# Social Media เลือกแพลตฟอร์มไหน ดูจากวิธีที่แอปคัดโพสต์

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/social-media-marketing-platform-guide · เผยแพร่ 23 ตุลาคม 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เลือกแพลตฟอร์ม Social Media จากเอกสารที่ Meta และ YouTube อธิบายระบบคัดโพสต์เอง แพลตฟอร์มไหนส่งโพสต์ถึงผู้ติดตาม แพลตฟอร์มไหนพาไปหาคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์

## Key Takeaways

- **Meta แยกระบบคัดโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ติดตามออกจากระบบแนะนำโพสต์ของบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตาม** — ตามเอกสารอธิบายระบบ AI ใน Transparency Center ธุรกิจจึงควรตอบก่อนว่าต้องการให้โพสต์ไปถึงลูกค้าเดิมหรือคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์
- **ฟีด Facebook ฉบับอัปเดต 24 มิถุนายน 2569 คัดโพสต์จากเพื่อน เพจ และกลุ่มที่ติดตามราว 500 โพสต์ แล้วเรียงด้วยคะแนนความเกี่ยวข้อง** — ส่วน Instagram Explore ฉบับ 22 มิถุนายน 2569 ดึงโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตามได้สูงสุด 1,500 ชิ้นก่อนคัดเหลือ 100 ชิ้น
- **YouTube ระบุว่าใช้แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้ชมและชื่อเสียงของช่องประกอบการแนะนำคลิป** — แพลตฟอร์มนี้จึงเหมาะกับธุรกิจที่ทำคลิปอธิบายได้ลึกและต่อเนื่อง มากกว่าธุรกิจที่ต้องการโพสต์สั้นทุกวัน

เจ้าของธุรกิจที่มีเวลาดูแลโซเชียลได้แค่หนึ่งหรือสองช่องทางมักได้คำแนะนำให้เปิดทุกแพลตฟอร์ม แล้วพบว่าโพสต์สม่ำเสมอทุกวันแต่มีคนเห็นไม่กี่สิบคน คำถามที่ควรตอบก่อนเปิดช่องทางใหม่คือแต่ละแพลตฟอร์มส่งโพสต์ของเราไปให้ใครเห็น หน้านี้เทียบเอกสารที่ Meta และ YouTube เขียนอธิบายระบบคัดโพสต์ของตัวเอง ว่าแพลตฟอร์มไหนส่งโพสต์ถึงคนที่ติดตามอยู่แล้ว แพลตฟอร์มไหนพาไปหาคนใหม่ และสัญญาณแบบไหนที่ระบบใช้ตัดสิน

Social Media Marketing คือการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลสื่อสารกับลูกค้าและคนที่อาจเป็นลูกค้า ทั้งแบบโพสต์ปกติและแบบจ่ายเงินโฆษณา บทนี้พูดเฉพาะโพสต์ปกติที่ไม่ได้จ่ายเงิน เพราะเป็นส่วนที่ธุรกิจเล็กพึ่งมากที่สุดและเป็นส่วนที่ระบบคัดโพสต์มีผลโดยตรง การเลือกแพลตฟอร์มจากเอกสารชุดนี้เป็นการเลือกจากกลไก ไม่ใช่จากจำนวนผู้ใช้

## ตอบก่อนว่าอยากให้ใครเห็นโพสต์

คนที่จะเห็นโพสต์ของธุรกิจแบ่งได้สองกลุ่ม คือคนที่ติดตามหรือเคยมีปฏิสัมพันธ์กับบัญชีอยู่แล้ว กับคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์เลย แพลตฟอร์มแต่ละแห่งให้น้ำหนักสองกลุ่มนี้ต่างกัน

[หน้ารวมคำอธิบายการจัดอันดับของ Meta](https://transparency.meta.com/features/explaining-ranking/) แยกระบบ AI ของ Facebook และ Instagram ออกเป็นหลายระบบ ฟีด Facebook และฟีด Instagram ทำหน้าที่ส่ง "เนื้อหาที่เชื่อมต่อ" คือโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ติดตาม ส่วนเนื้อหาแนะนำในฟีด Instagram Explore และแท็บ Reels เป็นระบบอีกชุดหนึ่ง ซึ่งแนะนำโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตาม เอกสารฟีด Facebook ระบุเองว่าเนื้อหาแนะนำและโฆษณาในฟีดไม่ได้มาจากระบบที่อธิบายในหน้านั้น

### ทำไมต้องแยกสองกลุ่มนี้ก่อนเลือกแพลตฟอร์ม

เพราะงานของสองกลุ่มต่างกัน ธุรกิจที่มีลูกค้าเดิมมากและต้องการให้กลับมาซื้อซ้ำ ต้องการช่องทางที่ส่งโพสต์ถึงผู้ติดตามได้สม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีใครติดตาม ต้องการช่องทางที่ระบบพาโพสต์ไปหาคนแปลกหน้า ถ้าไม่แยกสองกลุ่มนี้ก่อน ธุรกิจอาจเลือกแพลตฟอร์มที่ระบบทำงานได้ดีกับกลุ่มที่ตัวเองยังไม่มี แล้วสรุปผิดว่าโซเชียลใช้ไม่ได้ผล

## ฟีด Facebook เรียงโพสต์จากคนที่ผู้ใช้ติดตาม

ฟีด Facebook ตามเอกสารของ Meta คือระบบสำหรับคนที่รู้จักกันแล้ว ระบบไม่ได้หาผู้ชมใหม่ให้เพจ แต่ตัดสินว่าโพสต์ของเพจจะขึ้นสูงแค่ไหนในฟีดของคนที่ติดตามเพจอยู่

[เอกสารระบบ AI ของฟีด Facebook](https://transparency.meta.com/features/explaining-ranking/fb-feed/) ฉบับอัปเดต 24 มิถุนายน 2569 อธิบายไว้สี่ขั้น ขั้นแรกรวบรวมโพสต์ทั้งหมดจากเพื่อน เพจที่ติดตาม และกลุ่มที่เข้าร่วม โดยตัดโพสต์ที่ผิดมาตรฐานชุมชนออก ขั้นที่สองพิจารณาสัญญาณของแต่ละโพสต์ เช่น ใครเป็นคนโพสต์ ผู้ใช้เคยมีปฏิสัมพันธ์กับคนนั้นอย่างไร โพสต์เป็นรูป คลิป หรือลิงก์ และเพื่อนกดถูกใจกี่คน แล้วใช้โมเดลขนาดเล็กคัดโพสต์ที่เกี่ยวข้องที่สุดราว 500 โพสต์ ขั้นที่สามทำนายว่าโพสต์ไหนมีคุณค่ากับผู้ใช้ ขั้นสุดท้ายคำนวณคะแนนความเกี่ยวข้องแล้วเรียงลำดับ โดยพยายามผสมประเภทโพสต์ เช่นไม่ให้คลิปขึ้นติดกันหลายชิ้น

เอกสารยังระบุว่าผู้ใช้กดแท็บ Following เพื่อดูโพสต์จากบัญชีที่ติดตามเรียงตามเวลาได้ และเพิ่มเพจเข้ารายการ Favorites ให้โพสต์ของเพจขึ้นสูงกว่าเดิมได้

### โพสต์จากเพจธุรกิจแข่งกับอะไรในฟีด

แข่งกับโพสต์ของเพื่อน กลุ่ม และเพจอื่นที่ผู้ใช้ติดตามทั้งหมด สัญญาณที่เอกสารยกมาหลายตัวผูกกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับผู้โพสต์ เช่นจำนวนครั้งที่ผู้ใช้เคยกดถูกใจหรือแสดงความคิดเห็นกับผู้โพสต์คนนั้น และจำนวนครั้งที่ผู้ใช้ค้นหาชื่อผู้โพสต์ เพจที่ลูกค้าคุยด้วยสม่ำเสมอจึงมีโอกาสขึ้นสูงกว่าเพจที่โพสต์มากแต่ไม่มีใครตอบ งานตอบความคิดเห็นและข้อความจึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำเพจ ไม่ใช่งานแยก วิธีให้สิทธิ์คนนอกดูแลแชทอยู่ใน [บริการรับจ้างแอดมินเพจ ให้สิทธิ์คนนอกดูแลแชทแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/admin-page-customer-service-agency)

## Instagram Explore พาโพสต์ไปหาคนที่ยังไม่ติดตาม

Explore เป็นระบบที่ Meta เขียนไว้ชัดว่าแสดงโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตาม บัญชีใหม่ที่ยังไม่มีผู้ติดตามจึงมีทางไปถึงคนแปลกหน้าผ่านระบบนี้

[เอกสารระบบ AI ของ Instagram Explore](https://transparency.meta.com/features/explaining-ranking/ig-explore/) ฉบับอัปเดต 22 มิถุนายน 2569 แบ่งการทำงานเป็นสามขั้น ขั้นดึงผู้สมัครเลือกรูปและคลิปที่เกี่ยวกับความสนใจของผู้ใช้ได้สูงสุด 1,500 ชิ้น ทั้งจากผู้สร้างที่ผู้ใช้เคยมีปฏิสัมพันธ์และจากโพสต์ที่คล้ายโพสต์ที่ผู้ใช้เคยมีปฏิสัมพันธ์ ขั้นจัดอันดับช่วงแรกคัดเหลือ 100 ชิ้น และขั้นจัดอันดับช่วงหลังเรียงตามโอกาสที่ผู้ใช้จะกดถูกใจ บันทึก หรือมีปฏิสัมพันธ์แบบอื่น

| สิ่งที่ระบบ Explore ทำนาย (ตามเอกสาร)          | ความหมายต่อโพสต์ของธุรกิจ                                                            |
| ------------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------- |
| โอกาสที่ผู้ใช้จะกดติดตามผู้โพสต์          | โพสต์ต้องบอกได้ว่าบัญชีนี้ทำอะไร ให้คนที่เพิ่งเห็นครั้งแรกตัดสินใจติดตาม |
| โอกาสที่ผู้ใช้จะดูโพสต์นานเกินห้าวินาที | ภาพแรกต้องมีเหตุผลให้หยุดดู                                                        |
| โอกาสที่ผู้ใช้จะดูคลิปเกิน 95%             | คลิปที่ยาวเกินเนื้อหาเสียเปรียบ                                                     |
| โอกาสที่ผู้ใช้จะบันทึกโพสต์                 | ข้อมูลที่คนอยากเก็บไว้ใช้ภายหลัง เช่นวิธีทำหรือรายการเทียบ                   |
| โอกาสที่ผู้ใช้จะกดไม่สนใจ                  | โพสต์ที่หลอกให้กดแล้วเนื้อหาไม่ตรงจะถูกกดทิ้ง                                 |

### บัญชีใหม่ที่ไม่มีผู้ติดตามมีโอกาสบน Instagram ไหม

มี เพราะขั้นดึงผู้สมัครของ Explore รวมโพสต์ที่คล้ายโพสต์ที่ผู้ใช้เคยมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ได้ดึงเฉพาะบัญชีที่ผู้ใช้รู้จัก สัญญาณที่ใช้ทำนายหลายตัวเป็นพฤติกรรมของคนดูต่อโพสต์นั้น เช่นจำนวนคนที่ดูคลิปเกิน 95% และจำนวนคนที่กดเข้าไปดูเต็มจอ บัญชีใหม่จึงต้องทำโพสต์ที่คนดูจนจบหรือบันทึกไว้ ส่วนจำนวนผู้ติดตามของบัญชีไม่อยู่ในรายการสัญญาณที่เอกสารยกมา

## YouTube ให้น้ำหนักกับความพึงพอใจและคุณภาพของช่อง

YouTube อธิบายระบบแนะนำในภาพกว้างกว่า Meta แต่มีสองเรื่องที่ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นชัด คือใช้แบบสำรวจความพึงพอใจ และพิจารณาชื่อเสียงของช่อง

[หน้าอธิบายระบบแนะนำของ YouTube](https://www.youtube.com/howyoutubeworks/product-features/recommendations/) ระบุว่าระบบเข้าใจผู้ชมจากพฤติกรรมการดู การกดชอบและไม่ชอบ การติดตามช่อง และความคิดเห็นรวมถึงผลแบบสำรวจความพึงพอใจ และเหมือนกับ Search ระบบพิจารณาชื่อเสียงและคุณภาพของช่องเพื่อกำหนดว่าจะแสดงเนื้อหาเมื่อไรและกับใคร โดยใช้ผู้ประเมินภายนอกช่วยเข้าใจว่าผู้ชมทั่วไปจะมองเนื้อหาอย่างไร คำแนะนำปรากฏในสองที่หลัก คือหน้าแรกและแผง Up Next ข้างคลิปที่กำลังดู ส่วนผลค้นหาจัดลำดับจากความเกี่ยวข้อง การมีส่วนร่วม และคุณภาพ ซึ่งมีน้ำหนักต่างกันตามประเภทการค้นหา

### ธุรกิจที่ขายเรื่องสุขภาพหรือการเงินควรรู้อะไรเกี่ยวกับ YouTube

ควรรู้ว่าหัวข้อกลุ่มนี้ใช้เกณฑ์เข้มกว่าเดิม หน้าเดียวกันระบุว่าหัวข้อที่ความถูกต้องสำคัญ เช่นข่าว การเงินส่วนบุคคล การแพทย์ และวิทยาศาสตร์ YouTube ยกเสียงที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาด้วยเครื่องมือหลายแบบ คลินิกหรือบริษัทประกันที่ทำคลิปอธิบายจึงควรบอกชื่อและคุณวุฒิของผู้พูด อ้างแหล่งข้อมูลในคำอธิบายคลิป และทำคลิปต่อเนื่องในหัวข้อเดียว เพื่อให้ช่องมีประวัติที่ระบบใช้ประเมินได้

## TikTok และช่องทางเสียงในเอกสารที่มีอยู่

TikTok ยังไม่มีเอกสารระดับเดียวกับ system card ของ Meta ในหน้านี้จึงอ้างเฉพาะคำอธิบายที่ TikTok เผยแพร่เอง ซึ่งเก่ากว่าเอกสารของ Meta หลายปี

คำอธิบายฟีด For You ที่ TikTok เผยแพร่ในปี 2563 ระบุว่ายอดผู้ติดตามและคลิปที่เคยดังของบัญชีไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงในการแนะนำ รายละเอียดและข้อจำกัดของเอกสารชิ้นนั้นอยู่ใน [วิวัฒนาการการค้นพบเพลง จากค่าจ้างเปิดเพลงถึงฟีด For You](https://phygital.co.th/insights/music-discovery-marketing-evolution-radio-tiktok-algorithm-guide) ธุรกิจที่อ่านเอกสารนี้ควรจำไว้ว่าเป็นคำอธิบายของปี 2563 ระบบอาจเปลี่ยนไปมากแล้ว

ช่องทางเสียงอย่างพอดแคสต์ทำงานต่างจากฟีดโซเชียล เพราะคนฟังมักกดติดตามรายการแล้วฟังต่อเนื่อง ธุรกิจที่มีความรู้เฉพาะทางและพูดได้ยาวดูได้จาก [Podcast Marketing คนไทยฟังนาน แต่ละแอปนับคนฟังไม่เหมือนกัน](https://phygital.co.th/insights/podcast-marketing-thailand-business)

## ตารางเทียบระบบคัดโพสต์ของแต่ละแพลตฟอร์ม

ตารางนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่เอกสารของแต่ละแพลตฟอร์มเขียนไว้ ไม่ได้รวมความเห็นว่าแพลตฟอร์มไหนดีกว่า

| แพลตฟอร์มและระบบ                     | ส่งโพสต์ถึงใครเป็นหลัก                | สัญญาณที่เอกสารยกมา                                            | เหมาะกับธุรกิจที่                           |
| -------------------------------------- | ------------------------------------------ | ------------------------------------------------------------------ | ---------------------------------------------- |
| ฟีด Facebook                           | ผู้ที่ติดตามเพจ เพื่อน และสมาชิกกลุ่ม | ความสัมพันธ์กับผู้โพสต์ ประเภทโพสต์ จำนวนเพื่อนที่กดถูกใจ | มีลูกค้าเดิมและชุมชนที่คุยกันอยู่แล้ว |
| Instagram Explore                      | ผู้ที่ยังไม่ได้ติดตามบัญชี           | เวลาดู การดูคลิปจนเกือบจบ การบันทึก การกดติดตาม           | แบรนด์ใหม่ที่มีภาพหรือคลิปชัด           |
| YouTube                                | ผู้ติดตามช่องและผู้ชมที่ระบบแนะนำ  | พฤติกรรมการดู แบบสำรวจความพึงพอใจ ชื่อเสียงของช่อง        | ธุรกิจที่อธิบายเรื่องยากได้ด้วยคลิปยาว |
| TikTok ฟีด For You (คำอธิบายปี 2563) | ผู้ใช้ทั่วไปตามความสนใจ               | ไม่นับยอดผู้ติดตามเป็นปัจจัยโดยตรง                          | ธุรกิจที่ผลิตคลิปสั้นได้สม่ำเสมอ         |

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ต้องเลือกแพลตฟอร์มเดียว แต่ควรเลือกช่องทางหลักหนึ่งช่องตามกลุ่มที่ต้องการถึงก่อน แล้วใช้ช่องทางที่สองส่งต่อเนื้อหาชุดเดิมในรูปแบบที่ระบบนั้นให้รางวัล

## สิ่งที่เอกสารของแพลตฟอร์มไม่ได้บอก

เอกสารชุดนี้อธิบายกลไก แต่มีเรื่องที่ใช้ตัดสินไม่ได้อยู่สามเรื่อง ผู้อ่านควรรู้ก่อนนำไปใช้

* **เอกสารไม่ได้บอกจำนวนผู้ใช้ในไทย** ตัวเลขบัญชีผู้ใช้โซเชียลของไทยต้องดูจากรายงานสำรวจ ซึ่งอธิบายไว้ใน [Content Creator คืออะไร งานสร้างเนื้อหาในเอเจนซีทำอะไรบ้าง](https://phygital.co.th/insights/what-is-content-creator-agency)
* **เอกสารไม่ได้บอกน้ำหนักของแต่ละสัญญาณ** Meta เขียนไว้ในทุกหน้าว่าโมเดลและสัญญาณเปลี่ยนบ่อยเมื่อระบบเรียนรู้ รายการสัญญาณจึงบอกได้ว่าระบบดูอะไร แต่บอกไม่ได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
* **เอกสารไม่ได้ครอบคลุมโฆษณา** โฆษณาใช้ระบบประมูลแยกจากระบบคัดโพสต์ปกติ ความต่างของการประมูลสองแพลตฟอร์มใหญ่อยู่ใน [Google Ads กับ Meta Ads ประมูลต่างกันอย่างไร ปี 2026](https://phygital.co.th/insights/google-ads-vs-meta-ads-2026)

### ควรเชื่อคนที่บอกว่ารู้สูตรอัลกอริทึมไหม

ควรถามหาเอกสารต้นทาง ถ้าคำแนะนำขัดกับสิ่งที่แพลตฟอร์มเขียนเอง เช่นบอกว่ายอดผู้ติดตามคือทุกอย่างบน Explore ทั้งที่เอกสารไม่ได้ยกยอดผู้ติดตามเป็นสัญญาณ คำแนะนำนั้นก็มาจากการสังเกตส่วนตัวมากกว่าข้อมูลของระบบ เอกสารของ Meta ที่อ้างในหน้านี้อัปเดตเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ผู้อ่านเปิดตรวจเองได้ทุกหน้า

## คำถามสามข้อก่อนเปิดช่องทางใหม่

ก่อนสมัครบัญชีใหม่อีกแพลตฟอร์ม เจ้าของธุรกิจควรตอบสามข้อนี้ให้ได้เป็นประโยคเดียวต่อข้อ

1. **ช่องทางนี้มีไว้หาคนใหม่ หรือดูแลลูกค้าเดิม** ถ้าตอบไม่ได้ ให้กลับไปดูตารางเทียบว่าระบบของแพลตฟอร์มนั้นส่งโพสต์ถึงกลุ่มไหน
2. **ทีมผลิตรูปแบบที่ระบบนั้นให้รางวัลได้สม่ำเสมอไหม** คลิปที่คนดูจนจบ โพสต์ที่คนอยากบันทึก หรือคลิปยาวที่ตอบคำถามได้จริง ต้องใช้แรงผลิตต่างกัน
3. **ใครตอบความคิดเห็นและข้อความ** เอกสารฟีด Facebook ยกความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับผู้โพสต์เป็นสัญญาณหลายตัว ช่องทางที่ไม่มีคนตอบจะเสียสัญญาณกลุ่มนี้

ถ้ายังตอบข้อสองหรือข้อสามไม่ได้ การรอเปิดช่องทางใหม่แล้วทำช่องทางเดิมให้สม่ำเสมอก่อนเป็นทางที่ใช้แรงน้อยกว่า

## สรุป

Social Media เลือกแพลตฟอร์มไหนควรตัดสินจากวิธีที่แต่ละแอปคัดโพสต์ เอกสารของ Meta แยกฟีด Facebook ซึ่งเรียงโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ติดตามราว 500 โพสต์ ออกจาก Instagram Explore ที่ดึงโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตามสูงสุด 1,500 ชิ้น ส่วน YouTube ใช้แบบสำรวจความพึงพอใจและชื่อเสียงของช่องประกอบการแนะนำ ธุรกิจจึงควรตอบก่อนว่าต้องการถึงลูกค้าเดิมหรือคนใหม่ แล้วเลือกช่องทางหลักที่ระบบทำงานกับกลุ่มนั้น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เพจ Facebook ที่มีผู้ติดตามน้อยควรย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นเลยไหม

ไม่จำเป็น ฟีด Facebook ยังเป็นช่องทางที่ดีสำหรับคุยกับลูกค้าเดิม เพจที่มีผู้ติดตามน้อยควรเพิ่มช่องทางที่พาโพสต์ไปหาคนใหม่ เช่น Reels หรือ Explore แล้วชวนคนที่รู้จักแบรนด์ครั้งแรกให้มาติดตามเพจ

### โพสต์เดียวกันลงทุกแพลตฟอร์มได้ไหม

ลงได้ แต่ควรปรับรูปแบบ ระบบแต่ละแห่งให้รางวัลพฤติกรรมต่างกัน คลิปที่ตัดให้สั้นลงเหมาะกับระบบที่วัดการดูจนจบ ส่วนเวอร์ชันยาวที่อธิบายละเอียดเหมาะกับ YouTube ที่ใช้แบบสำรวจความพึงพอใจ

### ผู้ใช้เลือกดูฟีดเรียงตามเวลาได้แล้ว ระบบคัดโพสต์ยังสำคัญไหม

ยังสำคัญ เอกสารของ Meta ระบุว่าแท็บ Following เป็นตัวเลือกที่ผู้ใช้ต้องกดเอง หน้าฟีดหลักที่เปิดขึ้นมายังเรียงด้วยคะแนนความเกี่ยวข้อง ธุรกิจจึงควรออกแบบโพสต์ให้ผ่านระบบคัด และชวนลูกค้าประจำเพิ่มเพจเข้ารายการ Favorites

### ธุรกิจ B2B ควรเลือกช่องทางไหน

เริ่มจากถามว่าผู้ตัดสินใจซื้อหาข้อมูลจากที่ไหน ธุรกิจที่ขายบริการซับซ้อนมักได้ประโยชน์จากคลิปอธิบายยาวบน YouTube ที่ระบบให้น้ำหนักกับชื่อเสียงของช่อง ส่วนช่องทางคุยกับลูกค้าเดิมเลือกตามที่ลูกค้าใช้ติดต่อจริง

### กดไม่สนใจของผู้ใช้มีผลกับบัญชีธุรกิจอย่างไร

เอกสาร Explore ระบุว่าระบบพยายามกรองเนื้อหาที่คล้ายกันออกในอนาคตเมื่อผู้ใช้เลือกไม่สนใจ และใช้จำนวนผู้โพสต์ที่ผู้ใช้เคยกดไม่สนใจเป็นสัญญาณหนึ่ง โพสต์ที่พาดหัวไม่ตรงกับเนื้อหาจึงเสี่ยงทำให้โพสต์คล้ายกันของบัญชีไปถึงผู้ใช้คนนั้นน้อยลง

## โพสต์ทุกวันบนแพลตฟอร์มที่ระบบส่งไปหากลุ่มที่คุณยังไม่มี ได้ยอดเห็นน้อยต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน

PHYGITAL AGENCY อ่านผลโพสต์ย้อนหลังของธุรกิจแยกตามผู้ติดตามเดิมและผู้ชมใหม่ เลือกช่องทางหลักที่ระบบทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย และวางรูปแบบโพสต์ให้ตรงกับสิ่งที่ระบบนั้นใช้ตัดสิน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
