# ประวัติศาสตร์การค้ายุโรปยุคกลาง งานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญ

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/trade-history-medieval-europe-guilds · เผยแพร่ 17 มิถุนายน 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

งานแสดงสินค้าแชมเปญจัดปีละหกครั้งในสี่เมือง รุ่งเพราะผู้ครองแคว้นคุ้มครองพ่อค้าทุกคนเท่ากัน Magna Carta ข้อ 41 และคำถามที่ SME ควรถามผู้จัดก่อนจ่ายค่าบูธ

## Key Takeaways

- **งานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญจัดปีละหกครั้ง หมุนเวียนสี่เมือง คือบาร์-ซูร์-โอบ ลาญี โพรแว็ง และทรัวส์** — แต่ละงานยาวราวหกสัปดาห์ จนเกือบเป็นตลาดต่อเนื่องทั้งปี งานเกิดในศตวรรษที่ 12 รุ่งเรืองสุดในศตวรรษที่ 13 และหดเหลือตลาดระดับภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350
- **งานวิจัยของ Jeremy Edwards และ Sheilagh Ogilvie จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สรุปว่างานนี้รุ่งเพราะผู้ปกครองให้บริการสาธารณะกับพ่อค้าทุกคนเท่ากัน** — ทั้งการคุ้มครองการเดินทาง การกำกับมาตราชั่งตวงวัด ศาลที่เปิดตลอดช่วงงาน และการปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น
- **Magna Carta ปี 1215 ข้อ 41 เขียนหลักเดียวกันไว้ในอังกฤษ** — ให้พ่อค้าเข้าออกและเดินทางได้อย่างปลอดภัยโดยจ่ายเพียงภาษีตามจารีตเดิม ส่วน SME ที่จะไปออกบูธวันนี้ควรถามผู้จัดงานให้ได้คำตอบเรื่องเดียวกัน ก่อนจ่ายค่าพื้นที่

โพรแว็งเป็นเมืองเล็กทางตะวันออกของปารีส ทุกวันนี้บ้านเก่าราว 150 หลังในเมืองยังมีห้องใต้ดินโค้งที่สร้างไว้เก็บสินค้า ห้องเหล่านี้สร้างขึ้นเพราะเมื่อราวแปดร้อยปีก่อน เมืองนี้เป็นหนึ่งในสี่เมืองที่ผลัดกันจัดงานแสดงสินค้าใหญ่ที่สุดของยุโรป พ่อค้าผ้าจากแฟลนเดอร์สกับพ่อค้าเครื่องเทศจากอิตาลีเดินทางมาเจอกันที่งานเหล่านี้ บทนี้อ่านเอกสารมรดกโลกของ UNESCO งานวิจัยประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ และข้อความใน Magna Carta เพื่อตอบคำถามเดียว คืองานแสดงสินค้าต้องมีอะไรให้พ่อค้าต่างถิ่นกล้าเดินทางมา และ SME ไทยที่จะไปออกบูธควรถามอะไรก่อนจ่ายเงิน

## งานแสดงสินค้าที่หมุนเวียนสี่เมืองตลอดปี

[บทความ What lessons for economic development can we draw from the Champagne fairs? ของ Edwards และ Ogilvie ในวารสาร Explorations in Economic History ปี 2012 (PDF)](https://sheilaghogilvie.com/wp-content/uploads/publications/Edwards-Ogilvie-2012-Champagne-Fairs.pdf) ให้ภาพรวมของงานไว้ในบทนำ ข้อมูลหลักสรุปได้ตามตารางนี้

| ข้อมูล             | รายละเอียดจากงานวิจัย                                                                                                       |
| ------------------ | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ที่ตั้ง           | แคว้นแชมเปญ ปกครองตัวเองเกือบอิสระจนถูกผนวกเข้าราชอาณาจักรฝรั่งเศสในปี 1285                                       |
| รอบงาน            | ปีละหกครั้ง หมุนสี่เมือง บาร์-ซูร์-โอบ ลาญี โพรแว็ง ทรัวส์ ไม่มีเมืองไหนเป็นศูนย์กลางพ่อค้าใหญ่ของตัวเอง          |
| ความยาวแต่ละงาน | ราวหกสัปดาห์ แล้วพักให้พ่อค้าย้ายไปงานถัดไป                                                                           |
| ช่วงเวลา          | เกิดศตวรรษที่ 12 รุ่งเรืองสุดศตวรรษที่ 13 เหลือเป็นตลาดภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350                                       |
| สินค้าหลัก        | ผ้าและขนแกะจากพ่อค้าแฟลนเดอร์สและฝรั่งเศส แลกกับเครื่องเทศและสินค้าฟุ่มเฟือยจากพ่อค้าอิตาลีและโพรวองซ์ |
| บริการการเงิน    | การมีพ่อค้าอิตาลีทำให้งานดึงบริการชำระเงินและแลกเงินระหว่างประเทศเข้ามามากขึ้น                                |

[หน้ามรดกโลกหมายเลข 873 ของ UNESCO](https://whc.unesco.org/en/list/873/) ซึ่งขึ้นทะเบียนโพรแว็งในปี 2001 เสริมว่าการค้าระดับนานาชาติในยุโรปเริ่มขึ้นพร้อมกับงานแสดงสินค้าในศตวรรษที่ 11 งานเหล่านี้ต้องการการคุ้มครองการขนส่งสินค้าระยะไกล และทำให้เกิดกิจกรรมอย่างการธนาคาร การแลกเงิน การฟอกหนัง การย้อม และการค้าผ้า ผังเมืองของโพรแว็งถูกสร้างมาเพื่อรองรับงานเหล่านี้โดยเฉพาะ ทั้งบ้านพ่อค้า ห้องใต้ดินและโกดัง ลานค้าขายกลางแจ้ง และกำแพงเมืองที่สร้างเพื่อคุ้มครองงาน

### **ทำไมเมืองงานแสดงสินค้าต้องมีห้องใต้ดินมากขนาดนั้น**

เพราะพ่อค้าที่เดินทางมาไกลต้องมีที่เก็บของที่ปลอดภัยระหว่างงานยาวหกสัปดาห์ UNESCO ระบุว่าบ้านเก่าราว 150 หลังในโพรแว็งยังรักษาห้องใต้ดินโค้งที่ใช้เก็บสินค้าไว้ได้ เมืองที่อยากให้พ่อค้าต่างถิ่นมา จึงต้องลงทุนกับสิ่งที่พ่อค้าไม่อยากแบกเอง คือที่เก็บของ ความปลอดภัย และลานขาย งานแสดงสินค้ายุคนี้ขายสิ่งเดียวกันในชื่อใหม่ คือพื้นที่บูธ ห้องเก็บของหลังบูธ และระบบรักษาความปลอดภัยของฮอลล์

## สิ่งที่ผู้ครองแคว้นให้พ่อค้าทุกคนเท่ากัน

ข้อสรุปหลักของ Edwards และ Ogilvie แย้งกับคำอธิบายที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้กันมานาน คำอธิบายเดิมบอกว่างานแชมเปญอยู่ได้ด้วยศาลเอกชนและชื่อเสียงของพ่อค้าที่เล่าต่อกัน โดยไม่ต้องพึ่งรัฐ งานวิจัยนี้ไล่หลักฐานแล้วพบว่าการบังคับตามสัญญาในงานมาจากสถาบันสาธารณะ และความรุ่งเรืองกับการเสื่อมของงานขึ้นกับนโยบายของผู้ปกครอง

| บริการที่ผู้ครองแคว้นให้ | หลักฐานในงานวิจัย                                                                                                                                                                                 |
| ----------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| คุ้มครองการเดินทาง         | เจรจาสนธิสัญญากับแคว้นข้างเคียงให้คุ้มครองคนที่เดินทางมางาน ปี 1209 กับฝรั่งเศส ปี 1220 กับเบอร์กันดี ปี 1232 กับบูโลญ และก่อนกลางศตวรรษที่ 13 ขยายการคุ้มครองไปถึงอิตาลี |
| มาตราชั่งตวงวัด            | ประกาศกฎเรื่องน้ำหนักและมาตรวัดตอนเริ่มงานทุกครั้ง                                                                                                                                        |
| ศาลประจำงาน                 | อย่างช้าในทศวรรษ 1220 ผู้ดูแลงานเปิดศาลตลอดช่วงงาน ให้พ่อค้าจดทะเบียนสัญญาและเจ้าหนี้ยื่นเรื่องได้                                                                                |
| ตราประทับของงาน            | กรณีแรกที่บันทึกว่าผู้ดูแลงานเป็นพยานสัญญาคือปี 1225 ซึ่งยังใช้ตราส่วนตัว พอถึงปี 1247 ใช้ตราอย่างเป็นทางการของงาน                                                           |
| ความเท่าเทียม               | ปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น และหนุนเจ้าหนี้ต่างชาติเมื่อลูกหนี้มีอำนาจทางการเมือง                                                                                   |

งานวิจัยเน้นว่าบริการเหล่านี้ไม่ได้มอบเป็นสิทธิพิเศษให้สมาคมพ่อค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผู้ปกครองให้เป็นหลักประกันทั่วไปแก่พ่อค้า สินค้า และทุกคนที่มางาน

### **ถ้าพ่อค้าถูกปล้นระหว่างทางไปงาน ผู้ครองแคว้นทำอะไร**

งานวิจัยยกเหตุการณ์ปี 1242-3 เมื่อพ่อค้าอิตาลีที่กำลังเดินทางไปงานแชมเปญถูกชาวเมืองปิอาเชนซาลักพาตัวและปล้นในอิตาลี เคานต์แห่งแชมเปญเขียนถึงผู้ปกครองเมืองปิอาเชนซา ขู่ว่าจะห้ามพ่อค้าชาวปิอาเชนซาทุกคนเข้างานของเขา ถ้าผู้เสียหายไม่ได้รับการชดใช้ งานวิจัยยังเล่าว่าตั้งแต่ทศวรรษ 1170 เคานต์แต่งตั้งผู้ดูแลงานที่มีอำนาจรักษาความสงบ กำกับ และตัดสินคดี และพอถึงกลางศตวรรษที่ 13 ผู้ดูแลงานมีอำนาจกดดันผู้ปกครองต่างแดนให้เคารพการคุ้มครองของงาน การคุ้มครองจึงไม่ได้จบที่ประตูเมืองของงาน

## Magna Carta ข้อ 41 กับพ่อค้าต่างถิ่น

ในอังกฤษช่วงเดียวกัน กฎบัตร Magna Carta ปี 1215 เขียนหลักเดียวกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร [ข้อ 41 ตามคำแปลของโครงการ Magna Carta Project](https://magnacartaresearch.org/read/magna%5Fcarta%5F1215/Clause%5F41) ระบุว่าพ่อค้าทุกคนต้องปลอดภัยในการออกจากและเข้ามายังอังกฤษ การพำนักและเดินทางในอังกฤษทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อซื้อขาย โดยไม่ถูกเรียกเก็บอย่างไม่ชอบธรรม นอกจากภาษีตามจารีตเดิมที่ถูกต้อง ยกเว้นยามสงครามและพ่อค้าจากดินแดนที่เป็นศัตรู

| วรรคในข้อ 41                 | สิ่งที่คุ้มครอง                                                                                                                                                                                                    |
| ------------------------------ | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| เข้าออกและเดินทางในอังกฤษ | ความปลอดภัยของตัวพ่อค้าทั้งทางบกและทางน้ำ                                                                                                                                                                  |
| การเรียกเก็บ                 | จ่ายเพียงภาษีตามจารีตเดิม ห้ามเรียกเก็บอย่างไม่ชอบธรรม                                                                                                                                                    |
| ยามสงคราม                     | พ่อค้าจากฝ่ายศัตรูที่อยู่ในอังกฤษถูกกักไว้โดยไม่ทำร้ายตัวและทรัพย์ จนกว่าจะรู้ว่าพ่อค้าอังกฤษในดินแดนนั้นได้รับการปฏิบัติอย่างไร ถ้าพ่อค้าอังกฤษปลอดภัย พ่อค้าฝ่ายนั้นก็ปลอดภัย |

Magna Carta ฉบับเดียวกันยังมีข้อ 35 ที่ให้ใช้มาตรวัดไวน์ เบียร์ และธัญพืชแบบเดียวทั่วราชอาณาจักร เรื่องมาตรฐานชั่งตวงวัดนี้เล่าเทียบกับผู้ตรวจตาชั่งของเอเธนส์ไว้แล้วใน[ประวัติศาสตร์การค้ากรีกโบราณ ผู้ตรวจตาชั่งและเหรียญในอาโกร่า](https://phygital.co.th/insights/trade-history-ancient-greece)

### **ข้อ 41 คุ้มครองพ่อค้าต่างชาติจริงหรือ**

ข้อความคุ้มครอง "พ่อค้าทุกคน" และมีกลไกตอบแทนกันในยามสงคราม คือปฏิบัติต่อพ่อค้าฝ่ายศัตรูตามที่อีกฝ่ายปฏิบัติต่อพ่อค้าอังกฤษ ข้อความนี้บอกว่าผู้ร่างรู้ว่าพ่อค้าของตัวเองก็อยู่ในต่างแดนเหมือนกัน การคุ้มครองพ่อค้าต่างถิ่นจึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ของทั้งสองฝั่ง ส่วนการบังคับใช้จริงในแต่ละช่วงเวลาเป็นคำถามที่ข้อความในกฎบัตรตอบไม่ได้

## เมื่องานแสดงสินค้าเริ่มเสื่อม

นักประวัติศาสตร์รุ่นก่อนเชื่อว่างานแชมเปญเริ่มเสื่อมในฐานะตลาดสินค้าตั้งแต่ราวปี 1262 Edwards และ Ogilvie ตรวจหลักฐานชุดนั้นแล้วแย้งว่าเอกสารสองฉบับที่ใช้ตัดสิน คือปี 1262 และปี 1320 บอกได้เพียงว่าการเสื่อมเกิดขึ้นช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างสองปีนั้น งานวิจัยยังชี้ว่าในปี 1262 พ่อค้าแฟลนเดอร์สตัดสินใจไม่มางาน เพราะถูกเจ้าหน้าที่เก็บภาษีที่ด่านบาโปมปฏิบัติไม่ดี ด่านนี้เป็นทางที่พวกเขาต้องผ่านตามกฎหมายเพื่อไปแชมเปญ

### **ด่านเก็บภาษีด่านเดียวทำให้พ่อค้าทั้งกลุ่มหายไปได้อย่างไร**

พ่อค้าตัดสินใจจากประสบการณ์ทั้งเส้นทาง ไม่ได้ตัดสินจากตัวงานอย่างเดียว ถ้าจุดใดจุดหนึ่งระหว่างทางเก็บเงินเกินหรือปฏิบัติไม่ดี งานที่ดีแค่ไหนก็เสียลูกค้ากลุ่มนั้นได้ งานแสดงสินค้ายุคนี้ก็เจอเรื่องเดียวกัน ที่จอดรถ ค่าขนของเข้าฮอลล์ หรือกติกาการขนของออกหลังงาน คือด่านที่ผู้ออกบูธจำได้และใช้ตัดสินว่าปีหน้าจะมาอีกหรือไม่

UNESCO ยังให้ภาพอีกแบบของการค้ายุโรปเหนือในช่วงต่อมา [หน้ามรดกโลกหมายเลข 272](https://whc.unesco.org/en/list/272/) บรรยายว่าลือเบคเป็นหนึ่งในเมืองหลักของสันนิบาตฮันเซอระหว่างปี 1230-1535 สันนิบาตนี้เป็นกลุ่มเมืองพ่อค้าที่ครองการค้าในทะเลบอลติกและทะเลเหนือ ฝั่งตะวันตกของเกาะเมืองเก่าเป็นย่านบ้านพ่อค้าร่ำรวย ฝั่งตะวันออกเป็นร้านเล็กและช่างฝีมือ ช่วงรุ่งเรืองราวปี 1250-1400 ลือเบคครองการค้าของยุโรปเหนือ

## ก่อนจ่ายค่าบูธ ถามผู้จัดงานอะไรบ้าง

บริการที่ผู้ครองแคว้นแชมเปญให้พ่อค้า แปลงเป็นคำถามที่ SME ถามผู้จัดงานแสดงสินค้าวันนี้ได้ตรง ๆ

| สิ่งที่งานแชมเปญมี                              | คำถามถึงผู้จัดงานวันนี้                                                                                     |
| --------------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| การคุ้มครองการเดินทางและสินค้า                | ระหว่างติดตั้งและตลอดงาน ใครรับผิดชอบสินค้าที่วางในบูธ มีประกันหรือไม่                            |
| กฎน้ำหนักและมาตรวัดที่ประกาศตอนเริ่มงาน   | กติกาเรื่องขนาดบูธ ความสูงป้าย ไฟฟ้า และการขายหน้าบูธ ประกาศเป็นเอกสารให้ทุกบูธเหมือนกันหรือไม่ |
| ศาลประจำงานที่รับเรื่องได้ทันที              | ถ้ามีปัญหากับผู้จัดหรือบูธข้างเคียงระหว่างงาน ติดต่อใคร ตัดสินภายในกี่ชั่วโมง                      |
| ปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างถิ่นเท่ากับคนท้องถิ่น   | ราคาและตำแหน่งบูธของผู้ออกบูธรายเล็กกับรายใหญ่ใช้เกณฑ์เดียวกันหรือไม่                            |
| ด่านบาโปมที่ทำให้พ่อค้าแฟลนเดอร์สไม่มา | ค่าใช้จ่ายนอกค่าบูธมีอะไรบ้าง เช่นค่าขนของเข้าฮอลล์ ค่าไฟเพิ่ม ค่าที่จอดรถ                       |

ธุรกิจในเชียงใหม่ที่กำลังเลือกผู้จัดงานหรือทีมทำบูธ อ่านวิธีแยกประเภทผู้จัดได้ใน[รับจัดอีเวนต์เชียงใหม่ ทีมบิลดิ้ง บูธ เลือกผู้จัดให้ตรงงาน](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-event-organizers-team-building)

### **ออกบูธครั้งแรก ควรวัดผลจากอะไร**

วัดจากรายชื่อผู้สนใจที่ทีมขายตามต่อได้จริง ไม่ใช่จากจำนวนคนเดินผ่านบูธ พ่อค้าในแชมเปญไม่ได้กลับบ้านพร้อมจำนวนคนที่เดินผ่าน พวกเขากลับไปพร้อมสัญญาที่จดทะเบียนกับผู้ดูแลงาน ร้านที่ออกบูธควรมีแบบฟอร์มเก็บชื่อ ช่องทางติดต่อ และสินค้าที่สนใจ แล้วนับจำนวนรายที่ปิดการขายได้ภายในสามสิบวันหลังงาน ตัวเลขนี้ใช้เทียบกับค่าบูธรวมค่าใช้จ่ายแฝงได้ตรงกว่ายอดคนเดินผ่าน

## สี่คำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

1. ใครรับผิดชอบสินค้าในบูธระหว่างติดตั้ง ระหว่างงาน และตอนรื้อ
2. กติกาบูธทั้งหมด ทั้งขนาด ป้าย ไฟฟ้า และการขายหน้าบูธ อยู่ในเอกสารฉบับไหน
3. ระหว่างงานถ้ามีปัญหา ติดต่อใคร และได้คำตอบภายในกี่ชั่วโมง
4. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนอกค่าพื้นที่มีกี่รายการ และจ่ายเมื่อไร

### **ผู้จัดตอบไม่ครบ ควรออกบูธหรือไม่**

ถ้าคำถามที่ตอบไม่ได้คือเรื่องความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือค่าใช้จ่ายแฝง ให้ขอคำตอบเป็นเอกสารก่อนจ่ายมัดจำ งานแชมเปญประกาศกฎน้ำหนักและมาตรวัดตอนเริ่มงานทุกครั้ง ผู้จัดงานยุคนี้ที่ส่งกติกาเป็นเอกสารไม่ได้ ก็ควรถูกนับเป็นความเสี่ยงของงานนั้น

งานวิจัยบอกว่าพ่อค้าอิตาลีพาบริการชำระเงินและแลกเงินเข้ามาในงาน ส่วนการธนาคารของอิตาลีในยุคต่อมาเล่าไว้ใน[บทว่าด้วยธนาคารตระกูลเมดิชิและบัญชีคู่](https://phygital.co.th/insights/trade-history-renaissance-medici) ส่วนเครื่องมือการเงินของพ่อค้าฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกในช่วงใกล้กัน อยู่ใน[ประวัติศาสตร์การค้าโลกอิสลามยุคทอง ตั๋วเงินและสัญญาแบ่งกำไร](https://phygital.co.th/insights/trade-history-islamic-golden-age) ที่เป็นบทก่อนหน้า

## สรุป

งานแสดงสินค้าแห่งแคว้นแชมเปญจัดปีละหกครั้ง หมุนเวียนสี่เมือง งานละราวหกสัปดาห์ รุ่งเรืองสุดในศตวรรษที่ 13 และเหลือเป็นตลาดภูมิภาคหลังราว ค.ศ. 1350 Edwards และ Ogilvie สรุปว่าความสำเร็จมาจากบริการสาธารณะของผู้ครองแคว้นที่ให้ทุกคนเท่ากัน ได้แก่สนธิสัญญาคุ้มครองการเดินทางปี 1209 1220 และ 1232 กฎมาตราชั่งตวงวัดที่ประกาศตอนเริ่มงาน ศาลประจำงานตั้งแต่ทศวรรษ 1220 และการปฏิบัติต่อพ่อค้าต่างชาติเท่ากับคนท้องถิ่น ส่วนปี 1262 พ่อค้าแฟลนเดอร์สไม่มางานเพราะถูกปฏิบัติไม่ดีที่ด่านบาโปม UNESCO บันทึกว่าบ้านเก่าในโพรแว็งราว 150 หลังยังมีห้องใต้ดินเก็บสินค้า และ Magna Carta ข้อ 41 คุ้มครองพ่อค้าที่เข้าออกอังกฤษ SME ที่จะออกบูธวันนี้ควรได้คำตอบเป็นเอกสารจากผู้จัดสี่เรื่อง คือความรับผิดชอบต่อสินค้า กติกาบูธ ช่องทางแก้ปัญหา และค่าใช้จ่ายนอกค่าพื้นที่

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### แชมเปญอยู่ตรงไหนของแผนที่ยุโรป

แคว้นแชมเปญอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสปัจจุบัน งานย้ายเมืองไปตามรอบตลอดปี ทำให้พ่อค้าเจอตลาดได้แทบทุกช่วงของปี

### โพรแว็งขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อไร

ปี 2001 ในชื่อ Provins, Town of Medieval Fairs โดยพื้นที่มรดกโลกมีขนาด 108 เฮกตาร์

### Magna Carta เกี่ยวกับการค้าอย่างไร

มีอย่างน้อยสองข้อที่พูดถึงการค้าตรง ๆ ข้อ 41 รับรองความปลอดภัยของพ่อค้าที่มาซื้อขายในอังกฤษ ส่วนข้อ 35 กำหนดมาตรฐานมาตรวัดกลางของทั้งประเทศ

### สันนิบาตฮันเซคืออะไร

เป็นเครือข่ายเมืองการค้าของยุโรปเหนือ หน้ามรดกโลกของลือเบคเรียกลือเบคว่าอดีตเมืองหลวงของเครือข่ายนี้ และยังเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลกับประเทศนอร์ดิกจนถึงวันนี้

### SME ควรเลือกออกบูธงานไหน

ดูก่อนว่าคนที่เดินงานเป็นลูกค้าแบบเดียวกับที่ร้านขายอยู่หรือไม่ ถ้าใช่ ค่อยขอเอกสารเงื่อนไขจากผู้จัดมาเทียบกันสองสามงาน

## ผู้จัดงานที่คุณกำลังจะจ่ายค่าบูธ ตอบสี่คำถามข้างบนเป็นเอกสารครบกี่ข้อ

ทีม PHYGITAL AGENCY อ่านเอกสารเชิญออกบูธเทียบให้หลายงาน แล้ววางผังบูธกับแบบฟอร์มเก็บรายชื่อผู้สนใจให้พร้อมก่อนวันติดตั้ง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
