# Tourism Marketing เลือกตลาดต่างชาติจากสถิติปี 2568

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/tourism-marketing · เผยแพร่ 13 ธันวาคม 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Tourism Marketing เริ่มจากเลือกว่าจะขายให้นักท่องเที่ยวชาติไหน ไฟล์ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ปี 2568 บอกวันพัก ค่าใช้จ่ายต่อวัน และหมวดที่แต่ละชาติจ่ายมากที่สุด

## Key Takeaways

- **ตัวเลขทางการของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32,974,321 คน** — พักเฉลี่ย 9.89 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 4,864.85 บาทต่อคนต่อวัน รวมรายได้ 1,587,208 ล้านบาท ตามไฟล์ที่เผยแพร่เมื่อ 26 มิถุนายน 2569
- **นักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยมากที่สุดคือ 4,520,856 คน แต่พักเฉลี่ยเพียง 4.80 วัน** — ขณะที่นักท่องเที่ยวเยอรมนีพักเฉลี่ย 18.09 วัน ธุรกิจที่ขายตามจำนวนคืนกับธุรกิจที่ขายตามจำนวนคนจึงควรมองคนละตลาด
- **ค่าที่พักเป็นหมวดใหญ่ที่สุดของรายจ่ายรวม คิดเป็นราว 35%** — แต่สัดส่วนนี้ต่างกันมากตามสัญชาติ นักท่องเที่ยวเยอรมนีใช้เงินกับที่พักราว 46% ของรายจ่าย ส่วนนักท่องเที่ยวมาเลเซียใช้กับการช้อปปิ้งราว 26%

ที่พักหรือร้านในเมืองท่องเที่ยวที่อยากขายให้ลูกค้าต่างชาติ ต้องตอบก่อนเรื่องอื่นว่าจะเริ่มจากชาติไหน ถ้าเลือกตามความรู้สึกหรือตามกลุ่มที่เห็นเดินผ่านหน้าร้านมากที่สุด งบแปลเว็บไซต์ งบโฆษณา และเวลาของแอดมินที่ต้องตอบแชทหลายภาษาก็กระจายไปกับตลาดที่อาจไม่ได้ซื้อสิ่งที่ร้านขาย บทนี้เปิดไฟล์รายได้ท่องเที่ยวที่ภาครัฐรวบรวมไว้สำหรับปี 2568 แล้วอ่านทีละคอลัมน์ ตั้งแต่จำนวนคน วันพัก ค่าใช้จ่ายต่อวัน จนถึงหมวดที่แต่ละชาติจ่ายเงิน

Tourism Marketing คือการวางแผนการตลาดของธุรกิจที่ลูกค้าเดินทางมาจากที่อื่น ตัดสินใจก่อนมาถึงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และอยู่ในพื้นที่เพียงช่วงสั้น ๆ งานแรกของแผนจึงเป็นการเลือกว่าจะขายให้ใคร ก่อนจะไปถึงเรื่องช่องทางหรือคอนเทนต์

## ไฟล์สถิติชุดนี้คืออะไร

ไฟล์สรุปรายได้และค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติชุดนี้ อยู่ใน[หมวดสถิติด้านการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา](https://www.mots.go.th/news/category/836) เมื่อ 26 มิถุนายน 2569 เป็นไฟล์ Excel สองชุด ชุดแรกแยกตามสัญชาติ มีจำนวนผู้มาเยือน วันพักเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันทั้งเป็นบาทและดอลลาร์ และรายได้รวม ส่วนอีกชุดหนึ่งกระจายเงินที่แต่ละชาติจ่ายลงเจ็ดหมวด ได้แก่ ช้อปปิ้ง บันเทิง ท่องเที่ยวชมสถานที่ ที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม การเดินทางในประเทศ และเบ็ดเตล็ด ทั้งสองชุดมีแผ่นงานรายไตรมาสและแผ่นงานรวมทั้งปี

ตัวเลขรวมทั้งปีมีดังนี้

| รายการ                             | ปี 2568                     |
| ---------------------------------- | --------------------------- |
| จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ    | 32,974,321 คน               |
| วันพักเฉลี่ย                     | 9.89 วัน                    |
| ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวัน | 4,864.85 บาท                |
| รายได้รวม                        | 1,587,208.17 ล้านบาท       |
| อัตราแลกเปลี่ยนที่ไฟล์ใช้     | 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 32.88 บาท |

### ตัวเลขชุดนี้ต่างจากข่าวยอดนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์อย่างไร

ข่าวรายสัปดาห์มักรายงานจำนวนคนเข้าประเทศล่าสุด ซึ่งบอกได้แค่ว่ามีคนมากี่คน ไฟล์รายได้ชุดนี้ออกช้ากว่า เพราะรวมทั้งปีและเพิ่มข้อมูลวันพักกับค่าใช้จ่ายเข้าไป ธุรกิจที่ต้องเลือกตลาดสำหรับปีถัดไปจึงใช้ไฟล์นี้ได้ตรงกว่า ส่วนข่าวรายสัปดาห์ใช้ดูว่าตลาดที่เลือกไว้ยังมาตามปกติหรือไม่

## จำนวนคนไม่ได้บอกรายได้ทั้งหมด

ห้าสัญชาติที่มามากที่สุดในปี 2568 คือ มาเลเซีย 4,520,856 คน จีน 4,473,992 คน อินเดีย 2,487,319 คน รัสเซีย 1,898,837 คน และเกาหลีใต้ 1,555,227 คน แต่เมื่อดูรายได้รวม ลำดับเปลี่ยนทันที จีนสร้างรายได้ 240,108.76 ล้านบาท ส่วนมาเลเซียสร้างได้ 112,180.08 ล้านบาท ห่างกันราวสองเท่า ทั้งที่จำนวนคนใกล้เคียงกัน

ส่วนต่างนี้มาจากสองคอลัมน์ที่ข่าวยอดนักท่องเที่ยวไม่ได้รายงาน คือวันพักกับค่าใช้จ่ายต่อวัน รายละเอียดของตลาดจีนรายไตรมาสและรายหมวด พร้อมการอ่านในมุมทำเล อยู่ใน [เจาะทำเลพระราม 9-รัชดาฯ นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่าย 2.4 แสนล้าน](https://phygital.co.th/insights/rama9-ratchada-new-chinese-capital-far10-location) บทนี้จึงเทียบหลายสัญชาติพร้อมกันแทน

## วันพักเฉลี่ยแยกตลาดของที่พักออกจากร้านค้า

วันพักเฉลี่ยของสัญชาติที่มาไทยมากที่สุดต่างกันเกือบสี่เท่า

| สัญชาติ         | จำนวนคน  | วันพักเฉลี่ย |
| --------------- | --------- | -------------- |
| มาเลเซีย        | 4,520,856 | 4.80           |
| เกาหลีใต้       | 1,555,227 | 6.56           |
| สิงคโปร์        | 967,341   | 6.49           |
| อินเดีย         | 2,487,319 | 7.17           |
| จีน             | 4,473,992 | 8.86           |
| ออสเตรเลีย      | 808,682   | 11.93          |
| รัสเซีย         | 1,898,837 | 14.96          |
| สหราชอาณาจักร | 1,083,162 | 15.91          |
| ฝรั่งเศส        | 816,935   | 15.95          |
| เยอรมนี         | 965,898   | 18.09          |

ที่พักที่ขายตามจำนวนคืนได้ประโยชน์จากตลาดที่อยู่นาน แขกเยอรมนีหนึ่งคนเฉลี่ยพักนานเท่าแขกมาเลเซียเกือบสี่คน ส่วนร้านค้า ร้านของฝาก และกิจกรรมครึ่งวันขายตามจำนวนคนที่เดินผ่าน ตลาดที่มาบ่อยแต่อยู่สั้นยังมีค่าสำหรับธุรกิจกลุ่มนี้

### นักท่องเที่ยวที่อยู่นานเป็นตลาดของ Long Stay อย่างเดียวหรือเปล่า

ไม่ใช่เท่านั้น คนที่อยู่สองถึงสามสัปดาห์มักเปลี่ยนที่พักหลายเมือง จองกิจกรรมระหว่างทาง และหาร้านอาหารใหม่ทุกวัน ธุรกิจที่ขายให้กลุ่มนี้ได้จึงรวมทั้งบริษัททัวร์ภาคเหนือ คลาสทำอาหาร และร้านซ่อมหรือเช่าอุปกรณ์ กลุ่มที่อยู่นานเป็นเดือนด้วยวีซ่าทำงานทางไกลเป็นอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งเล่าไว้ใน [Digital Nomad เชียงใหม่ และชาติตะวันตก ภายใต้วีซ่า DTV](https://phygital.co.th/insights/digital-nomad-western-expat-chiang-mai-business)

## ค่าใช้จ่ายต่อวันกับค่าใช้จ่ายต่อทริป

คอลัมน์ค่าใช้จ่ายต่อวันให้ภาพอีกแบบ นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางใช้จ่ายเฉลี่ย 7,712.58 บาทต่อวัน สูงที่สุดในกลุ่มภูมิภาค สิงคโปร์ 6,331 บาท จีน 6,055 บาท ส่วนเยอรมนีอยู่ที่ 3,743 บาท และฝรั่งเศส 3,677 บาท ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ

ถ้านำวันพักคูณค่าใช้จ่ายต่อวัน จะได้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อหนึ่งทริป ตัวเลขในตารางนี้คำนวณจากสองคอลัมน์ในไฟล์ ไม่ใช่ตัวเลขที่กระทรวงรายงานไว้เอง

| กลุ่ม                  | วันพัก | บาทต่อวัน | ประมาณต่อทริป (บาท) |
| ---------------------- | ------- | ----------- | --------------------- |
| ตะวันออกกลาง           | 11.45   | 7,713       | 88,300                |
| สหราชอาณาจักร        | 15.91   | 4,320       | 68,700                |
| เยอรมนี                | 18.09   | 3,743       | 67,700                |
| รัสเซีย                | 14.96   | 3,953       | 59,100                |
| จีน                    | 8.86    | 6,055       | 53,700                |
| ค่าเฉลี่ยทุกสัญชาติ | 9.89    | 4,865       | 48,100                |
| มาเลเซีย               | 4.80    | 5,172       | 24,800                |

ตลาดที่ใช้เงินต่อวันน้อยแต่พักนาน เช่นเยอรมนี จ่ายต่อทริปสูงกว่าจีนที่ใช้เงินต่อวันมากกว่า ร้านที่ตั้งราคาสูงแต่ขายครั้งเดียวจึงควรมองตลาดที่ใช้เงินต่อวันสูง ส่วนที่พักหรือบริการที่ขายเป็นแพ็กเกจหลายวันควรมองยอดต่อทริป

### ค่าเฉลี่ยของทั้งสัญชาติใช้ตัดสินใจกับร้านเล็กได้จริงไหม

ใช้เป็นจุดเริ่มได้ แต่ค่าเฉลี่ยรวมทุกคนในสัญชาตินั้น ทั้งคนที่มาเที่ยวทะเลภาคใต้ มาประชุมในกรุงเทพฯ และมาเที่ยวภาคเหนือ ร้านเล็กควรเทียบกับข้อมูลลูกค้าของตัวเอง เช่นสัญชาติในรายชื่อผู้จองย้อนหลังหนึ่งปี หรือภาษาที่ลูกค้าใช้ทักแชท ถ้าสองชุดข้อมูลชี้ไปทางเดียวกัน ความมั่นใจในการเลือกตลาดก็สูงขึ้น

## แต่ละชาติจ่ายเงินไปกับอะไร

ไฟล์ชุดที่สองแยกรายจ่ายออกเป็นเจ็ดหมวด ภาพรวมทุกสัญชาติ ที่พักใช้เงินมากที่สุดราว 35% อาหารและเครื่องดื่มราว 21.6% ช้อปปิ้งราว 18.2% การเดินทางในประเทศราว 10.5% บันเทิงราว 7.1% ท่องเที่ยวชมสถานที่ราว 5.0% และเบ็ดเตล็ดราว 2.6% ร้อยละในบทนี้คำนวณจากตัวเลขล้านบาทในไฟล์

| สัญชาติ         | ที่พัก | อาหารและเครื่องดื่ม | ช้อปปิ้ง | บันเทิง |
| --------------- | ------ | ---------------------- | --------- | ------- |
| มาเลเซีย        | 24.9%  | 22.9%                  | 26.3%     | 10.3%   |
| จีน             | 31.5%  | 21.8%                  | 23.1%     | 7.1%    |
| เกาหลีใต้       | 37.0%  | 21.1%                  | 14.9%     | 12.1%   |
| อินเดีย         | 33.0%  | 19.0%                  | 18.6%     | 10.4%   |
| รัสเซีย         | 38.2%  | 23.7%                  | 15.1%     | 6.1%    |
| สหราชอาณาจักร | 39.8%  | 25.6%                  | 8.9%      | 5.9%    |
| เยอรมนี         | 45.9%  | 22.8%                  | 7.9%      | 4.7%    |

ร้านค้าและร้านของฝากจะเห็นว่ามาเลเซียกับจีนแบ่งเงินให้การช้อปปิ้งมากกว่าตลาดยุโรปหลายเท่า ที่พักเห็นตรงข้าม ตลาดยุโรปแบ่งเงินเกือบครึ่งให้ที่พัก ส่วนร้านอาหารมีตลาดที่ใกล้เคียงกันเกือบทุกชาติ ราวหนึ่งในห้าถึงหนึ่งในสี่ของรายจ่าย

### ธุรกิจทัวร์ควรดูหมวดไหน

ดูหมวดท่องเที่ยวชมสถานที่กับบันเทิงคู่กัน สองหมวดนี้รวมกันราว 12% ของรายจ่ายทั้งหมด เกาหลีใต้และอินเดียแบ่งเงินให้บันเทิงสูงกว่าค่าเฉลี่ย ผู้ที่ขายทริปต้องมีใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวและใส่ข้อมูลในเอกสารโฆษณาให้ครบตามกฎหมาย รายละเอียดอยู่ใน [ทำเลแม่แตง ขายทริปล่องแพให้ถูก พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว](https://phygital.co.th/insights/mae-taeng-elephant-rafting-mae-ngat-dam-adventure-location)

## ฤดูกาลของแต่ละตลาดไม่ตรงกัน

แผ่นงานรายไตรมาสแสดงว่าแต่ละตลาดมาไม่พร้อมกัน ภาพรวมทั้งประเทศ ไตรมาสแรกมีนักท่องเที่ยว 9,549,004 คน ไตรมาสสองลดเหลือ 7,136,465 คน ไตรมาสสาม 7,429,859 คน และไตรมาสสี่ 8,858,993 คน

| สัญชาติ  | ไตรมาส 1  | ไตรมาส 2  | ไตรมาส 3  | ไตรมาส 4  |
| -------- | --------- | --------- | --------- | --------- |
| มาเลเซีย | 1,153,496 | 1,146,401 | 1,178,776 | 1,042,183 |
| อินเดีย  | 543,770   | 640,129   | 587,102   | 716,318   |
| เยอรมนี  | 341,242   | 155,989   | 159,675   | 308,992   |
| รัสเซีย  | 722,202   | 312,557   | 237,578   | 626,500   |

ตลาดยุโรปและรัสเซียมากระจุกช่วงปลายปีถึงต้นปี แล้วลดลงเหลือราวครึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่าในช่วงกลางปี มาเลเซียมาสม่ำเสมอเกือบทุกไตรมาส ธุรกิจที่อยากลดช่วงเงียบกลางปีจึงควรมีตลาดที่สองซึ่งมาในจังหวะต่างจากตลาดหลัก แทนการลดราคาห้องเพียงอย่างเดียว

### ที่พักควรเริ่มโฆษณาก่อนฤดูกาลนานแค่ไหน

ไฟล์ของกระทรวงไม่ได้บอกระยะเวลาจองล่วงหน้า ข้อมูลที่ตอบข้อนี้ได้ตรงที่สุดคือวันที่จองกับวันเข้าพักในระบบของที่พักเอง ให้ดึงรายการจองย้อนหลังของตลาดหลัก แล้วดูว่าส่วนใหญ่จองก่อนเข้าพักกี่สัปดาห์ ช่วงเวลานั้นคือช่วงที่โฆษณาและคอนเทนต์ภาษานั้นต้องออนไลน์พร้อมแล้ว

## สี่เรื่องที่ไฟล์นี้ไม่ได้บอก

ไฟล์ชุดนี้ช่วยตัดตัวเลือกตลาดได้เร็ว ก่อนนำตัวเลขไปใส่ในแผนธุรกิจหรือใบเสนองบ ให้ดูสี่จุดนี้ประกอบ

เรื่องแรก ไฟล์แยกตามสัญชาติทั่วประเทศ ไม่ได้แยกตามจังหวัด ค่าใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยวชาติหนึ่งจึงรวมทั้งคนที่พักรีสอร์ตริมทะเลและคนที่เดินทางแบบประหยัดในเมืองเล็ก เรื่องที่สอง ไฟล์ไม่ได้แยกวัตถุประสงค์การเดินทาง คนที่มาประชุม มาเยี่ยมญาติ และมาพักผ่อนอยู่ในตัวเลขเดียวกัน เรื่องที่สาม อัตราแลกเปลี่ยนที่ไฟล์ใช้ต่างกันตามช่วงเวลา แผ่นงานไตรมาสแรกใช้ 33.95 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแผ่นงานทั้งปีใช้ 32.88 บาท การเทียบค่าใช้จ่ายเป็นดอลลาร์ข้ามไตรมาสจึงควรระวัง เรื่องที่สี่ ตัวเลขเป็นของปีที่ผ่านมาแล้ว เหมาะกับการเลือกทิศทาง ไม่เหมาะกับการคาดยอดขายรายเดือน

### ร้านในจังหวัดเมืองรองควรใช้ตัวเลขระดับประเทศอย่างไร

ใช้เพื่อตัดตัวเลือกให้เหลือสองหรือสามตลาด แล้วยืนยันด้วยข้อมูลที่ใกล้ตัวกว่า เช่นไฟล์นักท่องเที่ยวภายในประเทศแยกตามจังหวัดที่กระทรวงเผยแพร่ในหมวดเดียวกัน สัญชาติของแขกในระบบจองย้อนหลัง และภาษาของรีวิวบนหน้าร้านใน Google Maps ถ้าตลาดที่ไฟล์ระดับประเทศชี้ไม่ปรากฏในข้อมูลของร้านเลย อาจเป็นเพราะเส้นทางท่องเที่ยวของตลาดนั้นไม่ผ่านจังหวัด ไม่ใช่เพราะร้านยังทำการตลาดไม่พอ

## จับคู่ตลาดกับประเภทธุรกิจ

ตารางนี้สรุปจากไฟล์ปี 2568 ทั้งสองชุด ใช้เป็นจุดเริ่มก่อนเทียบกับข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเอง

| ประเภทธุรกิจ                     | สิ่งที่ควรดูในไฟล์                 | ตลาดที่ตัวเลขชี้                      |
| --------------------------------- | --------------------------------------- | ---------------------------------------- |
| ที่พักที่ขายหลายคืน           | วันพักและสัดส่วนเงินที่ให้ที่พัก | เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส รัสเซีย |
| ร้านค้าและร้านของฝาก         | สัดส่วนช้อปปิ้งและจำนวนคน         | มาเลเซีย จีน ตะวันออกกลาง                |
| ร้านอาหาร                        | จำนวนคนและค่าใช้จ่ายต่อวัน       | กระจายทุกตลาด เลือกตามทำเล           |
| ทัวร์และกิจกรรม                 | สัดส่วนบันเทิงและชมสถานที่         | เกาหลีใต้ อินเดีย                        |
| ธุรกิจที่อยากเติมช่วงกลางปี | จำนวนคนรายไตรมาส                     | มาเลเซีย อินเดีย                         |

## สรุป

Tourism Marketing เริ่มจากการเลือกตลาด ไฟล์รายได้ท่องเที่ยวปี 2568 ที่ภาครัฐเผยแพร่กลางปี 2569 นับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 32,974,321 คน พักเฉลี่ย 9.89 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 4,864.85 บาทต่อวัน สามคอลัมน์ที่ควรอ่านก่อนเลือกตลาดคือวันพัก ค่าใช้จ่ายต่อวัน และหมวดที่แต่ละชาติจ่ายเงิน มาเลเซียมามากที่สุดแต่อยู่สั้นและแบ่งเงินให้ช้อปปิ้งมาก เยอรมนีอยู่นานที่สุดและแบ่งเงินเกือบครึ่งให้ที่พัก ตลาดยุโรปกับรัสเซียมากระจุกช่วงปลายปีถึงต้นปี ธุรกิจแต่ละประเภทจึงควรเลือกตลาดคนละชุด แล้วยืนยันกับข้อมูลลูกค้าของตัวเองก่อนลงงบ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ไฟล์สถิติของกระทรวงดาวน์โหลดได้จากที่ไหน

เปิดเว็บไซต์ mots.go.th ของกระทรวง เข้าหมวดสถิตินักท่องเที่ยว แยกโฟลเดอร์ตามปี ปี 2568 มีไฟล์รายได้แยกสัญชาติและไฟล์รายได้แยกหมวดค่าใช้จ่าย ทั้งสองไฟล์เป็น Excel ที่เปิดคำนวณต่อได้

### ธุรกิจที่รับลูกค้าไทยเป็นหลักใช้ข้อมูลนี้ได้ไหม

ใช้ได้น้อย ไฟล์ชุดนี้นับเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ กระทรวงมีไฟล์นักท่องเที่ยวภายในประเทศแยกตามภูมิภาคและจังหวัดเผยแพร่ในหมวดเดียวกัน ธุรกิจที่ลูกค้าหลักเป็นคนไทยควรเริ่มจากไฟล์ชุดนั้น

### ปีแรกควรทำเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศไว้กี่ภาษา

ให้ดูตลาดที่ขึ้นมาทั้งในไฟล์ของกระทรวงและในข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเอง ส่วนใหญ่หนึ่งหรือสองภาษานอกจากไทยก็พอสำหรับปีแรก การแปลหลายภาษาพร้อมกันโดยไม่มีคนตอบแชทภาษานั้น ทำให้ลูกค้าที่ทักมาต้องรอนาน

### ปี 2569 ตัวเลขจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

บทนี้ไม่คาดการณ์ ตัวเลขปี 2569 ทั้งปีจะออกในไฟล์ชุดถัดไปของกระทรวง ระหว่างนั้นให้ดูยอดนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ของตลาดที่เลือกไว้ว่ายังมาตามจังหวะของปีก่อนหรือไม่

### ที่พักที่ขายผ่านเว็บจองอยู่แล้ว ต้องทำการตลาดเองด้วยไหม

ควรทำอย่างน้อยในส่วนที่เว็บจองไม่ได้ทำแทน เช่นหน้าเว็บของตัวเองในภาษาของตลาดหลัก และราคาสำหรับผู้จองตรง การตั้งราคาสมาชิกให้แสดงบน Google อธิบายไว้ใน [Loyalty Program โรงแรม ราคาสมาชิกบน Google แสดงได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/loyalty-program-hotel-resort-pms-agency)

## งบแปลภาษาและงบโฆษณาที่กระจายไปทุกตลาดพร้อมกัน มักไปไม่ถึงตลาดที่ซื้อสิ่งที่ร้านขายจริง

PHYGITAL AGENCY อ่านสถิตินักท่องเที่ยวรายสัญชาติคู่กับรายชื่อผู้จองของธุรกิจ แล้วเลือกตลาดหลักหนึ่งหรือสองกลุ่มพร้อมจังหวะเวลาที่ควรเริ่มสื่อสาร

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
