# Spatial Computing แว่น AR กับ WebXR ที่เปิดในเบราว์เซอร์

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/spatial-computing-ar-glasses-ads-agency · เผยแพร่ 17 กรกฎาคม 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

แว่น AR และอุปกรณ์ spatial computing ยังเปิดขายในไม่กี่ประเทศ และยังไม่มีช่องซื้อโฆษณาบนแว่น บทนี้ไล่ว่าแบรนด์ไทยทำอะไรได้ตอนนี้ โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **หน้าข้อมูลจำเพาะของ Apple Vision Pro ระบุว่าวางขายในสหรัฐอเมริกา** — ผ่าน apple.com แอป Apple Store และร้าน Apple Store ขณะที่หน้า Vision Pro ภาษาไทยบน apple.com เปิดไม่พบในวันที่ 27 กันยายน 2569
- **แว่น SPECS ของ Snap เปิดให้จองล่วงหน้าเฉพาะในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส** — ผู้จองจ่ายมัดจำที่ขอคืนได้ และบริษัทเขียนว่ามัดจำยังไม่ใช่การยืนยันคำสั่งซื้อ
- **เอกสารนักพัฒนาของ Android XR ระบุ WebXR เป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างประสบการณ์** — โดยเขียนว่า WebXR ทำให้ประสบการณ์ XR ใช้ได้กับทุกคนที่มีอุปกรณ์และเบราว์เซอร์ที่รองรับ

แบรนด์ที่ได้รับข้อเสนอให้ "จองพื้นที่โฆษณาบนแว่น AR ก่อนคู่แข่ง" ต้องหาคำตอบสองเรื่องก่อน คือแว่นรุ่นไหนขายในไทย และพื้นที่โฆษณานั้นซื้อจากใคร แล้วจึงตัดสินได้ว่าจะลงเงินกับเทคโนโลยีนี้ตอนนี้หรือรอไปก่อน บทนี้จะพาไปดูว่าอุปกรณ์แต่ละรุ่นเปิดขายที่ไหน แบรนด์ที่อยู่บนแว่นอยู่ในรูปแบบใด และประสบการณ์แบบไหนที่คนไทยเปิดดูได้จริงจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ในมือ

ข้อมูลในบทนี้มาจากหน้าเว็บของผู้ผลิตโดยตรง ได้แก่ [หน้าข้อมูลจำเพาะของ Apple Vision Pro](https://www.apple.com/apple-vision-pro/specs/) [หน้า visionOS สำหรับนักพัฒนา](https://developer.apple.com/visionos/) [หน้าแว่น SPECS ของ Snap](https://www.spectacles.com/) และ[หน้า Android XR สำหรับนักพัฒนา](https://developer.android.com/xr) ทุกหน้าตรวจเมื่อ 27 ก.ย. 2569 ต้นฉบับใช้ภาษาอังกฤษ และคำแปลไทยทำเองทีละประโยค ผู้ผลิตปรับหน้าเหล่านี้ได้ตลอด ข้อมูลเรื่องประเทศที่เปิดขายจึงควรตรวจซ้ำก่อนตัดสินใจ

บทเดิมของหน้านี้ชวนให้แบรนด์ "เป็นแบรนด์แรกในพื้นที่โฆษณาที่ยังไม่มีใครแย่งชิง" และอ้างนิยามจาก Wikipedia บทนี้ตัดทั้งสองส่วนออก เพราะแหล่งของผู้ผลิตที่อ่านไม่มีช่องสำหรับซื้อโฆษณาบนแว่น และแทนที่ด้วยสิ่งที่ผู้ผลิตเขียนไว้จริง

## อุปกรณ์สามกลุ่มกับประเทศที่เปิดขาย

อุปกรณ์ที่ถูกเรียกรวมกันว่า spatial computing มีหลายรูปแบบ บางรุ่นเป็นอุปกรณ์สวมศีรษะที่บังสายตาทั้งหมด บางรุ่นเป็นแว่นที่มองทะลุเห็นโลกจริง ตารางนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่หน้าเว็บของผู้ผลิตเขียนไว้

| อุปกรณ์หรือแพลตฟอร์ม | ผู้ผลิต | รูปแบบตามหน้าเว็บ                                                             | ประเทศที่หน้าเว็บระบุ                 |
| ---------------------- | -------- | --------------------------------------------------------------------------------- | ----------------------------------------- |
| Apple Vision Pro       | Apple    | อุปกรณ์สวมศีรษะ ชิป M5 จอ micro-OLED                                            | สหรัฐอเมริกา (หน้าข้อมูลจำเพาะ)         |
| SPECS                  | Snap     | แว่นมองทะลุ มุมมอง 51 องศา หนัก 132-136 กรัม                                   | จองล่วงหน้าในสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส   |
| Android XR             | Google   | แพลตฟอร์มสำหรับ XR headsets, wired XR glasses, audio glasses และ display glasses | หน้าเอกสารนักพัฒนาไม่ได้ระบุประเทศ |

ตารางนี้บอกได้ว่าอุปกรณ์ที่เป็นข่าวบ่อยที่สุดยังไม่มีหน้าขายสำหรับคนไทยในแหล่งที่อ่าน ส่วน Android XR เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ผลิตหลายรายนำไปใช้ หน้าเอกสารจึงแบ่งตามชนิดอุปกรณ์ ไม่ได้แบ่งตามรุ่นหรือประเทศ

### ซื้อ Apple Vision Pro ในไทยได้หรือไม่

หน้าข้อมูลจำเพาะฉบับสหรัฐฯ เขียนว่า "Available in the U.S. on apple.com, in the Apple Store app, and at Apple Stores" และเมื่อเปิด apple.com/th/apple-vision-pro/ ในวันที่ 27 กันยายน 2569 ระบบตอบว่าไม่พบหน้า บทนี้ไม่ได้ตรวจช่องทางนำเข้าอื่น จึงสรุปได้เพียงว่า Apple ไม่ได้เปิดหน้าขาย Vision Pro ภาษาไทยในวันนั้น

### แว่น SPECS กับ Vision Pro ต่างกันอย่างไรตามหน้าเว็บของผู้ผลิต

Vision Pro เป็นอุปกรณ์สวมศีรษะที่ผู้ใช้มองภาพผ่านจอ หน้าข้อมูลจำเพาะระบุระบบจอสามมิติ micro-OLED 23 ล้านพิกเซล ส่วน SPECS เป็นแว่นมองทะลุ หน้าเว็บของ Snap บอกว่าใช้เลนส์ waveguide ที่ให้มุมมอง 51 องศา เทียบได้กับจอภาพยนตร์ 115 นิ้วที่วางห่างราวสิบฟุต ขาแว่นมีลำโพงสเตอริโอและไมโครโฟนหกตัว ความต่างนี้กำหนดชนิดงานที่เหมาะ อุปกรณ์ที่บังสายตาเหมาะกับประสบการณ์ที่พาผู้ใช้เข้าไปในพื้นที่เสมือน ส่วนแว่นมองทะลุเหมาะกับข้อมูลที่ซ้อนบนโลกจริงขณะผู้ใช้ยังเห็นคนรอบตัว

## แบรนด์ปรากฏบนแว่นในรูปของ Lens และแอป

หน้าแรกของ SPECS มีหัวข้อ Featured Lenses ซึ่ง Lens คือแอปหรือประสบการณ์ที่เปิดบนแว่น ตัวอย่างที่หน้าเว็บยกมามีทั้ง Lens ที่พาผู้ใช้ "Step into the wizarding world" จากซีรีส์ Harry Potter ของ HBO Lens ที่นำบรรยากาศของ NBA มาไว้บนสนามของผู้ใช้เอง จอเสมือนขนาดใหญ่สำหรับดูวิดีโอ ระบบนำทาง และกระดานไวท์บอร์ดดิจิทัล

แบรนด์บันเทิงสองรายในตัวอย่างนี้อยู่บนแว่นในฐานะเนื้อหาที่ผู้ใช้เลือกเปิดเอง ไม่ได้อยู่ในรูปของโฆษณาที่แทรกเข้ามา หน้า visionOS ของ Apple และหน้า Android XR ก็เป็นเอกสารสำหรับสร้างแอปเช่นกัน ในแหล่งทั้งสี่ที่อ่าน ไม่มีหน้าไหนพูดถึงการซื้อพื้นที่โฆษณาบนแว่น

### แบรนด์ที่อยากอยู่บนแว่นต้องทำอะไร

ต้องสร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้อยากเปิดเอง ในรูปของ Lens บน SPECS หรือแอปบน visionOS และ Android XR แต่ละแพลตฟอร์มมีเครื่องมือและขั้นตอนเผยแพร่ของตัวเอง งานนี้จึงใกล้กับการทำแอปมากกว่าการซื้อสื่อ และต้องคิดตั้งแต่ต้นว่าผู้ใช้จะได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดใช้ ตัวอย่างบนหน้า SPECS ครึ่งหนึ่งเป็นงานใช้สอย เช่น การนำทางในอาคารและกระดานระดมความคิด แบรนด์ค้าปลีกหรืออสังหาริมทรัพย์จึงคิดในทางเดียวกันได้ เช่น ป้ายบอกทางในโครงการที่ซ้อนบนพื้นที่จริง แทนการคิดจากภาพโฆษณาอย่างเดียว

## WebXR เปิดได้จากเบราว์เซอร์

หน้า Android XR แบ่งประสบการณ์เป็นสองแบบ แบบ immersive สำหรับ XR headsets และ wired XR glasses ที่พาผู้ใช้เข้าไปในพื้นที่เสมือนทั้งหมดหรือบางส่วน กับแบบ augmented สำหรับ audio glasses และ display glasses ที่เพิ่มข้อมูลเล็ก ๆ ระหว่างวัน เครื่องมือที่หน้าเว็บระบุมีเครื่องมือพัฒนา Android เอนจินเกม Unity, Godot และ Unreal Engine มาตรฐาน OpenXR และ WebXR

ประโยคที่สำคัญกับแบรนด์ไทยคือ "WebXR makes extended reality available to anyone with a device and a supported web browser" หมายความว่าประสบการณ์ที่สร้างด้วย WebXR เปิดได้จากเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ที่รองรับ หน้าเดียวกันยังเขียนว่าแอป Android ส่วนใหญ่ใช้บน Android XR ได้โดยไม่ต้องพัฒนาเพิ่ม

### WebXR กับแอปบนแว่น เจ้าของแบรนด์ควรเริ่มทางไหนก่อน

ความต่างอยู่ที่ทางเข้า ประสบการณ์ WebXR เปิดจากลิงก์หรือคิวอาร์โค้ดโดยไม่ต้องติดตั้งแอป ส่วนแอปบนแว่นต้องผ่านร้านค้าแอปของแต่ละผู้ผลิต สำหรับแบรนด์ที่ลูกค้ายังไม่มีแว่น การเริ่มจากประสบการณ์ที่เปิดได้บนอุปกรณ์ที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว ทำให้วัดได้ว่าคนสนใจจริงหรือไม่ ก่อนลงทุนกับแพลตฟอร์มแว่นรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ถ้าตัวเลขคนที่เปิดประสบการณ์ซ้ำสูงพอ จึงค่อยคิดเรื่องย้ายไปทำแอปบนแว่นที่ใช้ความสามารถของอุปกรณ์ได้เต็มกว่า เช่นการวางของเสมือนให้ติดอยู่กับโต๊ะหรือผนังจริง

## ภาพในแว่นที่คนรอบข้างไม่เห็น

ข้อจำกัดที่ผู้จัดงานต้องคิดคือคนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ มองไม่เห็นสิ่งที่ผู้สวมแว่นเห็น หน้าข้อมูลจำเพาะของ Vision Pro มีสองฟังก์ชันที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

1. **Mirror My View** ส่งภาพที่ผู้สวมเห็นขึ้นอุปกรณ์ที่รองรับ AirPlay ได้สูงสุด 1080p รวมถึง iPhone iPad Mac และสมาร์ททีวี
2. **บันทึกภาพจากมุมผู้สวม** ได้ความละเอียด 4K นานสูงสุดสามนาทีต่อครั้ง และส่งภาพขึ้นจอพร้อมกันได้ขณะบันทึก

หน้าเดียวกันระบุว่าผู้ใช้ต้องอายุ 13 ปีขึ้นไป งานที่มีผู้เข้าชมเป็นครอบครัวจึงต้องมีจุดคัดกรองอายุก่อนให้สวม

### ถ้าจัดบูธทดลองแว่นในงาน คนที่รอคิวจะเห็นอะไร

ถ้าไม่ส่งภาพขึ้นจอ คนที่รอจะเห็นเพียงคนที่ยืนหันหน้าไปมา การวางจอใหญ่ที่แสดงภาพจากมุมของผู้สวม ทำให้คนในคิวเข้าใจประสบการณ์ก่อนถึงตาตัวเอง และคลิปที่บันทึกจากมุมผู้สวมใช้เล่าเรื่องหลังงานได้ ความยาวสามนาทีต่อครั้งควรถูกนับรวมตอนวางลำดับเดโม

## ขอบเขตงาน AR ของฟิจิทัล เอเจนซี กับส่วนที่อยู่ในมือผู้ผลิตแว่น

งาน AR และ VR ของ PHYGITAL AGENCY อยู่ภายใต้[บริการการตลาดบนโลกเสมือนจริง](https://phygital.co.th/solutions/metaverse) ซึ่งแบ่งเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ประสบการณ์ AR และ VR โชว์รูมเสมือนและทัวร์ 360 องศา และงานเชื่อมกับ Web3 ทีมงานประจำอยู่ที่เชียงใหม่และรับงานทั่วประเทศ งานแว่นและอุปกรณ์สวมศีรษะอยู่ในกลุ่มประสบการณ์ AR และ VR ส่วนที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ถือไว้มีสามเรื่อง คือประเทศที่เปิดขาย เงื่อนไขการเผยแพร่แอปหรือ Lens และข้อกำหนดของผู้ใช้ เช่น อายุขั้นต่ำ สัญญางานจึงไม่ควรรับประกันวันที่งานขึ้นร้านค้าแอป เพราะขั้นตอนนั้นอยู่ในมือผู้ผลิต

งานที่ทีมไม่รับตามหน้าบริการมีสองข้อ คือการสร้างเมืองเสมือนที่ไม่มีแผนการตลาดดึงคนเข้า และการตลาดที่เข้าข่ายระดมทุนเหรียญที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนงานฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดียเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อธิบายไว้ใน[บริการผลิต AR Filter บน TikTok หลัง Meta ปิดเอฟเฟกต์ของคนนอก](https://phygital.co.th/insights/ar-filter-interactive-social-filter-agency) และงานพื้นที่เสมือนที่เปิดจากเบราว์เซอร์อยู่ใน[Virtual Tour 360 องศา สิ่งที่ภาพเสมือนแสดงไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/metaverse-virtual-tour-360-agency)

### โครงการ AR ต้องใช้แว่นทุกครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็น ประสบการณ์หลายแบบเปิดจากโทรศัพท์หรือเบราว์เซอร์ได้ แว่นเหมาะกับงานที่ต้องการให้ผู้ใช้เห็นของเสมือนวางอยู่ในพื้นที่จริงขณะมือว่าง เช่น เดโมผลิตภัณฑ์ในงานแสดงสินค้า ส่วนงานที่ต้องการให้คนจำนวนมากเข้าถึง เริ่มจากโทรศัพท์จะไปได้กว้างกว่า ถ้าอยากใช้ลูกเล่น AR กับป้ายโฆษณานอกบ้าน บท [Interactive DOOH กล้องบนป้ายนับผู้ชมได้แค่ไหนตาม PDPA](https://phygital.co.th/insights/interactive-dooh-smart-billboard-agency) อธิบายเงื่อนไขเรื่องกล้องและข้อมูลผู้ชมไว้ครบ

## สามคำถามก่อนสั่งทำเดโมบนแว่น

แว่น AR เป็นเทคโนโลยีที่ควรติดตาม แต่การลงเงินตอนนี้ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อน

1. **ผู้ชมจะเจอแว่นที่ไหน** ถ้าลูกค้ายังไม่มีแว่น คำตอบคือบูธหรือห้องโชว์รูมที่แบรนด์จัดเอง ซึ่งต้องนับค่าเครื่อง ทีมดูแลคิว และจุดคัดกรองอายุไว้ในงบ
2. **คนที่ไม่ได้สวมจะได้อะไร** ถ้าคำตอบคือไม่ได้อะไร ให้เพิ่มจอแสดงภาพจากมุมผู้สวม หรือทำประสบการณ์ฉบับที่เปิดจากโทรศัพท์ควบคู่
3. **งานนี้จะใช้ต่อได้ไหมเมื่อแว่นรุ่นใหม่ออก** ประสบการณ์ที่สร้างบนมาตรฐานเปิดอย่าง WebXR หรือ OpenXR ย้ายระหว่างอุปกรณ์ได้ง่ายกว่างานที่ผูกกับแว่นรุ่นเดียว

## สรุป

หน้าข้อมูลจำเพาะของ Apple Vision Pro ระบุว่าวางขายในสหรัฐอเมริกา และหน้าภาษาไทยเปิดไม่พบในวันที่ 27 กันยายน 2569 ส่วนแว่น SPECS ของ Snap เปิดจองเฉพาะในสหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส แหล่งของผู้ผลิตทั้งสี่ไม่พูดถึงการขายพื้นที่โฆษณาบนแว่น แบรนด์ที่อยู่บนแว่นทำในรูปของ Lens หรือแอปที่ผู้ใช้เปิดเอง เอกสาร Android XR ระบุ WebXR เป็นทางที่ทำให้ประสบการณ์ XR เปิดได้จากเบราว์เซอร์ แบรนด์ไทยจึงเริ่มจากเดโมในงานควบคู่กับประสบการณ์บนโทรศัพท์ได้ โดยต้องวางจอให้คนรอบข้างเห็นภาพ และคัดกรองอายุ 13 ปีขึ้นไปตามเงื่อนไขของผู้ผลิต

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ซื้อพื้นที่โฆษณาบนแว่น AR ได้แล้วหรือยัง

ในหน้าเว็บของ Apple, Snap และ Android XR ที่อ่าน ไม่มีหน้าใดพูดถึงการขายพื้นที่โฆษณาบนแว่น แบรนด์ที่ปรากฏบนแว่นอยู่ในรูปของ Lens หรือแอปที่ผู้ใช้เลือกเปิดเอง ข้อเสนอที่บอกว่าจองพื้นที่โฆษณาบนแว่นได้ ควรขอเอกสารของผู้ผลิตอุปกรณ์มาประกอบ

### จองแว่น SPECS จากไทยได้หรือไม่

หน้าคำถามของ SPECS ระบุว่าเปิดจองในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส และบอกว่าผู้ที่ไม่เห็นปุ่มเพิ่มลงตะกร้าอยู่ในประเทศที่ยังไม่เปิดจอง ให้ลงชื่อรอไว้ ผู้จองหนึ่งรายเพิ่มได้สูงสุดห้าเครื่อง และเลือกได้สองขนาดคือ 47 และ 52 มิลลิเมตร หน้าเดียวกันแนะนำให้ลองขนาดผ่าน Virtual Try-On บน iPhone XS หรือรุ่นที่ใหม่กว่าก่อนจอง ทีมที่อยากใช้แว่นรุ่นนี้ในงานที่ไทยจึงต้องวางแผนนำเครื่องเข้ามาเองและเผื่อเวลาตามรอบส่งของผู้ผลิต

### Android XR ใช้กับอุปกรณ์แบบไหนบ้าง

หน้าเอกสารนักพัฒนาแบ่งเป็นสี่ชนิด ได้แก่ XR headsets และ wired XR glasses สำหรับประสบการณ์แบบ immersive กับ audio glasses และ display glasses สำหรับประสบการณ์แบบ augmented หน้าเดียวกันไม่ได้ระบุรุ่นหรือประเทศที่วางขาย

### ถ้ามีแอป Android อยู่แล้ว ต้องสร้างใหม่สำหรับ Android XR หรือไม่

เอกสารของ Android XR เขียนว่า "Most Android apps are compatible with Android XR without any additional development effort" แอปส่วนใหญ่จึงเปิดบนอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องพัฒนาเพิ่ม การปรับให้ใช้ความสามารถเฉพาะของ XR เป็นงานเพิ่มเติมที่ทำด้วย Jetpack XR SDK หรือเครื่องมืออื่นตามที่เอกสารระบุ

### มีบทไหนที่เล่าเรื่องโฆษณาบนจอขนาดใหญ่ในบ้านต่อ

[โฆษณา Connected TV บน YouTube กับ QR ที่ขึ้นเฉพาะบนจอทีวี](https://phygital.co.th/insights/connected-tv-ctv-advertising-agency) อธิบายการตั้งค่าโฆษณาให้ขึ้นบนสมาร์ททีวี และคิวอาร์โค้ดที่ระบบสร้างให้ผู้ชมสแกนจากจอ

## อยากให้คนในงานได้ลองแว่น AR แต่ยังไม่แน่ใจว่าคนที่ยืนรอคิวจะได้เห็นอะไร

ให้ PHYGITAL AGENCY วางเดโมแว่นและประสบการณ์ฉบับโทรศัพท์ให้งานของคุณ ตั้งแต่ลำดับคิว จอแสดงภาพจากมุมผู้สวม ไปจนถึงลิงก์ที่ผู้ชมเปิดต่อได้หลังงาน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
