# สีไทยหมู่สีแดง 26 สี จากแร่ชาด ดินแดง แมลงครั่ง และพืช

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/thai-red-colors-chad-dindang-linchi · เผยแพร่ 21 กันยายน 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

หมู่สีแดงในระบบสีไทยโทนมี 26 สี บทนี้แยกทุกสีตามวัสดุ ทั้งแร่ชาด ดินแดง ครั่ง โคชินีล รากไม้ และหมาก พร้อมรหัส CMYK และวิธีเลือกสีแดงไทยให้ตรงกับเรื่องของแบรนด์

## Key Takeaways

- **หมู่สีแดงในระบบสีไทยโทนมี 26 สี ใช้รหัส T1010 ถึง T1260** — เมื่อแยกตามวัสดุที่ ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี บรรยายไว้ในงานวิจัยปริญญาเอก ได้สีจากแร่ชาดห้าสี จากดินแดงหกสี จากแมลงสี่สี จากพืชสองสี และอีกเก้าสีที่ตั้งชื่อตามสิ่งเปรียบเทียบโดยไม่ระบุวัสดุ
- **ดินแดงคือสีแดงที่ช่างใช้มากที่สุดในหมู่นี้** — วิทยานิพนธ์หน้า 84 ระบุว่าดินแดงมาจากดินลูกรังที่พบมากในประเทศ ราคาถูกและไม่ต้องนำเข้า ต่างจากแดงชาดที่นำเข้าจากจีน
- **ชื่อสีแดงไทยหลายชื่อไม่ได้บอกวัสดุ** — ลิ้นจี่ไม่ได้ทำจากผลลิ้นจี่ ชื่อมาจากคำจีนว่าอินจี่ และทำจากแมลงโคชินีล ส่วนกุหลาบในระบบนี้ผสมจากครั่งกับฝุ่นขาว แบรนด์ที่เล่าเรื่องสีจึงต้องอ่านคำบรรยายวัสดุก่อนใช้ชื่อ

แบรนด์ที่เลือกสีแดงเป็นสีหลักและอยากให้สีนั้นฟังเป็นไทย มักหยุดอยู่ที่ชื่อเดียวคือแดงชาด ทั้งที่ช่างไทยมีชื่อสีแดงอีกหลายสิบชื่อ และแต่ละชื่อมาจากวัสดุคนละชนิด ผลคือแบรนด์ของฝากที่อยากเล่าเรื่องวัสดุท้องถิ่นเลือกแดงชาดซึ่งเป็นแร่นำเข้า หรือเลือกสีลิ้นจี่เพราะคิดว่ามาจากผลไม้ไทย เรื่องเล่าบนฉลากจึงคลาดจากข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น

บทนี้ไล่หมู่สีแดงทั้ง 26 สีในระบบสีไทยโทน แยกตามวัสดุต้นทางที่วิทยานิพนธ์บันทึกไว้ พร้อมรหัส T และค่า CMYK ของสีที่ใช้บ่อย เพื่อให้แบรนด์เลือกสีแดงที่ทั้งเฉดและเรื่องเล่าตรงกับตัวสินค้า เรื่องการเตรียมแร่ชาดและความปลอดภัยของชาดอยู่ในบทแม่สีไทย บทนี้จึงเน้นสีที่ช่างผสมต่อจากชาดและสีแดงตัวอื่นในหมู่เดียวกัน

## หมู่สีแดงในสีไทยโทนมีสีอะไรบ้าง

หมู่สีแดงมี 26 สี รหัสขึ้นต้นด้วย T1 ทุกสี [ดุษฎีนิพนธ์เรื่อง "การสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียะจากสีไทย"](http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/thapra/Pairoj%5FPittayamatee%5F2/fulltext.pdf) หน้า 82 อธิบายว่าช่างตั้งชื่อสีในหมู่นี้สี่วิธี คือตั้งตามวัสดุ ตั้งตามเมืองต้นทางในจีน ตั้งตามความอ่อนแก่ของการผสม และตั้งตามสิ่งในธรรมชาติ ตารางด้านล่างจัดกลุ่มทั้ง 26 สีตามวัสดุที่วิทยานิพนธ์บรรยายไว้ในรายการสีหน้า 83-86

| กลุ่มวัสดุ                              | จำนวน | สีในกลุ่ม                                                                                 |
| ---------------------------------------- | ----- | ------------------------------------------------------------------------------------------- |
| แร่ชาด                                  | 5     | แดงชาด หงชาด แดงตัด แดงดอกชบา ก้ามปูอสุรา                                            |
| ดินแดง                                   | 6     | ดินแดง ดินแดงเทศ ดินแดงตัด หงดิน หงดินตัด บัวโรย                                       |
| แมลง                                     | 4     | ลิ้นจี่ น้ำครั่ง กุหลาบ หงสบาท                                                             |
| พืช                                      | 2     | แดงยอ น้ำหมาก                                                                             |
| ไม่ระบุวัสดุ ตั้งชื่อตามสิ่งเปรียบ | 9     | ฝุ่นแดง ก้ามปูหลุด ท้องสิงห์ ดอกอุบล แดงดอกกมุท ดอกบานเย็น เกสรชมพู่ แดงมณี นิลุบล |

การจัดกลุ่มนี้ฟิจิทัลทำจากคำบรรยายของแต่ละสี ไม่ใช่การแบ่งของวิทยานิพนธ์ สีที่ผสมจากหลายวัสดุจัดตามวัสดุหลัก ตัวอย่างเช่น หงสบาทผสมจากลิ้นจี่กับขาวเจือรง จึงอยู่กลุ่มแมลง และบัวโรยผสมจากดินแดงกับครามเจือฝุ่น จึงอยู่กลุ่มดินแดง

### แดงชาด ดินแดง และลิ้นจี่ ต่างกันแค่ไหนในค่าสี

แดงชาด (T1010) มีค่า C20 M100 Y100 K0 เป็นสีแดงสดที่สุดในสามสี ดินแดง (T1030) มีค่า C40 M80 Y90 K10 วิทยานิพนธ์บรรยายว่าเป็นสีแดงคล้ำอมเหลือง ส่วนลิ้นจี่ (T1160) มีค่า C40 M100 Y70 K0 ค่าเหลืองต่ำกว่าแดงชาด 30 จุด วิทยานิพนธ์บรรยายว่าเป็นแดงเข้มแบบที่ฝรั่งเรียกว่า Crimson ทั้งสามสีจึงแทนกันไม่ได้ในงานที่ต้องการเฉดแม่น

## สีแดงที่ผสมต่อจากแร่ชาด

กลุ่มแร่ชาดในตารางมีห้าสี ทุกสีใช้ชาดเป็นฐาน แล้วต่างกันที่สิ่งที่ช่างเติมลงไป รายการสีหน้า 82-85 บรรยายส่วนผสมของแต่ละสีไว้ดังนี้

| สี            | รหัสและค่า CMYK       | สิ่งที่ช่างเติมลงในชาด              |
| ------------- | ----------------------- | ----------------------------------------- |
| แดงชาด       | T1010 C20 M100 Y100 K0  | ไม่เติม ใช้ชาดล้วน                     |
| หงชาด        | T1020 C15 M70 Y50 K5    | ฝุ่นขาว ได้แดงชาดอ่อน                 |
| แดงตัด       | T1060 C20 M100 Y100 K30 | เขม่าดำ ใช้เขียนเส้น                   |
| แดงดอกชบา   | T1170 C5 M90 Y80 K0     | เสน ได้แดงสด                            |
| ก้ามปูอสุรา | T1200 C10 M80 Y100 K5   | เหลือง เจือขาวเล็กน้อย เทียบสีก้ามปู |

หน้า 82 ยกคำบรรยายแดงชาดจากหนังสือสัพะ พะจะนะ พาสาไท ว่าเป็นสีเหมือนไฟหรือพระอาทิตย์ อีกสี่สีที่เหลือเลื่อนออกจากจุดนั้นคนละทาง หงชาดลดแดงและเหลืองลงมาก แดงตัดคงค่าเดิมแล้วเพิ่มดำ แดงดอกชบาลดฟ้าลงเหลือ 5 ส่วนก้ามปูอสุราลดแดงลงเหลือ 80 และคงเหลืองไว้เต็ม 100 จึงอมส้มที่สุดในกลุ่ม แบรนด์ที่อยากได้ชุดสีแดงหลายระดับจากเรื่องเล่าเดียว เลือกห้าสีนี้แล้วเล่าได้ว่าทุกเฉดผสมต่อจากวัสดุตัวเดียวกัน

### ชาดอ้ายมุ่ยกับชาดจอแสคืออะไร

ทั้งสองชื่อมาจากวิธีตั้งชื่อตามแหล่งวัตถุดิบในจีน ซึ่งหน้า 82 นับเป็นหนึ่งในสี่วิธีตั้งชื่อสีในหมู่สีแดง หน้า 84 อธิบายว่าคนไทยเรียกผลึกชาดที่ยังไม่แปรรูปว่าชาดก้อน ชาดอ้ายมุ่ย หรือชาดเอ้หมึง คำว่าอ้ายมุ่ยและเอ้หมึงตรงกับชื่อเมืองเซี่ยเหมินในมณฑลฝูเจี้ยน เพราะสมัยก่อนนำเข้าชาดก้อนจากเมืองนั้น ส่วนหน้า 83 อธิบายว่าจอแสมาจากคำจีนว่าจูซา ซึ่งหมายถึงแร่ซินนาบาร์ ชื่อนี้สะกดต่างกันในเล่มเดียว หน้า 82 เขียนว่าจอแซ หน้า 83 เขียนว่าจอแส แบรนด์ที่หยิบชื่อเหล่านี้ไปใช้ควรเลือกการสะกดแบบเดียวและใช้ให้ตรงกันทุกสื่อ

### แดงดอกชบา แดงยอ และแดงมณี ใช้รหัสเดียวกันได้ไหม

ใช้รหัสเดียวกันไม่ได้ แม้หน้า 82 จะสรุปจากเอกสารเก่าและคำให้สัมภาษณ์ของผู้รู้ว่าแดงดอกชบา แดงดอกทับทิม แดงยอ และแดงมณี เป็นสีเดียวกัน ระบบไทยโทนก็แยกทั้งสี่ชื่อเป็นสี่รหัส และวางดอกทับทิมไว้ในหมู่สีส้มด้วย

| ชื่อ                     | รหัส  | ค่า CMYK       |
| ------------------------ | ----- | -------------- |
| แดงดอกชบา              | T1170 | C5 M90 Y80 K0  |
| แดงยอ                   | T1190 | C15 M90 Y50 K5 |
| แดงมณี                  | T1250 | C15 M90 Y80 K5 |
| ดอกทับทิม (หมู่สีส้ม) | T2080 | C10 M80 Y90 K0 |

แดงยอมีค่าเหลือง 50 ขณะที่อีกสามชื่ออยู่ที่ 80 ถึง 90 เฉดจึงอมชมพูกว่าชัดเจน ตารางจัดกลุ่มตอนต้นบทวางแดงยอไว้ในกลุ่มพืชตามคำบรรยายว่าย้อมจากรากญอ ซึ่งเป็นคนละเกณฑ์กับข้อสรุปเรื่องชื่อพ้องในหน้า 82 สำหรับงานออกแบบ ให้ยึดรหัสเป็นหลัก แล้วใช้ชื่อพ้องเป็นเรื่องเล่าประกอบ

## ดินแดง สีแดงที่หาได้ในประเทศ

ดินแดงมาจากดินแดงหรือดินลูกรัง วิทยานิพนธ์หน้า 84 ระบุว่าดินชนิดนี้พบมากในแผ่นดินไทย ดินแดงจึงเป็นสีที่ใช้มากที่สุดในหมู่สีแดงเพราะราคาถูกและไม่ต้องนำเข้า ผู้วิจัยจัดให้เป็นสีที่เป็นเอกลักษณ์ไทยด้วยเหตุผลนี้

บทวิเคราะห์หน้า 82 เล่าหลักฐานประกอบสองข้อ ข้อแรก เอกสารจีนเคยเรียกดินแดนแถบนี้ว่า "เฉ้กโท้" ซึ่งแปลว่าประเทศดินแดง ข้อสอง จากการดูภาพจิตรกรรมโดยรวม ผนังโบสถ์ใช้สีดินแดงเป็นสีพื้นรอบด้านมากกว่าสีแดงอื่น ผู้วิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะแดงชาดต้องนำเข้าและมีราคาแพง

ในกลุ่มดินแดงยังมีดินแดงเทศ (T1040) ซึ่งนำเข้าจากอินเดีย วิทยานิพนธ์บรรยายว่าเนื้อสีแข็งกว่าและแดงสดกว่าดินแดงไทย ค่า C40 M100 Y100 K10 ของดินแดงเทศจึงมีสีแดงมากกว่าดินแดงไทยที่ M80

### ดินแดงใช้เป็นสีเส้นได้ไหม

ใช้ได้เมื่อผสมเขม่า ดินแดงตัด (T1050 ค่า C50 M100 Y90 K25) คือดินแดงที่ช่างเติมเขม่าดำไว้เขียนเส้น รายการสีหน้า 84 บันทึกว่าเข้มกว่าแดงตัดซึ่งทำจากชาด ถ้าต้องการเส้นที่อ่อนลง ช่างเติมรงลงในดินแดงแทน ได้หงดินตัด (T1070) กลุ่มดินแดงจึงมีทั้งสีพื้น สีอ่อน และสีเส้นอยู่ในวัสดุเดียว

## สีแดงจากแมลง ลิ้นจี่ ครั่ง และกุหลาบ

สีแดงกลุ่มแมลงได้มาจากแมลงสองชนิด คือแมลงโคชินีลและแมลงครั่ง วิทยานิพนธ์หน้า 85 บรรยายลิ้นจี่ (T1160) ว่าเป็นสีสำเร็จจากจีน ขายเป็นห่อในรูปสีฝุ่นที่ต้องละลายน้ำก่อนใช้ จีนเรียกว่าอินจี่ ช่างใช้เขียนเส้นเล็ก ๆ ที่เรียกว่าเส้นฮ่อตัด และเขียนเฉพาะพื้นที่ที่มีลวดลายเล็ก สีนี้ทำจากแมลงโคชินีลเช่นเดียวกับแดงตัวเปี๊ย ผู้วิจัยหมายเหตุไว้ว่าไม่แน่ใจว่าสีที่ขายในปัจจุบันยังทำจากแมลงหรือไม่ เพราะวัตถุดิบราคาแพง

น้ำครั่ง (T1180 ค่า C10 M90 Y80 K0) มาจากรังของแมลงครั่ง ถ้าใช้ย้อมผ้าจะได้สีตั้งแต่ชมพูถึงแดง ถ้าใช้ในงานจิตรกรรม ช่างนำไปเคี่ยว ตากให้แห้ง แล้วบดเป็นผงจะได้สีแดงลิ้นจี่ ส่วนกุหลาบ (T1230) ผสมจากสีครั่งกับฝุ่นขาวเจือรงเล็กน้อย ได้สีชมพูอ่อนเหมือนกลีบกุหลาบ

### สีลิ้นจี่ทำจากผลลิ้นจี่ไหม

ไม่ได้ทำจากผลลิ้นจี่ วิทยานิพนธ์อธิบายว่าชื่อลิ้นจี่มาจากคำว่า "อินจี่" ในภาษาจีน และวัสดุคือแมลงโคชินีล ชื่อที่ฟังเหมือนผลไม้จึงเป็นการยืมเสียงจากภาษาจีน แบรนด์ผลไม้หรือของฝากที่อยากใช้ชื่อสีนี้โยงกับผลลิ้นจี่ควรเขียนเรื่องเล่าให้ตรงกับที่มาจริง

## สีแดงจากพืชและชื่อที่ยืมจากสิ่งรอบตัว

สีแดงกลุ่มพืชมีสองสีในรายการ แดงยอ (T1190) เป็นชื่อสีย้อมที่ได้จากรากญอป่า ส่วนน้ำหมาก (T1220 ค่า C25 M90 Y100 K20) เป็นสีแดงน้ำตาลจากการเคี่ยวหมากสุกผสมปูนแดง ทั้งสองสีมาจากวัตถุดิบที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวันมาก่อนจะเป็นชื่อสี

อีกเก้าสีในหมู่นี้ตั้งชื่อตามสิ่งที่เห็นแล้วนึกออกทันที วิทยานิพนธ์หน้า 85-86 ยกตัวอย่างไว้หลายชื่อ

1. **ก้ามปูหลุด (T1110)** สีแดงอมส้ม เทียบจากก้ามปูที่ต้มสุก
2. **ท้องสิงห์ (T1130)** สีแดงอมชมพูที่ช่างใช้ระบายตรงท้องของสิงห์ในจิตรกรรมไทย
3. **ดอกบานเย็น (T1210)** สีแดงอมชมพู มักใช้เรียกในสีย้อม เพราะงานจิตรกรรมไม่นิยมใช้
4. **เกสรชมพู่ (T1240)** สีเหมือนเกสรดอกของต้นชมพู่
5. **แดงมณี (T1250)** สีแดงเหมือนทับทิม และนับเป็นชื่อสีที่มีความหมายมงคล

### ฝุ่นแดงกับดินแดงเป็นสีเดียวกันไหม

ไม่ใช่สีเดียวกัน วิทยานิพนธ์บรรยายฝุ่นแดง (T1100 ค่า C20 M90 Y80 K0) ว่าเป็นผงสีที่มีขาย แดงสดกว่าดินแดงแต่ไม่สดเท่าแดงชาด ส่วนดินแดง (T1030) มีค่า C40 M80 Y90 K10 ฝุ่นแดงจึงอยู่ระหว่างสองสีนั้น และเป็นทางเลือกเมื่อแบรนด์ต้องการสีแดงที่สดกว่าดินแดงแต่ไม่แรงเท่าแดงชาด

## เลือกสีแดงไทยให้ตรงกับเรื่องเล่าของแบรนด์

สีแดงไทยแต่ละสีมีเรื่องเล่าผูกกับวัสดุ การเลือกจึงเริ่มจากวัตถุดิบหรือที่มาของสินค้า แล้วค่อยดูเฉด ขั้นตอนด้านล่างช่วยให้ทั้งสองอย่างไปด้วยกัน

1. **เริ่มจากวัตถุดิบของสินค้า** สินค้าที่ผลิตจากดินหรือเครื่องปั้นเข้ากับกลุ่มดินแดง ผ้าย้อมครั่งเข้ากับน้ำครั่ง สินค้าที่ต้องการภาพความประณีตแบบงานช่างเข้ากับแดงชาด
2. **อ่านคำบรรยายวัสดุก่อนใช้ชื่อ** ชื่ออย่างลิ้นจี่ กุหลาบ และดอกบานเย็น ไม่ได้บอกวัสดุจริง ต้องเปิดคำบรรยายในวิทยานิพนธ์ก่อนเขียนเรื่องเล่า
3. **เลือกสีรองจากกลุ่มเดียวกัน** กลุ่มดินแดงมีทั้งหงดินสำหรับพื้นอ่อนและดินแดงตัดสำหรับเส้น ชุดสีที่มาจากวัสดุเดียวจะเล่าเรื่องได้ต่อเนื่อง วิธีตั้งชื่อเฉดอ่อนเข้มด้วยคำช่างอยู่ใน[ชื่อสีไทย หง มอ ตัด ช่างเรียกเฉดอ่อนเข้มอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/thai-color-names-hong-mo-tut-tint-shade)
4. **แยกเรื่องเล่ากับวัสดุพิมพ์ให้ชัด** ฉลากที่พิมพ์ด้วยหมึกทั่วไปใช้คำว่าสีเทียบเฉดดินแดงหรือเทียบเฉดแดงชาด ไม่ควรเขียนว่าพิมพ์ด้วยสีธรรมชาติ ส่วนสีทาร้านและป้าย ควรตรวจเรื่องสารตะกั่วตามที่อธิบายไว้ใน[สีแดงในการสร้างแบรนด์ เลือกสีทาร้านและป้ายที่ไม่มีตะกั่ว](https://phygital.co.th/insights/red-color-brand-identity-meaning-guide)

แร่ชาดซึ่งเป็นแม่สีของหมู่นี้ ทั้งที่มา วิธีเตรียม และข้อควรระวังเรื่องปรอท อธิบายไว้ใน[แม่สีไทย คราม ชาด รง ทำจากอะไร และทำไมเข้มกว่าแม่สีสากล](https://phygital.co.th/insights/thai-primary-colors-indigo-cinnabar-gamboge)

## สรุป

หมู่สีแดงในระบบสีไทยโทนมี 26 สี และเมื่อแยกตามวัสดุที่วิทยานิพนธ์บรรยาย จะได้สีจากแร่ชาดห้าสี ดินแดงหกสี แมลงสี่สี พืชสองสี และสีที่ตั้งชื่อตามสิ่งเปรียบอีกเก้าสี ดินแดงเป็นสีที่ช่างใช้มากที่สุดเพราะหาได้ในประเทศและราคาถูก ต่างจากแดงชาดที่ต้องนำเข้า ชื่อสีหลายชื่อไม่ได้บอกวัสดุจริง เช่น ลิ้นจี่ที่ทำจากแมลงโคชินีลและได้ชื่อจากคำจีนว่าอินจี่ แบรนด์ที่เลือกสีแดงไทยควรเริ่มจากวัตถุดิบของสินค้า อ่านคำบรรยายวัสดุก่อนใช้ชื่อ และเขียนเรื่องเล่าบนฉลากให้ตรงกับสิ่งที่ใช้พิมพ์จริง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### สีแดงเลือดนกอยู่ในหมู่สีแดงของสีไทยโทนไหม

ไม่อยู่ในรายการ 26 สีของหมู่สีแดง ฟิจิทัลตรวจรายชื่อตั้งแต่ T1010 ถึง T1260 แล้วไม่พบชื่อนี้ ผู้ที่ต้องการใช้ชื่อแดงเลือดนกควรกำหนดค่าสีเอง และระบุในคู่มือว่าไม่ได้มาจากระบบไทยโทน

### หงสบาทแปลว่าอะไร

วิทยานิพนธ์หน้า 84 แปลว่าเท้าของหงส์ และระบุว่าเป็นชื่อสีเก่าที่มีหลักฐานตั้งแต่ปี 2397 เป็นสีขั้นที่สองที่ผสมจากลิ้นจี่กับขาวเจือรงเล็กน้อย รหัส T1090 ค่า C10 M50 Y20 K0 ได้สีแดงชมพู

### น้ำหมากกับน้ำครั่งใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันไม่ได้ น้ำหมาก (C25 M90 Y100 K20) มีสีดำ 20% และเหลืองเต็ม 100% จึงเป็นสีแดงน้ำตาล ส่วนน้ำครั่ง (C10 M90 Y80 K0) ไม่มีสีดำ จึงเป็นสีแดงสดกว่าชัดเจน สองสีนี้มาจากวัตถุดิบต่างกันด้วย คือหมากกับแมลงครั่ง

### สีแดงไทยสีไหนเหมาะกับสินค้าท้องถิ่นที่สุด

ดินแดงมีเหตุผลรองรับมากที่สุด เพราะวิทยานิพนธ์ระบุว่ามาจากดินที่พบมากในประเทศและไม่ต้องนำเข้า ส่วนแบรนด์ผ้าย้อมหรือหัตถกรรมที่ใช้ครั่งจริงในการผลิต ควรใช้น้ำครั่งเพราะเฉดและวัสดุตรงกับสินค้า

### ใช้สีแดงไทยในโลโก้ต้องพิมพ์ทดสอบไหม

ต้องทดสอบ ค่า CMYK ของสีไทยโทนเป็นค่ากลางสำหรับงานพิมพ์ และวิทยานิพนธ์ไม่ได้ระบุกระดาษหรือโปรไฟล์สีที่ใช้เทียบค่า จึงควรพิมพ์ทดสอบบนวัสดุจริงของฉลากหรือป้ายก่อนสั่งผลิต

## อยากได้สีแดงแบบไทยสำหรับโลโก้และฉลาก ที่เล่าเรื่องวัสดุของแบรนด์ได้จริง

ให้ PHYGITAL AGENCY เลือกสีแดงไทยให้ตรงกับวัตถุดิบของสินค้า กำหนดรหัสสีสำหรับทุกสื่อ และเขียนที่มาของสีไว้ในคู่มือแบรนด์ให้ทีมขายและทีมออกแบบใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
