# ประวัติศาสตร์การค้าอียิปต์โบราณ ไม่มีเหรียญแต่มีหน่วยวัดราคา

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/trade-history-ancient-egypt · เผยแพร่ 7 มิถุนายน 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ประวัติศาสตร์การค้าอียิปต์โบราณไม่มีเหรียญ แต่ตั้งราคาด้วยหน่วยข้าว ทองแดง เงิน และผ้าลินิน ราคาข้าวขึ้นลงตามฤดู ค่าขนส่งราวหนึ่งในสิบ

## Key Takeaways

- **อียิปต์ยุคฟาโรห์ค้าขายแบบแลกของโดยอ้างหน่วยมูลค่าคงที่ นักวิชาการเรียกระบบนี้ว่า money-barter** — หน่วยที่ใช้บ่อยที่สุดคือข้าว ทองแดง และเงิน รองลงมาคือผ้าลินิน เหรียญเริ่มผลิตในยุคปลาย และระบบที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจเงินตราเพิ่งเกิดในสมัยราชวงศ์ปโตเลมี
- **ราคาข้าวต่ำช่วงเก็บเกี่ยวและสูงขึ้นในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวรอบถัดไป** — ส่วนการกู้ยืมข้าวระหว่างบุคคลมักคิดดอกเบี้ยถึง 100% หรือมากกว่า
- **เอกสารสมัยรามเสสระบุว่าค่าขนข้าวทางแม่น้ำไนล์อยู่ที่ราว 10% ของสินค้า** — ยังไม่นับค่าผ่านด่านที่ป้อมทหาร และการเดินเรือจากเมมฟิสถึงธีบส์อาจใช้เวลาสองสัปดาห์หรือนานกว่า

ชาวอียิปต์โบราณซื้อโลงศพ ที่ดิน หรือวัวได้โดยไม่ต้องมีเหรียญสักเหรียญ ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงกันก่อนว่าของแต่ละชิ้นมีค่าเท่ากับทองแดงหรือข้าวกี่หน่วย แล้วนำของหลายชนิดมารวมกันให้ได้ยอดเท่ากัน ร้านที่ขายแพ็กเกจรวมหลายบริการหรือรับสินค้าแลกเปลี่ยนกับคู่ค้าวันนี้เจอปัญหาคล้ายกัน คือจะบอกลูกค้าอย่างไรว่าของสองอย่างที่หน้าตาไม่เหมือนกันมีค่าเท่ากัน คำถามที่บทนี้ตอบคือ ชาวอียิปต์ตั้งราคาด้วยอะไร ราคาขยับตามอะไร ค่าขนส่งกินส่วนแบ่งไปเท่าไร และคนซื้อขายของแพงสร้างความเชื่อใจกันอย่างไร

ข้อมูลเศรษฐกิจยกจากบทความ Economy ในสารานุกรมอียิปต์วิทยาของ UCLA เขียนโดย Ben Haring ตีพิมพ์เมื่อกุมภาพันธ์ 2552 และผ่านการพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิ อ่านฉบับเต็มได้จาก[ไฟล์บทความบนคลัง eScholarship ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย](https://escholarship.org/content/qt2t01s4qj/qt2t01s4qj.pdf) บทความนี้เขียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าข้อมูลเชิงปริมาณของอียิปต์โบราณเหลือรอดมาน้อย และนักวิชาการยังเห็นต่างกันมาก

## ตั้งราคาได้โดยไม่มีเหรียญ

Haring สรุปว่าการแลกเปลี่ยนสินค้าในอียิปต์ยุคฟาโรห์เป็นการแลกของที่อ้างอิงหน่วยมูลค่าคงที่ ราคาไม่ว่าจะมาจากธรรมเนียมหรือจากอุปสงค์และอุปทาน ดูเสถียรกว่าตลาดสมัยใหม่ ราคาของสิ่งของ อสังหาริมทรัพย์ สัตว์ และทาส เขียนเป็นหน่วยของสินค้าชนิดใดก็ได้ แต่ที่ใช้บ่อยที่สุดคือข้าว ทองแดง และเงิน ผ้าลินินก็เป็นสื่อชำระที่นิยม และพบในการซื้อขายสิ่งของและที่ดินมาตั้งแต่อาณาจักรเก่า

ชาวอียิปต์ไม่มีเงินตราตามความหมายปัจจุบัน แต่มีคุณสมบัติบางข้อของเงิน คือมาตรฐานวัดมูลค่าและสื่อชำระ คำที่ใกล้เคียงคำว่าเงินที่สุดคือคำว่า "เงิน" ที่หมายถึงโลหะเงิน ในอาณาจักรใหม่และยุคหลัง คำนี้ใช้หมายถึงการชำระเงินทั่วไป แม้การชำระนั้นไม่ได้จ่ายด้วยโลหะเงินจริง จนถึงยุคกลางที่สามยังไม่พบธนาคารหรือรัฐที่รับประกันมูลค่าของสื่อชำระ และไม่มีเหรียญหรือแท่งรูปแบบตายตัว เหรียญที่มีจารึกภาษาอียิปต์เริ่มในราชวงศ์ที่ 30 และสมัยปโตเลมีจึงผลิตเหรียญจำนวนมากพร้อมกับมีธนาคาร แต่คนยังชำระด้วยสิ่งของกันทั่วไป

### เดเบนหนักเท่าไร

หน่วยน้ำหนักของโลหะคือเดเบน Haring ระบุว่าหนักราว 90 กรัมในสมัยรามเสสและหลังจากนั้น และเบากว่านี้มากในยุคก่อน หนึ่งในสิบของเดเบนเรียกว่าคิเต ซึ่งนิยมใช้กับโลหะมีค่า อัตราเงินต่อทองแดงคงที่ที่ 1 ต่อ 100 ตลอดช่วงยาวของอาณาจักรใหม่ แล้วเปลี่ยนเป็น 1 ต่อ 60 ในปลายราชวงศ์ที่ 20 ทองคำหนึ่งหน่วยเท่ากับเงินสองหน่วย

ตัวเลขนี้มีเรื่องที่น่าสังเกต ก่อนปลายอาณาจักรกลาง เงินน่าจะมีค่ามากกว่าทองคำ เพราะเอกสารเศรษฐกิจยุคนั้นเขียนเงินไว้ก่อนทองคำทุกครั้ง ตามธรรมเนียมที่เรียงสินค้าแพงที่สุดขึ้นก่อน อียิปต์มีแหล่งแร่เงินน้อยแต่มีทองคำมาก เมื่ออียิปต์ขยายอำนาจเข้าไปในลิแวนต์ช่วงต้นอาณาจักรใหม่ เงินไหลเข้ามามากขึ้น มูลค่าของเงินจึงลดลง ราคาของโลหะสองชนิดนี้ขยับตามปริมาณที่หาได้ ไม่ได้ขึ้นกับว่าโลหะชนิดไหนดูมีค่ากว่า

ในเมโสโปเตเมีย พ่อค้าอัสซีเรียก็คิดราคาผ้าและดีบุกเป็นน้ำหนักของเงินเช่นกัน แต่สิ่งที่หลงเหลือมาถึงวันนี้เป็นจดหมายต่อรองระหว่างญาติพี่น้องมากกว่ารายการราคา เรื่องการจดบัญชีฝั่งนั้นอยู่ใน[ประวัติศาสตร์การค้าเมโสโปเตเมีย จากนับของสู่จดชื่อคนในบัญชี](https://phygital.co.th/insights/trade-history-mesopotamia)

## ราคาข้าวขึ้นลงตามฤดู

ข้าวในบทนี้หมายถึงธัญพืชที่ชาวอียิปต์ปลูก Haring อธิบายว่ามูลค่าของข้าวขึ้นลงตามรอบปีเกษตร ต่ำเมื่อเพิ่งเก็บเกี่ยว และสูงขึ้นในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวรอบถัดไป ราคาที่เปลี่ยนในระยะยาวก็มี เช่น ราคาข้าวที่พุ่งขึ้นมากตั้งแต่รัชกาลรามเสสที่ 3 เป็นต้นมา ซึ่งอาจมาจากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐที่ล้มเหลว หรือจากแม่น้ำไนล์ท่วมน้อยซ้ำหลายปี

คนที่กู้ยืมข้าวกันเองใช้ประโยชน์จากราคาที่ขึ้นลงนี้ได้ และการกู้ข้าวมักคิดดอกเบี้ยสูงถึง 100% หรือมากกว่า หน่วยพื้นฐานของข้าวในอาณาจักรใหม่คือกระสอบ ซึ่งจุเกือบ 80 ลิตร หนึ่งกระสอบแบ่งเป็นสี่โออิเป และหนึ่งโออิเปแบ่งเป็นสี่เฮกัต สมมุติว่าชาวนาคนหนึ่งกู้ข้าวหนึ่งกระสอบช่วงก่อนเก็บเกี่ยวที่ข้าวแพง แล้วคืนสองกระสอบหลังเก็บเกี่ยว เขาคืนในช่วงที่ข้าวถูกที่สุดของปี ภาระที่แท้จริงเมื่อคิดเป็นมูลค่าจึงต่างจากตัวเลขดอกเบี้ยบนกระดาษ

## ค่าขนส่งราวหนึ่งในสิบของสินค้า

การชำระและเก็บของเป็นสิ่งของทำให้ต้องขนส่งของปริมาณมาก Haring ระบุว่าอียิปต์ไม่มีถนนลาดยาง การขนส่งทางบกทั้งในหุบเขาไนล์และในทะเลทรายอาศัยแรงคนกับลาจำนวนมาก อูฐเพิ่งเข้ามาในอียิปต์ยุคปลาย การขนส่งขนาดใหญ่จึงใช้เรือเป็นหลัก เอกสารราชการกล่าวถึงเรือที่บรรทุกข้าวได้ 40 ตันหรือมากกว่า

การเดินเรือในแม่น้ำไนล์ใช้แรงพายเมื่อล่องไปทางเหนือตามน้ำ และใช้ลมที่พัดมาจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อขึ้นไปทางใต้ การเดินทางจากเมมฟิสถึงธีบส์อาจใช้เวลาสองสัปดาห์หรือนานกว่า เอกสารสมัยรามเสสระบุค่าขนข้าวทางแม่น้ำไว้ราว 10% ของสินค้า นอกจากค่าขนส่ง ยังมีค่าผ่านด่านที่ต้องจ่ายเมื่อผ่านป้อมทหารในอียิปต์และนูเบีย เรือของวิหารได้รับยกเว้นค่าผ่านด่านได้ด้วยพระราชโองการ

### ต้นทุนแฝงของการส่งของไกลคิดอย่างไร

ตัวเลข 10% บอกว่าข้าวสิบกระสอบที่ส่งจากต้นทางถึงปลายทางเหลือให้ขายราวเก้ากระสอบ ก่อนหักค่าผ่านด่าน สินค้าที่ราคาต่อน้ำหนักต่ำอย่างข้าวจึงคุ้มที่จะส่งไกลเฉพาะเมื่อราคาปลายทางสูงกว่าต้นทางมากพอ หลักคิดเดียวกันใช้กับร้านที่ส่งของชิ้นใหญ่ราคาไม่สูงข้ามจังหวัด ค่าส่งเป็นสัดส่วนของราคาขายที่เห็นชัด และควรเขียนแยกให้ลูกค้าเห็นก่อนกดสั่ง

## ตลาดริมฝั่งแม่น้ำ

ภาพเขียนในสุสานและเอกสารยืนยันว่าอียิปต์มีตลาดที่คนแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน คำภาษาอียิปต์ที่แปลว่าริมฝั่งแม่น้ำมักใช้ในความหมายว่าตลาด และภาพในสุสานก็แสดงตลาดริมน้ำจริง แผงในภาพมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง Haring อธิบายว่าผู้หญิงค้าขายในท้องถิ่นได้ โดยน่าจะขายผลผลิตส่วนเกินของครัวเรือน โดยเฉพาะผ้า ภาพในสุสานสมัยอาณาจักรใหม่ยังแสดงพ่อค้าจากลิแวนต์ที่เข้ามาค้าขายในตลาดท้องถิ่นริมแม่น้ำไนล์ ขายน้ำมัน เหล้าองุ่น และเงิน ชายฝั่งลิแวนต์คือถิ่นเดิมของเมืองท่าอย่างไทร์ ไซดอน และบิบลอส ซึ่งพ่อค้าจากเมืองเหล่านี้ในยุคต่อมาออกไปตั้งถิ่นฐานทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เรื่องของพวกเขาในเมืองต่างแดนอยู่ใน[ประวัติศาสตร์การค้าฟินิเชียน สมาคมพ่อค้าต่างแดนที่เอเธนส์](https://phygital.co.th/insights/trade-history-phoenicians)

ช่างฝีมือที่ทำงานให้สถาบันได้รับค่าตอบแทนเป็นอาหารปันส่วน บางครั้งปริมาณสูงจนนำข้าวส่วนเกินไปแลกของอื่นได้ ช่างกลุ่มเดียวกันยังใช้ฝีมือผลิตของขายในเวลาว่างเพื่อหารายได้เพิ่ม ส่วนผู้ที่มีตำแหน่งเป็นผู้ค้าทำงานให้วิหารและครัวเรือนของคนร่ำรวย มีหน้าที่นำผลผลิตส่วนเกิน เช่น ผ้า ไปแลกเป็นน้ำมันและโลหะ การเดินทางค้าแบบนี้มีบันทึกในสมุดปูมเรือสมัยรามเสส

### ซื้อของแพงต้องมีพยาน

การแลกของทั่วไปเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา แต่การซื้อขายหรือให้เช่าของราคาสูงต้องมีพยานอยู่ด้วย และผู้ขายหรือผู้ให้เช่าอาจต้องสาบานว่าไม่มีบุคคลอื่นอ้างสิทธิ์ในของชิ้นนั้น Haring ระบุว่าข้อตกลงเหล่านี้เป็นธรรมเนียมแบบวาจา ซึ่งสะท้อนในเอกสารจากหมู่บ้านช่างเดียร์เอลเมดินาสมัยรามเสส หลังอาณาจักรใหม่ ข้อความทำนองนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาลายลักษณ์อักษร สัญญาซื้อขายทรัพย์สินสมัยนี้ก็ยังมีข้อรับรองของผู้ขายในทำนองเดียวกัน

## ตัวเลขเศรษฐกิจอียิปต์ยังเป็นข้อถกเถียงของนักวิชาการ

ข้อควรระวังห้าข้อ

1. **ข้อมูลเชิงปริมาณเหลือรอดน้อย** Haring เขียนไว้ในบทคัดย่อว่าเศรษฐกิจอียิปต์โบราณศึกษายากเพราะข้อมูลสูญหายไปมาก และเป็นหัวข้อที่มีความเห็นต่างกันกว้าง
2. **ภาพรวมของระบบยังถกเถียงกันอยู่** นักวิชาการรุ่นก่อนบางกลุ่มมองว่าเศรษฐกิจอียิปต์หมุนรอบการแจกจ่ายของรัฐ อีกกลุ่มมองว่ามีตลาดและการค้าเอกชนมาตลอด บทนี้เล่าตามที่ Haring สรุป ไม่ได้ตัดสินว่าฝ่ายใดถูก
3. **ตัวเลขมาจากหลายยุค** อัตรา 1 ต่อ 100 ของอาณาจักรใหม่ใช้กับยุคก่อนหน้าไม่ได้ และเดเบนหนักไม่เท่ากันในแต่ละยุค
4. **ค่าขนส่ง 10% มาจากเอกสารสมัยรามเสสเกี่ยวกับการขนข้าว** ไม่ใช่อัตราของสินค้าทุกชนิดหรือทุกเส้นทาง
5. **บทนี้ไม่แปลงเดเบนหรือกระสอบข้าวเป็นเงินบาท** ค่าครองชีพของสองยุคต่างกันเกินกว่าจะแปลงหน่วยให้ตรงกันได้

## เขียนหน้าราคาด้วยหน่วยอ้างอิง

ตารางนี้เป็นตัวอย่างการเลือกหน่วยอ้างอิงสำหรับธุรกิจสามแบบ ไม่ได้มาจากบทความของ Haring

| ธุรกิจ                  | หน่วยอ้างอิงที่ลูกค้าเข้าใจ | วิธีเขียนบนหน้าราคา                                                   |
| ----------------------- | ------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------- |
| รับทำกราฟิกรายเดือน | ราคาต่อชิ้นงาน               | แพ็กเกจ 10 ชิ้นและ 20 ชิ้น เขียนราคาต่อชิ้นกำกับทุกแพ็กเกจ       |
| คอร์สเรียนทำอาหาร    | ราคาต่อชั่วโมงเรียน          | คอร์สสั้นและคอร์สยาว เขียนจำนวนชั่วโมงและราคาต่อชั่วโมงคู่กัน |
| รับจัดกระเช้าของฝาก | ราคาต่อชุดมาตรฐาน            | ชุดพิเศษเขียนว่าเทียบเท่ากี่ชุดมาตรฐาน และบอกของที่เพิ่มขึ้น |

การเขียนหน่วยเดียวกันทุกแพ็กเกจทำหน้าที่แบบเดเบน ของที่หน้าตาไม่เหมือนกันจะเทียบกันได้ทันที ร้านที่ขายหลายช่องทางต้องแสดงราคาที่เรียกเก็บจริงให้ตรงทุกช่องทางด้วย ถ้าอยากให้ทีมช่วยจัดหน้าราคาบนเว็บ ดูรายละเอียดได้ที่[บริการทำเว็บไซต์](https://phygital.co.th/solutions/website)

### ราคาวัตถุดิบขึ้นลงทุกเดือน ควรแก้ราคาบ่อยแค่ไหน

ร้านที่ต้นทุนผันผวนแบบราคาข้าวของอียิปต์ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนป้ายราคาทุกเดือน ทางที่ลูกค้ารับได้มากกว่าคือกำหนดรอบทบทวนราคาไว้ล่วงหน้า เช่น ทุกไตรมาส แล้วแยกคำนวณว่าต้นทุนส่วนไหนผันผวนและส่วนไหนคงที่ ถ้าต้นทุนผันผวนเกินเพดานที่ตั้งไว้ระหว่างรอบ จึงค่อยปรับเฉพาะสินค้าที่ได้รับผลกระทบ วิธีแยกต้นทุนพลังงานออกมาดูก่อนปรับราคาอยู่ใน[ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต คำนวณต้นทุนพลังงานก่อนปรับราคา](https://phygital.co.th/insights/economic-polycrisis-survival-strategy)

## สรุป

อียิปต์ยุคฟาโรห์ค้าขายโดยไม่มีเหรียญ แต่มีหน่วยมูลค่าที่ใช้ตั้งราคาของทุกชนิด ได้แก่ ข้าว ทองแดง เงิน และผ้าลินิน Haring เรียกระบบนี้ว่า money-barter เดเบนหนักราว 90 กรัมในสมัยรามเสส อัตราเงินต่อทองแดงอยู่ที่ 1 ต่อ 100 ช่วงยาวของอาณาจักรใหม่ก่อนเปลี่ยนเป็น 1 ต่อ 60 ราคาข้าวต่ำหลังเก็บเกี่ยวและสูงก่อนเก็บเกี่ยว การกู้ข้าวมักคิดดอกเบี้ย 100% หรือมากกว่า ค่าขนข้าวทางแม่น้ำอยู่ราว 10% ของสินค้า และการซื้อขายของแพงต้องมีพยานพร้อมคำสาบานว่าไม่มีผู้อื่นอ้างสิทธิ์ ข้อมูลเศรษฐกิจของอียิปต์เหลือน้อยและยังถกเถียงกันอยู่ บทเรียนที่ใช้ได้กับร้านยุคนี้คือการเลือกหน่วยอ้างอิงเดียวที่ลูกค้าใช้เทียบของต่างชนิดได้ทันที

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### อียิปต์โบราณใช้เงินตราหรือไม่

ไม่มีเหรียญหรือเงินตราที่รัฐรับประกันตลอดยุคฟาโรห์ส่วนใหญ่ แต่มีหน่วยวัดมูลค่า เช่น เดเบนของทองแดง ข้าว และเงิน ที่ใช้ตั้งราคาและชำระหนี้ เหรียญที่มีจารึกภาษาอียิปต์เริ่มในราชวงศ์ที่ 30 และระบบที่ใกล้เคียงเศรษฐกิจเงินตราเกิดในสมัยปโตเลมี

### รัฐอียิปต์ควบคุมการค้าทุกขั้นตอนจริงหรือ

Haring ระบุว่ารายได้หลักของสังคมมาจากเกษตรกรรม ผู้ผลิตส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวนาเช่าที่ที่เลี้ยงตัวเองได้ ทำนาในที่ของคนร่ำรวย ของรัฐ หรือของวิหาร ขณะเดียวกันก็มีตลาดที่คนทั่วไปและพ่อค้าทั้งชาวอียิปต์และชาวต่างชาติไปซื้อขาย ภาพของรัฐที่คุมทุกอย่างจึงเป็นข้อสรุปที่นักวิชาการยังไม่ได้ยอมรับร่วมกัน

### ผ้าลินินใช้แทนเงินได้อย่างไร

ผ้าลินินเป็นของที่ทุกครัวเรือนต้องใช้และเก็บได้นาน จึงถูกใช้เป็นสื่อชำระเหมือนข้าว ทองแดง และเงิน หลักฐานการใช้ผ้าลินินซื้อขายสิ่งของและที่ดินมีมาตั้งแต่อาณาจักรเก่า

### ตัวเลขราคาแรกที่ลูกค้าเห็นมีผลต่อการตัดสินใจหรือเปล่า

มีผล งานวิจัยด้านจิตวิทยาพบว่าตัวเลขแรกที่คนเห็นมักลากการประเมินราคาของเขาเข้าหาตัวเลขนั้น ร้านที่เลือกหน่วยอ้างอิงบนหน้าราคาจึงควรรู้เรื่องนี้ รายละเอียดอยู่ใน[Anchoring Effect ตัวเลขแรกบนหน้าราคา กับเส้นแบ่งราคาก่อนลด](https://phygital.co.th/insights/anchoring-effect)

### การค้ากับต่างชาติต้องเสียภาษีศุลกากรหรือไม่

Haring ระบุว่าเอกสารเรื่องศุลกากรที่ชัดเจนเริ่มพบในสมัยเปอร์เซีย แต่อาจสะท้อนธรรมเนียมที่มีอยู่แล้วในราชวงศ์ที่ 26 เฮโรโดตัสเล่าว่าราชวงศ์นั้นให้การค้ากับพ่อค้ากรีกรวมอยู่ที่นิคมเนาคราติสทางตะวันตกของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ซึ่งบอกว่ารัฐสนใจการค้าต่างชาติและอาจเก็บรายได้จากส่วนนี้ ส่วนค่าผ่านด่านภายในประเทศมีมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว

## ถ้าลูกค้ายังทักมาถามว่าแพ็กเกจไหนคุ้มกว่า แปลว่าหน้าราคายังไม่มีหน่วยให้เทียบ

ลองเขียนราคาทุกแพ็กเกจเป็นหน่วยเดียวกัน แล้วส่งหน้าราคาที่ใช้อยู่ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยดูว่าหน่วยไหนลูกค้าเข้าใจเร็วที่สุด

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
