอกสารเรื่องเว็บหลายภาษาแยกไว้สำหรับตอนที่เว็บพร้อมขยาย

## เว็บใหม่ที่ Google ยังอ่านไม่ครบ ต่อให้ลงเนื้อหาเพิ่มก็ยังไม่มีคนค้นเจอ

PHYGITAL AGENCY เริ่มงานเว็บใหม่จากการเช็กว่า Google เก็บหน้าไหนไว้แล้ว วางชื่อหน้าและคำอธิบายใหม่ทีละหน้า และส่งรายการงานที่เจ้าของร้านทำต่อเองได้ในแต่ละเดือน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
