# กรณีศึกษา TCC Group ผ่านไทยเบฟ กำไรสี่ธุรกิจเดินคนละทาง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/tcc-group-case-study-vertical-expansion · เผยแพร่ 21 มิถุนายน 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา TCC Group ผ่านรายงานประจำปี 2025 ของไทยเบฟ ยอดขาย 333,286 ล้านบาท ลดลง 2.1% กำไรธุรกิจเบียร์เพิ่ม 24.6% ส่วนธุรกิจอาหารขาดทุน 128 ล้านบาท

## Key Takeaways

- **ไทยเบฟมียอดขายปีงบ 2025 รวม 333,286 ล้านบาท ลดลง 2.1% และกำไรสุทธิ 31,153 ล้านบาท ลดลง 11.7%** — ปีงบของบริษัทเริ่ม 1 ตุลาคม 2567 และสิ้นสุด 30 กันยายน 2568
- **ในปีเดียวกัน กำไรสุทธิของธุรกิจเบียร์เพิ่มขึ้น 24.6% ทั้งที่ยอดขายของธุรกิจนี้ลดลง 2.5%** — รายงานให้เหตุผลว่าต้นทุนวัตถุดิบลดลงจากการบริหารซัปพลายเชน และประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น
- **ธุรกิจสุรามียอดขายราว 35% ของทั้งบริษัท แต่ทำกำไรสุทธิ 19,880 ล้านบาท หรือราวสองในสามของกำไรรวม** — ขณะที่ธุรกิจอาหารขาดทุนสุทธิ 128 ล้านบาท จากค่าแรง ค่าการตลาด และค่าเสื่อมราคาของร้านใหม่

เจ้าของธุรกิจที่ขายสินค้าหลายกลุ่มบางรายดูยอดขายรวมเป็นตัวเลขแรก ถ้ายอดขายรวมลดก็สรุปว่าปีนั้นแย่ทั้งบริษัท ในปีเดียวกัน กลุ่มสินค้าหนึ่งอาจกำไรเพิ่มขณะที่อีกกลุ่มขาดทุน

รายงานประจำปีล่าสุดของไทยเบฟแสดงเรื่องนี้ไว้ชัด ไทยเบฟเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และเป็นธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของกลุ่มที่คนไทยรู้จักในชื่อ TCC Group บทนี้อ่านจาก[รายงานประจำปี 2025 ฉบับภาษาอังกฤษของ Thai Beverage](https://thaibev.listedcompany.com/misc/AR/20260109-thaibev-ar2025-en.pdf) ไฟล์นี้อยู่ใน[รายการรายงานประจำปีของฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ไทยเบฟ](https://investor.thaibev.com/en/downloads/annual-report) บทนี้เรียกธุรกิจแต่ละกลุ่มตามชื่อกลุ่มในรายงาน และไม่ระบุชื่อสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

## ไทยเบฟกับ TCC Group เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ชื่อ TCC ปรากฏในส่วนประวัติกรรมการ ข้อมูลระบุว่าประธานกรรมการของไทยเบฟดำรงตำแหน่งประธาน TCC Group of Companies ด้วย ตารางผู้ถือหุ้นรายใหญ่ระบุว่า Siriwana Co., Ltd. ถือหุ้นไทยเบฟโดยตรง 45.24% และถือหุ้น 100% ใน Siriwanan Co., Ltd. ซึ่งถือหุ้นไทยเบฟอีก 20.60%

| ข้อมูลตามรายงานประจำปีล่าสุด | ค่า                                                      |
| --------------------------------- | -------------------------------------------------------- |
| ตลาดที่จดทะเบียน               | ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST)                         |
| ปีงบประมาณ                        | สิ้นสุด 30 กันยายน                                      |
| นโยบายปันผล                      | ไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักทุนสำรอง        |
| ปันผลรวมทั้งปี                 | 0.62 บาทต่อหุ้น (61.4% ของกำไรส่วนของผู้ถือหุ้น) |
| EBITDA                            | 57,018 ล้านบาท                                          |
| อัตรากำไรขั้นต้น               | 31.06%                                                   |
| ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น   | 14.01%                                                   |

### อัตรากำไรของทั้งบริษัทเปลี่ยนไปอย่างไร

ตารางข้อมูลการเงินสำคัญในรายงานเทียบสองปีงบไว้ อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเล็กน้อย แต่อัตรากำไรที่หักค่าใช้จ่ายมากขึ้นลดลง

| อัตราส่วน                       | ต.ค. 2566-ก.ย. 2567 | ต.ค. 2567-ก.ย. 2568 |
| ------------------------------- | ------------------- | ------------------- |
| อัตรากำไรขั้นต้น             | 30.33%              | 31.06%              |
| อัตรากำไร EBITDA               | 18.12%              | 17.11%              |
| อัตรากำไรสุทธิ                | 10.36%              | 9.35%               |
| EBITDA (ล้านบาท)               | 61,650              | 57,018              |
| กำไรสุทธิ (ล้านบาท)           | 35,270              | 31,153              |
| ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น | 13.01%              | 14.01%              |

กำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นแต่กำไรสุทธิที่ลดลง บอกว่าค่าใช้จ่ายหลังต้นทุนขาย เช่น ค่าการตลาด ค่าแรง และภาษี เพิ่มเร็วกว่ายอดขาย ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลรายธุรกิจที่รายงานให้ไว้

### ฐานะการเงิน ณ สิ้นปีงบเป็นอย่างไร

งบฐานะการเงินในรายงานระบุว่า ณ 30 กันยายน 2568 ไทยเบฟมีสินทรัพย์รวม 509,591 ล้านบาท ลดจาก 527,593 ล้านบาท หนี้สินรวม 293,771 ล้านบาท ส่วนทุนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 215,820 ล้านบาท อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มจาก 1.33 เป็น 1.48 เท่า เพราะหนี้สินหมุนเวียนลดลงมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ยลดจาก 7.31 เป็น 6.73 เท่า

### ไทยเบฟแบ่งธุรกิจเป็นกี่กลุ่ม

รายงานแบ่งเป็นห้ากลุ่ม ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาหาร และกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์และการพิมพ์ของ F&N กลุ่มอื่น ๆ มีสัดส่วนยอดขายราว 1% บทนี้จึงเน้นสี่กลุ่มหลัก ในปีงบ 2025 สัดส่วนยอดขายเป็นเบียร์ราว 37% สุราราว 35% เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ราว 20% และอาหารราว 7%

## ยอดขายกับกำไรแยกตามธุรกิจ

ข้อความจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มและส่วนคำอธิบายผลการดำเนินงาน ระบุยอดขายและกำไรสุทธิของแต่ละกลุ่มไว้ดังนี้

| กลุ่มธุรกิจ (ปีงบ 2025)          | ยอดขาย (ล้านบาท) | เปลี่ยนจากปีก่อน | กำไรสุทธิ (ล้านบาท) | เปลี่ยนจากปีก่อน |
| --------------------------------- | ------------------ | ------------------- | --------------------- | ------------------- |
| สุรา                              | 118,604            | −1.8%               | 19,880                | ลดลง                |
| เบียร์                            | 123,222            | −2.5%               | 6,503                 | +24.6%              |
| เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์  | 64,774             | −1.6%               | 5,141                 | −13.4%              |
| อาหาร                             | 21,899             | −1.7%               | ขาดทุน 128            | —                   |
| อื่น ๆ (สิ่งพิมพ์และการพิมพ์) | 4,999              | −7.4%               | ขาดทุน 243            | —                   |
| **รวมทั้งบริษัท**               | **333,286**        | **−2.1%**           | **31,153**            | **−11.7%**          |

ยอดขายทุกกลุ่มลดลงในปีเดียวกัน แต่กำไรสุทธิของแต่ละกลุ่มเปลี่ยนไปคนละทิศ ธุรกิจเบียร์กำไรเพิ่ม ส่วนธุรกิจอื่นกำไรลดหรือขาดทุน

### ปริมาณขายกับยอดขายเป็นเงินต่างกันอย่างไรในปีนี้

ธุรกิจเบียร์เป็นตัวอย่างที่ชัด ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 3.1% แต่ยอดขายเป็นเงินบาทลดลง 2.5% รายงานอธิบายว่าเงินดองของเวียดนามอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท ยอดขายจากเวียดนามเมื่อแปลงเป็นเงินบาทจึงลดลง ส่วนธุรกิจสุรา ปริมาณขายลดลง 3.2% และยอดขายเป็นเงินลดลง 1.8%

## เหตุผลที่รายงานให้ไว้รายธุรกิจ

รายงานอธิบายที่มาของตัวเลขแต่ละกลุ่มแยกกัน ผู้อ่านที่มีสินค้าหลายกลุ่มจะเห็นว่าปัจจัยของแต่ละกลุ่มต่างกัน

1. **สุรา** การบริโภคในประเทศอ่อนตัว ธุรกิจต่างประเทศรวมเมียนมาทำผลงานได้ดี กำไรลดลงจากเงินลงทุนด้านแบรนด์และกิจกรรมการตลาดที่เพิ่มขึ้น และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
2. **เบียร์** ต้นทุนวัตถุดิบลดลงจากการบริหารซัปพลายเชน ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และยอดขายในไทยฟื้นตัว
3. **เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์** กำลังซื้อในประเทศอ่อนตัว เงินบาทแข็งค่าเทียบเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ค่าการตลาดเพิ่ม และภาษีเงินได้เพิ่มหลังสิทธิประโยชน์ทางภาษีในไทยสิ้นสุด
4. **อาหาร** ค่าแรงและค่าการตลาดสูงขึ้น และค่าเสื่อมราคาเพิ่มจากการขยายร้าน ณ 30 กันยายน 2568 กลุ่มนี้มีร้านอาหาร 862 สาขา เพิ่มสุทธิ 35 สาขา
5. **อื่น ๆ** ไม่มีรายได้ครั้งเดียวแบบปีก่อน และปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน FPL 2,517 ล้านบาท

### เงินทุนหมุนเวียนของไทยเบฟใช้เวลากี่วัน

ตารางอัตราส่วนสภาพคล่องในรายงานแสดงระยะเวลาของเงินทุนหมุนเวียน ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 14.82 วัน ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 101.94 วัน และระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย 22.27 วัน รวมเป็นวงจรเงินสด 94.50 วัน ยาวขึ้นจาก 87.65 วันในปีก่อน ตัวที่เปลี่ยนมากที่สุดคือระยะเวลาขายสินค้า ซึ่งเพิ่มจาก 95.73 วัน ส่วนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่อกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 114.35% จาก 90.68%

### ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับสินค้าอย่างไรเพื่อเข้าถึงลูกค้า

รายงานยกตัวอย่างชาเขียวพร้อมดื่มขนาด 280 มิลลิลิตร ราคา 10 บาท ที่ออกมาสำหรับผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขยายการเข้าถึงและการกระจายสินค้าในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีร้านค้าออนไลน์ Sermsuk Click ที่ขายเครื่องดื่มหลายแบรนด์ในที่เดียว คู่กับการขายผ่านมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee Lazada และ TikTok

### ธุรกิจอาหารขยายร้านด้วยวิธีใด

รายงานระบุว่าในปีงบล่าสุด ธุรกิจอาหารเปลี่ยนมาบริหารแบบรวมศูนย์มากขึ้น โดยให้แต่ละแบรนด์ร้านยังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ร้านมีตั้งแต่ร้านอาหารระดับบนไปจนถึงร้านอาหารบริการด่วน ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือปรับแบรนด์ครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก ส่วนร้านไก่ทอดแฟรนไชส์ขยายสาขาด้วยรูปแบบร้านที่ออกแบบตามโอกาสการใช้บริการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ รายงานเขียนว่าธุรกิจนี้เปลี่ยนแนวคิดจากการขายอาหารไปเป็นการสร้างแบรนด์ที่มีชีวิต ค่าเสื่อมราคาของร้านที่เปิดใหม่เป็นเหตุผลหนึ่งที่รายงานใช้อธิบายผลขาดทุนของกลุ่มนี้

## สองแกนของแผนระยะยาว

ข้อความจากประธานกรรมการระบุว่าในปีงบล่าสุด บริษัทเน้นสองแกนของแผนที่ชื่อ PASSION 2030 และทำทั้งสองแกนไปพร้อมกัน

1. **Reach Competitively** ยกระดับเส้นทางสินค้าถึงตลาด ด้วยการบริหารพื้นที่ขายจากข้อมูล ปรับระบบขนส่ง และครอบคลุมช่องทางเดิมกับช่องทางใหม่ ทั้งร้านค้าสมัยใหม่ ร้านค้าทั่วไป และร้านอาหาร ในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์
2. **Digital for Growth** ใช้เครื่องมือดิจิทัลปรับวิธีทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และเชื่อมกับผู้บริโภคและคู่ค้า รวมถึงขยายอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจกับธุรกิจและแบบขายตรงถึงผู้บริโภค

รายงานระบุว่าวิสัยทัศน์ของบริษัทคือเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารในอาเซียนที่มั่นคงและยั่งยืน และบอกว่าการรวมกิจการ F&N ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้มากขึ้น

### ไทยเบฟจัดโครงสร้างเส้นทางสินค้าถึงตลาดอย่างไร

แผนผังโครงสร้างบริษัทในรายงานแยกบริษัทย่อยด้านเส้นทางสินค้าถึงตลาดไว้เป็นกลุ่มเฉพาะ มีบริษัทดูแลแต่ละช่องทาง เช่น Modern Trade Management สำหรับร้านค้าสมัยใหม่ Traditional Trade Management สำหรับร้านค้าทั่วไป และ Horeca Management สำหรับโรงแรมและร้านอาหาร แยกจากกลุ่มบริษัทด้านซัปพลายเชนและระบบขนส่ง

## ข้อจำกัดของรายงานไทยเบฟ

1. **รายงานเป็นของไทยเบฟ ไม่ใช่ของ TCC Group ทั้งกลุ่ม** ธุรกิจอื่นของกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ใต้ไทยเบฟอยู่นอกรายงานนี้
2. **ปีงบไม่ตรงปีปฏิทิน** ตัวเลขในบทครอบคลุมตุลาคม 2567 ถึงกันยายน 2568
3. **ยอดขายรวมอัตราแลกเปลี่ยน** ธุรกิจในเวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซียได้รับผลจากค่าเงิน ตัวเลขเป็นเงินบาทจึงไม่ได้สะท้อนปริมาณขายตรง ๆ
4. **เหตุผลในรายงานเป็นคำอธิบายของบริษัท** บทนี้ยกมาตามที่เขียน ไม่ได้ประเมินว่าเหตุผลใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน
5. **บทนี้ไม่ระบุชื่อสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์** แม้รายงานจะระบุไว้ ผู้อ่านที่ต้องการรายละเอียดรายสินค้าต้องเปิดรายงานฉบับเต็ม

## อ่านกำไรแยกกลุ่มก่อนลงเงิน

ตัวเลขห้ากลุ่มของไทยเบฟใช้พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งตาราง SME ที่ขายสินค้าหลายกลุ่ม เช่น ร้านที่ขายทั้งเครื่องดื่ม อาหาร และของใช้ หรือโรงงานที่ผลิตหลายสายการผลิต ทำตารางแบบเดียวกันได้ตามขั้นนี้

1. **แยกยอดขายและกำไรตามกลุ่มสินค้า** ทำเป็นตารางเดียวกันทุกปี เพื่อเทียบกันได้
2. **แยกปริมาณขายออกจากยอดขายเป็นเงิน** ปริมาณเพิ่มแต่เงินลดบอกเรื่องราคาหรือค่าเงิน ไม่ได้บอกว่าลูกค้าหาย
3. **เขียนเหตุผลของแต่ละกลุ่มสั้น ๆ** เช่น ต้นทุนวัตถุดิบลด หรือค่าเช่าร้านใหม่เพิ่ม
4. **แยกรายการครั้งเดียวออกจากกำไรปกติ** ไทยเบฟระบุส่วนแบ่งกำไรพิเศษของปีก่อนไว้ชัด ทำให้เทียบสองปีได้ตรง
5. **ตัดสินลำดับการลงเงินจากกำไรของกลุ่ม** ไม่ใช่จากยอดขายรวมของทั้งร้าน

วิธีอ่านงบกำไรขาดทุนให้แยกกำไรออกจากเงินสด มีใน[อ่านงบกำไรขาดทุน ทำไมต้องเสียภาษีจากเงินที่ลูกค้ายังไม่จ่าย](https://phygital.co.th/insights/income-statement-profit-vs-cash-for-ceo) บริษัทในภาคเหนือที่ทำกำไรสูงสุดสิบรายอยู่ใน[10 บริษัทกำไรสูงสุดภาคเหนือ อ่านงบ DBD ปี 2568 ให้ถูกวิธี](https://phygital.co.th/insights/northern-thailand-most-profitable-companies-lessons) เครือค้าปลีกไทยที่รายงานระบบสมาชิกและช่องทางออนไลน์ ดูได้ที่[กรณีศึกษาเครือเซ็นทรัล สมาชิก The 1 23 ล้านคน ขายออนไลน์ 9%](https://phygital.co.th/insights/central-group-case-study-diversified-portfolio) และเครือโรงแรมไทยที่ขยายด้วยสัญญารับบริหาร อยู่ใน[กรณีศึกษาไมเนอร์ ปี 2568 เซ็นสัญญารับบริหารโรงแรม 40 แห่ง](https://phygital.co.th/insights/minor-international-case-study-counter-cyclical-portfolio)

## สรุป

ไทยเบฟ ธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารในกลุ่มที่ประธานกรรมการเป็นประธาน TCC Group of Companies รายงานยอดขายปีงบล่าสุด 333,286 ล้านบาท ลดลง 2.1% และกำไรสุทธิ 31,153 ล้านบาท ลดลง 11.7% ยอดขายทุกกลุ่มลดลง แต่กำไรแยกกลุ่มเดินคนละทาง ธุรกิจเบียร์กำไรเพิ่ม 24.6% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ธุรกิจสุรายังทำกำไรราวสองในสามของทั้งบริษัท ส่วนธุรกิจอาหารขาดทุน 128 ล้านบาทจากต้นทุนร้านใหม่ บริษัทเน้นสองแกนของแผน PASSION 2030 คือเส้นทางสินค้าถึงตลาดกับเครื่องมือดิจิทัล ตัวเลขทั้งหมดเป็นของไทยเบฟ ไม่ใช่ของ TCC Group ทั้งกลุ่ม

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ทำไมกำไรสุทธิของไทยเบฟลดมากกว่ายอดขาย

ยอดขายลด 2.1% แต่กำไรสุทธิลด 11.7% เพราะกำไรแต่ละกลุ่มเปลี่ยนไม่เท่ากัน ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์กำไรลดสองหลัก ธุรกิจอาหารและกลุ่มอื่น ๆ พลิกเป็นขาดทุน และกลุ่มอื่น ๆ ไม่มีส่วนแบ่งกำไรพิเศษจากเงินลงทุนแบบปีก่อน

### SOOK Delivery คืออะไร

รายงานส่วนธุรกิจอาหารเรียก SOOK Delivery ว่าแอปพลิเคชันส่งสินค้าแบบ vertical delivery รายแรกของไทย และเป็นก้าวใหม่ของแพลตฟอร์มส่งสินค้าดิจิทัลในประเทศ รายงานไม่ได้ให้ตัวเลขผู้ใช้

### ไทยเบฟมีธุรกิจร้านอาหารแบบใดบ้าง

รายงานระบุว่าธุรกิจอาหารมีร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านไก่ทอดแฟรนไชส์ ร้านอาหารตะวันตก จีน ไทย และอาเซียน ร้านเบเกอรี่ อาหารแช่เย็นแช่แข็งพร้อมรับประทาน และบริการส่งอาหาร และระบุว่าบริษัทเป็นผู้รับแฟรนไชส์ KFC รายใหญ่ที่สุดในไทย

### อัตราส่วนหนี้ของไทยเบฟในปีนี้เป็นอย่างไร

หนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.22 เท่า จาก 2.92 เท่าในปีก่อน และหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.05 เท่า

### เปิดดูรายงานของไทยเบฟได้ที่ไหน

ไทยเบฟรวมรายงานย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 ไว้ในส่วน Downloads ของเว็บไซต์นักลงทุน ผู้เข้าชมต้องกดยอมรับข้อความเงื่อนไขก่อน จึงจะเห็นรายการไฟล์ PDF ฉบับเต็ม

## ยอดขายรวมที่ลดลงหนึ่งตัวเลข อาจซ่อนกลุ่มสินค้าที่กำไรเพิ่มขึ้นไว้ข้างใน

PHYGITAL AGENCY ช่วยเจ้าของ SME แยกยอดขายและกำไรตามกลุ่มสินค้า หาสาเหตุที่ตัวเลขแต่ละกลุ่มเปลี่ยน และวางลำดับการลงเงินของปีถัดไป

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
