# Smart Home AI จีน ร้านไทยต้องตอบเรื่องแอปและข้อมูลให้ได้

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/smart-home-ai-china-2026-thai-business-lessons · เผยแพร่ 16 มิถุนายน 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Haier โชว์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกล้องและ AI ในงาน AWE 2026 ร้านไทยที่ขายของกลุ่มนี้ต้องตอบลูกค้าให้ได้ว่ารุ่นในไทยต่อกับแอปไหน และภาพจากกล้องไปเก็บที่ใด

## Key Takeaways

- **Haier เปิดตัวชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า Seeker ในงาน AWE 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และทีวี ที่ใช้กล้องกับ AI Vision 2.0 ทำงานร่วมกัน** — บริษัทระบุว่าชุดนี้ได้การรับรองระดับ L4 ซึ่งเป็นระดับการทำงานเองสูงสุดที่มีในจีนตอนนี้
- **ระบบบ้านอัจฉริยะของ Haier มีผู้ใช้ลงทะเบียนเกิน 130 ล้านคน และมีการสั่งงานตามฉากในบ้าน 86.1 พันล้านครั้งในปี 2025** — ตามตัวเลขที่บริษัทเผยแพร่เอง ในยุโรป Haier รวมเครื่องที่เชื่อมต่อได้ไว้ในแอป hOn
- **มาตรา 5 วรรคสองของกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลไทยใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลที่อยู่นอกประเทศด้วย เมื่อเสนอสินค้าหรือเฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนในไทย** — ร้านที่ขายเครื่องที่มีกล้องจึงควรรู้ว่าภาพและข้อมูลไปเก็บที่ใคร

ลูกค้าเดินเข้าร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมคลิปจากงานแสดงสินค้าในจีน ในคลิปมีตู้เย็นที่มองเห็นของข้างในเองและบอกได้ว่าอะไรใกล้หมด เครื่องปรับอากาศหันลมตามคนในห้อง ลูกค้าถามว่ามีขายไหม ต่อกับมือถือได้หรือเปล่า และกล้องในเครื่องถ่ายอะไรไปบ้าง พนักงานขายส่วนใหญ่ตอบได้แค่ข้อแรก คำตอบที่ร้านต้องมีก่อนขายของกลุ่มนี้คือของที่เห็นในงานมีขายในไทยหรือยัง รุ่นในไทยทำงานผ่านแอปอะไร และข้อมูลจากกล้องไปอยู่ที่ใด บทนี้เรียงข้อมูลให้ร้านตอบคำถามเหล่านี้ได้ตรงกับความจริง

ข้อมูลสินค้าในบทนี้มาจากข่าวที่ Haier เผยแพร่เองสองฉบับ ฉบับแรกคือ[ข่าวงาน AWE บนเว็บไซต์ของ Haier Group](https://www.haier.com/global/press-events/news/20260402%5F288853.shtml) ลงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ฉบับที่สองคือ[ข่าวงาน IFA ที่เบอร์ลิน](https://www.prnewswire.com/news-releases/haier-showcases-ai-powered-smart-home-ecosystem-at-ifa-2026-302870663.html) ลงวันที่ 5 กันยายน 2569 ส่วนข้อกฎหมายยกจาก[ไฟล์ตัวบทกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลปี 2562](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1%5FPersonal-Data-Protection-2562.pdf) ที่ สคส. เผยแพร่บนเว็บของตัวเอง

## งาน AWE ปี 2569 โชว์อะไรในเครื่องใช้ไฟฟ้า

AWE ย่อมาจาก Appliance & Electronics World Expo เป็นงานแสดงเครื่องใช้ไฟฟ้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จัดในเซี่ยงไฮ้ทุกปี ในปี 2569 Haier ใช้งานนี้เปิดชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า Seeker สี่ชิ้น ข่าวของบริษัทอธิบายแต่ละชิ้นไว้ดังนี้

| เครื่อง                   | สิ่งที่ Haier บอกว่าทำได้                                      |
| ------------------------- | ----------------------------------------------------------------- |
| ตู้เย็น Seeker           | จากเดิมจำของได้ 230 รายการ ขยายเป็นจำวัตถุดิบได้ทุกชนิด |
| เครื่องซักผ้า Seeker    | ใช้ภาพจากกล้องร่วมกับการฟังเสียงสั่ง                     |
| เครื่องปรับอากาศ Seeker | ติดตามตำแหน่งคนในห้องแบบต่อเนื่อง                           |
| ทีวี Seeker               | ทำหน้าที่เป็นจอสั่งงานของทั้งบ้าน                         |

เทคโนโลยีกลางของชุดนี้คือ AI Vision 2.0 ซึ่ง Haier บอกว่าเร็วกว่า แม่นกว่า และเห็นได้ครบกว่ารุ่นแรก ชุดนี้ได้การรับรองเป็น L4 Smart Appliance Suite ซึ่งบริษัทเรียกว่าระดับการทำงานเองสูงสุดที่มีในจีน นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า Haier ยังโชว์หุ่นยนต์ในบ้านสามแบบ คือหุ่นยนต์ทำความสะอาด หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ และหุ่นยนต์ทำงานบ้านที่สั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นได้

### ตัวเลขของบริษัทบอกอะไรร้านไทย

ข่าวฉบับเดียวกันรายงานว่า Haier มีรายได้ทั่วโลกปี 2025 ที่ 426.8 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 มีผู้ใช้ระบบบ้านอัจฉริยะที่ลงทะเบียนเกิน 130 ล้านคน และมีการสั่งงานตามฉาก เช่น สั่งเปิดแอร์ก่อนกลับถึงบ้าน รวม 86.1 พันล้านครั้งในหนึ่งปี ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าผู้ผลิตรายใหญ่ของจีนเก็บข้อมูลการใช้เครื่องในบ้านจำนวนมากแล้ว และใช้ข้อมูลนั้นออกแบบรุ่นถัดไป ร้านไทยที่ขายเครื่องเชื่อมต่อจึงขายทั้งตัวเครื่องและการเชื่อมต่อกับระบบของผู้ผลิตไปพร้อมกัน

ข่าวยังเล่าว่าผู้บริหารได้รับข้อเสนอจากผู้บริโภคโดยตรงกว่า 9,000 เรื่อง และนำไปทำเป็นโครงการวิจัยแล้ว 17 เรื่อง เครื่องซักผ้าสามถังที่ออกแบบจากข้อเสนอแบบนี้ขายไปแล้วกว่า 400,000 เครื่อง ข้อนี้เป็นเรื่องที่ร้านไทยทำเองได้ในขนาดเล็ก คือจดคำถามของลูกค้าที่หน้าร้านแล้วส่งต่อให้ตัวแทนจำหน่าย

## ของชิ้นเดียวกัน แต่ทำงานผ่านระบบของแบรนด์

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อได้ทำงานผ่านแอปและเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิต ข่าวงาน IFA ระบุว่าในยุโรป Haier รวมเครื่อง บริการ และประสบการณ์ในบ้านไว้ในแอป hOn ส่วนข่าวงาน AWE พูดถึงระบบในจีนที่เชื่อมเครื่องทุกชิ้นเข้าด้วยกัน แบรนด์เดียวกันจึงอาจใช้แอปต่างกันในแต่ละภูมิภาค และฟีเจอร์ที่โชว์ในงานของประเทศหนึ่งอาจยังไม่เปิดในอีกประเทศ

ลูกค้าไทยที่เห็นคลิปจากงานในจีนจึงอาจคาดหวังฟีเจอร์ที่รุ่นในไทยยังไม่มี ร้านที่บอกตรง ๆ ว่ารุ่นที่ขายทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ จะเจอคำร้องเรียนหลังการขายน้อยกว่าร้านที่ปล่อยให้ลูกค้าเข้าใจเองจากคลิป

### ตรวจอย่างไรว่ารุ่นในไทยทำอะไรได้

ขอเอกสารจากตัวแทนจำหน่ายในไทยสามอย่าง คือชื่อแอปที่ใช้ในไทย รายการฟีเจอร์ที่เปิดในไทย และประกาศความเป็นส่วนตัวของแอปฉบับที่ใช้กับผู้ใช้ในไทย ถ้าตัวแทนตอบไม่ได้ ให้ติดตั้งแอปจากร้านแอปในไทยแล้วลองจับคู่กับเครื่องตัวโชว์เอง สิ่งที่เห็นในแอปคือสิ่งที่ลูกค้าจะได้จริง ระหว่างลองให้เก็บภาพหน้าจอทุกขั้นไว้ใช้สอนพนักงานใหม่ และถ่ายใหม่ทุกครั้งที่แอปเปลี่ยนหน้าตา เพราะผู้ผลิตปรับเมนูในแอปได้โดยที่ตัวเครื่องไม่เปลี่ยน

### AI ในเครื่องใช้ไฟฟ้าตัดสินใจอะไรแทนคนในบ้าน

เครื่องที่ทำงานเองตัดสินใจเรื่องประจำวันแทนผู้อยู่อาศัย เช่น ปรับทิศลมตามคนในห้อง หรือบอกว่าวัตถุดิบในตู้เย็นใกล้หมด ต่างจากงานการตลาดที่ AI ช่วยคนทำงานเป็นขั้น ๆ และคนยังตรวจผลได้ทุกขั้น ซึ่งมีบทแยกไว้ใน[Agentic AI Marketing ให้ AI ทำงานแทนทีมได้แค่ขั้นไหน](https://phygital.co.th/insights/agentic-ai-marketing-explained-2026) ร้านควรสอนลูกค้าให้รู้วิธีปิดการทำงานเองทีละฟีเจอร์ตั้งแต่วันส่งมอบ

## กล้องในตู้เย็นกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลของไทย

เครื่องที่มีกล้องและติดตามคนในห้องเก็บข้อมูลที่ระบุตัวคนได้ เช่น ภาพคนในบ้านหรือเวลาที่คนอยู่ห้องไหน กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลของไทยที่ออกในปี 2562 มีสองมาตราที่ร้านควรรู้

1. **มาตรา 4 (1) ยกเว้นการใช้ในครอบครัว** กฎหมายไม่ใช้บังคับกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวของผู้เก็บเท่านั้น เจ้าของบ้านที่ดูภาพจากกล้องในตู้เย็นของตัวเองจึงอยู่ในข้อยกเว้นนี้
2. **มาตรา 5 วรรคสองใช้กับบริษัทนอกประเทศ** ผู้ควบคุมข้อมูลที่อยู่นอกราชอาณาจักรต้องทำตามกฎหมายนี้ เมื่อเสนอสินค้าหรือบริการให้คนในไทย หรือเฝ้าติดตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในไทย ผู้ให้บริการแอปที่รับภาพหรือข้อมูลการใช้เครื่องจากบ้านในไทยจึงไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นเดียวกับเจ้าของบ้าน

ในกรณีส่วนใหญ่ร้านไม่ได้เก็บข้อมูลเอง แต่ร้านเป็นคนที่ลูกค้าถามก่อน ร้านที่ติดตั้งให้และตั้งค่าบัญชีแทนลูกค้า เช่น สมัครบัญชีด้วยอีเมลของร้าน ควรเลิกทำแบบนั้น แล้วให้ลูกค้าสมัครด้วยบัญชีของตัวเอง ข้อมูลของบ้านจะได้ผูกกับเจ้าของบ้าน ไม่ผูกกับร้าน

### ร้านควรพูดเรื่องกล้องตอนไหนของการขาย

พูดตั้งแต่ตอนสาธิตเครื่อง ก่อนลูกค้าตัดสินใจ ไม่ใช่ตอนส่งมอบ ลูกค้าบางคนซื้อเพราะกล้อง เช่น คนที่อยากดูของในตู้เย็นจากซูเปอร์มาร์เก็ต บางคนไม่ซื้อเพราะกล้อง ถ้าร้านบอกตั้งแต่แรก ลูกค้ากลุ่มหลังจะเลือกรุ่นที่ไม่มีกล้องจากร้านเดิม แทนที่จะคืนเครื่องหลังรู้ทีหลัง พนักงานควรมีประโยคเดียวกันทุกคน เช่น เครื่องนี้มีกล้องด้านใน ภาพส่งไปที่แอปของผู้ผลิต และปิดได้จากเมนูในแอป

### ลูกค้าที่เช่าบ้านหรือมีคนอื่นอยู่ด้วยต้องระวังอะไร

บ้านที่มีคนทำงานบ้าน ผู้เช่า หรือแขกพักค้าง ภาพจากกล้องจะมีคนที่ไม่ใช่ครอบครัวของเจ้าของเครื่องด้วย ร้านควรแนะนำให้ลูกค้าบอกคนเหล่านั้นว่าเครื่องมีกล้องและกล้องหันไปทางไหน การบอกล่วงหน้าทำได้ง่ายกว่าการอธิบายทีหลัง

## ข่าวของบริษัทบอกได้แค่สิ่งที่บริษัทอยากเล่า

ข้อมูลส่วนใหญ่ในบทนี้มาจากข่าวที่ Haier เขียนเอง ก่อนนำไปพูดกับลูกค้าให้เข้าใจขอบเขตห้าข้อ

1. **L4 เป็นการรับรองในจีน** ข่าวไม่ได้บอกชื่อผู้รับรองและเกณฑ์แต่ละระดับ ร้านไทยไม่ควรนำคำว่า L4 ไปใช้เป็นจุดขายโดยไม่มีเอกสารรับรองฉบับเต็ม
2. **ของที่โชว์ในงานยังไม่ใช่ของที่ขายในไทย** ข่าวไม่ได้บอกว่าชุด Seeker จะวางขายในประเทศใดบ้าง
3. **ตัวเลขผู้ใช้เป็นยอดทั่วโลก** ผู้ใช้ 130 ล้านคนและการสั่งงาน 86.1 พันล้านครั้งไม่ได้แยกประเทศ จึงบอกไม่ได้ว่าในไทยมีผู้ใช้เท่าไร
4. **ความแม่นของกล้องยังไม่มีผลทดสอบจากภายนอก** คำว่าเร็วกว่าและแม่นกว่ามาจากบริษัท ยังไม่มีการทดสอบอิสระที่เปิดให้อ่าน
5. **กฎหมายที่ยกมาเป็นตัวบท** การตีความในกรณีจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละบ้าน ร้านที่ต้องการคำตอบเชิงกฎหมายควรถามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

ข้อจำกัดทั้งห้าข้อไม่ได้ทำให้ข่าวไร้ประโยชน์ ข่าวบอกทิศทางของผู้ผลิตได้ชัด คือเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังมีกล้องและเซนเซอร์มากขึ้น ร้านเพียงแค่ต้องแยกให้ออกว่าส่วนไหนเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจได้ ส่วนไหนเป็นคำบรรยายที่ผู้ผลิตเขียนขึ้น

## คำถามของลูกค้ากับคำตอบที่ร้านต้องหาไว้ก่อน

ตารางนี้ใช้เป็นเอกสารเตรียมพนักงานก่อนรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมแอปรุ่นใหม่เข้าร้าน

| คำถามที่ลูกค้าถาม        | สิ่งที่ร้านต้องหาคำตอบก่อน   | หาจากไหน                         |
| --------------------------- | ---------------------------------- | ---------------------------------- |
| รุ่นนี้เหมือนในคลิปไหม | รายการฟีเจอร์ที่เปิดในไทย     | ตัวแทนจำหน่ายในไทย              |
| ต่อกับแอปอะไร            | ชื่อแอปและภาษาที่รองรับ       | ติดตั้งแอปจากร้านแอปในไทย   |
| กล้องถ่ายอะไรไปบ้าง     | ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับไทย | หน้าในแอปหรือเว็บของผู้ผลิต |
| ปิดกล้องได้ไหม           | วิธีปิดทีละฟีเจอร์             | ลองกับเครื่องโชว์               |
| เน็ตล่มแล้วใช้ได้ไหม    | ฟีเจอร์ที่ทำงานโดยไม่ต่อเน็ต | ลองตัดเน็ตกับเครื่องโชว์      |
| ต่อกับยี่ห้ออื่นได้ไหม | มาตรฐานกลางที่เครื่องรองรับ    | สเปกจากผู้ผลิต                  |

หน้าบริการที่เกี่ยวกับการแปลคู่มือและเอกสารของสินค้านำเข้าคือ[บริการแปลภาษา](https://phygital.co.th/solutions/translation)

### แอปยังไม่มีภาษาไทย ร้านช่วยอะไรได้

ทำเอกสารหน้าเดียวเป็นภาษาไทย บอกขั้นจับคู่เครื่อง วิธีปิดกล้อง และวิธีลบบัญชีเมื่อเลิกใช้หรือขายเครื่องต่อ แนบไปกับใบเสร็จ ขั้นลบบัญชีมักถูกลืม ลูกค้าที่ขายเครื่องต่อโดยไม่ลบบัญชีจะให้คนซื้อคนถัดไปเห็นประวัติการใช้ของบ้านเดิม ร้านที่ขายหน้าร้านควรบอกเรื่องนี้ตอนส่งมอบ ส่วนร้านที่อยากเห็นว่าเทคโนโลยีอื่นในงานแสดงสินค้าปีนี้มีอะไรที่หน้าร้านใช้ได้ อ่านต่อได้ที่[CES 2026 กับหน้าร้านไทย อะไรใช้ได้แล้ว อะไรยังต้องรอ](https://phygital.co.th/insights/ces-2026-retail-technology-thai-business) และถ้าอยากรู้ว่าคำโฆษณาเรื่องบ้านอัจฉริยะในอดีตเกิดขึ้นจริงแค่ไหน อยู่ที่[ย้อนดู CES 5 ปี เรื่องที่งานชูไว้ กับสิ่งที่ใช้ได้จริงวันนี้](https://phygital.co.th/insights/ces-predictions-vs-reality-smart-home-5-years)

## สรุป

งาน AWE ปีนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนใส่กล้องและ AI ลงในตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ แล้วเชื่อมทุกชิ้นผ่านระบบของแบรนด์ Haier ระบุว่ามีผู้ใช้ลงทะเบียนเกิน 130 ล้านคน และใช้แอปต่างกันในแต่ละภูมิภาค ร้านไทยที่ขายของกลุ่มนี้ต้องตอบได้ว่ารุ่นในไทยทำอะไรได้ ใช้แอปไหน และข้อมูลจากกล้องไปอยู่ที่ใด กฎหมายไทยยกเว้นการใช้ในครอบครัว แต่ยังใช้บังคับกับบริษัทนอกประเทศที่รับข้อมูลจากบ้านในไทย ร้านที่บอกข้อจำกัดของเครื่องตั้งแต่ตอนขายจะเจอปัญหาหลังการขายน้อยลง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ตู้เย็นที่มีกล้องข้างในผิด PDPA ไหม

ตัวเครื่องไม่ผิด ถ้าเจ้าของบ้านใช้ดูของในตู้เย็นของตัวเอง มาตรา 4 (1) ยกเว้นการใช้เพื่อกิจกรรมในครอบครัว แต่บริษัทที่รับภาพไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ต้องทำตามกฎหมาย ลูกค้าควรอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวของแอปก่อนเปิดใช้กล้อง

### ร้านต้องรับผิดชอบข้อมูลที่เครื่องเก็บไหม

โดยทั่วไปผู้ให้บริการแอปเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ใช่ร้าน แต่ถ้าร้านสมัครบัญชีแทนลูกค้าหรือเก็บรหัสผ่านไว้ ร้านจะเข้าไปเกี่ยวกับข้อมูลโดยไม่จำเป็น ควรให้ลูกค้าสมัครและเก็บรหัสเอง

### เครื่องต่างยี่ห้อสั่งงานร่วมกันได้ไหม

ขึ้นกับว่าเครื่องรองรับมาตรฐานกลางหรือไม่ เครื่องที่ต่อได้เฉพาะแอปของผู้ผลิตจะสั่งงานร่วมกับยี่ห้ออื่นไม่ได้ พัฒนาการของมาตรฐานกลางในห้าปีที่ผ่านมาอยู่ในบทย้อนดูงาน CES ด้านล่าง

### ถ้าอินเทอร์เน็ตที่บ้านล่ม เครื่องยังใช้ได้ไหม

ฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น ทำความเย็นหรือซักผ้า มักใช้ได้จากปุ่มบนเครื่อง แต่ฟีเจอร์ที่ต้องประมวลผลภาพหรือสั่งจากนอกบ้านอาจหยุดทำงาน ร้านควรลองตัดเน็ตกับเครื่องโชว์แล้วจดไว้ว่าฟีเจอร์ไหนยังใช้ได้

### ใครเป็นคนอัปเดตซอฟต์แวร์ของเครื่อง

ส่วนใหญ่ผู้ผลิตส่งอัปเดตผ่านแอป ลูกค้าต้องกดยอมรับเอง ร้านควรบอกลูกค้าว่าอัปเดตอาจเพิ่มหรือเปลี่ยนฟีเจอร์ และควรเปิดอ่านรายละเอียดก่อนกด เครื่องที่ไม่ได้อัปเดตนานอาจใช้ฟีเจอร์บางอย่างไม่ได้ ข้อนี้ควรอยู่ในเอกสารส่งมอบด้วย

### ลูกค้าปิดกล้องในเครื่องได้ไหม

ต้องดูจากเครื่องรุ่นที่ขายในไทย บางรุ่นปิดได้ในแอป บางรุ่นมีฝาปิดหรือสวิตช์ ร้านควรลองปิดกับเครื่องโชว์ให้ลูกค้าดูตอนขาย ลูกค้าที่เห็นวิธีปิดด้วยตาตัวเองจะตัดสินใจง่ายขึ้น

## ถ้าพนักงานยังตอบไม่ได้ว่าภาพจากกล้องในเครื่องไปเก็บที่ไหน ลูกค้าจะไปถามร้านอื่น

ก่อนรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมแอปรุ่นใหม่เข้าร้าน ส่งคู่มือและประกาศความเป็นส่วนตัวของเครื่องมาให้ PHYGITAL AGENCY ทำเป็นภาษาไทยที่พนักงานใช้ตอบได้

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
