# อุตรดิตถ์ ทุเรียนหลงลับแลปี 2569 ราคา 60-250 บาทต่อกิโลกรัม

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/uttaradit-lanna-central-thailand-gateway-fruit-gi-hub-location · เผยแพร่ 10 มิถุนายน 2565 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์บันทึกราคาทุเรียนหลงลับแลปี 2569 ไว้ 60-250 บาทต่อกิโลกรัม ลดจาก 350-600 บาทในปี 2561 ขณะที่พื้นที่ปลูกทั้งจังหวัดเพิ่มเป็น 56,108 ไร่

## Key Takeaways

- **ทุเรียนหลงลับแลปี 2569 มีราคา 60-250 บาทต่อกิโลกรัมตามไฟล์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์** — ลดจาก 350-600 บาทในปี 2561 ส่วนหมอนทองปี 2569 อยู่ที่ 45-130 บาท และช่วงราคาของสองพันธุ์นี้ทับกันทุกปีตั้งแต่ปี 2564
- **พื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งจังหวัดเพิ่มจาก 48,856 ไร่ในปี 2566 เป็น 56,108 ไร่ในปี 2568** — อำเภอลับแลเพิ่ม 485 ไร่ ท่าปลาเพิ่ม 3,890 ไร่ และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพิ่ม 2,682 ไร่
- **ไฟล์พื้นที่ปลูกไม่ได้แยกพันธุ์** — จึงบอกไม่ได้ว่าพื้นที่ใหม่ 7,252 ไร่เป็นหลง หลิน หรือหมอนทอง เจ้าของสวนที่จะลงกล้าเพิ่มต้องใช้ชุดราคาคู่กับผลผลิตต่อไร่ของพันธุ์ GI แทน

เจ้าของสวนทุเรียนในอุตรดิตถ์ที่กำลังจะขยายแปลงต้องตอบให้ได้ว่าจะลงพันธุ์ไหน และข้อมูลของจังหวัดช่วยตอบได้แค่ไหน เมื่อวางราคาทุเรียนของจังหวัดไว้ข้างพื้นที่ปลูก สองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน ช่วงราคาของหลงลับแลลดลงตั้งแต่ปี 2561 ขณะที่พื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้น 14.8% ในสองปี

ระบบบัญชีข้อมูลจังหวัดอุตรดิตถ์แยกข้อมูลทุเรียนไว้หลายชุด ได้แก่ ราคา พื้นที่ปลูก ผลผลิต จำนวนครัวเรือนผู้ปลูก ผลผลิตต่อไร่ของพันธุ์ GI แปลงที่ได้รับรอง GAP และผู้ได้รับอนุญาตใช้ตรา GI หน่วยงานเจ้าของข้อมูลมีสามแห่ง คือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ตัวเลขในบทนี้อ่านจากไฟล์ CSV ที่ดาวน์โหลดจากระบบนั้นเมื่อเดือนกันยายน 2569

## ช่วงราคาทุเรียนสี่พันธุ์ของอุตรดิตถ์ ปี 2561-2569

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์บันทึกราคาทุเรียนสี่พันธุ์เป็นช่วงราคาต่ำสุดถึงสูงสุดต่อกิโลกรัม ปีละหนึ่งช่วง ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2569 ชุดข้อมูล[ราคาทุเรียนเฉลี่ย](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/durain%5Fplus) ปรับปรุงไฟล์ล่าสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2569

| ปี   | หลินลับแล | หลงลับแล | หมอนทอง | พื้นเมือง |
| ---- | ---------- | --------- | -------- | ---------- |
| 2561 | 200-450    | 350-600   | 70-85    | 25-35      |
| 2562 | 350-450    | 280-300   | 75-85    | 25-35      |
| 2563 | 350-450    | 250-400   | 100-130  | 35-45      |
| 2564 | 200-450    | 150-450   | 60-180   | 25-60      |
| 2565 | 200-400    | 100-350   | 70-120   | 20-40      |
| 2566 | 150-500    | 100-400   | 70-215   | 20-70      |
| 2567 | 100-400    | 80-350    | 60-180   | 20-60      |
| 2568 | 100-350    | 50-250    | 30-150   | 15-40      |
| 2569 | 75-350     | 60-250    | 45-130   | 15-40      |

หน่วยในตารางคือบาทต่อกิโลกรัม ปี 2561 เป็นปีเดียวที่หลงลับแลมีราคาสูงสุดเหนือหลินลับแล คือ 600 บาทต่อ 450 บาท ตั้งแต่ปี 2562 ราคาต่ำสุดของหลินลับแลสูงกว่าหลงลับแลทุกปี และราคาสูงสุดก็สูงกว่าหรือเท่ากันทุกปี โดยปี 2564 เท่ากันที่ 450 บาท

### ราคาในไฟล์นี้เป็นราคาเฉลี่ยหรือราคาหน้าสวน

ไฟล์ไม่ได้บอกทั้งสองอย่าง ชื่อชุดข้อมูลใช้คำว่าราคาเฉลี่ย แต่ค่าที่บันทึกเป็นช่วง เช่น 60-250 บาท และไม่ได้ระบุว่าเป็นราคาที่เกษตรกรขายหน้าสวน ราคาที่ตลาดกลาง หรือราคาขายปลีก ผู้ที่จะนำไปคำนวณรายได้ของสวนควรถามวิธีเก็บข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ก่อน

## ส่วนต่างราคาหลงลับแลกับหมอนทองแคบลง

ปี 2561 ถึง 2563 ราคาต่ำสุดของหลงลับแลยังสูงกว่าราคาสูงสุดของหมอนทอง ตั้งแต่ปี 2564 ช่วงราคาของสองพันธุ์ทับกันทุกปี กล่าวคือ หลงลับแลที่ขายได้ราคาต่ำสุดของปีนั้น ได้ราคาน้อยกว่าหมอนทองที่ขายได้ราคาสูงสุด

| ปี   | ราคาต่ำสุดของหลงลับแล | ราคาสูงสุดของหมอนทอง | ช่วงราคาทับกัน |
| ---- | -------------------------- | ------------------------ | ----------------- |
| 2561 | 350                        | 85                       | ไม่ทับ           |
| 2562 | 280                        | 85                       | ไม่ทับ           |
| 2563 | 250                        | 130                      | ไม่ทับ           |
| 2564 | 150                        | 180                      | ทับ               |
| 2565 | 100                        | 120                      | ทับ               |
| 2566 | 100                        | 215                      | ทับ               |
| 2567 | 80                         | 180                      | ทับ               |
| 2568 | 50                         | 150                      | ทับ               |
| 2569 | 60                         | 130                      | ทับ               |

ราคาสูงสุดของหลงลับแลลดจาก 600 บาทในปี 2561 เหลือ 250 บาทในปี 2568 และ 2569 หรือลดลง 58.3% ในช่วงเดียวกัน ราคาสูงสุดของหมอนทองเพิ่มจาก 85 เป็น 130 บาท และเคยขึ้นไปถึง 215 บาทในปี 2566 ไฟล์ไม่ได้อธิบายสาเหตุที่ช่วงราคาเปลี่ยน บทนี้จึงไม่สรุปเหตุผล

### ทุเรียนหลงลับแลแพงกว่าหมอนทองกี่เท่า

คำตอบขึ้นกับปีและวิธีคิด เพราะไฟล์ให้ราคาเป็นช่วง ถ้าใช้ค่ากลางของช่วงเทียบกัน ปี 2569 หลงลับแลอยู่ที่ 155 บาท หรือราว 1.8 เท่าของหมอนทองที่ 87.5 บาท ลดจากราว 6.1 เท่าในปี 2561 ส่วนหลินลับแลปี 2569 อยู่ที่ 212.5 บาท หรือราว 2.4 เท่า ค่ากลางเหล่านี้คำนวณจากไฟล์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศ

## พื้นที่ปลูกใหม่อยู่นอกอำเภอลับแล

พื้นที่ปลูกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2566 ถึง 2568 อยู่ในท่าปลาและอำเภอเมืองอุตรดิตถ์เป็นหลัก ชุดข้อมูล[พื้นที่เพาะปลูกทุเรียน](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/06%5Fdurain%5Fkaset) ของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์แยกตัวเลขครบทั้งเก้าอำเภอ

| อำเภอ           | 2566 (ไร่) | 2567 (ไร่) | 2568 (ไร่) | เปลี่ยนแปลง 2566-2568 |
| --------------- | ---------- | ---------- | ---------- | --------------------- |
| ลับแล           | 38,866     | 39,240     | 39,351     | +485                  |
| ท่าปลา          | 6,468      | 8,005      | 10,358     | +3,890                |
| เมืองอุตรดิตถ์ | 2,880      | 3,090      | 5,562      | +2,682                |
| น้ำปาด          | 233        | 252        | 249        | +16                   |
| บ้านโคก        | 219        | 227        | 227        | +8                    |
| ตรอน            | 26         | 108        | 123        | +97                   |
| ทองแสนขัน     | 87         | 99         | 102        | +15                   |
| ฟากท่า          | 60         | 70         | 94         | +34                   |
| พิชัย           | 17         | 42         | 42         | +25                   |
| รวม             | 48,856     | 51,133     | 56,108     | +7,252                |

สัดส่วนของลับแลในพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัดลดจาก 79.6% ในปี 2566 เหลือ 70.1% ในปี 2568 พื้นที่นอกลับแลรวมกันเพิ่มจาก 9,990 เป็น 16,757 ไร่ หรือ 67.7% ท่าปลาเพิ่มขึ้น 60.1% และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพิ่มขึ้น 93.1%

ชุดข้อมูล[จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/01%5Fdurain%5Fkaset) ของหน่วยงานเดียวกันนับเป็นครัวเรือน ทั้งจังหวัดมี 4,425 ครัวเรือนในปี 2566 เพิ่มเป็น 5,805 ในปี 2567 และ 5,884 ในปี 2568 อำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพิ่มจาก 554 เป็น 1,434 ครัวเรือน ท่าปลาเพิ่มจาก 857 เป็น 1,244 ครัวเรือน ส่วนลับแลอยู่ที่ 2,892 และ 3,055 ครัวเรือน

### ทุเรียนอุตรดิตถ์ปลูกที่อำเภอไหนมากที่สุด

อำเภอลับแล ปี 2568 มีพื้นที่ปลูก 39,351 ไร่ จากทั้งจังหวัด 56,108 ไร่ หรือ 70.1% รองลงมาคือท่าปลา 10,358 ไร่ และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 5,562 ไร่ สามอำเภอนี้รวมกันเป็น 98.5% ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด อีกหกอำเภอมีพื้นที่ปลูกไม่ถึง 250 ไร่ต่ออำเภอ

### ไฟล์พื้นที่ปลูกบอกอะไรไม่ได้บ้าง

ไฟล์ไม่ได้แยกพันธุ์ จึงบอกไม่ได้ว่า 3,890 ไร่ที่เพิ่มในท่าปลาเป็นหลงลับแล หลินลับแล หรือหมอนทอง และไม่ได้บอกว่าพื้นที่ปลูกนับรวมต้นที่ยังไม่ให้ผลหรือไม่ เกษตรกรที่ต้องการรู้สัดส่วนพันธุ์ในอำเภอของตนต้องถามสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรง

## ผลผลิตรวมและผลผลิตต่อไร่ของพันธุ์ GI

ผลผลิตทุเรียนทั้งจังหวัดปี 2568 อยู่ที่ 39,684 ตัน และ 85.2% มาจากลับแล ชุดข้อมูล[ผลผลิตทุเรียนรวม](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/07%5Fdurain%5Fkaset) ของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์แยกเป็นรายอำเภอ

| อำเภอ                | 2566 (ตัน) | 2567 (ตัน) | 2568 (ตัน) |
| -------------------- | ---------- | ---------- | ---------- |
| ลับแล                | 29,913     | 29,001     | 33,804     |
| ท่าปลา               | 3,745      | 3,445      | 3,708      |
| เมืองอุตรดิตถ์      | 1,525      | 1,528      | 2,093      |
| อีกหกอำเภอรวมกัน | 6          | 54         | 79         |
| รวม                  | 35,189     | 34,028     | 39,684     |

ผลผลิตของท่าปลาในปี 2568 ใกล้เคียงปี 2566 ทั้งที่พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 60.1% ถ้าหารผลผลิตด้วยพื้นที่ปลูกของปี 2568 จะได้ลับแล 859 กิโลกรัมต่อไร่ ท่าปลา 358 กิโลกรัม และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 376 กิโลกรัม ตัวเลขนี้คำนวณเองจากสองไฟล์ และเทียบกันได้เพียงคร่าว ๆ เพราะไฟล์พื้นที่ไม่ได้บอกว่านับต้นที่ยังไม่ให้ผลรวมอยู่หรือไม่

### ผลผลิตทุเรียนหลงลับแลต่อไร่ได้เท่าไร

ชุดข้อมูล[ผลผลิตทุเรียน GI เฉลี่ยต่อไร่](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/14%5Fdurian%5Fkaset%5F) ของสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์บันทึกหลงลับแลปี 2568 ไว้ที่ 683 กิโลกรัมต่อไร่ และหลินลับแล 559 กิโลกรัมต่อไร่ ปี 2567 อยู่ที่ 483 และ 392 กิโลกรัม หลงลับแลให้ผลผลิตต่อไร่มากกว่าหลินลับแลราว 22-24% ทุกปีตั้งแต่ปี 2566 ไฟล์ไม่ได้บอกจำนวนแปลงที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ย

### ผลผลิตต่อไร่กับช่วงราคาอ่านคู่กันอย่างไร

หลงลับแลให้ผลผลิตต่อไร่มากกว่า แต่หลินลับแลมีช่วงราคาสูงกว่าตั้งแต่ปี 2562 ตัวอย่างการคำนวณด้วยค่ากลางของช่วงราคาปี 2568 ได้ดังนี้ หลงลับแล 683 กิโลกรัม คูณ 150 บาท เท่ากับ 102,450 บาทต่อไร่ หลินลับแล 559 กิโลกรัม คูณ 225 บาท เท่ากับ 125,775 บาทต่อไร่ ตัวเลขนี้เป็นเพียงวิธีอ่านสองไฟล์คู่กัน ไม่ใช่รายได้จริงของสวน เพราะไม่ได้หักต้นทุนและไม่รู้ว่าผลผลิตทั้งหมดขายได้ที่ราคาใดในช่วงนั้น

## แปลง GAP และผู้ได้รับอนุญาตใช้ตรา GI

ปี 2568 อุตรดิตถ์มีแปลงทุเรียนที่ได้รับรองแหล่งผลิต GAP 1,902 แปลง รวม 14,434 ไร่ ชุดข้อมูล[พื้นที่ที่ได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืช GAP ทุเรียน](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/gpa%5Fdurain) ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ลงรายการทีละแปลง พร้อมหมู่ ตำบล และอำเภอ

| อำเภอ           | แปลง GAP | พื้นที่ GAP (ไร่) | พื้นที่ปลูกปี 2568 (ไร่) | สัดส่วน |
| --------------- | -------- | ----------------- | -------------------------- | ------- |
| ลับแล           | 1,353    | 9,750             | 39,351                     | 24.8%   |
| ท่าปลา          | 295      | 2,441             | 10,358                     | 23.6%   |
| เมืองอุตรดิตถ์ | 249      | 2,229             | 5,562                      | 40.1%   |
| น้ำปาด          | 3        | 5                 | 249                        | 2.0%    |
| พิชัย           | 2        | 9                 | 42                         | 21.4%   |
| รวม             | 1,902    | 14,434            | 56,108                     | 25.7%   |

สัดส่วนในคอลัมน์สุดท้ายเทียบสองไฟล์จากสองหน่วยงาน จึงใช้ดูภาพรวมได้เท่านั้น ไฟล์ GAP มีเฉพาะปี 2568 จึงยังเทียบย้อนหลังไม่ได้

ส่วนชุดข้อมูล[ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์](https://uttaradit.gdcatalog.go.th/dataset/gi) ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์นับผู้ได้รับอนุญาตแยกตามสินค้า ทุเรียนหลงลับแลมี 83 รายในปี 2566 8 รายในปี 2567 และ 30 รายในปี 2568 หลินลับแลมี 23, 3 และ 13 ราย สับปะรดห้วยมุ่นมี 84, 0 และ 64 ราย ขั้นตอนการยื่นขอใช้ตราและอายุของหนังสืออนุญาตอธิบายไว้ใน[ทำเลฝาง-แม่อาย ขายส้มสายน้ำผึ้งด้วยตรา GI ให้ถูกขั้นตอน](https://phygital.co.th/insights/fang-mae-ai-orange-orchard-border-trade-location)

### GAP กับตรา GI ต่างกันอย่างไร

GAP รับรองแปลงปลูกว่าทำตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ส่วนตรา GI ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งภูมิศาสตร์ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้ ในอุตรดิตถ์ข้อมูลสองเรื่องนี้มาจากคนละหน่วยงาน GAP มาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ส่วนผู้ได้รับอนุญาตใช้ตรา GI มาจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สวนหนึ่งแห่งจึงอาจมีอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีทั้งสองอย่าง

## ฟิจิทัล เอเจนซี ช่วยสวนทุเรียนในอุตรดิตถ์อย่างไร

ภาพสินค้าหนึ่งชุดของสวนทุเรียนในอุตรดิตถ์ควรตอบสามเรื่อง คือ พันธุ์ อำเภอที่ปลูก และสถานะการรับรองที่สวนมีจริง ทีมของฟิจิทัลใช้ข้อมูลจากเอกสารของสวนเท่านั้น ถ้าแปลงยังไม่ได้รับรอง GAP หรือยังไม่ได้รับอนุญาตใช้ตรา GI ภาพและคำบรรยายจะไม่อ้างถึงสิ่งนั้น

งานถ่ายภาพแยกเป็นสองชุด ชุดแรกเป็นภาพผลทุเรียนทั้งลูกและเนื้อทุเรียนของแต่ละพันธุ์บนฉากเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อเทียบลักษณะได้ ชุดที่สองเป็นภาพแปลงปลูกและป้ายแปลง ซึ่งใช้ได้ทั้งบนหน้าขายและในเอกสารที่ส่งให้ผู้รวบรวม

### สวนที่ยังไม่มีใบรับรอง GAP ควรเตรียมข้อมูลอะไรก่อนถ่ายภาพ

เตรียมชื่อพันธุ์ของแต่ละแปลง อำเภอและตำบลที่ตั้ง จำนวนต้นที่ให้ผลแล้ว และช่วงเดือนที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว ข้อมูลเหล่านี้ใช้เขียนคำบรรยายภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องอ้างการรับรอง เมื่อสวนได้รับรอง GAP ภายหลัง จึงเพิ่มเลขที่ใบรับรองลงในคำบรรยายชุดเดิม

## ก่อนลงกล้าเพิ่มควรเปิดตัวเลขชุดไหน

เริ่มจากชุดราคาย้อนหลังอย่างน้อยสามปีของพันธุ์ที่จะปลูก แล้วดูทั้งราคาต่ำสุดและสูงสุด เพราะตั้งแต่ปี 2564 ราคาต่ำสุดของหลงลับแลต่ำกว่าราคาสูงสุดของหมอนทองทุกปี ต่อด้วยผลผลิตต่อไร่ของพันธุ์ GI ซึ่งปี 2568 หลงลับแลอยู่ที่ 683 กิโลกรัมและหลินลับแล 559 กิโลกรัม

จากนั้นดูพื้นที่ปลูกของอำเภอตัวเอง ถ้าสวนอยู่ท่าปลาหรืออำเภอเมืองอุตรดิตถ์ พื้นที่ปลูกในอำเภอเพิ่มขึ้นเร็วกว่าลับแลมากในสองปีที่ผ่านมา ผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีจึงขึ้นกับว่าแปลงใหม่เหล่านั้นเป็นพันธุ์อะไร ซึ่งต้องถามสำนักงานเกษตรอำเภอ สุดท้ายตรวจกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดว่าแปลงของตนยื่นขอใช้ตรา GI ได้หรือไม่ และยื่นขอรับรอง GAP ไว้ก่อนเก็บเกี่ยวรอบแรก

## สรุป

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์บันทึกราคาทุเรียนหลงลับแลปี 2569 ไว้ 60-250 บาทต่อกิโลกรัม ลดจาก 350-600 บาทในปี 2561 หลินลับแลอยู่ที่ 75-350 บาท และหมอนทอง 45-130 บาท ช่วงราคาของหลงลับแลกับหมอนทองทับกันทุกปีตั้งแต่ปี 2564 ด้านพื้นที่ปลูก ทั้งจังหวัดเพิ่มจาก 48,856 เป็น 56,108 ไร่ระหว่างปี 2566 ถึง 2568 โดยท่าปลาเพิ่ม 3,890 ไร่ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพิ่ม 2,682 ไร่ และลับแลเพิ่ม 485 ไร่ ผลผลิตหลงลับแลเฉลี่ย 683 กิโลกรัมต่อไร่และหลินลับแล 559 กิโลกรัมต่อไร่ในปี 2568 ปีเดียวกันมีแปลง GAP 1,902 แปลง รวม 14,434 ไร่ ไฟล์พื้นที่ปลูกไม่ได้แยกพันธุ์ และไฟล์ราคาไม่ได้บอกว่าเป็นราคาจุดใดของการซื้อขาย

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ดาวน์โหลดข้อมูลราคาทุเรียนของอุตรดิตถ์ได้ที่ไหน

ที่ระบบบัญชีข้อมูลจังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดข้อมูลราคาทุเรียนเฉลี่ยเป็นไฟล์ CSV เปิดด้วยโปรแกรมตารางได้ทันที ชุดพื้นที่ปลูก ผลผลิต และจำนวนครัวเรือนผู้ปลูกอยู่ในระบบเดียวกัน

### อำเภอท่าปลาปลูกทุเรียนพันธุ์ไหนมากที่สุด

ชุดข้อมูลที่ใช้ในบทนี้ไม่ได้แยกพันธุ์รายอำเภอ รู้ได้เพียงว่าท่าปลามีพื้นที่ปลูก 10,358 ไร่ในปี 2568 และมีแปลงที่ได้รับรอง GAP 295 แปลง ผู้ที่ต้องการตัวเลขรายพันธุ์ควรถามสำนักงานเกษตรอำเภอท่าปลา

### ชุดข้อมูลตรา GI มีรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตหรือไม่

ไม่มีชื่อบุคคล ชุดข้อมูลมีสองไฟล์ ไฟล์แรกเป็นจำนวนรายตามสินค้าและปี ไฟล์ที่สองลงรายการทีละราย ระบุปี พันธุ์ หมู่ ตำบล และอำเภอ จึงใช้ดูว่าผู้ขอใช้ตราอยู่ตำบลใดได้

### หน้าขายของทุเรียนอุตรดิตถ์สั้นแค่ไหน และร้านของฝากควรเตรียมอะไร

บทนี้ไม่ได้ตรวจปฏิทินผลผลิต เรื่องหน้าขายสั้นของทุเรียน GI และการจัดสินค้าของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ใน[เที่ยวอุตรดิตถ์ ร้านของฝากของจังหวัดขายผ้าทอมากกว่าทุเรียน](https://phygital.co.th/insights/uttaradit-lap-lae-durian-gi-sirikit-dam-landmarks-tourism)

### เศรษฐกิจและจำนวนประชากรของอุตรดิตถ์ใหญ่แค่ไหน

บทนี้ใช้เฉพาะข้อมูลทุเรียน ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดและจำนวนประชากรอยู่ใน[GPP และจำนวนประชากรของอุตรดิตถ์](https://phygital.co.th/insights/uttaradit-economy-population-rank-59-fruit-sales-channels)

### ผู้แปรรูปทุเรียนเป็นสินค้า OTOP ดูตัวเลขยอดขายรายอำเภอได้จากที่ไหน

ระบบบัญชีข้อมูลของอุตรดิตถ์มีชุดผู้ประกอบการ OTOP แปรรูปทุเรียน แต่บทนี้ไม่ได้เปิดอ่าน ตัวอย่างการอ่านยอดจำหน่าย OTOP รายอำเภอจากระบบบัญชีข้อมูลของจังหวัดข้างเคียงอยู่ใน[ทำเลแพร่ ยอดขาย OTOP รายอำเภอ](https://phygital.co.th/insights/phrae-teak-heritage-mor-hom-new-economy-location)

## สวนทุเรียนในอุตรดิตถ์ที่ขายหลายพันธุ์ต้องให้ผู้ซื้อแยกพันธุ์ได้ตั้งแต่ภาพแรก เพราะช่วงราคาของหลงลับแลกับหมอนทองซ้อนกันมาหลายปีแล้ว

ให้ PHYGITAL AGENCY ถ่ายภาพสินค้าและภาพแปลงปลูกที่ระบุพันธุ์ อำเภอ และสถานะการรับรองตามจริง สำหรับเจ้าของสวน ผู้รวบรวม และผู้แปรรูปทุเรียนในอุตรดิตถ์และภาคเหนือ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
