# Spin-off ธุรกิจ โอนกิจการบางส่วนให้บริษัทในเครือต้องครบอะไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/spin-off-pros-cons-tax-legal · เผยแพร่ 19 พฤษภาคม 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Spin-off ธุรกิจด้วยการโอนกิจการบางส่วนให้บริษัทในเครือ เงื่อนไขเจ็ดข้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร 2554 ข้อดีข้อเสีย และภาษีเงินปันผลที่ส่งกลับบริษัทเดิม

## Key Takeaways

- **Spin-off ธุรกิจคือการย้ายสายงานที่มีลูกค้า ทรัพย์สิน และพนักงานอยู่แล้ว ไปอยู่ในบริษัทแยกที่กลุ่มเดิมยังถือหุ้น** — งานหลักจึงเป็นการย้ายของแต่ละกลุ่มให้ถูกวิธี ต่างจากการตั้งบริษัทลูกเปล่าที่เริ่มจากศูนย์
- **ประกาศของอธิบดีกรมสรรพากรฉบับ 27 กันยายน 2554 ซึ่งออกตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 516 วางเงื่อนไขการโอนกิจการบางส่วนไว้เจ็ดข้อ** — ข้อสำคัญคือถือหุ้นระหว่างกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 คงความเป็นบริษัทในเครือต่ออีกหกเดือน และแจ้งแผนก่อนโอน
- **เงินปันผลที่บริษัทแยกส่งกลับบริษัทเดิมได้รับยกเว้นทั้งหมดเมื่อถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และไม่ถือไขว้กัน** — ตามมาตรา 65 ทวิ (10) โดยต้องถือไว้สามเดือนก่อนและหลังวันประกาศจ่าย

Spin-off ธุรกิจในบริบทของบริษัทจำกัดไทย คือการแยกสายงานที่ทำอยู่แล้วออกไปเป็นอีกนิติบุคคล โดยกลุ่มเดิมยังถือหุ้นในบริษัทนั้นต่อ วิธีที่กฎหมายภาษีรองรับไว้เป็นการเฉพาะคือการโอนกิจการบางส่วนให้บริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งได้สิทธิยกเว้นรัษฎากรตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 516 พ.ศ. 2554 เมื่อทำครบเงื่อนไขในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

หน้านี้เริ่มจากความต่างระหว่างการแยกสายงานกับการตั้งบริษัทใหม่เปล่า แล้วไล่เงื่อนไขทีละข้อตามตัวประกาศ และปิดด้วยภาษีของเงินปันผลที่ไหลกลับขึ้นมา เงื่อนไขในบทนี้สรุปจากประกาศที่เปิดอ่านได้ ณ วันที่เขียน การยื่นขอสิทธิจริงควรให้ผู้สอบบัญชีที่จะรับรองงบของทั้งสองบริษัทตรวจก่อนลงนามโอน

## Spin-off คืออะไร และต่างจากตั้งบริษัทลูกใหม่ตรงไหน

Spin-off ต่างจากการตั้งบริษัทลูกใหม่ที่จุดเริ่ม บริษัทลูกเปล่าเริ่มจากศูนย์ งานจึงเป็นการหาลูกค้าและทีมเข้าไปใส่ ส่วน Spin-off เริ่มจากสายงานที่มีของครบแล้ว งานจึงเป็นการย้ายของแต่ละอย่างให้ถูกวิธีและไม่ตกหล่น

เกณฑ์ตัดสินใจว่าควรแยกนิติบุคคลหรือยัง รวมถึงหน้าที่รายงานธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือตามมาตรา 71 ทวิ อยู่ใน[ตั้งบริษัทลูก เมื่อไรควรแยกนิติบุคคล กับเส้นถือหุ้น 50%](https://phygital.co.th/insights/when-to-set-up-subsidiary) หน้านี้เริ่มต่อจากจุดที่ตัดสินใจแยกแล้ว และสายงานนั้นมีทรัพย์สินต้องย้ายตามไปด้วย

### **ของที่ต้องย้ายตอนแยกสายธุรกิจมีกี่กลุ่ม**

มีหกกลุ่ม และแต่ละกลุ่มย้ายด้วยวิธีต่างกัน กลุ่มแรกคือสัญญากับลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งหลายฉบับต้องได้ความยินยอมจากคู่สัญญา กลุ่มที่สองคือใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งบางประเภทออกให้เฉพาะนิติบุคคลที่ยื่นขอ กลุ่มที่สามคือทรัพย์สินและสิทธิการเช่า กลุ่มที่สี่คือพนักงานพร้อมอายุงานและสภาพการจ้างเดิม กลุ่มที่ห้าคือชื่อทางการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา กลุ่มที่หกคือวงเงินสินเชื่อกับหลักประกันที่ผูกกับทรัพย์สินของทั้งกลุ่ม สองกลุ่มหลังมักใช้เวลานานที่สุด

## ข้อดีและข้อเสียที่ต้องชั่งพร้อมกัน

ข้อดีหลักคือได้ตัวเลขผลงานที่ไม่ปนกับสายอื่น และเปิดทางให้คนนอกถือหุ้นเฉพาะสายนั้นได้ ข้อเสียหลักคือต้นทุนคงที่ชุดที่สอง กับอำนาจต่อรองที่เคยได้จากยอดรวมของกลุ่ม ทั้งสองด้านเกิดพร้อมกันเสมอ

| ด้าน              | ข้อดี                                                                               | ข้อเสีย                                                                                       |
| ----------------- | ----------------------------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ข้อมูลผลงาน     | งบของสายงานนั้นอ่านแยกได้ ตัดสินใจลงทุนเพิ่มหรือถอนตัวบนตัวเลขจริง  | รายการระหว่างสองบริษัทต้องมีสัญญา ใบแจ้งหนี้ และราคาที่อธิบายได้ทุกเดือน         |
| ความเป็นเจ้าของ | รับผู้ร่วมทุนหรือให้หุ้นผู้บริหารของสายงานนั้นโดยไม่เปิดบริษัทเดิม | สัดส่วนถือหุ้นที่ลดลงอาจทำให้หลุดเงื่อนไขภาษีที่ผูกกับร้อยละ 50 หรือร้อยละ 25 |
| ความเสี่ยง       | ภาระรับประกันผลงานหรือคดีความของสายหนึ่งไม่ลากทรัพย์สินของอีกสาย    | วงเงินสินเชื่อต้องพิจารณาใหม่จากงบของบริษัทที่แยก                                   |
| ต้นทุน            | ผูกแรงจูงใจของทีมกับผลงานของหน่วยตัวเองได้ตรง                          | ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี ระบบงาน และเบี้ยประกันจ่ายซ้ำอีกชุด                          |

### **สายงานที่ดูมีกำไรในบริษัทเดิม ตรวจอย่างไรว่ายืนเองได้**

ทำงบกำไรขาดทุนย้อนหลังสิบสองเดือนของสายงานนั้นในรูปที่มันจะเป็นหลังแยก โดยทุกบรรทัดที่เคยได้มาโดยไม่ถูกคิดเงินต้องมีตัวเลขกำกับ ได้แก่ ค่าเช่าพื้นที่ตามราคาตลาด เวลาของทีมบัญชี บุคคล และไอทีที่ให้บริการอยู่ ค่าระบบงานที่ซื้อรวมทั้งกลุ่ม ส่วนต่างราคาวัตถุดิบที่ได้เพราะยอดรวม ดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของสายงานนั้นเอง และค่าใช้ชื่อทางการค้า กำไรที่เหลือหลังลงครบคือตัวเลขที่ผู้ร่วมทุนจะเห็นในวันที่เข้ามาดู

## เงื่อนไขโอนกิจการบางส่วนตามประกาศปี 2554

การโอนกิจการบางส่วนจะได้สิทธิยกเว้นรัษฎากรเมื่อทำครบเจ็ดข้อในประกาศ ข้อที่ทำพลาดแล้วแก้ย้อนหลังไม่ได้คือการแจ้งแผนก่อนวันโอน กับการคงความเป็นบริษัทในเครือต่อไปอีกหกเดือนหลังรอบบัญชีที่โอน

ข้อ 1 ของ[ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการโอนกิจการบางส่วนให้แก่กันของบริษัทมหาชนจำกัด หรือบริษัทจำกัด เพื่อยกเว้นรัษฎากร](https://www.rd.go.th/45393.html) กำหนดว่าผู้โอนและผู้รับโอนต้องเป็นบริษัทไทยในเครือเดียวกันตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ข้ออื่นเรียงได้ดังนี้

| ข้อ | เงื่อนไข                                                                                                                                                                                                                                                                                                |
| --- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 1   | ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงระหว่างกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 นับรวมการถือต่อเนื่องหลายทอด คงความเป็นบริษัทในเครือต่อไปไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชีที่โอน และผู้รับโอนต้องมีทรัพย์สินสุทธิในวันรับโอนไม่น้อยกว่าราคาทรัพย์สินสุทธิที่โอน |
| 2   | ร่วมกันแจ้งการโอนพร้อมแผนปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและรายการทรัพย์สินต่อสรรพากรพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ของผู้โอนตั้งอยู่ ก่อนการโอน และโอนให้เสร็จภายในวันสิ้นรอบบัญชีที่ตกลงกัน                                                                                         |
| 3   | ทรัพย์สินที่โอนต้องเกี่ยวกับกิจการที่โอน ไม่ใช่การขายตามปกติธุระ และผู้รับโอนต้องดำเนินกิจการลักษณะเดียวกันต่อ                                                                                                                                                                     |
| 4   | ถ้าผู้โอนจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้รับโอนต้องจดทะเบียนและคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 และใช้ทรัพย์สินในกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง                                                                                                                                    |
| 5   | ห้ามโอนโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร                                                                                                                                                                                                                          |
| 6   | ทั้งสองฝ่ายต้องไม่มีหนี้ภาษีค้าง เว้นแต่ค้ำประกันตามระเบียบของกรมสรรพากรแล้ว                                                                                                                                                                                                            |
| 7   | ผู้สอบบัญชีตามมาตรา 3 สัตต รับรองบัญชีรอบที่โอน และรับรองการเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน                                                                                                                                                                                                    |

ข้อ 8 กำหนดแบบที่ใช้ไว้สี่แบบ คือ อ.บ.1 หนังสือแจ้งการโอน อ.บ.2 รายการทรัพย์สินที่โอน อ.บ.3 แบบแจ้งการเป็นลูกหนี้ค่าภาษีอากร และ อ.บ.4 หนังสือรับรองการเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน

### **ประกาศฉบับนี้ยังใช้อยู่หรือไม่**

ในรายการประกาศของกรมสรรพากร ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2554 เป็นฉบับล่าสุดของเรื่องนี้ ข้อ 9 กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป โดยไม่มีวันสิ้นสุด ต่างจากฉบับปี 2545 ที่กำหนดให้โอนให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2545 เอกสารที่ค้นเจอบนอินเทอร์เน็ตจึงต้องดูวันที่ประกาศก่อนใช้ เพราะเงื่อนไขของฉบับเก่าบางข้อต่างจากฉบับปัจจุบัน

### **บริษัทที่รับโอนต้องมีทุนเท่าไร**

ข้อ 1 ของประกาศไม่ได้กำหนดเป็นจำนวนเงิน แต่กำหนดเทียบกับของที่รับมา คือผู้รับโอนต้องมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิในวันรับโอนไม่น้อยกว่าราคาทรัพย์สินสุทธิที่โอน บริษัทที่เพิ่งตั้งด้วยทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเพื่อรอรับสายงานจึงต้องเพิ่มทุนหรือวางโครงสร้างให้ทรัพย์สินสุทธิพอก่อนวันโอน การคำนวณควรทำร่วมกับผู้สอบบัญชี เพราะต้องใช้ตัวเลขตามบัญชีในวันที่โอนจริง

## กำไรที่ส่งกลับบริษัทเดิมเสียภาษีอย่างไร

ขึ้นกับสัดส่วนที่บริษัทเดิมถือในบริษัทที่แยกออกไป [คำอธิบายเงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิของกรมสรรพากร](https://www.rd.go.th/828.html) สรุปมาตรา 65 ทวิ (10) ไว้ว่า บริษัทไทยที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้รับยกเว้นเงินปันผลจากบริษัทไทยกึ่งหนึ่ง แต่ถ้าถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง และผู้จ่ายไม่ได้ถือหุ้นกลับในผู้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม จะได้รับยกเว้นทั้งหมด

เงื่อนไขที่พลาดบ่อยคือระยะเวลาถือ ผู้รับต้องถือหุ้นนั้นไม่น้อยกว่าสามเดือนก่อนวันประกาศจ่ายเงินปันผล และถือต่อไปอีกไม่น้อยกว่าสามเดือนนับจากวันนั้น แผนขายหุ้นบางส่วนให้ผู้ร่วมทุนจึงควรดูวันประกาศจ่ายเงินปันผลประกอบด้วย

| สถานะของบริษัทผู้รับเงินปันผล                                               | ผลตามมาตรา 65 ทวิ (10) |
| ------------------------------------------------------------------------------- | ------------------------ |
| บริษัทไทยในตลาดหลักทรัพย์                                                    | ยกเว้นทั้งหมด           |
| บริษัทไทยนอกตลาด ถือหุ้นผู้จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และไม่ถือไขว้ | ยกเว้นทั้งหมด           |
| บริษัทไทยนอกตลาด ถือต่ำกว่าเกณฑ์ข้างบน                                  | ยกเว้นกึ่งหนึ่ง        |

### **ถ้ารับผู้ร่วมทุนจนบริษัทเดิมถือต่ำกว่าร้อยละ 50 จะเกิดอะไรขึ้น**

มีผลสองชั้นที่ต้องแยกดู ชั้นแรกคือเงื่อนไขการโอนกิจการบางส่วน ซึ่งต้องคงความเป็นบริษัทในเครือไม่น้อยกว่าหกเดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชีที่โอน การขายหุ้นก่อนพ้นช่วงนี้จนหลุดเกณฑ์อาจทำให้เสียสิทธิที่ได้จากการโอน ชั้นที่สองคือเงินปันผล ซึ่งใช้เส้นร้อยละ 25 ไม่ใช่ร้อยละ 50 บริษัทเดิมที่ยังถือตั้งแต่ร้อยละ 25 และไม่ถือไขว้กันจึงยังได้รับยกเว้นทั้งหมด ลำดับเวลาของการขายหุ้นจึงควรวางพร้อมแผนโอนตั้งแต่วันร่างแผน

## ลำดับงานก่อนลงนามสัญญาโอนกิจการ

แผนปรับโครงสร้างจำนวนมากกำหนดวันโอนไว้ก่อน แล้วค่อยไล่ทำเงื่อนไขให้ทัน ลำดับที่ปลอดภัยกลับทางกัน คือกำหนดวันโอนจากเงื่อนไขที่ต้องเสร็จก่อน

1. **ตรวจสัดส่วนถือหุ้นทุกทอด** ให้ถึงร้อยละ 50 ตามข้อ 1 และวางแผนขายหุ้นให้ผู้ร่วมทุนหลังพ้นช่วงหกเดือน
2. **คำนวณทรัพย์สินสุทธิของผู้รับโอน** ให้ไม่น้อยกว่าราคาทรัพย์สินสุทธิที่จะโอน
3. **ตรวจสถานะภาษีมูลค่าเพิ่มและหนี้ภาษีค้าง** ของทั้งสองบริษัท
4. **ยื่น อ.บ.1 ถึง อ.บ.4 พร้อมแผนปรับปรุงโครงสร้าง** ก่อนวันโอน
5. **ตั้งราคาโอนจากราคาตลาด** แล้วให้ผู้สอบบัญชีที่จะรับรองงบรอบนั้นดูก่อนลงนาม

ก่อนเลือกทางโอนกิจการบางส่วน ควรเทียบกับอีกสองทาง ถ้ามีผู้ซื้อภายนอกอยู่อีกฝั่ง โครงสร้างการซื้อหุ้นเทียบกับซื้อทรัพย์สินอยู่ใน[ซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สิน ผลขาดทุนสะสมของผู้ขายตามมาด้วยไหม](https://phygital.co.th/insights/ma-deal-structure-basics) ถ้าสายงานยังเล็กพอจะเริ่มใหม่ในนิติบุคคลเปล่า เกณฑ์อยู่ในบทเรื่องการตั้งบริษัทลูก ส่วนสภาพคล่องของบริษัทที่แยกออกไปในเดือนแรก ๆ ตรวจกับ[บริหารกระแสเงินสดแบบ cash-rich ภายใต้เครดิตเทอม 45 วัน](https://phygital.co.th/insights/cash-rich-vs-profit-rich-cash-management) ผังองค์กรหลังแยกดูประกอบกับ[โครงสร้างองค์กรคืออะไร ทำไมงานออกมาหน้าตาเหมือนผังองค์กร](https://phygital.co.th/insights/organizational-structure-guide-for-ceo) และทั้งสามทางเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ในหมวด[ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดที่ CEO ต้องรู้ ผลิตภาพขึ้น 17%](https://phygital.co.th/insights/ceo-business-management-knowledge-guide)

## สรุป

การแยกสายงานที่มีลูกค้าและทรัพย์สินอยู่แล้วออกไปเป็นบริษัทในเครือ ทางที่กฎหมายภาษีรองรับคือการโอนกิจการบางส่วนตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรปี 2554 ซึ่งออกตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 516 เงื่อนไขหลักคือถือหุ้นระหว่างกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 คงไว้อีกหกเดือน ผู้รับโอนมีทรัพย์สินสุทธิพอ และแจ้งแผนก่อนโอน เงินปันผลที่ส่งกลับได้รับยกเว้นทั้งหมดเมื่อถือไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และไม่ถือไขว้ การวางวันโอนจากเงื่อนไขจึงปลอดภัยกว่าการกำหนดวันก่อน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Spin-off ต่างจากการขายสายธุรกิจให้ผู้ซื้อภายนอกอย่างไร

ต่างกันที่ปลายทางของความเป็นเจ้าของ Spin-off ทำให้กลุ่มเดิมยังถือหุ้นและได้ผลตอบแทนจากสายงานนั้นต่อ สิ่งที่เปลี่ยนคือรูปแบบการถือและการรายงานผล ส่วนการขายให้คนนอก ความเป็นเจ้าของจบในวันโอนและได้เงินกลับมาแทน ทางที่พบบ่อยคือแยกก่อนแล้วค่อยขายหุ้นบางส่วน เพื่อให้ผู้ซื้อเจรจาบนงบของสายงานนั้นเอง

### ควรโอนพนักงานไปบริษัทใหม่ทั้งทีมพร้อมกันหรือไม่

แยกตามลักษณะงานก่อน คนที่ทำงานให้สายงานนั้นเต็มเวลาย้ายไปพร้อมอายุงานและสภาพการจ้างเดิม ส่วนคนที่ทำงานให้ทั้งสองฝั่งควรสังกัดที่เดียว แล้วให้ต้นสังกัดเรียกเก็บค่าแรงส่วนที่ทำให้อีกบริษัทตามเวลาที่บันทึกไว้ ภาระผลประโยชน์พนักงานที่สะสมไว้ต้องคำนวณเป็นตัวเงินตั้งแต่วันวางแผน

### ชื่อแบรนด์ควรอยู่กับบริษัทไหนหลังแยก

ให้อยู่กับบริษัทที่จะใช้ชื่อนั้นยาวที่สุด แล้วทำสัญญาอนุญาตให้อีกบริษัทใช้พร้อมค่าตอบแทนที่อธิบายได้ การปล่อยให้สองบริษัทใช้ชื่อเดียวกันโดยไม่มีเอกสาร สร้างปัญหาในวันที่ฝ่ายหนึ่งขายหุ้นให้คนนอก เพราะคำถามว่าใครเป็นเจ้าของชื่อจะถูกยกขึ้นในจังหวะที่ตอบยากที่สุด

### บริษัทที่แยกออกไปควรมีกรรมการชุดเดียวกับบริษัทเดิมหรือไม่

ควรมีคนที่ไม่ซ้ำกันอย่างน้อยหนึ่งคน เพราะจะมีรายการระหว่างสองบริษัทเกิดขึ้นทุกเดือน กรรมการที่นั่งทั้งสองฝั่งทำให้การอนุมัติรายการเหล่านั้นถูกตั้งคำถามได้ง่าย กรรมการที่ไม่ทับซ้อนพร้อมบันทึกการประชุมที่ชัดเป็นวิธีที่ต้นทุนต่ำที่สุด

### แยกไปแล้วผลไม่ดี รวมกลับได้หรือไม่

รวมกลับได้หลายวิธี เช่น โอนกิจการกลับ ควบบริษัทตามกฎหมาย หรือเลิกบริษัทแล้วชำระบัญชี ทุกวิธีมีเงื่อนไขและระยะเวลาของตัวเอง ต้นทุนก้อนใหญ่มักอยู่ที่เวลาสะสางรายการที่ทำไว้หลวม ๆ ระหว่างสองบริษัท การแยกบัญชีให้สะอาดตั้งแต่วันแรกจึงลดต้นทุนของทางถอยได้มากที่สุด

## ผู้ขายทุกรายต้องเปิดบัญชีใหม่กับนิติบุคคลที่รับโอน ขณะที่ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทนั้นยังมีคนเดียว

PHYGITAL AGENCY รวมผู้ผลิตงานส่งเสริมการขายหลายรายไว้ในการเบิกจ่ายครั้งเดียว และตรวจคุณภาพงานก่อนส่งมอบ ให้ทีมเล็กของบริษัทใหม่ไม่ต้องไล่เอกสารผู้ขายทีละราย

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
