# กรณีศึกษา Slack ลูกค้าจ่ายเงิน 88,000 รายจาก 600,000 องค์กร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/slack-case-study-failed-game-to-salesforce-acquisition · เผยแพร่ 3 เมษายน 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Slack จากแบบ S-1 ปี 2019 องค์กรที่ใช้แผนฟรีเกิน 500,000 แห่ง ลูกค้าจ่ายเงินเกิน 88,000 ราย และลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มจนอัตรารักษารายได้สุทธิอยู่ที่ 143%

## Key Takeaways

- **แบบ S-1 ที่ Slack ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อ 26 เมษายน 2019 รายงานว่าองค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนขึ้นไปมีเกิน 600,000 แห่ง** — แบ่งเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินเกิน 88,000 ราย และองค์กรที่ใช้แผนฟรีเกิน 500,000 แห่ง ณ วันที่ 31 มกราคม 2019
- **ลูกค้าของ Slack ที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปีมี 575 ราย และทำรายได้ราว 40% ของปีบัญชีล่าสุด** — ส่วนอัตรารักษารายได้สุทธิจากลูกค้าเดิมอยู่ที่ 143% ลดจาก 171% เมื่อสองปีก่อน
- **Slack เขียนไว้ใน S-1 ว่าองค์กรที่อัปเกรดมักต้องการค้นข้อความเกินขีดจำกัด 10,000 ข้อความของแผนฟรี** — และยังขาดทุนสุทธิราว 140 ล้านดอลลาร์ทุกปีในสามปีบัญชีก่อนยื่น ผู้ที่จะเปิดแผนใช้ฟรีต้องวางแผนรับต้นทุนก่อนรายได้

ธุรกิจซอฟต์แวร์หรือบริการสมาชิกที่คิดจะเปิดแผนใช้ฟรี มักกังวลว่าต้นทุนดูแลคนที่ไม่จ่ายเงินจะคุ้มกับคนที่ยอมจ่ายหรือไม่ เอกสารที่ Slack ยื่นก่อนเข้าตลาดหุ้นมีตัวเลขทั้งสองฝั่ง บทนี้อ่านเอกสารนั้น แล้วปิดด้วยตัวเลขที่ธุรกิจเล็กควรวัดก่อนเปิดแผนใช้ฟรี

องค์กรกว่าห้าแสนแห่งใช้ Slack โดยไม่จ่ายเงินเลย ณ ปลายเดือนมกราคม 2019 บริษัทยังเขียนในเอกสารยื่นเข้าตลาดหุ้นว่าต้องจ่ายค่าเซิร์ฟเวอร์ให้ผู้ใช้กลุ่มนี้ และไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะเปลี่ยนมาจ่าย ขณะเดียวกัน ลูกค้าเพียง 575 รายทำรายได้ราว 40% ของทั้งปี

บทนี้อ่าน[แบบ S-1 ของ Slack Technologies](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1764925/000162828019004786/slacks-1.htm) ที่ยื่นต่อ SEC หน่วยงานกำกับตลาดทุนของสหรัฐฯ เป็นแหล่งหลัก และใช้[แบบ 8-K ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2020](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1764925/000119312520307385/d59995d8k.htm) เฉพาะเงื่อนไขการควบรวมกับ Salesforce ตัวเลขลูกค้าและรายได้ทุกตัวในบทมาจาก S-1

## แบบ S-1 ของ Slack ที่บทนี้อ่าน

แบบ S-1 คือเอกสารที่บริษัทต้องยื่นก่อนนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เอกสารของ Slack อธิบายธุรกิจ ตัวชี้วัดหลัก ปัจจัยเสี่ยง และงบการเงิน ส่วนข้อมูลบริษัทระบุว่า Slack จดทะเบียนในปี 2009 ชื่อ Tiny Spec, Inc. เปลี่ยนเป็น Tiny Speck, Inc. ในปีเดียวกัน และใช้ชื่อ Slack Technologies, Inc. ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่เปิดให้ใช้ Slack สู่สาธารณะ

| หัวข้อ                        | ข้อมูลใน S-1                                              |
| ----------------------------- | ---------------------------------------------------------- |
| ผลิตภัณฑ์                     | Slack เป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่สร้างรายได้เกือบทั้งหมด |
| แผนสมาชิก                    | Free · Standard · Plus · Enterprise Grid                   |
| ประเทศที่ใช้งาน            | เกิน 150 ประเทศ มีแปดภาษา                                |
| รายได้จากลูกค้านอกสหรัฐฯ | 34% · 34% · 36% ในสามปีบัญชีล่าสุด                     |
| ลูกค้ารายใหญ่ที่สุด        | ไม่มีรายใดเกิน 3% ของรายได้                           |

### ปีบัญชีของ Slack ในแบบ S-1 นับอย่างไร

ปีบัญชีของ Slack ในแบบ S-1 สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม ปีบัญชีล่าสุดในเอกสารจึงเริ่มกุมภาพันธ์ 2018 และจบ 31 มกราคม 2019 ส่วนที่เหลือของบทนี้เรียกช่วงนี้ว่า "ปีบัญชีล่าสุด" และเรียกสองปีก่อนหน้าตามลำดับ ตัวเลขลูกค้าทุกตัวในบทเป็นยอด ณ วันสิ้นปีบัญชี ไม่ใช่ยอดเฉลี่ยทั้งปี

## กรวยจากผู้ใช้ถึงลูกค้าจ่ายเงิน

S-1 นับผู้ใช้และองค์กรเป็นหลายชั้น ชั้นบนสุดคือผู้ใช้รายวัน ชั้นล่างสุดคือลูกค้าที่จ่ายเงินเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี

| ชั้น                                         | ตัวเลข ณ วันสิ้นปีบัญชีล่าสุด                      |
| -------------------------------------------- | ------------------------------------------------------ |
| ผู้ใช้รายวันในไตรมาสสุดท้าย            | เกิน 10 ล้านคน                                        |
| องค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนขึ้นไป | เกิน 600,000 แห่ง                                      |
| องค์กรที่ใช้แผนฟรี                       | เกิน 500,000 แห่ง                                      |
| ลูกค้าที่จ่ายเงิน                         | เกิน 88,000 ราย รวมบริษัทใน Fortune 100 เกิน 65 แห่ง |
| ลูกค้าที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี  | 575 ราย                                                |

เอกสารนิยามผู้ใช้รายวันว่าคนที่สร้างหรืออ่านเนื้อหาในช่วง 24 ชั่วโมง ไม่ว่าอยู่แผนฟรีหรือแผนเสียเงิน และนิยามองค์กรว่าบริษัท สถาบัน หรือหน่วยธุรกิจที่แยกกัน ถ้ามีผู้ใช้ตั้งแต่สามคน องค์กรนั้นจึงถูกนับในชั้นที่สอง

ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจาก 37,000 ราย เป็น 59,000 และ 88,000 ราย ในสามปีบัญชี ลูกค้าที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์เพิ่มจาก 135 เป็น 298 และ 575 ราย กลุ่มหลังนี้ทำรายได้ราว 40% ของปีบัญชีล่าสุด แม้จำนวนจะไม่ถึง 1% ของลูกค้าที่จ่ายเงินทั้งหมด

S-1 ยกตัวอย่างลูกค้าหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ บริษัทซอฟต์แวร์อย่าง Autodesk และ Oracle ค้าปลีกอย่าง LVMH และ Everlane บริการการเงินอย่าง Liberty Mutual และหน่วยงานรัฐอย่าง NASA Jet Propulsion Laboratory ตัวอย่างชุดนี้แสดงว่าชั้นบนของกรวยกับชั้นล่างเป็นลูกค้าคนละขนาด ทีมเล็กในธุรกิจขนาดกลางเริ่มจากแผนฟรี ส่วนองค์กรที่มีพนักงานหลายหมื่นคนซื้อ Enterprise Grid ผ่านทีมขาย

### Slack มีลูกค้าจ่ายเงินกี่เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั้งหมด

เมื่อนำตัวเลขใน S-1 ของ Slack มาหารกัน ลูกค้าที่จ่ายเงินเกิน 88,000 รายคิดเป็นราว 15% ขององค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนขึ้นไปเกิน 600,000 แห่ง ณ 31 มกราคม 2019 ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณจากยอดขั้นต่ำที่เอกสารให้ Slack ไม่ได้รายงานอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าจ่ายเงินไว้เป็นตัวเลขเดียว

## อะไรทำให้องค์กรเปลี่ยนจากแผนฟรี

S-1 อธิบายว่าหลายองค์กรเริ่มใช้ Slack ผ่านหน้าเว็บของบริษัทเอง โดยไม่ต้องจ่ายเงินและไม่ต้องคุยกับพนักงานขาย บริษัทเขียนเหตุผลที่องค์กรอัปเกรดไว้สองข้อ

1. **ค้นและเปิดข้อความเกิน 10,000 ข้อความ** ซึ่งเป็นขีดจำกัดของแผนฟรี
2. **ระบบลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (single sign-on)** ซึ่งมีในแผน Plus

แผน Standard และ Plus เพิ่มการเข้าถึงเนื้อหา การเชื่อมต่อแอปอื่นไม่จำกัด ช่องสนทนาร่วมกับองค์กรภายนอก บัญชีแขก และการควบคุมของผู้ดูแลระบบ S-1 ระบุว่าแผน Free Standard และ Plus มักถูกใช้โดยทีมในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่วน Enterprise Grid ออกแบบให้องค์กรที่มีผู้ใช้หลายหมื่นคน

S-1 ให้ตัวเลขว่าองค์กรที่ย้ายจากแผนฟรีมาจ่ายเงินในปีนั้นสร้างรายได้เท่าไร

| ปีบัญชี                         | รายได้จากองค์กรที่เคยใช้แผนฟรีก่อนปีนั้น และเปลี่ยนมาจ่ายในปีนั้น |
| -------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------- |
| ปีบัญชีสิ้นสุด 31 มกราคม 2018 | ราว 10% ของรายได้                                                                |
| ปีบัญชีล่าสุด                  | ราว 8% ของรายได้                                                                 |

### แผนใช้ฟรีหรือ Freemium คืออะไร

Freemium คือรูปแบบธุรกิจที่เปิดให้ใช้แผนพื้นฐานได้ฟรีโดยไม่มีวันหมดอายุ แล้วเก็บเงินเมื่อผู้ใช้ต้องการความสามารถเพิ่ม แบบ S-1 ของ Slack เขียนว่าแผนฟรีมีไว้ให้คนเริ่มใช้งาน รู้จักผลิตภัณฑ์ และชวนคนอื่นในองค์กรมาใช้ต่อ ต่างจากช่วงทดลองใช้ที่หมดอายุตามจำนวนวัน

## ลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มเท่าไร

Slack วัดการขยายการใช้งานในลูกค้าเดิมด้วย Net Dollar Retention Rate หรืออัตรารักษารายได้สุทธิ ตัวเลขนี้ลดลงทุกปีในสามปีบัญชีที่รายงาน

| ณ 31 มกราคม ของปีบัญชี | อัตรารักษารายได้สุทธิ |
| ------------------------ | ------------------------- |
| สองปีก่อน              | 171%                      |
| ปีก่อนหน้า             | 152%                      |
| ปีบัญชีล่าสุด          | 143%                      |

S-1 อธิบายว่าตัวเลขลดลงเพราะฐานรายได้ใหญ่ขึ้น และลูกค้าเดิมที่ใช้มานานใช้งานครอบคลุมทั้งองค์กรมากขึ้นแล้ว บริษัทคาดว่าตัวเลขจะผันผวนในอนาคต

งานที่ดันตัวเลขนี้อยู่กับทีมดูแลประสบการณ์ลูกค้า S-1 เขียนว่าทีมนี้เป็นแกนของการเพิ่มผู้ใช้ การเปลี่ยนจากแผนฟรีเป็นแผนเสียเงิน และอัตรารักษารายได้สุทธิ ทีมสอนผู้ใช้ว่า Slack ใช้กับงานแบบไหนได้บ้าง เมื่อองค์กรใช้ลึกขึ้นก็มักอัปเกรดเองผ่านหน้าเว็บ บริษัทยังลงทุนกับการศึกษาและความสำเร็จของลูกค้า เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้ในองค์กรที่จ่ายเงินอยู่แล้ว

รายได้ทั้งปีเติบโตจาก 105.2 ล้านดอลลาร์ เป็น 220.5 ล้าน และ 400.6 ล้านดอลลาร์ในปีบัญชีล่าสุด คิดเป็นการเติบโต 110% และ 82% บริษัทขายผ่านสองทาง

1. **หน้าเว็บที่ผู้ใช้สมัครเอง** ทั้งแผนฟรีและแผนเสียเงินแบบสมัครเอง
2. **ทีมขาย** ที่เข้าไปขยายการใช้งานในองค์กรใหญ่ซึ่งมีผู้ใช้อยู่แล้ว และหาองค์กรใหญ่รายใหม่

S-1 เขียนว่าผู้ใช้ที่สมัครเองกลายเป็นรายชื่อลูกค้าเป้าหมายของพนักงานขาย

### Net Dollar Retention Rate คำนวณอย่างไร

แบบ S-1 ของ Slack คำนวณ Net Dollar Retention Rate โดยนำรายได้รายเดือนของลูกค้าที่จ่ายเงินเมื่อ 12 เดือนก่อน มาเทียบกับรายได้รายเดือนของลูกค้ากลุ่มเดียวกันในปัจจุบัน ตัวเลขปัจจุบันรวมการจ่ายเพิ่มและหักการลดหรือยกเลิกแล้ว แต่ไม่รวมลูกค้าใหม่ ค่า 143% จึงหมายความว่ารายได้รายเดือนจากลูกค้าเดิมกลุ่มเดียวกันสูงขึ้น 43% ในหนึ่งปี

## ต้นทุนของแผนใช้ฟรี

S-1 ระบุในหมวดปัจจัยเสี่ยงว่าบริษัทต้องจ่ายค่าโฮสต์ระบบให้ผู้ใช้แผนฟรี และกลยุทธ์การตลาดส่วนหนึ่งขึ้นกับการที่ผู้ใช้ฟรีชวนคนอื่นในองค์กรให้ซื้อแผน Standard Plus หรือ Enterprise Grid ถ้าผู้ใช้กลุ่มนี้ไม่เปลี่ยนมาจ่าย บริษัทจะไม่ได้ประโยชน์จากกลยุทธ์นี้

| ปีบัญชี        | รายได้ (ล้านดอลลาร์) | ขาดทุนสุทธิ (ล้านดอลลาร์) |
| --------------- | ---------------------- | --------------------------- |
| สองปีก่อน     | 105.2                  | 146.9                       |
| ปีก่อนหน้า    | 220.5                  | 140.1                       |
| ปีบัญชีล่าสุด | 400.6                  | 138.9                       |

ค่าใช้จ่ายการขายและการตลาดของปีบัญชีล่าสุดเพิ่มขึ้น 93.0 ล้านดอลลาร์หรือ 66% จากปีก่อนหน้า S-1 อธิบายว่ามาจากการขยายทีมขายและโปรแกรมการตลาด ซึ่งรวมค่าโฆษณาและการสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น 34.9 ล้านดอลลาร์ ต้นทุนพนักงานในหมวดนี้รวมทีมดูแลประสบการณ์ลูกค้าที่ดูแลผู้ใช้แผนฟรีด้วย

## ขอบเขตของเอกสารฉบับนี้

S-1 ให้ตัวเลขกรวยครบหลายชั้น แต่มีข้อจำกัดห้าข้อที่ต้องบอกคู่กับตัวเลข

1. **ตัวเลขเป็นของก่อนเข้าตลาดหุ้น** ข้อมูลหยุดที่วันสิ้นปีบัญชีล่าสุดในเอกสาร ไม่ได้บอกผลหลังจากนั้น
2. **บริษัทนิยามตัวชี้วัดเอง** S-1 เขียนว่าไม่มีมาตรฐานกลางของตัวชี้วัดเหล่านี้ การเทียบกับบริษัทอื่นที่ใช้ชื่อเดียวกันจึงทำได้จำกัด
3. **ตัวเลขลูกค้าเป็นยอดขั้นต่ำ** เอกสารใช้คำว่า "เกิน" กับ 600,000 500,000 และ 88,000
4. **ไม่มีอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าจ่ายเงินรายปี** มีเพียงสัดส่วนรายได้จากองค์กรที่เพิ่งเปลี่ยนมาจ่าย
5. **เรื่องเกม Glitch ไม่อยู่ในเอกสาร** S-1 บอกเพียงชื่อบริษัทเดิมและปีที่เปลี่ยนชื่อ บทนี้จึงไม่เล่าที่มาของผลิตภัณฑ์ก่อนหน้า Slack

## ตัวเลขที่ธุรกิจเล็กควรวัดก่อนเปิดแผนใช้ฟรี

ธุรกิจซอฟต์แวร์หรือบริการสมาชิกในไทยที่คิดจะเปิดแผนใช้ฟรีใช้ตัวชี้วัดใน S-1 ของ Slack เป็นแบบฟอร์มเริ่มต้นได้

1. **นิยามว่าใครนับเป็นลูกค้าหนึ่งราย** Slack นับองค์กรเมื่อมีผู้ใช้ตั้งแต่สามคน การนิยามก่อนเริ่มทำให้ตัวเลขแต่ละเดือนเทียบกันได้
2. **กำหนดขีดจำกัดของแผนฟรีที่ผู้ใช้รู้สึกได้** ขีดจำกัด 10,000 ข้อความเป็นเหตุผลที่บริษัทเขียนว่าองค์กรมักอัปเกรด
3. **แยกรายได้จากผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนมาจ่าย** ตัวเลข 10% และ 8% บอกได้ว่าแผนฟรีสร้างรายได้ใหม่ได้แค่ไหนในแต่ละปี
4. **วัดรายได้จากลูกค้าเดิมกลุ่มเดียวกัน** อัตรารักษารายได้สุทธิบอกว่าลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มหรือลดลง
5. **เตรียมเงินรองรับต้นทุนก่อนรายได้** Slack ขาดทุนสุทธิทุกปีในสามปีบัญชีที่รายงาน ขณะที่รายได้เกือบสี่เท่า

ตลาดซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิกในไทยสรุปไว้ใน[SaaS คืออะไร ตลาดคลาวด์ไทย 32,669 ล้านบาทยังเล็กกว่าขายขาด](https://phygital.co.th/insights/thailand-b2b-saas-enterprise-software-guide) ธุรกิจสมาชิกที่ถูกบริษัทใหญ่ซื้อแล้วอยู่ในรายงานของบริษัทแม่อ่านได้ใน[กรณีศึกษา Dollar Shave Club ธุรกิจสมาชิกในรายงาน Unilever](https://phygital.co.th/insights/dollar-shave-club-case-study-viral-video-billion-dollar-deal) ส่วนบริษัทซอฟต์แวร์ที่เงินค่ายกเลิกดีลควบรวมเข้าไปอยู่ในงบการเงินอ่านต่อได้ใน[กรณีศึกษา Figma ค่ายกเลิกสัญญา 1,000 ล้านดอลลาร์ในงบการเงิน](https://phygital.co.th/insights/figma-case-study-adobe-deal-collapse-successful-ipo)

## สรุป

แบบ S-1 ของ Slack ลงวันที่ 26 เมษายน 2019 แสดงกรวยลูกค้าหลายชั้น ณ 31 มกราคม 2019 องค์กรที่มีผู้ใช้ตั้งแต่สามคนเกิน 600,000 แห่ง ในจำนวนนี้จ่ายเงินเกิน 88,000 ราย และลูกค้าที่จ่ายเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี 575 รายทำรายได้ราว 40% บริษัทเขียนว่าองค์กรมักอัปเกรดเพื่อค้นข้อความเกิน 10,000 ข้อความและใช้ระบบลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว ลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มจนอัตรารักษารายได้สุทธิอยู่ที่ 143% ขณะที่บริษัทยังขาดทุนสุทธิราว 140 ล้านดอลลาร์ทุกปี และแบกค่าโฮสต์ของผู้ใช้แผนฟรีไว้เอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Salesforce ซื้อ Slack ด้วยเงื่อนไขอะไร

แบบ 8-K ที่ Slack ยื่นเมื่อ 1 ธันวาคม 2020 ระบุว่าผู้ถือหุ้น Slack จะได้เงินสด 26.79 ดอลลาร์ และหุ้นสามัญ Salesforce 0.0776 หุ้น ต่อหุ้น Slack หนึ่งหุ้น แบบ 8-K อีกฉบับระบุว่า Salesforce ซื้อกิจการเสร็จวันที่ 21 กรกฎาคม 2021 และ Slack กลายเป็นบริษัทย่อยที่ Salesforce ถือทั้งหมด

### Slack เข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ไหน

แบบ S-1 ระบุว่าบริษัทจะอยู่ภายใต้เกณฑ์การจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือ NYSE และแบบ 8-K ภายหลังระบุชื่อย่อหลักทรัพย์ของหุ้นสามัญชนิด A ว่า WORK

### ลูกค้าที่จ่ายเงินให้ Slack จ่ายตามอะไร

S-1 ระบุว่าลูกค้าจ่ายรายเดือนหรือรายปีตามจำนวนผู้ใช้ และมีนโยบายเรียกเก็บเงินที่เป็นธรรม ซึ่งลูกค้าบางรายได้เครดิตคืนถ้าใช้ไม่ครบจำนวนผู้ใช้ที่จ่ายไว้ ลูกค้าอีกกลุ่มจ่ายตามจำนวนสิทธิ์ที่ซื้อแบบคงที่ไม่ขึ้นกับการใช้งาน

### ทีมขายของ Slack ทำงานร่วมกับการสมัครใช้เองอย่างไร

S-1 อธิบายว่าทีมขายใช้ผู้ใช้ที่ชอบ Slack และโครงการทดลองที่เกิดจากการสมัครใช้เองเป็นจุดเริ่มคุยกับผู้บริหารระดับสูง แล้วเสริมด้วยงานสัมมนาออนไลน์ งานสำหรับผู้บริหาร การตลาดร่วมกับพันธมิตร และงานประชุมผู้ใช้ประจำปีชื่อ Frontiers

### องค์กรเดียวใช้ Slack หลายแผนพร้อมกันได้หรือไม่

ได้ S-1 ระบุว่าลูกค้าหลายรายเป็นองค์กรใหญ่ที่ฝ่ายจัดซื้อกระจายตัว แต่ละแผนก บริษัทในเครือ หรือผู้ซื้อแต่ละคนตัดสินใจซื้อเอง องค์กรเดียวจึงอาจมีหลายแผนพร้อมกัน บริษัทเขียนว่าเรื่องนี้ทำให้คาดการณ์อัตรารักษารายได้สุทธิระยะยาวได้ยากขึ้น

### ทำไมอัตรารักษารายได้สุทธิของ Slack สูงกว่า 100% ได้

อัตรานี้สูงกว่า 100% เมื่อลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มมากกว่ารายได้ที่หายไปจากลูกค้าที่ลดการใช้หรือยกเลิก S-1 เชื่อมตัวเลขนี้กับการที่การใช้งานขยายจากทีมหนึ่งไปทีมอื่นในองค์กรเดียวกัน ทำให้จำนวนผู้ใช้ที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น

## ยอดคนลองใช้ที่เพิ่มขึ้นไม่บอกว่ามีลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มกี่ราย ถ้าไม่ได้วัดแยกทีละชั้น

ให้ PHYGITAL AGENCY วางแคมเปญการตลาดดิจิทัลที่วัดผลถึงชั้นลูกค้าจ่ายเงิน ก่อนเพิ่มงบดึงผู้ใช้รอบถัดไป

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
