# Vertical Video คืออะไร งานวิจัยวัดผลโฆษณาแนวตั้งเทียบแนวนอน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/vertical-video-short-form-business-adaptation-guide · เผยแพร่ 23 กรกฎาคม 2566 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

งานวิจัยใน Journal of Interactive Marketing ปี 2564 ทดลองกับผู้ใช้ Facebook 2,377 คน พบว่าโฆษณาวิดีโอแนวตั้งถูกเล่นและได้การโต้ตอบมากกว่าแนวนอน เพราะไม่ต้องหมุนจอ

## Key Takeaways

- **Vertical Video คือวิดีโอสัดส่วนแนวตั้งที่ออกแบบให้ดูเต็มจอมือถือโดยไม่ต้องหมุนเครื่อง** — และมีงานวิจัยที่วัดผลกับโฆษณาจริงแล้ว คือบทความของ Lana Mulier, Hendrik Slabbinck และ Iris Vermeir จาก Ghent University ใน Journal of Interactive Marketing เล่ม 55 ปี 2564
- **การทดลองภาคสนามบน Facebook กับผู้ใช้ 2,377 คน พบว่าโฆษณาแนวตั้งได้จำนวนการเล่น การเล่นจนจบ ไลก์ คลิก คอมเมนต์ และแชร์ มากกว่าแนวนอน** — ผู้วิจัยอธิบายว่าผู้ชมออกแรงน้อยกว่าเพราะไม่ต้องหมุนโทรศัพท์ และผลนี้ต่างกันตามอายุของผู้ชม
- **ธุรกิจขนาดเล็กทำการทดสอบแบบเดียวกันกับลูกค้าของตัวเองได้** — โดยถ่ายเนื้อหาเดียวกันสองสัดส่วน ยิงให้กลุ่มเดียวกันด้วยงบเท่ากัน แล้วเทียบตัวชี้วัดชุดเดียวกับที่งานวิจัยใช้

เจ้าของธุรกิจที่ลังเลจะทำโฆษณาวิดีโอแนวตั้ง มักติดอยู่ที่คำถามว่า "แนวตั้งดูเป็นมืออาชีพพอไหม" ทั้งที่คำถามซึ่งตอบเป็นตัวเลขได้คือ "แนวตั้งให้ผลต่างจากแนวนอนเท่าไรเมื่อใช้เป็นโฆษณา" งานวิจัยของ Ghent University ที่ตีพิมพ์ในปี 2564 วัดคำตอบไว้กับผู้ใช้ Facebook จริง และวิธีวัดของผู้วิจัยเป็นวิธีที่ร้านขนาดเล็กยกไปทดสอบกับลูกค้าของตัวเองได้

วิดีโอแนวตั้งเคยถูกมองว่าเป็นงานมือสมัครเล่น เพราะขัดกับมาตรฐานจอภาพยนตร์และจอทีวีที่เป็นแนวนอนมาตลอด งานวิจัยชิ้นนี้เล่าไว้ในบทนำว่าวิดีโอแนวตั้ง "เคยถูกมองว่าแปลก ไม่เป็นมืออาชีพ และผิด" จนกระทั่งการดูวิดีโอบนมือถือกลายเป็นพฤติกรรมหลัก แล้วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกือบทุกแห่งปรับหน้าจอให้รองรับวิดีโอแนวตั้งเต็มจอ

## Vertical Video คืออะไร

Vertical Video คือวิดีโอที่กรอบภาพสูงกว่ากว้าง ใช้สัดส่วน 9:16 เป็นหลัก และออกแบบให้ดูเต็มจอขณะถือโทรศัพท์ตามปกติ ความต่างจากวิดีโอแนวนอน 16:9 อยู่ที่ท่าทางของผู้ชม วิดีโอแนวนอนบนมือถือต้องหมุนเครื่องจึงจะเต็มจอ ส่วนวิดีโอแนวตั้งไม่ต้อง

งานวิจัยของ Mulier และคณะนิยามวิดีโอแนวตั้งว่าเป็นวิดีโอที่ตั้งใจให้ดูในโหมดแนวตั้งแบบเต็มจอ นิยามนี้ตัดวิดีโอแนวนอนที่ถูกวางไว้กลางจอแนวตั้งออกไป เพราะผู้ชมเห็นภาพเป็นแถบเล็กตรงกลาง ซึ่งเป็นประสบการณ์คนละแบบกับภาพที่เต็มจอ

### วิดีโอแนวตั้งต่างจากการครอปวิดีโอแนวนอนอย่างไร

การครอปคือการตัดขอบซ้ายขวาของภาพแนวนอนที่ถ่ายไว้แล้วให้เหลือเป็นแนวตั้ง ส่วนวิดีโอแนวตั้งคือการวางภาพสำหรับกรอบแนวตั้งตั้งแต่ตอนถ่าย สองวิธีนี้ให้ภาพต่างกัน เพราะภาพแนวนอนมักวางคนหรือสินค้าไว้ตามจุดตัดสามส่วนด้านซ้ายหรือขวา เมื่อครอปกลางภาพ ของสำคัญอาจหลุดกรอบหรือเหลือแค่ครึ่งตัว การวางกล้องแนวตั้งตั้งแต่ต้นจึงควบคุมได้ว่าสิ่งที่ผู้ชมต้องเห็นอยู่ในภาพครบ

## งานวิจัยที่วัดผลโฆษณาแนวตั้งกับแนวนอน

งานวิจัยชื่อ This Way Up: The Effectiveness of Mobile Vertical Video Marketing ตีพิมพ์ใน [Journal of Interactive Marketing เล่ม 55 หน้า 1-15 ปี 2564](https://doi.org/10.1016/j.intmar.2020.12.002) ผู้วิจัยสามคนสังกัดภาควิชาการตลาดของ Ghent University ประเทศเบลเยียม และเคยนำเสนอฉบับบทคัดย่อขยายในงานประชุม Association for Consumer Research ปี 2563 ซึ่ง[เปิดอ่านได้จากคลังผลงานของมหาวิทยาลัย](https://biblio.ugent.be/publication/8695182)

ผู้วิจัยตั้งคำถามสามข้อ คือโฆษณาแนวตั้งดึงความสนใจและการมีส่วนร่วมได้มากกว่าแนวนอนหรือไม่ ผู้ชมใช้แรงดูต่างกันหรือไม่ และอายุของผู้ชมเปลี่ยนผลนี้หรือไม่ แต่ละคำถามถูกทดสอบในการศึกษาคนละชุด

| การศึกษา | ที่ทำ                                   | จำนวนผู้เข้าร่วม                       | วัดอะไร                                                |
| --------- | ---------------------------------------- | ----------------------------------------- | ------------------------------------------------------- |
| Study 1   | ภาคสนามบน Facebook แบบแบ่งกลุ่มสุ่ม | 2,377 คน (แนวตั้ง 1,266 · แนวนอน 1,111) | จำนวนการเล่น การเล่นจนจบ ไลก์ คลิก คอมเมนต์ แชร์ |
| Study 2   | ในมหาวิทยาลัย อายุ 17-29 ปี             | 110 คน (แนวตั้ง 57 · แนวนอน 53)         | ความคล่องในการประมวลผล และแรงที่ใช้ดู          |
| Study 3   | ในห้องทดลอง อายุ 18-65 ปี              | 109 คน                                    | ผลของอายุต่อความคล่องในการประมวลผล             |

### ความคล่องในการประมวลผล (Processing Fluency) คืออะไร

ความคล่องในการประมวลผลคือความรู้สึกของผู้ชมว่าข้อมูลที่เห็นเข้าใจง่ายหรือยาก งานวิจัยด้านจิตวิทยาผู้บริโภคพบว่าสิ่งที่ประมวลผลได้คล่องมักถูกตัดสินว่าน่าชอบกว่า Mulier และคณะวัดค่านี้ด้วยแบบสอบถามสองข้อบนมาตรวัด 7 ระดับ แล้ววัดแรงที่ใช้ดูวิดีโอบนสมาร์ทโฟนด้วยอีกสองข้อ เพื่อดูว่าวิดีโอแนวตั้งดูง่ายกว่าเพราะผู้ชมออกแรงน้อยกว่าหรือไม่

## ผลการทดลองภาคสนามบน Facebook

Study 1 เป็นการศึกษาเดียวในงานนี้ที่ใช้ผู้ใช้จริงบนแพลตฟอร์มจริง ผู้วิจัยสร้างโฆษณาวิดีโอเชิงโปรโมชันขึ้นมาหนึ่งชิ้นในสองสัดส่วน แล้วใช้การแบ่งกลุ่มแบบ A/B บน Facebook สุ่มให้ผู้ใช้มือถือเห็นเวอร์ชันใดเวอร์ชันหนึ่งในฟีดแบบโพสต์ที่ได้รับการสนับสนุน

ผลคือเวอร์ชันแนวตั้งได้ความสนใจสูงกว่า วัดจากจำนวนการเล่นและการเล่นจนจบ และได้การมีส่วนร่วมกับโพสต์สูงกว่า วัดจากไลก์ คลิก คอมเมนต์ และแชร์ ความต่างทุกตัวมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p < .001

### ผลของ Study 1 นำไปใช้กับโฆษณาของร้านได้แค่ไหน

นำไปใช้ได้ในฐานะทิศทาง ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ Study 1 บอกว่าบน Facebook ช่วงที่เก็บข้อมูล โฆษณาชิ้นเดียวกันในสัดส่วนแนวตั้งได้การตอบสนองมากกว่าแนวนอน แต่ไม่ได้บอกว่ามากกว่ากี่เปอร์เซ็นต์สำหรับสินค้าทุกประเภท ร้านที่อยากรู้ขนาดของผลกับลูกค้าตัวเองต้องทดสอบเอง ซึ่งทำได้ด้วยวิธีเดียวกับที่ผู้วิจัยใช้ คือสุ่มแบ่งผู้ชมสองกลุ่มแล้วเทียบตัวชี้วัดชุดเดียวกัน

## ทำไมผู้ชมประมวลผลวิดีโอแนวตั้งได้ง่ายกว่า

คำตอบของงานวิจัยคือแรงที่ใช้ดู ผู้ชมที่ถือโทรศัพท์ตั้งตามปกติดูวิดีโอแนวตั้งได้เต็มจอทันที ส่วนวิดีโอแนวนอนต้องหมุนเครื่องหรือยอมดูภาพเล็ก ความต่างของแรงนี้ส่งผลต่อความคล่องในการประมวลผล และความคล่องส่งผลต่อความรู้สึกต่อโฆษณา

Study 2 ทดสอบกลไกนี้กับนักศึกษา 110 คน ซึ่งถูกสุ่มให้ดูโฆษณาจริงของแบรนด์กีฬาชิ้นหนึ่งจากปี 2558 ในสัดส่วนใดสัดส่วนหนึ่ง ผลวิเคราะห์ด้วยแบบจำลอง Tobit พบว่าแรงที่ใช้ดูเป็นตัวกลางระหว่างสัดส่วนภาพกับความคล่องในการประมวลผล (ค่าผลทางอ้อม 0.20 ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ระหว่าง 0.0069 ถึง 0.3603) ผู้วิจัยควบคุมพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปของผู้เข้าร่วมไว้ด้วย

### อายุของผู้ชมเปลี่ยนผลของวิดีโอแนวตั้งหรือไม่

เปลี่ยน Study 3 ขยายช่วงอายุผู้เข้าร่วมเป็น 18-65 ปี แล้วพบว่าอายุเป็นตัวแปรกำกับผลทางอ้อม บทคัดย่อฉบับวารสารสรุปว่าผู้ใช้อายุน้อยกลุ่ม Gen Z ประมวลผลโฆษณาแนวตั้งได้คล่องกว่ากลุ่ม Gen X และ Gen Y ผู้วิจัยอธิบายว่าคนอายุน้อยคุ้นกับการดูวิดีโอแนวตั้งบนมือถือมากกว่า ผลนี้เป็นข้อมูลพฤติกรรมตามช่วงอายุ ไม่ได้บอกว่ากลุ่มใดดูวิดีโอเก่งกว่ากัน ธุรกิจที่ลูกค้าหลักอายุสูงจึงควรทดสอบก่อนเปลี่ยนทั้งหมด

## ภาษาภาพที่เปลี่ยนเมื่อกรอบภาพตั้งขึ้น

กรอบแนวตั้งเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องด้วยภาพ เพราะพื้นที่ซ้ายขวาแคบลงและพื้นที่บนล่างเพิ่มขึ้น ภาพกว้างที่เห็นทิวทัศน์หรือคนหลายคนเรียงกันเล่าได้ยากขึ้น ส่วนภาพใกล้ที่เห็นใบหน้าหรือสินค้าชิ้นเดียวเต็มกรอบเล่าได้ง่ายขึ้น

งานวิจัยของ Mulier และคณะสรุปลักษณะของวิดีโอแนวตั้งจากแหล่งในวงการไว้สามคำ คือ immersive เพราะภาพเต็มจอมือถือทั้งหมด intimate เพราะแสดงคนและสถานที่ในระยะใกล้ และ immediate เพราะถ่ายและโพสต์ได้ทันทีจากเครื่องเดียว สามคำนี้ใช้เป็นเช็กลิสต์ตอนวางช็อตได้

| ลักษณะ              | ความหมายต่อการถ่ายทำ                   | ตัวอย่างการวางช็อต                                                          |
| ------------------- | ------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------ |
| Immersive (เต็มจอ) | ทุกส่วนของกรอบถูกมองเห็น ไม่มีแถบดำ | วางสินค้าและคนให้ใช้ความสูงของกรอบ เช่น ถ่ายคนครึ่งตัวแทนเต็มตัว |
| Intimate (ใกล้ชิด) | ภาพระยะใกล้เล่าได้ดีกว่าภาพกว้าง    | ถ่ายมือที่กำลังทำงาน ใบหน้าที่พูดกับกล้อง รายละเอียดผิวสินค้า       |
| Immediate (ฉับไว)   | ถ่ายและลงได้เร็วจากมือถือ            | วางแผนช็อตสั้นที่ถ่ายซ้ำได้ทุกสัปดาห์ด้วยอุปกรณ์ชุดเดิม           |

### วิดีโอแนวตั้งต้องถ่ายภาพกว้างได้ไหม

ถ่ายได้ แต่ภาพกว้างในกรอบแนวตั้งเห็นพื้นที่ซ้ายขวาน้อยกว่าเดิมมาก ถ้าต้องการให้ผู้ชมเห็นทั้งร้านหรือทั้งห้อง วิธีที่ใช้ได้คือแพนกล้องขึ้นลงหรือเดินกล้องเข้าไปในพื้นที่ แทนการตั้งกล้องนิ่งหนึ่งช็อต อีกทางคือให้ภาพกว้างเป็นช็อตสั้นเปิดเรื่อง แล้วตามด้วยภาพใกล้ที่เล่ารายละเอียด วิธีนี้รักษาบริบทของสถานที่ไว้โดยไม่ทำให้สิ่งที่ต้องขายเล็กเกินไปในจอ

## ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้

งานวิจัยนี้ให้ทิศทางที่ชัด แต่มีข้อจำกัดที่ผู้อ่านควรรู้ก่อนยกไปอ้าง ข้อจำกัดส่วนใหญ่มาจากตัวกระตุ้นที่ใช้และกลุ่มตัวอย่าง ไม่ได้มาจากวิธีวิเคราะห์

* **Study 1 ใช้โฆษณาสมมติชิ้นเดียว** ผลกับสินค้าหรือบริการอื่นอาจมากหรือน้อยกว่านี้
* **ตัวเลขจำนวนผู้เข้าร่วมในบทนี้มาจากฉบับบทคัดย่อขยายปี 2563** ส่วนบทคัดย่อฉบับวารสารปี 2564 ยืนยันทิศทางของผลแต่ไม่ได้พิมพ์ตัวเลขไว้ ฉบับเต็มในวารสารอาจรายงานรายละเอียดต่างออกไป
* **ตัวเลขในฉบับบทคัดย่อขยายของ Study 3 ไม่ลงตัว** ระบุจำนวนรวม 109 คน แต่แยกเป็นกลุ่มแนวตั้ง 60 คนกับแนวนอน 58 คน ซึ่งรวมกันได้ 118 คน
* **กลุ่มตัวอย่างอยู่ในเบลเยียม** พฤติกรรมการดูวิดีโอของผู้ชมไทยยังไม่มีงานวัดแบบเดียวกันที่บทนี้หาเจอ
* **ตัวเลขอุตสาหกรรมที่งานวิจัยยกมาในบทนำ** เช่น ผู้ใช้ถือโทรศัพท์แนวตั้งร้อยละ 94 ของเวลาตามรายงานของ ScientiaMobile ปี 2560 เป็นข้อมูลที่ผู้วิจัยอ้างต่อ บทนี้ไม่ได้เปิดรายงานต้นฉบับ จึงไม่ใช้เป็นตัวเลขหลัก

### งานวิจัยปี 2564 ยังใช้ได้ไหมเมื่อแพลตฟอร์มเปลี่ยนไปมาก

ใช้ได้ในส่วนกลไก ส่วนตัวเลขต้องระวัง กลไกที่งานวิจัยอธิบาย คือผู้ชมไม่อยากหมุนโทรศัพท์และประมวลผลภาพเต็มจอได้คล่องกว่า เกี่ยวกับท่าทางการถือเครื่องซึ่งไม่ได้เปลี่ยนตามอัลกอริทึม แต่ขนาดของผลในปี 2564 อาจไม่เท่ากับปัจจุบัน เพราะผู้ชมคุ้นกับวิดีโอแนวตั้งมากขึ้นและแพลตฟอร์มปรับวิธีแสดงวิดีโอแนวนอนหลายรอบ การทดสอบกับลูกค้าจริงของธุรกิจจึงให้คำตอบที่เป็นปัจจุบันกว่า

## ทดสอบแนวตั้งกับแนวนอนด้วยงบของร้านเอง

ธุรกิจขนาดเล็กทำการทดสอบแบบเดียวกับ Study 1 ได้ด้วยเครื่องมือทดสอบ A/B ในระบบโฆษณาของแพลตฟอร์ม เงื่อนไขสำคัญคือให้สองเวอร์ชันต่างกันเพียงเรื่องเดียว คือสัดส่วนภาพ

1. **ถ่ายเนื้อหาเดียวกันสองสัดส่วน** ใช้บท เสียง ความยาว และข้อความบนจอชุดเดียวกัน ต่างกันแค่การวางกล้อง
2. **ตั้งกลุ่มเป้าหมายและงบให้เท่ากัน** แล้วให้ระบบสุ่มแบ่งผู้ชม ไม่แยกยิงคนละกลุ่มเอง
3. **เลือกตัวชี้วัดก่อนเริ่ม** ใช้ชุดเดียวกับงานวิจัยได้ คือจำนวนการเล่น การเล่นจนจบ และการโต้ตอบกับโพสต์ แล้วเพิ่มตัวชี้วัดของร้าน เช่น จำนวนทักแชตหรือยอดสั่งซื้อ
4. **ปล่อยให้ครบระยะที่ตั้งไว้** อย่าหยุดกลางทางเพราะวันแรกเวอร์ชันหนึ่งนำ ผลช่วงแรกแกว่งได้มาก
5. **จดเงื่อนไขไว้กับผล** เช่น วันที่ ช่วงเวลา กลุ่มเป้าหมาย และสินค้า เพื่อให้เทียบกับการทดสอบรอบหน้าได้

ผลที่ได้บอกเฉพาะสินค้าและกลุ่มลูกค้านั้นในช่วงเวลานั้น ถ้าผลออกมาต่างจากงานวิจัย ข้อมูลของร้านเองควรมีน้ำหนักกว่าในการตัดสินใจครั้งถัดไป

มาตรฐานภาพแนวนอน 16:9 ของทีวีดิจิทัลไทยกับอัตราภาพ 25 และ 50 เฟรม อ่านได้ใน[วิวัฒนาการวิดีโอในไทย ทำไมงานถ่ายทำใช้ 25 และ 50 เฟรม](https://phygital.co.th/insights/video-history-film-analog-digital-evolution-guide) วิธีจับคู่ประเภทวิดีโอกับจอปลายทางอยู่ใน[ประเภทวิดีโอการตลาด เลือกตามจอที่ฉายและเวลาโฆษณาทีวี](https://phygital.co.th/insights/types-of-marketing-video-explainer-brand-film-testimonial-guide) ส่วนการวางข้อความบนภาพนิ่งให้รอดทั้งสองสัดส่วนอยู่ใน[ขนาดกราฟิกโซเชียลมีเดีย วางข้อความให้รอดทั้ง 4:5 และ 9:16](https://phygital.co.th/insights/social-media-graphic-size-ratio-guide) และคำศัพท์อย่างอัตราส่วนภาพที่ใช้คุยกับทีมถ่ายทำอยู่ใน[ศัพท์วิดีโอภาษาไทย ราชบัณฑิตยสภาบัญญัติไว้คำไหนบ้าง](https://phygital.co.th/insights/video-production-terms-business-owners-should-know)

## สรุป

Vertical Video คือวิดีโอแนวตั้งที่ดูเต็มจอมือถือโดยไม่ต้องหมุนเครื่อง งานวิจัยของ Mulier, Slabbinck และ Vermeir ใน Journal of Interactive Marketing ปี 2564 ทดลองกับผู้ใช้ Facebook 2,377 คน แล้วพบว่าโฆษณาแนวตั้งได้การเล่นและการโต้ตอบมากกว่าแนวนอน เพราะผู้ชมออกแรงดูน้อยกว่าและประมวลผลได้คล่องกว่า โดยผลนี้แรงกว่าในผู้ชมอายุน้อย งานนี้ใช้โฆษณาสมมติชิ้นเดียวกับกลุ่มตัวอย่างในเบลเยียม ธุรกิจขนาดเล็กจึงควรใช้ผลเป็นทิศทาง แล้วทดสอบสองสัดส่วนกับลูกค้าของตัวเองก่อนตัดสินใจผลิตรอบใหญ่

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### วิดีโอแนวตั้งใช้สัดส่วนเท่าไร

สัดส่วนหลักคือ 9:16 เช่น [ข้อกำหนดวิดีโอโฆษณาบน YouTube ของ Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/13547298?hl=en) แนะนำ 9:16 ที่ 1080 × 1920 พิกเซลสำหรับแนวตั้ง และรับ 4:5 กับ 2:3 ได้ด้วย ก่อนส่งไฟล์ควรเปิดหน้าข้อกำหนดของแพลตฟอร์มปลายทางทุกครั้ง เพราะแต่ละแพลตฟอร์มแก้ข้อกำหนดได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า

### ถ้าถ่ายแนวตั้งแล้ว จะเอาไปใช้บนหน้าเว็บหรือจอทีวีได้ไหม

ใช้ได้แต่จะเห็นแถบว่างด้านข้าง ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าต้องใช้หลายจอ ควรวางแผนถ่ายทั้งสองสัดส่วน หรือถ่ายเผื่อพื้นที่ไว้ให้ครอปได้ทั้งสองแบบ แล้วตัดต่อแยกไฟล์สำหรับแต่ละจอ

### งานวิจัยนี้ได้รับทุนหรือทำร่วมกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือไม่

บทคัดย่อฉบับที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ระบุว่าแพลตฟอร์มใดร่วมทำวิจัย ผู้วิจัยใช้ระบบโฆษณาของ Facebook เป็นเครื่องมือแบ่งกลุ่มใน Study 1 เท่านั้น ผู้ที่ต้องการรายละเอียดเรื่องทุนวิจัยควรเปิดฉบับเต็มในวารสาร

### โฆษณาวิดีโอแนวนอนยังควรทำอยู่ไหม

ควรทำเมื่อจอปลายทางเป็นแนวนอน เช่น หน้าเว็บ จอในงานสัมมนา หรือโทรทัศน์ งานวิจัยนี้เทียบสองสัดส่วนบนมือถือเท่านั้น จึงไม่ได้บอกว่าแนวนอนด้อยกว่าในทุกบริบท

### ต้องใช้กล้องราคาแพงจึงจะถ่ายวิดีโอแนวตั้งได้ดีหรือไม่

ไม่จำเป็น ลักษณะ immediate ที่งานวิจัยยกมาหมายถึงการถ่ายและโพสต์ได้จากมือถือเครื่องเดียว สิ่งที่ทำให้ภาพดีขึ้นมากกว่าราคากล้องคือแสงที่พอ เสียงที่ชัด และการวางของสำคัญไว้ในกรอบตั้งแต่ตอนถ่าย

## ร้านที่เปลี่ยนมาถ่ายแนวตั้งทั้งหมดโดยไม่ได้ทดสอบ อาจไม่รู้เลยว่าลูกค้าของตัวเองตอบสนองต่างจากเดิมแค่ไหน

ให้ PHYGITAL AGENCY วางแผนการทดสอบสัดส่วนวิดีโอ ตั้งแคมเปญ และสรุปผลเป็นตัวเลขที่เจ้าของร้านใช้ตัดสินใจได้จริง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
