# แม่ค้าออนไลน์กับบัญชีพิเศษ ข้อมูลที่แพลตฟอร์มส่งสรรพากร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/thai-online-sellers-social-live-commerce-guide · เผยแพร่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 · อ่าน 14 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

แพลตฟอร์มที่รายได้เกิน 1,000 ล้านบาทต้องส่งบัญชีพิเศษให้สรรพากรภายใน 150 วันหลังปิดรอบบัญชี มีเลขประจำตัว ยอดฐานค่านายหน้า และเลขบัญชีธนาคารของผู้ขาย

## Key Takeaways

- **ตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่ม 1 มกราคม 2567 แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในไทยและมีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทต้องส่ง "บัญชีพิเศษ" ให้กรมสรรพากร** — ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรลงวันที่ 27 ธันวาคม 2566
- **ไฟล์ที่แพลตฟอร์มส่งมีสองไฟล์** — ไฟล์แรกระบุเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขนิติบุคคล ชื่อผู้ขาย ยอดเงินที่เป็นฐานคิดค่านายหน้า และรายรับค่าธรรมเนียม ไฟล์ที่สองคือเลขบัญชีธนาคารของผู้ขาย
- **ธนาคารและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานอีกช่องทางหนึ่ง** — เมื่อบัญชีมีการฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี หรือตั้งแต่ 400 ครั้งและยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาท ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 3 สัตตรส

ผู้ขายรายย่อยบน TikTok Shop Shopee และ Lazada ส่วนใหญ่เห็นยอดขายของตัวเองผ่านหน้ารายงานของร้านเท่านั้น แต่ตั้งแต่รอบบัญชีปี 2567 เป็นต้นไป กรมสรรพากรกำหนดให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ทำบัญชีรายรับแยกรายผู้ขายแล้วส่งเข้าระบบของกรมทุกปี ประกาศฉบับนี้ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 328 ง วันที่ 28 ธันวาคม 2566

บทนี้อ่านจากตัวประกาศ หน้าอธิบายของระบบยื่นแบบกรมสรรพากร และเอกสารมาตรฐานไฟล์ RD FP.04-2566 ที่กรมสรรพากรเผยแพร่ให้แพลตฟอร์มใช้จัดทำข้อมูล แล้ววางคู่กับกฎหมายที่ให้ธนาคารรายงานบัญชีที่รับโอนถี่ เพื่อให้ผู้ขายเห็นว่ายอดขายของตัวเองถูกบันทึกไว้ที่ไหนบ้าง ก่อนถึงเวลายื่นภาษีเงินได้ประจำปี

## บัญชีพิเศษของแพลตฟอร์มคืออะไร

บัญชีพิเศษคือบัญชีตามมาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร ที่แสดงข้อมูลรายรับของแพลตฟอร์มซึ่งได้รับจากผู้ประกอบการแต่ละราย อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศเกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีบัญชีพิเศษ ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2566 โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[หน้าอธิบายของระบบ e-Filing](https://efiling.rd.go.th/rd-cms/platform) นิยามอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มว่าเป็นผู้ให้บริการสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริหารจัดการข้อมูลเพื่อเชื่อมผู้ประกอบการกับผู้บริโภคให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนผู้ประกอบการหมายถึงบุคคลที่เสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม คำนี้จึงครอบคลุมทั้งแม่ค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาและร้านที่จดเป็นบริษัท

### แพลตฟอร์มแบบไหนต้องส่งบัญชีพิเศษ

แพลตฟอร์มที่มีหน้าที่ต้องเข้าเงื่อนไขสองข้อพร้อมกัน คือจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย และมีรายได้จากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีมากกว่า 1,000 ล้านบาท ประกาศยกเว้นกิจการที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงาน ก.ล.ต. แพลตฟอร์มเล็กที่รายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จึงไม่มีหน้าที่นี้ แต่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มเหล่านั้นยังมีหน้าที่ยื่นภาษีจากเงินได้ของตัวเองตามปกติ

### แพลตฟอร์มส่งข้อมูลเมื่อไร

แพลตฟอร์มต้องนำส่งข้อมูลขึ้นระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี แพลตฟอร์มที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม จึงมีกำหนดส่งราวปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป ประกาศใช้กับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567 ข้อมูลยอดขายปี 2567 จึงเป็นชุดแรกที่เข้าระบบ

## ช่องข้อมูลของผู้ขายในไฟล์ที่ส่งกรมสรรพากร

เอกสาร [มาตรฐาน RD FP.04-2566 ว่าด้วยการจัดทำบัญชีพิเศษสำหรับอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม](https://www.rd.go.th/fileadmin/user%5Fupload/tortor/standard/FP-04-2566%5FSpecial%5FReport%5Ffor%5FElectronic%5FPlatform%5FV01.01.0000.pdf) กำหนดไฟล์แรกไว้สองส่วน ส่วนควบคุมบอกเลขนิติบุคคลของแพลตฟอร์ม วันเริ่มและวันสิ้นรอบบัญชี และยอดรวมทุกแถว ส่วนรายการของผู้ประกอบการมีหนึ่งแถวต่อผู้ขายหนึ่งราย

| ลำดับ | ช่องข้อมูลของผู้ขาย                                           | บังคับหรือไม่                                |
| ----- | ----------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------- |
| 1     | เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล                  | ใส่ตามเงื่อนไข                               |
| 2     | เลขหนังสือเดินทาง หรือเลขนิติบุคคลต่างประเทศ                 | ใช้แทนช่อง 1 เมื่อไม่มีเลขไทย             |
| 3-6   | คำนำหน้า ชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล                                  | ชื่อบังคับ นามสกุลบังคับสำหรับบุคคลธรรมดา |
| 7     | จำนวนเงินที่เป็นฐานในการคำนวณค่านายหน้า (รวมทุกบัญชี) | บังคับ                                         |
| 8     | จำนวนรายรับค่านายหน้า (รวมทุกบัญชี)                         | บังคับ                                         |
| 9     | จำนวนเงินที่เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการชำระเงิน  | บังคับ                                         |
| 10    | จำนวนรายรับค่าธรรมเนียมการชำระเงิน                          | บังคับ                                         |
| 11    | จำนวนรายรับอื่น ๆ (รวมทุกบัญชี)                               | บังคับ                                         |
| 12    | สถานะของแถว (เพิ่ม ลบ หรือแก้ไข)                               | บังคับ                                         |

### ยอดขายของร้านอยู่ในช่องไหน

ไฟล์ไม่มีช่องชื่อ "ยอดขาย" ตรง ๆ ช่องที่ใกล้ที่สุดคือช่อง 7 จำนวนเงินที่เป็นฐานในการคำนวณค่านายหน้า และช่อง 9 ฐานคำนวณค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ชื่อช่องบอกว่าเป็นยอดเงินที่แพลตฟอร์มใช้คิดค่าธรรมเนียม มาตรฐานไฟล์ไม่ได้นิยามต่อว่ายอดนี้หักส่วนลดหรือค่าส่งแล้วหรือยัง ส่วนช่อง 8 กับ 10 คือเงินที่แพลตฟอร์มหักจากร้านไปเป็นรายได้ของตัวเอง ผู้ขายจึงควรเก็บรายงานยอดขายและรายงานค่าธรรมเนียมของร้านไว้ทั้งสองแบบ

### ร้านหลายบัญชีบนแพลตฟอร์มเดียวถูกรวมยอดหรือไม่

รวม ช่อง 7 ถึง 11 ในมาตรฐานเขียนกำกับว่า "รวมทุกบัญชีของผู้ประกอบการ" ผู้ขายที่เปิดร้านสองสามร้านบนแพลตฟอร์มเดียวด้วยเลขประจำตัวประชาชนเดียวกันจึงปรากฏเป็นแถวเดียว ยอดของทุกร้านถูกรวมไว้ด้วยกัน การแยกร้านตามหมวดสินค้าช่วยเรื่องการตลาดได้ แต่ไม่ได้แยกยอดในไฟล์ที่ส่งกรมสรรพากร ถ้าร้านจดทะเบียนในชื่อนิติบุคคล แถวของร้านนั้นใช้เลขนิติบุคคลแยกจากเลขของเจ้าของ

## ไฟล์เลขบัญชีธนาคารของผู้ขาย

ไฟล์ที่สองในมาตรฐานเดียวกันชื่อว่าไฟล์เลขที่บัญชีธนาคารของผู้ประกอบการ ใช้คู่กับไฟล์แรก เอกสารระบุว่าเมื่อข้อมูลเกิน 500,000 รายการต้องแยกไฟล์ โดยไฟล์อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มต้องสัมพันธ์กับไฟล์เลขบัญชีธนาคาร บัญชีที่ผู้ขายผูกไว้กับร้านเพื่อรับเงินจากแพลตฟอร์มจึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลชุดนี้

การส่งข้อมูลทั้งสองไฟล์ต้องลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยใบรับรองที่ยังไม่หมดอายุ และส่งผ่านระบบนำเข้าข้อมูลการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร แพลตฟอร์มจะส่งเองหรือมอบหมายผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลก็ได้ ผู้ให้บริการกลุ่มนี้ต้องผ่านการประเมินความมั่นคงปลอดภัยตามข้อเสนอแนะมาตรฐาน ขมธอ. 35-2566 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

### ผู้ขายควรใช้บัญชีธนาคารแบบไหนรับเงินจากแพลตฟอร์ม

ใช้บัญชีที่รับเฉพาะเงินของร้าน บัญชีที่ผูกกับแพลตฟอร์มปรากฏในไฟล์ที่สองอยู่แล้ว ถ้าบัญชีนั้นรับเงินเดือน เงินจากครอบครัว และเงินโอนคืนจากเพื่อนปนกัน ผู้ขายต้องใช้เวลาแยกรายการเองตอนยื่นภาษี หรือตอนที่เจ้าหน้าที่ขอคำอธิบาย บัญชีแยกของร้านทำให้ยอดเงินเข้าตรงกับรายงานของแพลตฟอร์มโดยไม่ต้องหักลบรายการส่วนตัว

## ธนาคารรายงานบัญชีที่รับโอนถี่

ช่องทางที่สองมาจาก [พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562](https://www.rd.go.th/fileadmin/user%5Fupload/kormor/newlaw/p48.pdf) ซึ่งเพิ่มมาตรา 3 สัตตรส ให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานข้อมูลบุคคลที่มี "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ในปีที่ผ่านมาต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี รายงานครั้งแรกมีกำหนดภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

ธุรกรรมลักษณะเฉพาะมีสองแบบ แบบแรกคือฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป แบบที่สองคือฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้ง และยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป กฎหมายให้อธิบดีเก็บข้อมูลที่ได้รับไว้ไม่เกินสิบปี และกฎกระทรวงปรับจำนวนครั้งหรือยอดรวมให้สูงขึ้นได้

### ยอดโอน 400 ครั้งหมายความว่าต้องเสียภาษีหรือไม่

ไม่ใช่ เกณฑ์ 400 ครั้งกับ 2 ล้านบาทเป็นเกณฑ์ที่ทำให้ธนาคารมีหน้าที่รายงาน ไม่ใช่เกณฑ์ที่สร้างภาระภาษีใหม่ ภาษีเงินได้ยังคิดจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเหมือนเดิม ผู้ขายที่ยื่นแบบครบและเก็บหลักฐานต้นทุนไว้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเพราะถูกรายงาน ส่วนผู้ขายที่ยังไม่เคยยื่นแบบเลยควรเริ่มยื่นในปีภาษีถัดไป

### รับโอนหลายธนาคารถูกนับรวมกันไหม

ตัวบทให้ผู้มีหน้าที่รายงาน "เฉพาะที่อยู่ในความครอบครอง" ของตน แต่ละธนาคารจึงนับธุรกรรมในบัญชีของลูกค้าที่อยู่กับธนาคารนั้น ผู้ขายที่กระจายรับโอนสามธนาคารอาจไม่ถึงเกณฑ์ในธนาคารใดเลย การกระจายบัญชีไม่ได้ลดภาษีสักบาท เพราะหน้าที่ยื่นภาษีผูกกับเงินได้ ไม่ได้ผูกกับการถูกรายงาน และยังทำให้การรวมยอดรายรับตอนสิ้นปียากขึ้นอีก

## สองช่องทางรายงานเทียบกัน

ข้อมูลสองชุดนี้มาจากกฎหมายคนละฉบับ ส่งคนละเวลา และบันทึกคนละมุม ตารางวางไว้ให้เทียบทีละข้อ

| ประเด็น            | บัญชีพิเศษของแพลตฟอร์ม                                  | รายงานธุรกรรมลักษณะเฉพาะ                                         |
| ------------------ | ---------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------- |
| ฐานกฎหมาย         | มาตรา 17 ประมวลรัษฎากร + ประกาศอธิบดี 27 ธ.ค. 2566       | มาตรา 3 สัตตรส (พ.ร.บ. ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562)                     |
| ผู้รายงาน         | แพลตฟอร์มในไทยที่รายได้เกิน 1,000 ล้านบาท           | ธนาคาร สถาบันการเงินของรัฐ ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์   |
| ใครอยู่ในรายงาน | ผู้ขายบนแพลตฟอร์ม หน้าอธิบายไม่ได้ระบุยอดขั้นต่ำ | เฉพาะบัญชีที่ถึงเกณฑ์ 3,000 ครั้ง หรือ 400 ครั้งและ 2 ล้านบาท |
| กำหนดส่ง          | ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชีของแพลตฟอร์ม            | ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี                                       |
| สิ่งที่บันทึก    | ฐานค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม เลขบัญชีธนาคาร            | จำนวนครั้งและยอดรวมของเงินเข้า                               |

### ผู้ขายยอดน้อยถูกรวมอยู่ในบัญชีพิเศษด้วยหรือไม่

หน้าอธิบายของกรมสรรพากรและมาตรฐานไฟล์ไม่ได้ระบุยอดขั้นต่ำของผู้ขายไว้ เงื่อนไข 1,000 ล้านบาทใช้กับรายได้ของแพลตฟอร์ม ส่วนแถวในไฟล์นิยามตามผู้ประกอบการที่เสนอสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม ต่างจากรายงานของธนาคารที่มีเกณฑ์จำนวนครั้งและยอดเงินชัดเจน ผู้ขายที่ขายไม่กี่สิบออเดอร์ต่อปีบนแพลตฟอร์มใหญ่จึงควรถือว่ายอดของตัวเองอยู่ในไฟล์ได้

## ยอดขายทุกช่องทางกับเส้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.8 ล้านบาท

[หน้าผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม](https://www.rd.go.th/7061.html) ของกรมสรรพากรระบุว่าผู้ประกอบกิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเป็นปกติธุระเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน เส้นนี้นับรายรับของผู้ประกอบการคนเดียวกันรวมทุกช่องทาง

ร้านที่ขายบน TikTok Shop 900,000 บาท บน Shopee 600,000 บาท และปิดการขายในแชตอีก 400,000 บาท มีรายรับรวม 1.9 ล้านบาท แม้ไม่มีช่องทางไหนเกิน 1.8 ล้านบาทเลยก็ตาม ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างการบวกยอด ไม่ใช่ข้อมูลของร้านจริง

### วันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทนับจากอะไร

นับจากวันที่ยอดรายรับสะสมของปีผ่านเส้น 1.8 ล้านบาท ผู้ขายที่ดูยอดเฉพาะตอนสิ้นปีจะรู้ช้าเกินไป เพราะกำหนด 30 วันเริ่มนับตั้งแต่วันที่ยอดเกิน ร้านที่ขายหลายแพลตฟอร์มควรรวมยอดทุกช่องทางทุกเดือน ถ้ายอดสะสมเข้าใกล้ 1.5 ล้านบาทก่อนไตรมาสสุดท้าย ควรคุยกับผู้ทำบัญชีเรื่องการจดทะเบียนและการตั้งราคาที่รวมภาษีไว้ล่วงหน้า

### ภาษีเงินได้ของแม่ค้าออนไลน์คิดอย่างไร

เงินได้จากการขายของคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประเภทเงินได้และอัตราหักค่าใช้จ่ายที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งบทนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด วิธีแยกประเภทเงินได้ อัตราหักค่าใช้จ่าย และกำหนดยื่นแบบครึ่งปีกับสิ้นปี อยู่ใน[เจาะทำเลอารีย์-ประดิพัทธ์ ฟรีแลนซ์ยื่นภาษีเงินได้ประเภทไหน](https://phygital.co.th/insights/ari-pradipat-creative-district-freelance-location) ซึ่งอธิบายหลักเดียวกันที่ใช้กับผู้มีเงินได้นอกจากเงินเดือน

## ขายในไลฟ์ ขายในแชต ข้อมูลไปถึงกรมสรรพากรต่างกันอย่างไร

คำสั่งซื้อที่ลูกค้ากดจากตะกร้าระหว่างไลฟ์บนแพลตฟอร์มผ่านระบบชำระเงินของแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มหักค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมไว้ก่อนโอนเงินส่วนที่เหลือให้ร้าน ยอดนี้จึงเข้าไฟล์บัญชีพิเศษในช่อง 7 ถึง 10

คำสั่งซื้อที่ปิดในแชตแล้วลูกค้าโอนเข้าบัญชีร้านโดยตรงไม่ผ่านระบบชำระเงินของแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มไม่ได้รับค่านายหน้าจากยอดนั้น บัญชีพิเศษบันทึกรายรับของแพลตฟอร์มจากผู้ประกอบการ ยอดโอนตรงจึงไม่มีแถวให้บันทึก ยอดแบบนี้ไปปรากฏในรายงานของธนาคารเมื่อบัญชีถึงเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ

### ไลฟ์ขายของต้องระวังอะไรนอกจากภาษี

คำพูดขายของระหว่างไลฟ์เป็นข้อความโฆษณาแบบหนึ่ง สรรพคุณที่พูดเกินจริงหรือพิสูจน์ไม่ได้เข้าข่ายกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค การติดป้ายบอกว่าคลิปรีวิวเป็นโฆษณา และหลักฐานที่ผู้ขายควรเก็บ อยู่ใน[รับทำโฆษณา TikTok Ads คลิปรีวิวแบบไหนนับเป็นโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/tiktok-lemon8-ads-agency) ส่วนร้านที่ใช้ผู้ดำเนินรายการเสมือนจริงแทนคนไลฟ์มีกติกาเรื่องป้ายกำกับเพิ่มอีกชั้น ตามที่อธิบายใน[สร้าง Virtual KOL และไลฟ์ขายของด้วย AI ต้องติดป้ายเมื่อไร](https://phygital.co.th/insights/virtual-kol-ai-live-commerce-agency)

### ผู้ขายที่ขายทั้งไลฟ์และแชตควรจดอะไรเพิ่ม

จดยอดแชตแยกเป็นรายวัน พร้อมหลักฐานการโอนและเลขพัสดุ ยอดไลฟ์บนแพลตฟอร์มดึงรายงานจากหลังร้านได้ย้อนหลัง แต่ยอดแชตมีหลักฐานอยู่แค่ในข้อความและสลิป ถ้าไม่จดตั้งแต่วันขาย สิ้นปีผู้ขายจะรวมยอดได้จากรายการเดินบัญชีเท่านั้น ซึ่งปนเงินคืน เงินมัดจำ และเงินที่โอนผิดไว้ด้วยกัน ตารางรายวันง่าย ๆ หนึ่งแผ่นแก้ปัญหานี้ได้

## ทำบัญชีรายรับให้ตรงกับรายงานของแพลตฟอร์ม

งานที่ผู้ขายรายย่อยทำได้เองทุกเดือนมีสามอย่าง ดาวน์โหลดรายงานยอดขายและรายงานค่าธรรมเนียมจากหลังร้านทุกแพลตฟอร์มเก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียว จดยอดแชตกับยอดหน้าร้านแยกเป็นรายวัน และรวมยอดทุกช่องทางเทียบกับเส้น 1.8 ล้านบาทของภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าทำสามอย่างนี้ครบ ตัวเลขที่ผู้ขายยื่นจะมาจากเอกสารชุดเดียวกับที่แพลตฟอร์มใช้ทำบัญชีพิเศษ

ร้านที่เริ่มมียอดจากหลายช่องทางควรคุยกับผู้ทำบัญชีก่อนปิดปี ไม่ใช่หลังได้รับจดหมายจากกรมสรรพากร ร้านเครื่องสำอางที่ขายผ่านไลฟ์ยังมีเรื่องต้องเตรียมก่อนวางขายอีกชั้น คือการจดแจ้งกับ อย. ตามที่อธิบายใน[แบรนด์เครื่องสำอาง OEM ต้องจดแจ้ง อย. ในชื่อใคร](https://phygital.co.th/insights/thailand-cosmetics-skincare-own-brand-oem-guide) ส่วนมุมของแพลตฟอร์มที่รายงานตัวเลขโฆษณาให้ผู้ลงโฆษณาอยู่ใน[เอเจนซีรับทำโฆษณาออนไลน์ ตัวเลขในรายงานเชื่อได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/online-advertising-agency)

## สรุป

ตั้งแต่รอบบัญชีปี 2567 แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในไทยและมีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาทต้องส่งบัญชีพิเศษให้กรมสรรพากรภายใน 150 วันหลังปิดรอบบัญชี ไฟล์มีเลขประจำตัว ชื่อ ยอดฐานค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม และเลขบัญชีธนาคารของผู้ขาย ขณะที่ธนาคารรายงานบัญชีที่รับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้ง หรือ 400 ครั้งและ 2 ล้านบาท ภายในเดือนมีนาคม ผู้ขายควรรวมยอดทุกช่องทางทุกเดือนและใช้บัญชีรับเงินแยกของร้าน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ประกาศบัญชีพิเศษของแพลตฟอร์มลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อไร

ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 328 ง วันที่ 28 ธันวาคม 2566 ตัวประกาศลงนามวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และมีผลกับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567

### ผู้ขายต้องยื่นอะไรกับกรมสรรพากรเพิ่มเพราะประกาศนี้หรือไม่

ไม่ต้อง ประกาศนี้สร้างหน้าที่ให้แพลตฟอร์ม ผู้ขายยังมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีเงินได้ของตัวเองเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือกรมสรรพากรมีข้อมูลจากแพลตฟอร์มไว้เทียบกับแบบที่ผู้ขายยื่น

### แพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยต้องส่งบัญชีพิเศษไหม

หน้าอธิบายของกรมสรรพากรระบุคุณสมบัติแรกว่าแพลตฟอร์มต้องจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย แพลตฟอร์มที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยจึงไม่เข้าเงื่อนไขตามประกาศฉบับนี้

### ผู้ขายที่เป็นชาวต่างชาติถูกบันทึกอย่างไร

มาตรฐานไฟล์มีช่องเลขหนังสือเดินทางของบุคคลธรรมดาต่างประเทศ หรือเลขทะเบียนนิติบุคคลต่างประเทศ ให้แพลตฟอร์มใส่แทนเลขประจำตัวประชาชนเมื่อผู้ขายไม่มีเลขไทย

### เงินที่ลูกค้าคืนสินค้าแล้วแพลตฟอร์มคืนเงินถูกหักออกจากไฟล์หรือไม่

มาตรฐานไฟล์มีช่องสถานะแถวที่รับค่าเพิ่ม ลบ และแก้ไข แต่ไม่ได้อธิบายวิธีคิดยอดคืนสินค้า ผู้ขายควรเก็บรายงานคืนเงินจากหลังร้านไว้เป็นหลักฐานของตัวเอง แล้วสอบถามแพลตฟอร์มว่ายอดในช่องฐานค่านายหน้าคิดหลังหักคืนแล้วหรือไม่

### ร้านที่จดทะเบียนเป็นบริษัทแล้วอยู่ในไฟล์เหมือนบุคคลธรรมดาไหม

อยู่ในไฟล์เหมือนกัน แต่ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลในช่องแรก และช่องนามสกุลเว้นว่าง ยอดของบริษัทแยกจากยอดของเจ้าของที่อาจเปิดร้านในชื่อตัวเองอีกร้านหนึ่ง

## ยอดขายของร้านออนไลน์กระจายอยู่ในหลังร้านหลายแพลตฟอร์ม แชต และสลิปโอนเงิน เจ้าของร้านจึงไม่รู้ยอดรวมจริงจนถึงวันยื่นภาษี

ให้ PHYGITAL AGENCY ทำหน้าร้านบนเว็บไซต์ของคุณเองพร้อมระบบคำสั่งซื้อที่เก็บยอดนอกแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
