# Voice Search Optimization อ่านผลวิเคราะห์ 10,000 คำตอบเสียง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/voice-search-optimization-thailand · เผยแพร่ 1 ธันวาคม 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

การศึกษาคำตอบเสียง Google Home 10,000 คำตอบพบคำตอบเฉลี่ย 29 คำ 74.9% มาจากหน้าสามอันดับแรก ตัวเลขไหนใช้ได้และตัวเลขไหนผู้วัดเตือนเอง โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **Backlinko วิเคราะห์ผลค้นหาด้วยเสียงจาก Google Home 10,000 คำตอบเมื่อปี 2018 พบว่าคำตอบเฉลี่ยยาว 29 คำ** — และเขียนในระดับการอ่านเกรด 9 ของสหรัฐฯ ขณะที่หน้าเว็บต้นทางยาวเฉลี่ย 2,312 คำ
- **คำตอบเสียง 74.9% มาจากหน้าที่ติดสามอันดับแรกของคำค้นนั้น และ 40.7% มาจาก featured snippet** — ผู้เขียนระบุเองว่าผลส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นเหตุ
- **ตัวเลขชุดนี้มาจากคำค้นภาษาอังกฤษบนอุปกรณ์รุ่นปี 2018** — ใช้ได้เป็นหลักคิดเรื่องหน้าเว็บที่ถูกอ่านเป็นคำตอบ แต่ใช้แทนพฤติกรรมการค้นหาด้วยเสียงภาษาไทยไม่ได้

เจ้าของธุรกิจที่ถูกเสนอให้ลงทุนทำ Voice Search Optimization อาจได้ยินตัวเลขสัดส่วนการค้นหาด้วยเสียงแบบกลม ๆ ที่หาต้นทางไม่เจอ แล้วต้องตัดสินใจโดยไม่รู้ว่าหน้าเว็บแบบไหนถูกอ่านเป็นคำตอบจริง บทนี้เล่าการศึกษาหนึ่งชิ้นที่เปิดวิธีเก็บข้อมูลไว้ คือการวิเคราะห์คำตอบเสียงของ Google Home 10,000 คำตอบ ว่าคำตอบยาวเท่าไร มาจากหน้าที่อยู่อันดับไหน เกี่ยวกับ featured snippet ความเร็วเว็บ HTTPS และ Schema อย่างไร และตัวเลขไหนผู้เขียนเตือนเองว่ายังสรุปเป็นเหตุไม่ได้ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจแยกงานที่ควรทำออกจากงานที่ยังไม่มีหลักฐาน

Voice Search คือการค้นหาด้วยการพูดกับผู้ช่วยเสียงบนลำโพงอัจฉริยะ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่น แทนการพิมพ์ Voice Search Optimization คือการปรับเนื้อหาบนเว็บให้ผู้ช่วยเสียงเลือกไปอ่านเป็นคำตอบ อุปกรณ์ที่ไม่มีหน้าจออ่านคำตอบได้ครั้งละหนึ่งคำตอบ การถูกเลือกจึงสำคัญกว่าการอยู่ในรายการผลค้นหา

แหล่งหลักคือ[บทความ Voice Search SEO Study ของ Backlinko](https://backlinko.com/voice-search-seo-study) เผยแพร่ 28 กุมภาพันธ์ 2018 ปัจจุบัน Backlinko เป็นของ Semrush ข้อความอ่านเมื่อ 27 ก.ย. 2569 ข้อจำกัดของแพลตฟอร์มผู้ช่วยเสียงกับภาษาไทย เช่นภาษาที่รองรับและบริการที่ปิดไปแล้ว มีบทแยกของเรื่องนั้นอยู่แล้ว บทนี้จึงพูดเฉพาะลักษณะของหน้าเว็บที่ถูกเลือกเป็นคำตอบ

## การศึกษานี้วัดอะไร

ทีมของ Backlinko ถามคำถาม 10,000 ข้อกับ Google Home แล้วตรวจลักษณะของคำตอบและหน้าเว็บต้นทาง 11 ด้านที่อาจเป็นปัจจัยจัดอันดับของการค้นหาด้วยเสียง เช่นความเร็ว HTTPS Schema ความยาวคำตอบ ระดับการอ่าน ความน่าเชื่อถือของโดเมน และอันดับบนเดสก์ท็อป ผู้เขียนขอบคุณ CTO ของ Backlinko ในท้ายบทความว่าเป็นผู้เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด

คำตอบ 70% ในชุดข้อมูลอ้างชื่อเว็บไซต์ต้นทาง เช่นขึ้นต้นว่า "According to" ตามด้วยชื่อเว็บ ตัวเลขบางข้อในบทนี้คิดจากเฉพาะคำตอบกลุ่มที่อ้างแหล่ง ซึ่งจะระบุไว้ตรงข้อนั้น

ผู้เขียนอธิบายความต่างของการค้นหาด้วยเสียงไว้ในบทความว่า การค้นหาบนจอให้รายการลิงก์สิบรายการ แต่ Google Home ให้คำตอบเดียว ระบบจึงต้องมั่นใจในความถูกต้องของคำตอบมากกว่า และผู้เขียนใช้เหตุผลนี้อธิบายหลายข้อค้นพบในบทนี้ เช่นการที่คำตอบมาจากโดเมนที่น่าเชื่อถือ ผู้อ่านควรจำไว้ว่าเหตุผลนี้เป็นการตีความของผู้เขียน ไม่ได้มาจากคำอธิบายของ Google

### ผลจาก Google Home ภาษาอังกฤษใช้กับคำค้นภาษาไทยได้ไหม

ใช้ได้เฉพาะเป็นหลักคิด ตัวเลขใช้แทนกันไม่ได้ การศึกษาเก็บข้อมูลจากคำค้นภาษาอังกฤษบนลำโพงรุ่นในช่วงเวลานั้น วัดระดับการอ่านด้วยเกณฑ์เกรดของโรงเรียนสหรัฐฯ และภาษาไทยมีข้อจำกัดของแพลตฟอร์มเอง รายละเอียดว่าผู้ช่วยเสียงแต่ละรายรองรับภาษาไทยแค่ไหนอยู่ใน[Voice Commerce และ Voice Search ภาษาไทย ข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม](https://phygital.co.th/insights/voice-commerce-voice-search-optimization-agency)

## คำตอบเสียงสั้นแค่ไหน

การศึกษาพบว่าคำตอบเสียงเฉลี่ยยาว 29 คำ และผู้เขียนยกตัวอย่างคำถามกับคำตอบหนึ่งคู่ที่ยาว 29 คำพอดีว่าเป็นตัวแทนของคำตอบทั่วไป ผู้เขียนเล่าว่าตัวอย่างในแนวทางของผู้ประเมินคุณภาพของ Google ยาวพอเหมาะในความเห็นของเขา แต่ข้อมูลบอกว่า Google ต้องการคำตอบที่กระชับกว่านั้น

ระดับการอ่านของคำตอบเฉลี่ยอยู่ที่เกรด 9 และผู้เขียนยกตัวอย่างคำตอบหนึ่งที่อ่านง่ายระดับเกรด 3 เหตุผลที่เขาให้คือผู้ฟังต้องเข้าใจคำตอบโดยไม่มีภาพประกอบ ย้อนกลับไปอ่านคำยากไม่ได้ และคำตอบต้องใช้คำที่ระบบออกเสียงได้ง่าย แต่ผู้เขียนก็ระบุว่าข้อมูลพิสูจน์ไม่ได้ว่า Google ใช้ระดับการอ่านเป็นปัจจัยจัดอันดับ

### หน้าเว็บยาวช่วยให้ได้คำตอบเสียงจริงไหม

หน้าเว็บต้นทางของคำตอบเสียงยาวเฉลี่ย 2,312 คำ ผู้เขียนเองมองว่า Google Home ไม่น่าจะชอบความยาวของหน้าโดยตรง เพราะคำตอบยาวแค่ราว 29 คำ เหตุผลที่เป็นไปได้กว่าคือหน้าที่ยาวมีข้อความให้ตรงกับคำถามได้หลายแบบ ข้อสังเกตนี้ตรงกับอีกผลหนึ่งที่พบว่ามีคำตอบเพียง 1.71% ที่ชื่อหน้าตรงกับคำค้นทุกคำ ผู้เขียนจึงแนะนำให้เขียนหน้าที่ตอบคำถามได้หลายข้อในหน้าเดียว แทนการสร้างหน้าแยกหนึ่งหน้าต่อหนึ่งคำค้น

## คำตอบเสียงมาจากหน้าแบบไหน

ผลเรื่องที่มาของคำตอบมีสามข้อที่เกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนโดยตรง

| สิ่งที่วัด                                  | ผลที่พบ                                                 | ข้อสังเกตของผู้เขียน                                                    |
| --------------------------------------------- | --------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------- |
| อันดับบนเดสก์ท็อปของหน้าต้นทาง         | 74.9% อยู่ในสามอันดับแรกของคำค้นนั้น              | อาจเป็นความสัมพันธ์ เพราะโดเมนน่าเชื่อถือก็ติดอันดับดีอยู่แล้ว |
| คำตอบที่ตรงกับ featured snippet           | 40.7% คิดจากคำตอบที่อ้างแหล่ง                       | ช่วยได้ แต่ไม่ได้จำเป็นเสมอไป                                         |
| ความน่าเชื่อถือของโดเมนตามเกณฑ์ Ahrefs | Domain Rating เฉลี่ย 76.8 แต่ Page Rating เฉลี่ยแค่ 21.1 | ระบบอาจให้น้ำหนักกับโดเมนที่เชื่อถือได้มากกว่าลิงก์ของหน้า    |

ผู้เขียนยกตัวอย่างคำตอบหนึ่งที่มาจากเว็บข่าวซึ่งโดเมนได้คะแนน 93 แต่หน้าที่ถูกอ่านได้คะแนนเพียง 14 และตั้งข้อสันนิษฐานว่าเมื่อระบบพบคำตอบที่ใช้ได้บนโดเมนที่น่าเชื่อถือ จำนวนลิงก์ที่ชี้มาที่หน้านั้นอาจไม่สำคัญ

นอกจากนี้ คำตอบ 2.68% ในกลุ่มที่อ้างแหล่งมาจากหน้าคำถามที่พบบ่อย ผู้เขียนมองว่ารูปแบบคำถามสั้นตามด้วยคำตอบสั้นเข้ากับการถามด้วยเสียง

### หน้าคำถามที่พบบ่อยช่วยให้ได้คำตอบเสียงไหม

สัดส่วน 2.68% บอกว่าหน้าคำถามที่พบบ่อยเป็นแหล่งคำตอบเพียงส่วนน้อย คำตอบส่วนใหญ่มาจากหน้าเนื้อหาทั่วไปที่มีย่อหน้าตอบคำถามอยู่ในเนื้อ สิ่งที่ใช้ต่อได้จากข้อนี้คือรูปแบบ ไม่ใช่ประเภทของหน้า คือคำถามที่เขียนด้วยถ้อยคำที่คนพูดจริง ตามด้วยคำตอบสั้นที่ครบในตัว รูปแบบนี้วางไว้ในหน้าบริการ หน้าสินค้า หรือบทความได้ทั้งหมด ธุรกิจจึงไม่จำเป็นต้องสร้างหน้าคำถามแยกเพื่อหวังผลการค้นหาด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว

### ต้องได้ featured snippet ก่อนจึงจะได้คำตอบเสียงไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ตามผลของการศึกษานี้ คำตอบเสียงที่อ้างแหล่ง 40.7% ตรงกับ featured snippet ของคำค้นเดียวกัน แปลว่าอีกกว่าครึ่งมาจากที่อื่น แต่ featured snippet ก็เป็นทางที่พบบ่อยที่สุดทางหนึ่ง วิธีที่ Google เลือกข้อความขึ้นเป็นกล่องคำตอบ และสิ่งที่เจ้าของเว็บทำได้และทำไม่ได้ อธิบายไว้ใน[AEO ต่างจาก SEO อย่างไร เมื่อ Google เลือกกล่องคำตอบเอง](https://phygital.co.th/insights/aeo-answer-engine-optimization-vs-seo)

## ความเร็ว HTTPS และ Schema

การศึกษาวัดสัญญาณทางเทคนิคของหน้าต้นทางไว้สามเรื่อง

1. **ความเร็ว** เวลาตอบสนองไบต์แรก (TTFB) เฉลี่ย 0.54 วินาที และหน้าโหลดเสร็จใน 4.6 วินาที ซึ่งผู้เขียนคำนวณว่าเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของหน้าเว็บทั่วโลก 52%
2. **HTTPS** หน้าต้นทาง 70.4% ใช้ HTTPS เทียบกับราว 50% ของผลค้นหาหน้าแรกทั่วไปที่ผู้เขียนอ้าง ผู้เขียนเตือนว่าอาจเป็นความสัมพันธ์บังเอิญ โดยให้เหตุผลว่าเว็บที่ลงแรงทำ SEO ก็พร้อมลงทุนติดตั้ง HTTPS ด้วย
3. **Schema** หน้าต้นทาง 36.4% ใช้ Schema เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก 31.3% ผู้เขียนสรุปว่าต่างกันไม่มาก และ 63.6% ของหน้าต้นทางไม่ได้ใช้ Schema เลย

การศึกษายังพบว่าหน้าต้นทางมียอดแชร์บน Facebook เฉลี่ย 1,199 ครั้งและทวีต 44 ครั้ง ผู้เขียนระบุตรง ๆ ว่าระบบค้นหาด้วยเสียงแทบไม่น่าจะใช้สัญญาณโซเชียล และน่าจะเป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุ

### ใส่ Schema แล้วได้คำตอบเสียงไหม

ผลของการศึกษานี้ไม่สนับสนุนข้อนั้น สัดส่วนหน้าที่ใช้ Schema ในกลุ่มคำตอบเสียงสูงกว่าค่าเฉลี่ยเพียงเล็กน้อย และหน้าส่วนใหญ่ที่ถูกอ่านไม่ได้ใช้ Schema ผู้เขียนยังแนะนำให้ใช้ Schema เพราะช่วยการแสดงผลในแพลตฟอร์มอื่น แต่ไม่ได้เสนอเป็นวิธีทำให้ได้คำตอบเสียง

## ตัวเลขไหนใช้ได้ ตัวเลขไหนต้องระวัง

ผู้เขียนการศึกษาระบุข้อจำกัดของตัวเองไว้หลายจุด ตารางนี้รวมข้อค้นพบกับข้อจำกัดที่ผู้เขียนพูดไว้เอง

| ข้อค้นพบ               | ตัวเลข      | ผู้เขียนพูดถึงข้อจำกัดว่า                      |
| ------------------------ | ----------- | ---------------------------------------------------- |
| ความยาวคำตอบ          | 29 คำ       | ใช้เป็นแนวทางความยาวของย่อหน้าคำตอบ          |
| ระดับการอ่าน           | เกรด 9      | พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นปัจจัยจัดอันดับ           |
| ความยาวหน้า            | 2,312 คำ    | น่าจะเกิดจากโอกาสตรงคำถามมากกว่าความยาวเอง |
| อยู่สามอันดับแรก      | 74.9%       | อาจเป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุ                   |
| ตรงกับ featured snippet | 40.7%       | ช่วยได้แต่ไม่จำเป็น                              |
| HTTPS                    | 70.4%       | อาจเป็นความสัมพันธ์บังเอิญ                       |
| ยอดแชร์โซเชียล       | 1,199 ครั้ง | น่าจะไม่ใช่เหตุ                                   |

### ทำไมการศึกษาที่เก่าหลายปียังมีประโยชน์

ตัวเลขทุกตัวในการศึกษานี้เก่าแล้ว และอุปกรณ์ผู้ช่วยเสียงเปลี่ยนไปหลายรุ่น ประโยชน์ที่เหลืออยู่คือวิธีคิด การศึกษาเปิดเผยจำนวนตัวอย่าง อุปกรณ์ที่ใช้ และปัจจัยที่วัด ผู้อ่านจึงรู้ว่าแต่ละตัวเลขมาจากไหนและผู้เขียนมั่นใจแค่ไหน ต่างจากตัวเลขสัดส่วนการค้นหาด้วยเสียงแบบกลม ๆ ที่ส่งต่อกันโดยไม่มีวิธีเก็บข้อมูลแนบมา ธุรกิจที่ได้รับข้อเสนอเรื่อง Voice Search ใช้คำถามชุดเดียวกันตรวจตัวเลขในข้อเสนอได้ คือตัวอย่างมาจากไหน วัดอะไร และผู้วัดบอกข้อจำกัดไว้หรือไม่

### ตรวจข้อเสนอ Voice Search ด้วยคำถามอะไร

เมื่อได้รับข้อเสนอที่อ้างตัวเลขการค้นหาด้วยเสียง ให้ถามผู้เสนอสี่ข้อ ข้อแรก ตัวเลขนี้มาจากการศึกษาชิ้นไหน และเปิดอ่านได้หรือไม่ ข้อสอง ตัวอย่างเป็นคำค้นภาษาอะไร บนอุปกรณ์อะไร และเก็บเมื่อไร ข้อสาม ผู้วัดสรุปว่าเป็นเหตุหรือแค่ความสัมพันธ์ ข้อสี่ งานที่เสนอต่างจากงาน SEO ที่ธุรกิจทำอยู่แล้วตรงไหน ข้อเสนอที่ตอบข้อสี่ไม่ได้ อาจเป็นงานเดิมที่เปลี่ยนชื่อเรียก ส่วนข้อเสนอที่ตอบได้ครบ จะบอกได้ว่างานส่วนเพิ่มคืออะไรและวัดผลด้วยอะไร

## สิ่งที่ทำกับเว็บภาษาไทยได้ตอนนี้

ข้อค้นพบที่ผู้เขียนมั่นใจที่สุดแปลงเป็นงานบนเว็บภาษาไทยได้สี่ข้อ

1. **เขียนย่อหน้าตอบคำถามที่อ่านออกเสียงแล้วเข้าใจ** ประโยคแรกตอบตรง ไม่อ้างถึงตารางหรือภาพ
2. **รวมคำถามที่เกี่ยวข้องไว้ในหน้าเดียว** แทนการแตกหน้าต่อคำค้น
3. **ดูแลอันดับของหน้าหลัก** เพราะคำตอบส่วนใหญ่มาจากหน้าที่ติดสามอันดับแรก
4. **ทำให้เว็บเร็วและใช้ HTTPS** เป็นงานพื้นฐานที่ไม่เสียเปล่าแม้ผลต่อการค้นหาด้วยเสียงจะยังพิสูจน์เหตุไม่ได้

ร้านที่มีหน้าร้านควรดูแลข้อมูลบนแผนที่ควบคู่กัน เงื่อนไขที่ Google ใช้ระงับหมุดร้านอธิบายไว้ใน[ปักหมุด Google Maps และ Local SEO กฎที่ทำให้หมุดถูกระงับ](https://phygital.co.th/insights/google-maps-local-seo-agency) ส่วนขอบเขตงานเขียนเนื้อหาอยู่ที่หน้า[บริการ Content Marketing](https://phygital.co.th/solutions/content-marketing)

## สรุป

การศึกษาของ Backlinko เมื่อปี 2018 วิเคราะห์คำตอบเสียงของ Google Home 10,000 คำตอบ พบว่าคำตอบเฉลี่ยยาว 29 คำ อ่านง่ายระดับเกรด 9 มาจากหน้าที่ยาวเฉลี่ย 2,312 คำ 74.9% มาจากหน้าที่ติดสามอันดับแรก และ 40.7% ของคำตอบที่อ้างแหล่งตรงกับ featured snippet หน้าต้นทางเร็วกว่าค่าเฉลี่ยและใช้ HTTPS มากกว่า แต่ใช้ Schema มากกว่าไม่มาก ผู้เขียนเตือนเองว่าผลส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ และตัวเลขมาจากคำค้นภาษาอังกฤษ ธุรกิจไทยจึงใช้ผลนี้เป็นหลักคิด คือเขียนคำตอบสั้นที่ฟังเข้าใจ บนหน้าที่ติดอันดับ เร็ว และปลอดภัย

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ย่อหน้าคำตอบภาษาไทยควรยาวเท่าไร

การศึกษานี้วัดคำภาษาอังกฤษได้เฉลี่ย 29 คำ ตัวเลขนี้แปลงเป็นความยาวภาษาไทยตรง ๆ ไม่ได้ หลักที่ใช้ได้คือให้ประโยคแรกตอบคำถามครบในตัวเอง และอ่านออกเสียงแล้วฟังเข้าใจโดยไม่ต้องเห็นตาราง

### ต้องทำหน้าแยกสำหรับทุกคำถามที่คนอาจพูดไหม

ผลการศึกษาไม่สนับสนุนแนวทางนั้น คำตอบเพียง 1.71% มาจากหน้าที่ชื่อหน้าตรงกับคำค้นทุกคำ ผู้เขียนแนะนำให้หน้าเดียวตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกันได้หลายข้อ

### ความเร็วเว็บเกี่ยวกับการค้นหาด้วยเสียงอย่างไร

หน้าต้นทางของคำตอบเสียงในการศึกษานี้โหลดเสร็จเฉลี่ย 4.6 วินาที ผู้เขียนตั้งข้อสันนิษฐานว่าความเร็วอาจเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะผู้ถามด้วยเสียงไม่อยากรอ แต่ข้อมูลชุดนี้พิสูจน์เหตุไม่ได้ ความเร็วยังเป็นงานที่ควรทำเพราะส่งผลกับผู้ใช้ทุกช่องทาง

### ร้านที่มีหน้าร้านควรเริ่มจากเว็บไซต์หรือโปรไฟล์บนแผนที่

การศึกษานี้ไม่ได้วัดคำค้นหาร้านใกล้ตัว สำหรับร้านที่มีหน้าร้าน ข้อมูลร้านบนแผนที่เป็นแหล่งที่ผู้ค้นหาเจอเมื่อหาร้าน จึงควรทำให้ข้อมูลบนแผนที่ถูกต้องและตรงกับเว็บไซต์ก่อน

### ถ้าไม่มีงบทำ Voice Search แยก ควรทำอะไร

ทำงานที่การศึกษาชี้ว่าสัมพันธ์กับการถูกเลือกและเป็นประโยชน์กับการค้นหาทุกแบบอยู่แล้ว ได้แก่ติดอันดับคำค้นหลัก เขียนย่อหน้าตอบคำถามให้กระชับ ทำให้เว็บเร็ว และใช้ HTTPS งานเหล่านี้ไม่ต้องแยกงบจาก SEO ปกติ

## คำตอบเสียงที่ถูกอ่านออกมาเฉลี่ยยาวแค่ 29 คำ

ทีม PHYGITAL AGENCY เขียนย่อหน้าคำตอบจากคำถามจริงของลูกค้าคุณ ให้สั้น ฟังเข้าใจ และอยู่บนหน้าที่ดูแลอันดับกับความเร็วไว้แล้ว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
