# ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ซื้อไปขายต่อ สัญญาแบบไหนต้องใช้ทุนสต๊อก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/thailand-wholesale-distributor-business-guide · เผยแพร่ 20 เมษายน 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ป.พ.พ. แยกตัวแทน มาตรา 797 ตัวแทนค้าต่าง มาตรา 833 นายหน้า มาตรา 845 ออกจากการซื้อขาย มาตรา 453 ผู้ซื้อไปขายต่อเป็นเจ้าของสต๊อก ตัวแทนค้าต่างต้องคืนส่วนเกินราคา

## Key Takeaways

- **คำว่า "ตัวแทนจำหน่าย" ในภาษาธุรกิจไม่ได้เป็นชื่อสัญญาในกฎหมายแพ่ง** — สัญญาที่เรียกแบบนี้อาจเป็นการซื้อขายตามมาตรา 453 ตัวแทนตามมาตรา 797 ตัวแทนค้าต่างตามมาตรา 833 หรือนายหน้าตามมาตรา 845 ซึ่งให้ผลเรื่องเงินทุนและความเสี่ยงต่างกัน
- **ถ้าเป็นการซื้อขาย มาตรา 458 ให้กรรมสิทธิ์ในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ทำสัญญา** — ผู้ซื้อไปขายต่อจึงเป็นเจ้าของสต๊อก ใช้ทุนของตัวเอง รับความเสี่ยงของค้างสต๊อก และเก็บส่วนต่างราคาได้เอง
- **ถ้าเป็นตัวแทนค้าต่าง มาตรา 840 ห้ามเก็บส่วนที่ขายได้สูงกว่าราคาที่ตัวการกำหนด** — และมาตรา 834 ให้ได้บำเหน็จตามธรรมเนียมเมื่อไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนมาตรา 842 ให้ใช้กฎหมายว่าด้วยฝากทรัพย์กับสินค้าที่ฝากไว้

ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ชวนให้เป็น "ตัวแทนจำหน่าย" มักบอกเงื่อนไขเรื่องเป้ายอดขายและส่วนลดก่อนเรื่องอื่น คำถามที่กำหนดว่าต้องใช้ทุนเท่าไรอยู่อีกชั้นหนึ่ง คือเมื่อสินค้ามาถึงร้านแล้ว สินค้านั้นเป็นของใคร คำตอบของคำถามนี้บอกทั้งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายล่วงหน้า ใครรับความเสี่ยงเมื่อขายไม่ออก และร้านเก็บกำไรส่วนต่างได้เองหรือไม่

บทนี้อ่านจาก[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับรวมที่เผยแพร่บนเว็บไซต์วุฒิสภา](https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf) ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความยาว 362 หน้า ไฟล์นี้สร้างในเดือนตุลาคม 2552 ผู้อ่านควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนร่างหรือเซ็นสัญญาจริง บทนี้ไม่ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายต่อสัญญาฉบับใด และไม่ได้พูดถึงสัญญาแฟรนไชส์ซึ่งมีประกาศเฉพาะของหน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้า

## สี่รูปแบบที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่าตัวแทนจำหน่าย

ในประมวลกฎหมายแพ่งฯ ไม่มีลักษณะใดชื่อ "ตัวแทนจำหน่าย" ศาลและคู่สัญญาจึงต้องดูว่าเนื้อหาของสัญญาตรงกับลักษณะใดในสี่แบบนี้

| รูปแบบ                        | มาตรา   | ทำในนามของใคร                                                   | ใครเป็นเจ้าของสินค้า      | ร้านได้เงินจากอะไร                           |
| ------------------------------ | ------- | ------------------------------------------------------------------- | ---------------------------- | ------------------------------------------------ |
| ซื้อขาย (ผู้ซื้อไปขายต่อ) | 453 458 | ร้านเอง                                                            | ร้าน ตั้งแต่ทำสัญญาซื้อ   | ส่วนต่างราคาขายกับราคาซื้อ                 |
| ตัวแทน                         | 797 820 | ตัวการ                                                              | ตัวการ                       | บำเหน็จ ถ้าตกลงไว้หรือเป็นธรรมเนียม (803)   |
| ตัวแทนค้าต่าง                | 833 837 | ร้านเอง แต่ทำแทนตัวการ                                          | ตัวการ                       | บำเหน็จตามธรรมเนียม ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ (834) |
| นายหน้า                       | 845     | ไม่ได้ทำสัญญาเอง เป็นผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้ได้ทำสัญญา | คู่สัญญาที่นายหน้าหามา | ค่าบำเหน็จเมื่อสัญญาสำเร็จ                   |

ความต่างที่เห็นชัดที่สุดคือคอลัมน์เจ้าของสินค้า แบบแรกแบบเดียวที่ร้านต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าเข้ามาเป็นของตัวเอง อีกสามแบบร้านทำงานกับสินค้าของผู้อื่น

### สัญญาเขียนว่า "แต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย" แปลว่าเป็นสัญญาตัวแทนเสมอไหม

ไม่เสมอไป ชื่อที่คู่สัญญาใช้ไม่ได้กำหนดลักษณะของสัญญา สิ่งที่บอกได้คือข้อความเรื่องกรรมสิทธิ์ การชำระราคา และผู้ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้ขายต่อลูกค้า ถ้าร้านต้องจ่ายค่าสินค้าให้ผู้ผลิตตามใบแจ้งหนี้ ไม่ว่าจะขายออกหรือไม่ และตั้งราคาขายเองได้ ลักษณะนั้นใกล้กับการซื้อขายตามมาตรา 453 มากกว่าสัญญาตัวแทน แม้หัวสัญญาจะใช้คำว่าแต่งตั้งตัวแทนก็ตาม

## ผู้ซื้อไปขายต่อเป็นเจ้าของสต๊อก

มาตรา 453 นิยามซื้อขายว่าเป็นสัญญาที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงใช้ราคา มาตรา 458 ให้กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะทำสัญญา มาตรา 459 ยกเว้นกรณีที่สัญญามีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา และมาตรา 460 ให้สินค้าที่ยังไม่ได้กำหนดแน่นอนโอนกรรมสิทธิ์เมื่อหมาย นับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือกแล้ว

ผลในทางธุรกิจคือร้านที่ซื้อมาขายไปต้องมีเงินสำหรับซื้อสต๊อกก่อนขาย และต้องมีเงินหมุนระหว่างวันที่จ่ายค่าสินค้าจนถึงวันที่ลูกค้าจ่ายเงิน ความต้องการทุนของรูปแบบนี้จึงขึ้นกับสามตัวแปร คือจำนวนสั่งขั้นต่ำต่อครั้ง เครดิตเทอมที่ผู้ผลิตให้ และจำนวนวันที่สินค้าอยู่ในคลังก่อนขายออก

### ประเมินเงินทุนสต๊อกของรูปแบบซื้อขายอย่างไร

เริ่มจากยอดซื้อต่อเดือนที่ต้องทำให้ถึงเป้า แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่เงินจมอยู่ ซึ่งคือจำนวนวันที่สินค้าอยู่ในคลังบวกจำนวนวันที่ลูกค้าค้างจ่าย ลบด้วยเครดิตเทอมที่ผู้ผลิตให้ ถ้าร้านต้องซื้อเดือนละ 300,000 บาท สินค้าอยู่ในคลัง 45 วัน ลูกค้าค้างจ่าย 30 วัน และผู้ผลิตให้เครดิต 30 วัน เงินจะจมราว 45 วัน หรือประมาณ 450,000 บาท ทั้งยอดซื้อ จำนวนวัน และเงินที่จมในตัวอย่างนี้เป็นค่าที่แต่งขึ้น ไม่ใช่ตัวเลขของร้านใด

### สต๊อกที่ขายไม่ออกเป็นความเสี่ยงของใคร

เมื่อกรรมสิทธิ์โอนมาแล้วตามมาตรา 458 สินค้าคงเหลือเป็นทรัพย์สินของร้าน ความเสี่ยงที่สินค้าเสื่อมราคา หมดอายุ หรือตกรุ่นจึงอยู่กับร้าน เว้นแต่สัญญาเขียนเงื่อนไขรับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าไว้ ข้อนี้คือเหตุผลที่ร้านควรต่อรองเรื่องการรับคืนสินค้าที่ใกล้หมดอายุหรือตกรุ่นไว้ในสัญญาตั้งแต่แรก ไม่ใช่ขอเป็นกรณีไปเมื่อสินค้าค้าง

## ตัวแทนทำการในนามของตัวการ

มาตรา 797 นิยามสัญญาตัวแทนว่าเป็นสัญญาที่ให้บุคคลหนึ่งเรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าตัวการ และการเป็นตัวแทนเกิดได้ทั้งโดยแต่งตั้งชัดแจ้งหรือโดยปริยาย มาตรา 820 ให้ตัวการผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่ตัวแทนทำไปภายในขอบอำนาจ ลูกค้าที่ซื้อผ่านตัวแทนจึงมีสัญญากับตัวการโดยตรง

หน้าที่ของตัวแทนที่เกี่ยวกับเงินอยู่ในมาตรา 810 และ 811 เงินและทรัพย์สินที่ตัวแทนได้รับไว้เพราะการเป็นตัวแทนต้องส่งให้ตัวการทั้งหมด ถ้าตัวแทนนำเงินที่ควรส่งตัวการไปใช้เอง ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่นำไปใช้ มาตรา 812 ให้ตัวแทนรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือจากการทำนอกเหนืออำนาจ

### ตัวแทนต้องมีทุนเท่าไรและได้ค่าตอบแทนเมื่อไร

ตัวแทนไม่ต้องซื้อสินค้าเข้ามาเป็นของตัวเอง เงินทุนที่ใช้จึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงาน เช่น พื้นที่ พนักงาน และการตลาด ไม่ใช่ค่าสต๊อก แต่มาตรา 803 วางหลักว่าตัวแทนไม่มีสิทธิได้บำเหน็จ เว้นแต่มีข้อตกลงในสัญญา มีทางปฏิบัติระหว่างคู่สัญญาที่แสดงว่ามีบำเหน็จ หรือเป็นธรรมเนียมที่มีบำเหน็จ อัตราและจังหวะจ่ายบำเหน็จจึงต้องเขียนในสัญญาให้ชัด เพราะรายได้ทั้งหมดของตัวแทนมาจากบรรทัดนี้

## ตัวแทนค้าต่างทำการในนามตัวเองแทนตัวการ

มาตรา 833 นิยามตัวแทนค้าต่างว่าเป็นบุคคลที่ในทางค้าขายของตน ซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองแทนตัวการ รูปแบบนี้ใกล้กับการฝากขายที่ร้านค้าทั่วไปใช้ เพราะร้านขายสินค้าให้ลูกค้าในชื่อร้าน แต่สินค้ายังเป็นของผู้ผลิต

| มาตรา | สิ่งที่ตัวบทกำหนด                                                                                                                                                                   |
| ----- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 834   | ถ้าไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ตัวแทนค้าต่างได้บำเหน็จตามอัตราธรรมเนียมทุกรายที่ตกลงสำเร็จ                                                                            |
| 837   | ตัวแทนค้าต่างได้สิทธิและผูกพันต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายเอง                                                                                                                         |
| 838   | ลูกค้าไม่ชำระหนี้ ตัวแทนค้าต่างไม่ต้องรับผิดต่อตัวการ เว้นแต่ตกลงไว้หรือมีธรรมเนียม ถ้ารับประกันการชำระหนี้ไว้ เรียกว่าตัวแทนฐานประกัน และได้บำเหน็จพิเศษ |
| 839   | ขายต่ำกว่าราคาที่ตัวการกำหนด ถ้าตัวแทนชดใช้ส่วนที่ขาดแล้ว ตัวการต้องรับการขายนั้น                                                                                      |
| 840   | ขายได้สูงกว่าราคาที่ตัวการกำหนด ตัวแทนเก็บส่วนเกินเป็นของตนไม่ได้ ต้องคิดให้ตัวการ                                                                                    |
| 841   | ต้องรายงานการทำงาน และแจ้งตัวการทันทีเมื่อทำเสร็จ                                                                                                                              |
| 842   | สินค้าที่มอบไว้กับตัวแทนค้าต่างให้ใช้บทบัญญัติลักษณะฝากทรัพย์บังคับโดยอนุโลม                                                                                            |

### ร้านที่รับฝากขายตั้งราคาสูงกว่าที่เจ้าของกำหนดแล้วเก็บส่วนต่างได้ไหม

ถ้าสัญญามีลักษณะเป็นตัวแทนค้าต่าง มาตรา 840 ตอบว่าไม่ได้ ส่วนที่ขายได้สูงกว่าราคาที่ตัวการกำหนดต้องคิดให้ตัวการ รายได้ของร้านในรูปแบบนี้คือบำเหน็จตามมาตรา 834 ร้านที่ต้องการเก็บส่วนต่างราคาเป็นรายได้หลัก จึงควรเจรจาให้สัญญาเป็นการซื้อขาย หรือเขียนวิธีคิดบำเหน็จให้ผูกกับราคาขายจริงไว้ในสัญญาอย่างชัดแจ้ง

## นายหน้าได้บำเหน็จเมื่อสัญญาสำเร็จ

มาตรา 845 ผูกหนี้ค่าบำเหน็จไว้กับผลงาน คนที่ตกลงจะจ่ายไม่ต้องจ่ายจนกว่าสัญญาที่นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการให้เกิดขึ้นจริง และถ้าสัญญานั้นยังรอเงื่อนไขบังคับก่อน ค่าบำเหน็จก็ยังเรียกไม่ได้จนเงื่อนไขสำเร็จ มาตรา 846 ถือว่ามีข้อตกลงเรื่องค่าบำเหน็จโดยปริยาย ถ้าพฤติการณ์คาดหมายได้ว่างานนั้นทำเพื่อค่าบำเหน็จ และถ้าไม่ได้กำหนดจำนวนไว้ ให้ถือจำนวนตามธรรมเนียม

### คนที่แนะนำลูกค้าให้ผู้ผลิตโดยไม่ขายเองเป็นนายหน้าไหม

ถ้าบทบาทคือชี้ช่องให้ลูกค้ากับผู้ผลิตได้ทำสัญญากันเอง โดยไม่ได้ซื้อสินค้ามาขายและไม่ได้ทำสัญญาในนามของใคร ลักษณะนั้นตรงกับนายหน้าตามมาตรา 845 สิ่งที่ต้องตกลงให้ชัดคือค่าบำเหน็จคิดจากอะไร และถือว่าสัญญาที่เกิดภายหลังเป็นผลจากการแนะนำของใคร เพราะมาตรา 845 ผูกสิทธิได้ค่าบำเหน็จไว้กับผลของการชี้ช่องหรือการจัดการ ไม่ใช่กับจำนวนครั้งที่แนะนำ

## ห้าคำถามที่ต้องได้คำตอบก่อนเซ็น

คำถามทั้งห้าข้อนี้ช่วยให้รู้ว่าสัญญาที่ได้รับตรงกับรูปแบบใด และต้องเตรียมเงินแบบไหน

| คำถาม                                      | ถ้าคำตอบคือ…                              | ใกล้กับรูปแบบ            |
| ------------------------------------------ | -------------------------------------------- | --------------------------- |
| สินค้าเป็นของใครเมื่อมาถึงร้าน      | เป็นของร้านตั้งแต่ส่งมอบหรือทำสัญญา  | ซื้อขาย                    |
| ใบเสร็จที่ลูกค้าได้เป็นชื่อใคร      | ชื่อผู้ผลิต                                | ตัวแทน                      |
| ใครกำหนดราคาขายให้ลูกค้า              | ผู้ผลิตกำหนด และส่วนเกินต้องคืน        | ตัวแทนค้าต่าง             |
| ลูกค้าไม่จ่ายเงิน ใครรับความเสียหาย | ผู้ผลิต เว้นแต่ร้านรับประกันไว้        | ตัวแทนค้าต่าง (มาตรา 838) |
| สินค้าที่ขายไม่ออกคืนได้ไหม         | คืนได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องจ่ายค่าสินค้า | ตัวแทนหรือตัวแทนค้าต่าง |

### คำตอบที่ปนกันหลายแบบหมายความว่าอะไร

สัญญาจริงมักผสมหลายรูปแบบ เช่น ร้านซื้อสินค้าขาดแต่ผู้ผลิตกำหนดราคาขายปลีกขั้นต่ำ หรือร้านรับฝากขายแต่ต้องรับประกันการชำระเงินของลูกค้า ความเสี่ยงของร้านเกิดเมื่อคาดหวังสิทธิของแบบหนึ่งแต่สัญญาเขียนภาระของอีกแบบ วิธีที่ตรงที่สุดคือเขียนคำตอบของห้าคำถามนี้ลงในสัญญาเป็นข้อ ๆ แล้วให้ทั้งสองฝ่ายอ่านตรงกันก่อนเซ็น ถ้ายังตีความไม่ออกควรปรึกษาทนายความ

## อ่านข้อความเรื่องกรรมสิทธิ์ก่อนอ่านตัวเลขเป้า

ข้อเสนอเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับ ควรอ่านจากข้อที่ว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การชำระราคา และการคืนสินค้าก่อนข้อที่ว่าด้วยเป้ายอดขาย เพราะสามข้อแรกบอกว่าเงินทุนส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่สต๊อกหรือที่ค่าใช้จ่ายในการขาย เมื่อรู้แล้วจึงค่อยคำนวณว่าเป้ายอดขายที่ผู้ผลิตตั้งไว้ต้องใช้เงินหมุนเท่าไรต่อเดือน

ร้านที่ขายเข้าหน่วยงานรัฐด้วย ควรดูสิทธิของธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่ขึ้นทะเบียนใน[SME-GP ปีงบ 2569 รัฐทำสัญญากับ SME แล้ว 4.26 แสนล้านบาท](https://phygital.co.th/insights/thailand-sme-gp-government-procurement-guide) ร้านที่ต้องส่งสินค้าเองและกำลังจ้างคนขับ ดูชนิดใบขับขี่ที่ต้องใช้ใน[ธุรกิจขนส่งกับใบขับขี่ ท.2 ที่ยังไม่หมดอายุ 774,134 ใบ](https://phygital.co.th/insights/thailand-sme-logistics-transport-business-guide) ผู้ที่ชั่งใจระหว่างเป็นตัวแทนกับซื้อสิทธิแฟรนไชส์ เทียบรายการเอกสารที่เจ้าของแฟรนไชส์ต้องให้ได้ใน[ซื้อแฟรนไชส์อาหารและเบเกอรี่ ข้อมูล 4 หมวดที่ต้องได้ก่อนเซ็น](https://phygital.co.th/insights/thailand-food-bakery-franchise-market-guide) ส่วนภาพตลาดค้าปลีกค้าส่งออนไลน์ระดับประเทศอยู่ใน[ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย 5.19 ล้านล้านบาท ค้าปลีกค้าส่งเกินครึ่ง](https://phygital.co.th/insights/thailand-retail-ecommerce-market-overview-sme-opportunity)

## สรุป

สัญญาชื่อตัวแทนจำหน่ายไม่มีอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาที่ใช้ชื่อนี้อาจเป็นการซื้อขาย ตัวแทน ตัวแทนค้าต่าง หรือนายหน้า ผู้ซื้อไปขายต่อเป็นเจ้าของสต๊อกตั้งแต่ทำสัญญาตามมาตรา 458 จึงใช้ทุนมากที่สุดแต่เก็บส่วนต่างราคาได้ ตัวแทนค้าต่างขายในชื่อตัวเองแต่ต้องคืนส่วนที่ขายเกินราคาตามมาตรา 840 และได้บำเหน็จแทน ตัวแทนต้องส่งเงินที่รับไว้ให้ตัวการทั้งหมด ส่วนนายหน้าได้ค่าบำเหน็จเมื่อสัญญาสำเร็จเท่านั้น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### การตั้งตัวแทนต้องทำเป็นหนังสือไหม

มาตรา 797 ให้การเป็นตัวแทนเกิดได้ทั้งโดยแสดงออกชัดและโดยปริยาย แต่มาตรา 798 บังคับว่ากิจการใดที่กฎหมายให้ทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

### ถ้าไม่ได้ตั้งเป็นตัวแทน แต่ผู้ผลิตปล่อยให้ร้านทำตัวเหมือนตัวแทน ผู้ผลิตต้องรับผิดไหม

มาตรา 821 ให้ผู้ที่เชิดบุคคลอื่นออกแสดงเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้บุคคลอื่นเชิดตัวเองเป็นตัวแทน รับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนบุคคลนั้นเป็นตัวแทน

### ตัวแทนตั้งคนอื่นมาทำงานแทนได้ไหม

มาตรา 808 ให้ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่มีอำนาจใช้ตัวแทนช่วง ร้านที่จะให้ร้านย่อยช่วยขายต่อในฐานะตัวแทนจึงต้องมีอำนาจนี้ระบุไว้ในสัญญา

### ตัวการขอดูผลการขายระหว่างสัญญาได้ไหม

มาตรา 809 ให้ตัวแทนแจ้งความเป็นไปของงานเมื่อตัวการต้องการทราบในเวลาที่สมควร และต้องแถลงบัญชีเมื่อการเป็นตัวแทนสิ้นสุด ส่วนตัวแทนค้าต่างมีหน้าที่รายงานตามมาตรา 841

### คนไร้ความสามารถเป็นตัวแทนค้าต่างได้ไหม

มาตรา 836 ห้ามบุคคลผู้ไร้ความสามารถทำการเป็นตัวแทนค้าต่าง เว้นแต่ได้รับอำนาจโดยชอบให้ทำได้

## ร้านตัวแทนที่แอดมินรับปากเรื่องส่วนลดหรือการรับคืนเกินกว่าที่สัญญาให้อำนาจ อาจต้องรับผิดต่อผู้ผลิตเองทั้งที่ตั้งใจช่วยลูกค้า

ให้ PHYGITAL AGENCY เขียนขอบเขตการตอบแชตจากสัญญาตัวแทนของร้านคุณ และดูแลแชตลูกค้าตามขอบเขตนั้นทุกช่องทาง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
