# ชื่อสีไทย หง มอ ตัด ช่างเรียกเฉดอ่อนเข้มอย่างไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/thai-color-names-hong-mo-tut-tint-shade · เผยแพร่ 19 กันยายน 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ช่างไทยใช้คำว่า หง มอ และตัด บอกว่าสีถูกผสมให้อ่อนหรือเข้มลง บทนี้อธิบายกติกาของแต่ละคำ ค่าสีที่เปลี่ยนตามชื่อ และวิธีนำไปตั้งชื่อเฉดในชุดสีของแบรนด์

## Key Takeaways

- **คำนำหน้า "หง" และ "มอ" บอกว่าสีถูกผสมให้อ่อนลง** — หงใช้กับหมู่สีแดงและหมู่สีเสน เช่น หงชาด หงดิน หงเสน ส่วนมอใช้กับหมู่สีดำและหมู่สีน้ำเงิน เช่น มอคราม มอหมึก ช่างเขียนไทยใช้สองคำนี้ในความหมายเดียวกับ Tint ของช่างตะวันตก
- **คำต่อท้าย "ตัด" บอกว่าสีถูกเติมสีดำให้คล้ำลง** — ตรงกับ Shade ค่าสีในระบบสีไทยโทนยืนยันกติกานี้ แดงตัดมีค่า C20 M100 Y100 K30 ซึ่งคือแดงชาด C20 M100 Y100 K0 ที่เพิ่มเฉพาะสีดำอีก 30%
- **คำช่างใช้ตั้งชื่อเฉดในชุดสีแบรนด์ได้ ถ้าคงกติกาเดิมไว้** — หงกับมอแบ่งตามหมู่สีร้อนและเย็น ส่วนตัดมีอีกความหมายว่าสีสำหรับตัดเส้น ชุดสีที่ยืมคำช่างจึงต้องเขียนนิยามกำกับไว้ในคู่มือ

ชุดสีของแบรนด์ส่วนใหญ่มีสีหลักหนึ่งสี แล้วแตกเป็นเฉดอ่อนและเข้มอีกหลายระดับสำหรับพื้นหลัง เส้นกรอบ และตัวอักษร ปัญหาเริ่มตอนตั้งชื่อ ทีมเว็บเรียกว่าแดง 100 ถึงแดง 900 ทีมกราฟิกเรียกแดงอ่อนกับแดงเข้ม โรงพิมพ์ได้ยินอีกชุดคำหนึ่ง พอแบรนด์อยากให้ชื่อสีฟังเป็นไทย ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากคำไหน และกลัวใช้คำโบราณผิดความหมาย

บทนี้อธิบายระบบคำที่ช่างเขียนไทยใช้เรียกความอ่อนแก่ของสี ได้แก่ หง มอ ตัด และคำขยายอย่าง อ่อน แก่ อม พร้อมค่าสีจริงจากระบบสีไทยโทนที่แสดงว่าชื่อแต่ละแบบเปลี่ยนค่าสีไปทางไหน แหล่งหลักคือวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ ดร.ไพโรจน์ พิทยเมธี ใช้จัดรหัสให้สีไทยทั้ง 168 สี ท้ายบทมีขั้นตอนนำคำเหล่านี้ไปตั้งชื่อเฉดในชุดสีแบรนด์

## คำเรียกสีไทยมีกี่ชั้น

คำเรียกสีไทยมีสามชั้น [ดุษฎีนิพนธ์เรื่อง "การสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียะจากสีไทย"](http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/thapra/Pairoj%5FPittayamatee%5F2/fulltext.pdf) หน้า 44 แยกไว้ดังนี้

1. **คำเรียกสีสามัญ** คือคำที่คนทั่วไปใช้ เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเหลือง
2. **คำเรียกสีช่าง** คือคำเฉพาะในหมู่ช่างจิตรกรรมไทยและช่างทำหัวโขน
3. **คำเรียกสีย้อม** คือคำที่ใช้ในการย้อมผ้า

หง มอ และตัด อยู่ในชั้นคำเรียกสีช่าง ซึ่งเป็นชั้นที่บทนี้อธิบายเป็นหลัก

### ช่างไทยเรียกสีว่าอะไรก่อนมีคำว่าสี

ช่างรุ่นก่อนเรียกสีว่า "รงค์" หรือ "กระยารงค์" ซึ่งหมายถึงเครื่องสี วิทยานิพนธ์หน้า 44 อธิบายว่าคำนี้ยังเหลืออยู่ในคำอย่างเบญจรงค์และไตรรงค์ ส่วนน้ำกาวหรือยางไม้ที่ผสมให้สียึดติดผนัง ช่างเรียกว่า "น้ำยา" ผู้ที่อ่านตำราช่างเก่าจึงต้องแยกให้ออกว่ารงค์คือเนื้อสี และน้ำยาคือตัวประสาน

## หง มอ ตัด บอกอะไรเกี่ยวกับสี

หงและมอเป็นคำนำหน้าที่บอกว่าสีนั้นถูกผสมให้อ่อนลง ส่วนตัดเป็นคำต่อท้ายที่บอกว่าสีถูกเติมสีดำให้เข้มขึ้น วิทยานิพนธ์หน้า 42 วางกติกาไว้ว่า หงใช้กับหมู่สีแดงและหมู่สีเสน ซึ่งเป็นหมวดสีร้อน ส่วนมอใช้กับหมู่สีดำและหมู่สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นหมวดสีเย็น คำว่ามอเป็นคำเดียวกับ "มัว" ในคำอย่างมอซอหรือมัวซัว

ค่าสีในระบบไทยโทนแสดงให้เห็นว่าคำแต่ละคำเปลี่ยนค่าสีไปทางไหน

| สีตั้งต้น   | สีที่เปลี่ยนชื่อ | ค่า CMYK ของสีตั้งต้น | ค่า CMYK ของสีที่เปลี่ยนชื่อ |
| ------------- | ------------------- | ------------------------ | -------------------------------- |
| แดงชาด T1010 | หงชาด T1020        | C20 M100 Y100 K0         | C15 M70 Y50 K5                   |
| แดงชาด T1010 | แดงตัด T1060       | C20 M100 Y100 K0         | C20 M100 Y100 K30                |
| ดินแดง T1030  | หงดิน T1080        | C40 M80 Y90 K10          | C15 M50 Y40 K0                   |
| ดินแดง T1030  | ดินแดงตัด T1050    | C40 M80 Y90 K10          | C50 M100 Y90 K25                 |
| เสน T2010     | หงเสน T2020        | C0 M80 Y100 K0           | C0 M60 Y60 K0                    |
| คราม T5010    | มอคราม T5030        | C100 M80 Y40 K10         | C65 M40 Y20 K15                  |

แถวแดงตัดเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ค่า C M Y เท่ากับแดงชาดทุกช่อง ต่างกันเฉพาะ K ที่เพิ่มจาก 0 เป็น 30 ตรงกับนิยามของคำว่าตัดทุกประการ ส่วนแถวที่ขึ้นต้นด้วยหงและมอ ค่า C M และ Y ลดลงทุกแถว สอดคล้องกับการที่ช่างผสมสีฝุ่นขาวลงไป วิทยานิพนธ์บรรยายหงชาดว่าเป็นสีแดงชาดที่ผสมสีฝุ่นขาว และบรรยายมอครามว่าเป็นสีครามปนฝุ่น

### หงในชื่อสีกับหงส์ต่างกันอย่างไร

หงที่เป็นคำนำหน้าสีเขียนโดยไม่มี "ส์" วิทยานิพนธ์หน้า 42 ตั้งข้อสังเกตนี้ไว้โดยตรง หงชาด หงดิน และหงเสน จึงหมายถึงชาด ดินแดง และเสนที่ผสมให้อ่อนลง ส่วนหงสบาทเป็นชื่อสีอีกสีหนึ่งในหมู่สีแดง มีรหัส T1090 ค่า C10 M50 Y20 K0 ผู้ที่ตั้งชื่อสีแบรนด์จึงต้องสะกดให้ถูกก่อน เพราะตัวอักษรเดียวทำให้ความหมายเปลี่ยน

## คำว่าตัดมีสองความหมาย

ในศัพท์ช่าง ตัดหมายถึงทั้งการเติมสีดำให้คล้ำลง และสีที่ใช้เขียนเส้นขอบ ความหมายที่สองมาจากงานจริงในจิตรกรรมไทย วิทยานิพนธ์หน้า 84 บรรยายแดงตัดว่าเป็นแดงชาดปนเขม่าดำ ใช้เป็นสีตัดเส้น และระบุว่าจิตรกรรมไทยไม่นิยมใช้สีดำตัดเส้น ช่างมักใช้แดงตัดเขียนเส้นบนทองคำเปลวเพราะติดสีได้ดีกว่าสีอื่น

ดินแดงตัด (T1050) ก็เป็นสีตัดเส้นเช่นกัน และเข้มกว่าแดงตัด ส่วนหงดินตัด (T1070) รวมคำนำหน้ากับคำต่อท้ายไว้ในชื่อเดียว วิทยานิพนธ์อธิบายว่าเป็นดินแดงเจือรงให้อ่อน แล้วใช้ตัดเส้น ชื่อนี้จึงบอกทั้งวิธีผสมและหน้าที่ของสีในภาพไปพร้อมกัน

### ชุดสีแบรนด์ควรมีสีตัดเส้นแยกไหม

ควรมีเมื่อแบรนด์ใช้ลายเส้นหรือภาพประกอบเป็นส่วนสำคัญ ช่างไทยตามที่วิทยานิพนธ์บันทึกใช้แดงตัดหรือดินแดงตัดเขียนเส้นแทนสีดำ คือใช้สีในตระกูลเดียวกับภาพแต่เข้มกว่า แบรนด์ที่มีสีหลักเป็นแดงหรือส้มใช้หลักเดียวกันได้ โดยกำหนดสีหลักที่เติมดำเป็นสีเส้นขอบของไอคอนและภาพประกอบ แล้วบันทึกไว้เป็นสีประจำหน้าที่ในคู่มือ

## อ่อน กลาง แก่ เข้ม และคำว่าอม

นอกจากหง มอ ตัด ช่างยังใช้คำ อ่อน กลาง แก่ และเข้ม ต่อท้ายชื่อสีเพื่อบอกน้ำหนักสีหลายระดับ วิทยานิพนธ์หน้า 43 ยกตัวอย่างสีหม้อใหม่แก่ หม้อใหม่กลาง และหม้อใหม่อ่อน และระบุว่าวิธีนี้มีใช้เกือบทุกสี การใช้ค่าสีเดียวหลายระดับในภาพหนึ่งภาพ ช่างเรียกว่าเอกรงค์ (Monochrome) ส่วนการใช้หลายสีให้ประสานกลมกลืนเรียกว่าพหุรงค์

คำว่า "อม" ใช้ต่อท้ายสีหลักเมื่อมีสีอื่นแฝงอยู่เล็กน้อย วิทยานิพนธ์หน้า 44 ยกตัวอย่างสีขาวอมเหลือง คือสีขาวที่มีสีเหลืองผสมอยู่เล็กน้อย ในบรีฟงานออกแบบ คำนี้ช่วยบอกทิศทางของเฉดได้ แต่ยังต้องมีรหัสกำกับ เพราะคำว่าเล็กน้อยไม่ได้บอกปริมาณ

## ศัพท์ช่างสำหรับสีที่ผสมสามสี

เมื่อผสมสีหลักสองสีแล้วเติมสีที่สามลงไปเล็กน้อย ช่างเรียกขั้นตอนนี้ว่า "เจือ" และสีที่ได้มักมีชื่อใหม่ของตัวเอง วิทยานิพนธ์หน้า 43 บันทึกไว้เจ็ดชื่อ

| สีหลักสองสี  | สีที่เจือ | ชื่อสีที่ได้ |
| --------------- | ----------- | --------------- |
| คราม ผสมเหลือง | ขาว         | น้ำไหล         |
| คราม ผสมเหลือง | ดำ          | ไพร             |
| คราม ผสมขาว    | ดำ          | เมฆ             |
| คราม ผสมดำ     | ขาว         | ผ่านคราม       |
| แดง ผสมเหลือง  | ดำ          | น้ำรัก          |
| แดง ผสมขาว     | คราม        | ดอกตะแบก       |
| แดง ผสมดำ      | ขาว         | กะปิ            |

วิทยานิพนธ์ระบุต่อว่าสัดส่วนขึ้นกับความพอใจของช่างแต่ละคน สูตรเดียวกันจึงให้เฉดต่างกันได้ ตัวอย่างคือคำอธิบายของสีน้ำไหล (T5100) ในส่วนรายการสีระบุว่าเป็นครามผสมขาวเจือเหลืองรงเล็กน้อย ซึ่งสลับบทบาทของขาวกับเหลืองจากตารางด้านบน

### เจือ ถ่วง โฉบ ซับหนุน หมายถึงอะไร

ทั้งสี่คำเป็นศัพท์เทคนิคของการใช้สีไทยที่วิทยานิพนธ์ยกมาจากจุลทัศน์ พยาฆรานนท์ (2556) เจือคือการผสมสีที่สามลงในสีหลักสองสี ถ่วงคือการลดค่าสีให้เข้มขึ้นด้วยสีดำหรือสีคู่ตรงข้าม โฉบคือการลงสีบาง ๆ บนสีรองพื้นให้สีรองพื้นช่วยขับสีข้างบน และซับหนุนคือการทาสีรองก่อนเพื่อให้สีที่ลงทีหลังเด่นขึ้น เช่น ทาสีเสนก่อนลงสีคราม

## ชื่อสีไทยนอกศัพท์ช่างตั้งจากอะไร

ชื่อสีที่คนทั่วไปใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากคำช่าง แต่ยืมชื่อของสิ่งที่มีสีเดียวกัน วิทยานิพนธ์หน้า 44-46 ยกงานของกาญจนา นาคสกุล ที่แบ่งคำเรียกสีภาษาไทยตามสิ่งเปรียบเทียบไว้ 11 หมวด ตารางด้านล่างเลือกตัวอย่างหมวดละสองถึงสามชื่อพร้อมคำบรรยายจากหน้าเดียวกัน

| หมวดสิ่งเปรียบเทียบ | ตัวอย่างชื่อสีและคำบรรยาย                                                                      |
| ---------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ดอกไม้                 | จำปา เหลืองเข้มอมส้ม · ดอกผักตบ ม่วงอ่อนที่ออกน้ำเงินกว่าดอกตะแบกเล็กน้อย             |
| ส่วนของดอกไม้        | ก้านมะลิ เขียวอมเหลือง · กลีบบัว ชมพูหม่นอมฟ้าที่ชมพูกว่าบัวโรย                          |
| ผลไม้                 | ส้ม แสดออกเหลืองแบบน้ำส้มเขียวหวานคั้น                                                       |
| ส่วนของผลไม้        | เปลือกมังคุด แดงคล้ำ · เปลือกข้าวโพด นวลซีดอมเขียว                                            |
| พืช                    | ดอกเลา ขาวแซมดำ · ตองอ่อน เขียวอ่อนอมเหลือง                                                  |
| ของกิน                 | น้ำผึ้ง น้ำตาลออกแดง · ชา น้ำตาลที่อ่อนหรือแก่ตามน้ำชา                                    |
| สิ่งของ                | ดินหม้อ ดำแบบเขม่าก้นหม้อดินที่หุงด้วยเตาฟืน · ปูน แสดออกชมพูแบบปูนแดงกินกับหมาก |
| ส่วนของสัตว์         | งาช้าง ขาวนวล · ปีกแมลงทับ เขียวเข้มสดใส · มันปู แสดอมเหลือง                                 |
| แร่และรัตนชาติ      | ทับทิม แสดสด · หยก เขียวซีด · สนิม น้ำตาลแดง                                                     |
| ธรรมชาติ               | น้ำทะเล ฟ้าอมเขียวตอนไม่มีแดด · หมอก ฟ้าอมเทาอ่อน                                          |
| คำยืมจากภาษาอื่น   | ตั้งแชและลิ้นจี่จากภาษาจีน · ช็อกโกแลตและมัสตาร์ดจากภาษาอังกฤษ                           |

หน้า 44 สรุปความเห็นของกาญจนาว่าคำเรียกสีภาษาไทยสะท้อนคนที่สนใจดอกไม้ ผลไม้ พืชรอบตัว สัตว์ตัวเล็ก ไปจนถึงอิฐ หิน ดิน และทราย ชื่อกลุ่มนี้จึงเหมาะกับชุดสีของแบรนด์ที่อยากให้ลูกค้านึกภาพออกทันที ข้อควรระวังคือบางชื่อบรรยายไม่ตรงกับภาพในใจคนทั่วไป ทับทิมในรายการนี้เป็นสีแสดสด ขณะที่หมวดสีนพเก้าหน้า 47 ของวิทยานิพนธ์เล่มเดียวกันจับคู่ทับทิมกับแดงมณี และสีดอกกรรณิการ์ได้สีมาจากก้านดอก แต่คนเรียกตามดอก ชื่อจากสิ่งเปรียบทุกชื่อจึงต้องมีค่าสีตัวเลขกำกับเช่นเดียวกับคำช่าง

### ชื่อจากสิ่งเปรียบใช้ร่วมกับหง มอ ตัด ได้ไหม

ได้ในบางกรณี ระบบไทยโทนเองก็ผสมสองแบบไว้ในชื่อเดียว เช่น หม้อใหม่ ซึ่งเป็นชื่อจากสิ่งของ ถูกบรรยายว่าเป็นสีเดียวกับหงเสน หรือเสนผสมขาว ชุดสีแบรนด์ใช้ชื่อจากสิ่งเปรียบเป็นชื่อสีหลัก แล้วใช้คำอ่อน แก่ ต่อท้ายเป็นเฉดได้ ส่วนคำหงและมอควรเก็บไว้ใช้กับชื่อสีช่างในหมู่แดง เสน ดำ และน้ำเงินตามกติกาเดิม ชุดสีจะได้ไม่มีชื่อที่ผิดกติกาเดิมอย่างหงน้ำผึ้ง

## ตั้งชื่อเฉดในชุดสีแบรนด์ด้วยคำช่างสี่ขั้น

คำช่างใช้ตั้งชื่อเฉดได้ดีเมื่อชุดสีมีสีหลักจากหมู่สีแดง ส้ม น้ำเงิน หรือเทา เพราะคำหง มอ และตัด ครอบคลุมหมู่เหล่านี้อยู่แล้ว การตั้งชื่อสีหลักสีเดียวแล้วแปลงเป็นรหัสสำหรับบรีฟ อธิบายไว้ใน[สีส้มในการสร้างแบรนด์ ส้มกับแสดต่างกันแค่คำเดียวในพจนานุกรม](https://phygital.co.th/insights/orange-color-brand-identity-meaning-guide) ขั้นตอนด้านล่างต่อยอดไปถึงเฉดทั้งชุด

1. **เลือกสีตั้งต้นจากชื่อที่มีรหัสแล้ว** เช่น แดงชาด T1010 หรือคราม T5010 วิธีอ่านรหัสทั้งระบบอยู่ใน[สีไทยโทนคืออะไร 168 สีไทยใน 10 หมู่ พร้อมรหัสสำหรับงานออกแบบ](https://phygital.co.th/insights/thaitone-thai-color-system-codes)
2. **ใช้คำนำหน้าให้ตรงหมู่** เฉดอ่อนของสีแดงและส้มใช้หง เฉดอ่อนของสีน้ำเงินและเทาใช้มอ สีหมู่อื่นใช้คำอ่อนหรือกลางต่อท้าย
3. **ใช้ตัดกับเฉดที่เติมดำเท่านั้น** และบอกในคู่มือว่าเฉดตัดของแบรนด์ใช้เป็นสีเส้นขอบหรือไม่ เพราะคำนี้มีสองความหมาย
4. **ผูกชื่อกับค่าตัวเลขทุกระบบ** ชื่อไทยหนึ่งชื่อต้องมีค่า CMYK และค่า HEX กำกับ ถ้าแบรนด์ผสมเฉดขึ้นเอง ให้ระบุว่าเป็นค่าที่แบรนด์กำหนด ไม่ได้มาจากระบบไทยโทน

วัสดุตั้งต้นของสีตระกูลนี้ ตั้งแต่ครามจนถึงชาด อธิบายไว้ใน[แม่สีไทย คราม ชาด รง ทำจากอะไร และทำไมเข้มกว่าแม่สีสากล](https://phygital.co.th/insights/thai-primary-colors-indigo-cinnabar-gamboge)

## สรุป

ช่างเขียนไทยมีระบบคำบอกความอ่อนแก่ของสีมาก่อนจะมีรหัสสี หงเป็นคำนำหน้าสีแดงและสีเสนที่ผสมขาวให้อ่อน มอใช้กับสีน้ำเงินและสีดำในความหมายเดียวกัน ส่วนตัดต่อท้ายสีที่เติมดำให้เข้ม และยังหมายถึงสีสำหรับเขียนเส้นขอบ ค่าสีในระบบไทยโทนยืนยันกติกาเหล่านี้ เช่น แดงตัดคือแดงชาดที่เพิ่มสีดำ 30% ช่างยังมีคำอ่อน กลาง แก่ อม และชื่อเฉพาะของสีผสมสามสีอย่างน้ำไหลและกะปิ แบรนด์นำคำเหล่านี้ไปตั้งชื่อเฉดในชุดสีได้ เมื่อใช้คำให้ตรงหมู่สีและผูกทุกชื่อกับค่าสีตัวเลข

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ใช้คำว่าหงกับสีเขียวหรือสีเหลืองได้ไหม

ตามกติกาในวิทยานิพนธ์ หงใช้กับหมู่สีแดงและหมู่สีเสน และมอใช้กับหมู่สีดำและหมู่สีน้ำเงิน วิทยานิพนธ์ไม่ได้ระบุคำนำหน้าสำหรับสีเขียวหรือสีเหลือง แต่ระบุว่าคำอ่อน กลาง แก่ ต่อท้ายชื่อสีใช้ได้เกือบทุกสี แบรนด์ที่มีสีหลักเป็นเขียวหรือเหลืองจึงควรใช้คำต่อท้ายเหล่านี้

### หงชาดคือสีชมพูใช่ไหม

ใช่ในความหมายของช่าง วิทยานิพนธ์สรุปจากเอกสารและบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญแล้วนับหงชาด กุหลาบ และชมพู เป็นสีเดียว ในระบบไทยโทนหงชาดมีรหัส T1020 ค่า C15 M70 Y50 K5 ซึ่งเป็นชมพูอมแดงและมีสีดำแฝง 5%

### Tint กับ Shade ต่างกันอย่างไร

Tint คือการผสมสีให้อ่อนลง Shade คือการเติมสีดำให้เข้มขึ้น วิทยานิพนธ์หน้า 42 เทียบว่าการผสมให้อ่อนของช่างไทยตรงกับ Tint และการผสมที่ลงท้ายชื่อด้วยตัดตรงกับ Shade คำไทยสองชุดนี้จึงใช้แทนศัพท์อังกฤษได้โดยตรง

### มอหมึกเป็นสีเทาหรือสีดำ

มอหมึกเป็นสีเทา วิทยานิพนธ์บรรยายว่าเกิดจากสีดำหรือสีดำเขม่าผสมกับสีขาว บางแห่งเรียกว่าสีมอหมึกอ่อนหรือสีสวาด ในระบบไทยโทนมีรหัส T9030 ค่า C60 M40 Y50 K0

### ชื่อสีผสมสามสี เช่น น้ำไหล มีค่าสีแน่นอนหรือไม่

ชื่อบอกวิธีผสม แต่ไม่ได้กำหนดสัดส่วน วิทยานิพนธ์ระบุว่าสัดส่วนขึ้นกับช่างแต่ละคน ระบบไทยโทนจึงกำหนดค่ากลางให้หนึ่งค่า เช่น น้ำไหล T5100 ค่า C60 M10 Y20 K5 แบรนด์ที่ใช้ชื่อนี้ควรระบุรหัสนี้ทุกครั้ง ไม่เขียนเพียงชื่อ

## อยากให้ชื่อสีในคู่มือแบรนด์ฟังเป็นไทย แต่ทุกทีมยังเรียกเฉดคนละคำ

ให้ PHYGITAL AGENCY วางชุดสีแบรนด์ ตั้งชื่อเฉดอ่อนเข้มด้วยคำที่ทุกทีมเข้าใจ แล้วผูกแต่ละชื่อกับค่าสีสำหรับงานพิมพ์และหน้าจอไว้ในเล่มเดียว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
